ตื้นตันมวลชนมารอรับ
อานนท์ป่วย-ติดโควิด
สิรภพนอนคุก-คดี 112

‘รุ้ง-ปนัสยา’ได้ประกันตัวแล้ว ชู 3 นิ้วทักทายมวลชนที่มารอรับระหว่างครอบครัวพาขึ้นรถกลับบ้าน หลังไต่สวนพยานพ่อแม่-อาจารย์ มธ.-เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิง และเจ้าตัวแถลงต่อศาลพร้อมรับเงื่อนไขไม่พาดพิงสถาบัน-ไม่เดินทางออกนอกประเทศ ส่วนกรณีของเพนกวิน-แอมมี่นั้น ศาลเลื่อนการไต่สวนออกไปอีกวัน เนื่องจากกักตัวยังไม่ครบกำหนด 14 วัน ราชทัณฑ์แถลงทนายอานนท์ป่วยติดโควิด นำตัวรักษาที่ร.พ. ราชทัณฑ์แล้ว คาดติดเชื้อจากจัสติน-ชูเกียรติ แสงวงค์ แม่รุดยื่นหนังสือขอผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ย้ายออกไปรักษาโรงพยาบาลอื่นเพื่อความปลอดภัยกับขอให้แถลงความคืบหน้าอาการทุกวัน

รุ้งพ้นคุก – ‘รุ้ง-ปนัสยา’ แกนนำน.ศ. ถูกปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง ท่ามกลางมวลชนจำนวนมากแห่ไปรับและให้กำลังใจ ก่อนรีบเดินทางไปรักษาตัวที่ร.พ. หลังจากศาลอาญาให้ปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 6 พ.ค.

เวลา 09.00 น.วันที่ 6 พ.ค. ที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาฯ กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรเริ่มเดินทางมาชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าศาลอาญา เพื่อให้กำลังใจแกนนำ เพนกวิน รุ้ง อานนท์ จัสติน แอมมี่ ที่ถูกดำเนินคดี ม. 112 และยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร ซึ่งเมื่อช่วงเช้า ทีมนายความและแม่ของเพนกวินได้เดินทางเข้าไปยื่นเรื่องแล้ว และกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนยังคงเฝ้ารอผลการยื่นเรื่องขอประกันตัวแกนนำ ที่ด้านหน้าศาลอาญาโดยสงบ ส่วนพื้นที่ภายในศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้นำรถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน่) รถดับเพลิง มาจอดไว้ที่ด้านหน้าอาคาร

สำหรับวันเดียวกันนี้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยที่ 5 แกนนำกลุ่มราษฎร คดีปักหมุดสนามหลวงในวันที่ 6 พ.ค. เเละนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบูลส์ จำเลยที่ 17 คดีปักหมุดเเละคดีวางเพลิงที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้า นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ เพนกวิน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เเละทีมทนายความ เดินทางมาศาล รวมทั้ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และสมาชิกพรรค มาให้กำลังใจด้วย

นายพิธากล่าวว่า วันนี้ไม่ได้เดินทางมาในฐานะนักการเมืองที่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่มาในฐานะมนุษย์ และในฐานะพ่อด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดศาลได้เเจ้งว่าในวันนี้ได้เบิกตัวมาเฉพาะ น.ส.ปนัสยา เพื่อไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเพียงคนเดียว ส่วนนายพริษฐ์เเละนายไชยอมรนั้น เนื่องจากวันที่ 5 พ.ค. ราชทัณฑ์ได้เเจ้งว่าทั้งสองคนยังอยู่ในช่วงกักตัว 14 วัน (24 เม.ย.-7 พ.ค.) ภายหลังจากที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ห้องเดียวกับนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งติดเชื้อโควิดในเรือนจำ จึงให้เลื่อนการไต่สวนเฉพาะของนายพริษฐ์เเละนายไชยอมรออกไปก่อน จนกว่าทางราชทัณฑ์จะเเจ้งความพร้อมในการตรวจหาเชื้อว่าไม่พบเสียก่อน เเล้วเเจ้งศาลเพื่อเบิกตัวมาไต่สวนคำร้องขอประกันต่อไป

ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาศาลตามนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี นายพริษฐ์, น.ส.ปนัสยา และนายไชยอมร โดยนายกฤษฎางค์กล่าวว่า การไต่สวนคำร้องวันนี้ หากศาลกำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวก่อนหน้านี้ ทั้งเพนกวิน, รุ้ง และแอมมี่ ยินดีรับเงื่อนไข แต่ยังไม่ทราบว่าศาลจะกำหนดอย่างไร เพราะกรณีของนายสมยศกับไผ่ ศาลกำหนดเงื่อนไข 3 ประการ คือ 1.ไม่กระทำการให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.จะไม่เดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และ 3.จะมารายงานตัวตามที่ศาลกำหนดนัด

วันเดียวกัน เฟซบุ๊กของอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำราษฎร เปิดเผยผลการตรวจโควิดล่าสุด ระบุ ขณะนี้เขากำลังติดเชื้อ “โควิด-19” ภายในเรือนจำ และได้นำตัวเข้ารักษาอาการที่ ร.พ.ราชทัณฑ์ แล้ว

ด้านนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีและโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกรณีนายพริษฐ์ ถูกส่งตัวเข้าตรวจและรักษาอาการป่วยจากการอดอาหาร ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 30 เม.ย.นั้น ขณะนี้ นายพริษฐ์ได้รับการรักษาอาการจนดีขึ้น ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ สามารถดื่มน้ำเกลือแร่ นม และวิตามินได้เป็นปกติแล้ว แพทย์จึงเห็นควรส่งตัวกลับรักษาที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตามระเบียบปฏิบัติของราชทัณฑ์ เมื่อเวลา 10.00 น.

นายธวัชชัยกล่าวถึงข่าวนายอานนท์ที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ติดเชื้อโควิด-19 ว่า นายอานนท์ติดเชื้อโควิด-19 จริง เพิ่งตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 5 พ.ค. สันนิษฐานว่า ติดเชื้อจากนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน แกนนำคณะราษฎร ที่ตรวจพบเชื้อไปก่อนเมื่อวันที่ 23 เม.ย.

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร คดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร หลังมารดาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 2 แสนบาท เมื่อวันที่ 30 เม.ย ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลได้เบิกตัว น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 มาศาลเพื่อไต่สวนกับพยานอีก 4 ปาก รวม 5 ปาก

น.ส.ปนัสยาแถลงต่อศาลว่า จะเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอปล่อยชั่วคราวที่ทนายความยื่นคำร้อง ประกอบด้วย 1.จะไม่กระทำการที่เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.ไม่เดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน และ 3.จะเดินทางมาศาลทุกครั้งตามที่ศาลได้นัดหมาย พร้อมแต่งตั้งทนายความในกระบวนการพิจารณาคดี หลังถอนทนายความไปก่อนหน้านี้ และไม่ขัดข้อง หากศาลจะให้ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM)

จากนั้น ศาลได้ไต่สวนพยานอีก 4 ปาก คือรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บิดาและมารดาของ น.ส.ปนัสยา และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

ทั้งนี้ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บิดาและมารดาของ น.ส.ปนัสยา แถลงต่อศาลทำนองเดียวกัน ยืนยันว่าจำเลยมีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก และหากจำเลยได้ปล่อยชั่วคราว จะกำกับดูแลจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด

ด้านเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง แถลงต่อศาลว่า ระหว่างถูกคุมขังจำเลยปฏิบัติตามระเบียบเป็นอย่างดี และทราบว่าไม่เคยทำผิดระเบียบในเรือนจำมาก่อน

หลังไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณา ถึงกรณีนายพริษฐ์ ซึ่งถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลกลับไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และนายไชยอมรทั้งสองไม่ได้เบิกตัวมาศาลในการไต่สวน เนื่องจากจำเลยทั้งสองอยู่ระหว่างกักตัว เหตุใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ศาลจึงให้เลื่อนการไต่สวนขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยทั้งสองคน และให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รายงานว่าจะนำตัวจำเลยทั้งสองคนมาไต่สวนได้เมื่อไหร่

ที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 มีคำสั่งฟ้องคดีของ “ลูกเกด” น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ด้วยข้อหา ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 2 คดี ได้แก่ คดีจากการชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัย และ คดีจากการชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย ซึ่งมีการเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยไปที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล

หลังศาลรับฟ้อง ทนายจำเลยได้ยื่นประกันตัวระหว่างพิจารณา ศาลให้ประกันโดยวางหลักประกันเงินสดคดีละ 20,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท โดยเป็นหลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์ และกำหนดวันนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การทั้งสองคดีในวันที่ 9 ส.ค. 64 เวลา 09.00 น.

วันเดียวกัน นางมาลัย นำภา มารดาของนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ที่ขณะนี้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการเรือนจำ ขอให้ย้ายการรักษาจำเลยไปยังโรงพยาบาลอื่นด้านนอกเรือนจำ เพื่อความปลอดภัย และขอให้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับอาการของนายอานนท์ทุกวันระหว่างการรักษาตัว

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. ศาลอ่านคำสั่งปล่อยชั่วคราวคดีดำที่ อ.287/64 ที่ น.ส. ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยที่ 7 ในความผิดคดี ม.112 กรณีร่วมกันชุมนุมปักหมุด 19 ก.ย.63 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท พร้อมทั้งแถลงต่อศาลด้วยความสมัครใจว่า หากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยจะไม่ไปกระทำการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร มาศาลตามกำหนดนัดทุกครั้ง และเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีของศาล

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้วเห็นว่า กรณีถือได้ว่าพฤติการณ์แห่งคดีได้เปลี่ยนแปลงไป จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 5 โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยที่ 5 ห้ามกระทำการใดๆในลักษณะเช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาตามฟ้องอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และห้ามจำเลยที่ 5 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้จำเลยที่ 5 มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด โดยก่อนปล่อยตัวจำเลยที่ 5 ให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทราบ

ด้านนายกฤษฎางค์กล่าวภายหลังฟังคำสั่งว่า ในส่วนของเงื่อนไขที่ได้ยื่นต่อศาลใน วันนี้ รุ้ง ซึ่งเป็นจำเลย ยินดีที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกับศาลไว้ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อแม่และอาจารย์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ในส่วนของนายพริษฐ์ และนายไชยอมร ที่ศาลยังไม่ไต่สวนคำร้องปล่อยตัว เนื่องจากทางราชทัณฑ์ ได้ส่งหนังสือมาแจ้งยังศาลว่าทั้งสองคนยังอยู่ในกำหนดการระยะกักตัวเพื่อพิสูจน์หาเชื้อโควิด-19 อยู่ ศาลจึงได้ปรึกษากับทางทนายความว่าขอนัดพร้อมในวันที่ 12 พ.ค.ก่อนเบื้องต้น ซึ่งทนายจะเร่งรัดไปที่ราชทัณฑ์ เพราะกำหนดระยะเวลาการกักตัวเพื่อพิสูจน์โรคจะสิ้นสุดในวันที่ 7 พ.ค. ถ้าจำเลยทั้งสองพร้อม จะยื่นคำร้องขอเบิกตัวมาให้ศาลไต่สวนทันที

ส่วนอาการป่วยของนายอานนท์ ล่าสุดมารดาและทางทนายได้ยื่นคำร้องไปทางราชทัณฑ์เพื่อขอย้ายตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นโดยราชทัณฑ์ ไม่ได้ติดขัดแต่ขอให้มีเงื่อนไขเป็นโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งทางทนายความได้ประสานไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และได้รับการตอบรับ แล้ว หลังจากนี้จึงจะย้ายนายอานนท์ไปที่โรงพยาบาลดังกล่าวทันที

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน อายุ 20 ปี แกนนำกลุ่ม มศว. คนรุ่นเปลี่ยน และ นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน อายุ 30 ปี ทั้งสองเป็นแนวร่วมผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, ร่วมกันจัดกิจกรรม รวมกลุ่มใช้สิทธิเพื่อการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด ตาม ป.อาญา ม.112, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

คำฟ้องระบุพฤติการณ์ กรณีจำเลยทั้งสองชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 ที่บริเวณแยกราชประสงค์ โดยจำเลยที่ 1-2 ใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวปราศรัย มีเนื้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ โดยมีเจตนาทำลายสถาบัน พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย และอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพพระมหากษัตริย์ เหตุเกิดที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ โดยนายชูเกียรติ จำเลยที่ 2 ถูกฝากขังระหว่างสอบสวน ไม่ได้ประกันตัวในคดีความผิดตาม ม.112 คดีอื่น และถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 หลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลนัดสอบคำให้การและนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 5 ก.ค. 2564 เวลา 09.00 น.

ต่อมานายสิรภพ จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และคดีมีอัตราโทษจำคุกสูง กรณีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ 1 อาจก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ซ้ำอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณา ยกคำร้อง

เมื่อเวลา 18.40 น ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม น.ส.ปนัสยา ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหลังยื่นประกันจากศาล โดยมีน.ส. ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว น.ส.เบนจา อะปัญ แนวร่วมกลุ่มราษฎร พร้อมประชาชนจำนวนหนึ่งได้มาต้อนรับและให้กำลังใจพร้อมถือป้ายผ้า เขียนข้อความว่า “รับเพื่อนกลับบ้าน”

น.ส.เบนจากล่าวภายหลังการรอคอยร่วมชั่วโมงว่า ตอนนี้รุ้งได้ออกมาแล้ว และขึ้นรถกลับบ้านพร้อมครอบครัวทันที เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลียจากการอดอาหารมานาน โดยจะไปให้แพทย์ดูอาการที่โรงพยาบาล สำหรับการปล่อยตัวรุ้งนั้น ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ยังไม่เป็นชัยชนะ เพราะยังมีเพื่อนของเราถูกคุมขังอีกหลายคน

ขณะที่ทางน.ส.ปนัสยาได้ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วออกมาจากรถ ก่อนจะกลับไปทันที โดยมีประชาชนส่งเสียงร้องด้วยความดีใจกับอิสรภาพที่เฝ้ารอมานาน

จากนั้น ได้เปิดเผยคลิปเสียงของ น.ส.ปนัสยา ระบุว่า “กลับมาแล้ว ตอนอยู่ที่ศาล ได้ยินเสียงทุกคนเลย นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวตอนได้ยินเสียงเพลงฝากรักถึงผีเสื้อ หวังว่า เราคงจะฟังข่าวดีของเพื่อนๆ เราทุกคนเร็วๆ นี้” ภายหลังมีการเปิดคลิปเสียง ประชาชนที่มารอต้อนรับก็แยกย้ายกันเดินทางกลับ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน