ฝ่ายค้านเล็งยื่น
ซักฟอกรัฐบาล
‘บิ๊กตู่’ หย่าศึก ‘สิระ-หมอเหรียญทอง’ ยันโรงพยาบาลสนามเปิดได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตเพราะถือเป็นเหตุฉุกเฉิน เผย ‘บิ๊กป้อม’ หัวพน้าพปชร.เรียกส.ส.พรรคไปจัดการแล้ว ‘สิระ’ แจงส่งหนังสือถึงนายกฯ แค่ขอข้อมูล ไม่ใช่เชิญมาชี้แจง ฝ่ายค้านจัดทีมเตรียม อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ 65 ห่วงจัดงบแบบเก่า ไม่มีเรื่องโควิด ลุยจี้ป.ป.ช. ไต่สวน ‘บิ๊กตู่’ แก้โควิดล้มเหลว ส่อทุจริต ปล่อยข้าราชการแสวงประโยชน์ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เล็งยื่นซักฟอกซ้ำ ‘อนุทิน’ ไม่หวั่น ตกเป็นเป้า
‘บิ๊กตู่’เผยเคลียร์ปมรพ.สนามแล้ว
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งระหว่างนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลพระมงกุฎวัฒนะ เรื่องการ จัดตั้งโรงพยาบาล(ร.พ.)สนามพลังแผ่นดินว่า “เรียบร้อยแล้ว คุยกันแล้ว อย่าเอาไปเป็นประเด็นมากนักเลย และไม่ใช่ไม่ทราบ ผมทราบและได้สั่งการไปแล้ว ขณะที่พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคก็เรียกจัดการไปแล้ว”
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วยังให้มีการ เปิดใช้ร.พ.สนามพลังแผ่นดินได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาก็ดูแลอยู่แล้วนี่ เปิดให้บริการได้แล้วไม่ใช่เหรอ เพราะเป็นวาระฉุกเฉิน ไม่ต้องขออนุญาตอะไร เพียงแต่ทำให้เข้ากติกาหลักเกณฑ์ก็เปิดได้ ดังนั้นอาจจะมีคนไม่เข้าใจไปขัดแย้งอะไรก็ว่ากันไป อย่านำเป็นประเด็นนักเลย
‘สิระ’แจงขอข้อมูลนายกฯ
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิ มนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทำหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ มาชี้แจงเรื่องร.พ.สนามของพล.ต.นพ.เหรียญทอง ในวันที่ 24 พ.ค.ว่า ถ้าอ่านดี ไม่ใช่การเชิญ เป็นเพียงหนังสือสอบถามขอข้อมูลจากนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของขั้นตอนการทำงานในกมธ. ที่มีประชาชนร้องเรียนมา ก็ทำตามหน้าที่ เพราะถ้าปล่อยไปให้ผิดกฎหมายไม่ได้ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่การกล่าวอ้างว่าเป็นทหาร แล้วจงใจทำผิดกฎหมาย จะถูกต้องหรือไม่ ส่วนการขอข้อมูลจากนายกฯ ถ้าไล่ดูการทำงานของกมธ. จะพบว่าเคยขอข้อมูลในลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว
ต่อข้อถามว่าหลายฝ่ายมองว่านายสิระกังวลพล.ต.เหรียญทองจะลงเล่นการเมืองในอนาคต นายสิระกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้ง วันนี้ไม่ใช่เวลาหาเสียงหรือเล่นเกมการเมือง แต่เป็นการทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน ตนไม่มีความกังวลใดๆ ถ้าอนาคตมีคนดีมีความสามารถเข้ามาทำเพื่อประชาชน ตนจะขอกลับไปพักผ่อนอยู่บ้านในชีวิตส่วนตัวในอายุ 57 ปี
พร้อมสงบศึกหมอเหรียญทอง
เมื่อถามว่าจะเคลียร์ใจกันหรือไม่ นาย สิระกล่าวว่า ตนไม่มีเรื่องขัดแย้ง หรือขัด ประโยชน์ใดๆ ส่วนตัวเคารพ นพ.เหรียญทอง ถ้าร่วมมือกันทำเพื่อประชาชน ตนก็ทำหน้าที่ส.ส. หมอก็ทำหน้าที่แพทย์ ต่างเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและมาช่วยเหลือชาวบ้านร่วมกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ขอย้ำว่า ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งส่วนตัว และพร้อมพูดคุยอย่างสันติกับทุกฝ่ายที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
“ถ้ามาพูดคุยกัน สร้างความเข้าใจ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความมั่นใจกับประชาชน ทำไมที่อื่นเปิดได้ แต่ทำไมที่นี่กลับมีปัญหา และไม่ออกมาพูดคุยกับชาวบ้านที่เขาคัดค้าน เมื่อมีคนค้าน จะกี่คนก็คือประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงเรียกร้องสิทธิให้กับตัวเอง จะมาตีความว่าคนคัดค้านน้อยเท่ากับไม่มี ไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และไม่ใช่ประกาศว่าพร้อมทำผิดกฎหมาย บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร แบบพื้นที่บ้านตน 3 ไร่ครึ่ง ถ้าอยากได้รายได้จากร.พ.สนาม ก็ลุกขึ้นมาตั้งได้โดยไม่ต้องเคารพต่อกติกาของบ้านเมืองก็ได้ใช่หรือไม่” นายสิระกล่าว
‘ชวน’ถก 4 ฝ่ายรับเปิดสภา
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 พ.ค. ตนพร้อมด้วยนายสุชาติ ตันเจริญ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา มีนัดประชุม 4 ฝ่าย ทั้งคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา และตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหารือวิธีการจัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไม่อาจทราบว่าอนาคตเป็นอย่างไร จึงเชื่อว่าการหนีปัญหาไม่มีวันจบ ดังนั้นต้องหาวิธีการบริหารจัดการให้อยู่ได้
มาตรการเบื้องต้นจะกำหนดให้บุคคลทุกคนที่เข้ามาสภาต้องฉีดวัคซีน ตั้งแต่ ส.ส. ฝ่ายเจ้าหน้าที่สภาที่เกี่ยวข้องใกล้ชิด อาทิ สำนักการประชุม สำนักกรรมาธิการ โดยได้เริ่มทยอยให้ฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งน่าจะพร้อมก่อนการเปิดสมัยประชุมสภา แต่อาจฉีดวัคซีนได้ไม่ครบ 100% เพราะมี ส.ส.และบุคลากรบางส่วนแสดงความประสงค์ไม่ฉีดวัคซีน ซึ่งกรณีนี้ต้องมีใบรับรองผลการไม่ติดเชื้อโควิด-19 มาแสดงก่อนเข้าสภา
นอกจากนี้ ยังขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาเพิ่มความเข้มข้นต่อมาตรการป้องกันในทางปฏิบัติ หากพบว่า ส.ส.หรือบุคคลใด ไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือมีอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ก็ไม่อนุญาตให้เข้าสภาทันทีโดยไม่ต้องเกรงใจ
กางวาระประชุมกฎหมายสำคัญ
ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จะมีการประชุมภายในสภาเป็นระยะเพื่อดูแลการประชุมสภาให้เป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุขและเพื่อสร้างความปลอดภัยแก่สมาชิกรวมถึงบุคคลในวงงาน โดยขณะนี้ประธานสภาได้ประสานไปยัง รมว.สาธารณสุขเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับวัคซีนเข็มแรก โดยเริ่มจากส.ส. เจ้าหน้าที่สภาที่ปฏิบัติงานรองรับสมาชิก รวมถึงผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการควบคุม ผู้ติดตามสมาชิกด้วย ส่วนกรณีที่มีส.ส. และบุคลากรไม่ประสงค์ฉีดวัคซีนนั้น อยู่ระหว่างหารือว่าจะให้มีการรับรองผลด้วยวิธีใด เช่น ตรวจ Swab test
ส่วนการประชุมสภาสมัยสามัญ เบื้องต้นในวันที่ 27 พ.ค. จะพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับคือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 และ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หากไม่เสร็จจะพิจารณาต่อในวันที่ 28 พ.ค.
วันที่ 31 พ.ค. ถึงวันที่ 2 มิ.ย. จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2565 ซึ่ง ครม.แจ้งว่าจะส่งร่างมายังสภาในวันที่ 17 พ.ค. และเริ่มนับ 1 ในวันดังกล่าว โดยตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาพิจารณาให้เสร็จภายใน 105 วัน ดังนั้น จะครบกำหนดในวันที่ 29 ส.ค. จากนั้นจะส่งต่อไปให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 20 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 18 ก.ย.

สอบนายกฯ – พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แก้ปัญหาโควิดล้มเหลว และกระทำ ผิดกฎหมายหลายมาตรา ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 13 พ.ค.
ฝ่ายค้านยื่นป.ป.ช.ไต่สวน‘บิ๊กตู่’
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัวแทน 6 พรรคร่วม ฝ่ายค้าน อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นพ.เรวัต วิศรุตเวช รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชา ชาติ (ปช.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) เข้ายื่นหนังสือต่อประธานป.ป.ช.
ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีพฤติการณ์ไม่สุจริต ส่อทุจริต ไม่ถือผลประโยชน์ของประเทศเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และรู้เห็นหรือยินยอมให้ข้าราชการในปกครองใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 26, 47, 53, 55, 62, 164, 234 และมาตรา 235 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ร.บ.ส่งเสริม การลงทุน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 28 (1), (2) และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ไม่ปฏิบัติตามรธน.-ฝ่าฝืนจริยธรรม
นายประเสริฐกล่าวว่า 1.พล.อ.ประยุทธ์ จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ประชาชนทุกคนได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุขที่ครบถ้วน ทั่วถึง แต่กลับดำเนินการบกพร่องในหลายๆ เรื่อง เช่น การจัดหาวัคซีน ที่ไม่พอฉีดให้พี่น้องประชาชน ไม่มีวัคซีนทางเลือกให้ประชาชน อีกทั้งมาตรฐานในการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งผู้ป่วยที่บ้าน และการส่งต่อผู้ป่วย
2.นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่ยึดประโยชน์ของชาติ นายกฯ และผอ.ศบค.ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ไม่ยึดหลักนิติธรรม เห็นประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ปล่อยให้ผู้ที่ตนเองแต่งตั้งและบุคคลใกล้ชิดมาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยเฉพาะการเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ และการส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ขาดตลาดและมีราคาแพง เมื่อเกิดเรื่องขึ้น
3.การรับมือการระบาดของโรคทั้ง 3 รอบที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์จงใจ ไม่ดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดการระบาดของโรค โดยเฉพาะการไม่ดำเนินคดีและไม่ลงโทษรัฐมนตรี ที่ไปใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวย่านทองหล่อ ทั้งที่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.โรคติดต่อ นอกจากนี้ยังรัฐมนตรีในรัฐบาลอีกคนหนึ่ง จัดงานในช่วงสงกรานต์ จนเกิดการแพร่ระบาดของโรค มีผู้ติดเชื้อหลายรายและมี ผู้เสียชีวิต
4.รัฐบาลกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย สร้างความล้มเหลวระบบป้องกันโรคระบาด ล้มเหลวระบบให้การรักษาพยาบาล และล้มเหลวระบบช่วยเหลือการเยียวยา
เล็งซักฟอกรัฐบาลแบบไม่ลงมติ
นายประเสริฐกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ วันที่ 27 พ.ค.ว่า อาจจะพิจารณาร่างพระราชกำหนด 2 ฉบับก่อน ส่วนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 คาดว่าจะพิจารณาวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เตรียมการอภิปรายงบประมาณไว้แล้ว จากการศึกษาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว พบว่า 6 ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ไม่มีการพูดถึงเรื่อง โควิด เป็นการจัดงบแบบเก่า ซึ่งฝ่ายค้านห่วงใยเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาโควิดเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ขณะที่ 6 ยุทธศาสตร์เป็นการจัดทำงบแบบเดิมๆ พรรคฝ่ายค้านขอเตือนรัฐบาลว่าการใช้งบ ควรใช้เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และควรเรียงลำดับความสำคัญของปัญหา และนำงบไปใช้แก้ปัญหาที่จำเป็นต่อไป
เมื่อถามว่าการขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติเหมาะสมหรือไม่ในช่วงนี้ นายประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้เรามีข้อมูลที่เพียงพอขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ แต่จะต้องหารือกันในพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้งก่อน
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้ยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเลย เนื่องจากรัฐบาลแก้ไขปัญหาบกพร่อง ล้มเหลวอย่างรุนแรง แต่ขึ้นอยู่กับการหารือของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตนคิดว่าสถานการณ์นี้เหมาะสมที่สุดที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากได้ยื่นร้อง ป.ป.ช.เอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว
จับตาการจัดสรรงบปี 65
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลยังไม่ได้มีมติอย่างเป็นทางการว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าทุกวันนี้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นกับรัฐบาลว่าจะป้องกันและจัดการการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายสิ่งที่ไม่ควรเกิดแต่กลับเกิดขึ้น เพราะการปล่อยปละละเลยของ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ทั้งการกระจายความเสี่ยงจัดหาวัคซีน การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและระบบจัดสรรเตียงให้ผู้ป่วย ระบบตรวจเชิงรุก การ กระจายความเสี่ยงจัดหายารักษาก็มีปัญหา ดังนั้น ประชาชนไว้วางใจไม่ได้แล้ว คิดว่าเราต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่าจะใช้เวทีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 อภิปรายเรื่องความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า อะไรที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องพูดถึง ส่วนอะไรที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจต้องดูเรื่องงบประมาณต่างๆ ด้วย ตอนนี้ที่เฝ้าติดตามคือ การจัดสรรงบ สมควรแก่เหตุหรือไม่ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีความจำเป็นยังคงเกิดขึ้นหรือไม่ ในหลายโครงการที่มีร่องรอยการร้องเรียนทุจริต อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง เช่น กรณีโคกหนองนาโมเดล จะยังขับเคลื่อนโครงการในลักษณะนี้ต่อไปหรือเปล่า
จี้‘ประยุทธ์-อนุทิน’ลาออก
ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์หลีกหนีความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ สิ่งที่ทำให้คนไทยเสียโอกาส คือประเทศไทยมีวัคซีนแค่ 2 ยี่ห้อ อย่าลืมว่าวัคซีนซิโนแวคยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ในการทดสอบขั้นที่ 3 โดยในอนาคตอาจจะได้รับการรับรอง แต่วัคซีนซิโนแวคพัฒนามาจากการป้องกันเชื้อโควิด-19 จากสายพันธุ์ อู่ฮั่นเดิม ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะป้องกันสายพันธุ์อังกฤษได้หรือไม่ แต่ทราบว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าป้องกันสายพันธุ์อู่ฮั่นและอังกฤษ แต่ยังไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์บราซิล แอฟริกาใต้ และอินเดียได้ และทั้ง 3 สายพันธุ์จะมีการกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ดังนั้น เราจะต้องฉีดวัคซีนแบบนี้ไปเรื่อยๆ หรือ สายพันธุ์ละ 2 เข็ม ถ้ามี 6 สายพันธุ์ก็ต้องฉีด 12 เข็ม
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นใหญ่หลวง คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม อยากให้ลาออก แล้วให้หมอมาจัดการเรื่องนี้ เหมือนช่วงแรกที่เราป้องกันโควิด-19 ได้ 100% และไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีน เราไม่มี ผู้ติดเชื้อติดกัน 5-6 เดือนยังทำได้ แต่เพราะความประมาทของพล.อ. ประยุทธ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยประสบชะตากรรมจนถึงทุกวันนี้” นายมงคลกิตติ์กล่าว
ก้าวไกลลุยเชือด‘ธรรมนัส’
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กรณีที่เคยถูกศาลออสเตรเลียสั่งจำคุกคดียาเสพติดว่า พรรคก้าวไกลยืนยันจะเดินหน้ายื่นต่อป.ป.ช. ให้มีการไต่สวนกรณี ร.อ.ธรรมนัส เพราะมองว่าปล่อยผ่านไม่ได้ การที่ยอมให้มีรัฐมนตรีซึ่งมีประวัติอย่างชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการส่งออกยาเสพติดไปยังต่างประเทศ และถูกพิพากษาจำคุกยังต่างประเทศชัดเจน มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะกระทบบรรทัดฐานทางการเมือง และมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง
ขณะนี้พรรคก้าวไกลได้ร่างคำร้องไว้แล้ว แต่ยังรอคำพิพากษากลางของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ และรอดูความรับผิดชอบของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแต่งตั้ง ร.อ. ธรรมนัส ขึ้นเป็นรัฐมนตรี จะดำเนินการอย่างไร จะยังยินยอม ยังจะอุ้ม ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ หากไม่มีการดำเนินการอะไรต่อจากนี้ และมีคำพิพากษากลางของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว พรรคจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ทันที คาดว่าสัปดาห์หน้าคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญจะออกอย่างเป็นทางการ
‘เสี่ยหนู’ไม่หวั่น-ชี้แจงได้
ที่ อสมท นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เรื่องการบริหารจัดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ยืนยันว่าที่ผ่านมา ทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่ย่อท้อ ไม่เหนื่อย เพราะต้องการให้ทุกคนปลอดภัย ดังนั้น มั่นใจว่าทุกสิ่งที่ทำ เราทำเพื่อประชาชนมาโดยตลอด หากฝ่ายค้านจะให้ชี้แจงก็สามารถชี้แจงได้ เนื่องจากทำโดยสุจริต ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านพุ่งเป้าการอภิปรายมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ กับนายอนุทิน ที่บริหารงานผิดพลาดจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้น หากวิจารณ์ว่าระบบสาธารณสุขล้มเหลว ตนก็รับฟังและหันกลับมาทบทวนดูว่าเราล้มเหลวตรงไหน ผู้ที่ติดเชื้อทุกรายเข้าถึงมือแพทย์ทุกคน ไม่มีใครถูกทอดทิ้ง ระบบการให้บริการรักษา โรงพยาบาลก็เปิดให้ ผู้ป่วยเข้าถึง แบ่งตามระดับสีอย่างเพียงพอ เรามีฮอตพิเทลและโรงพยาบาลสนามไว้ดูแล ผู้ป่วยไม่แสดงอาการมาก และวันที่ 14 พ.ค. เปิดโรงพยาบาลบุษราคัม ที่เมืองทองธานี ที่จะดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีอาการมาก หรือสีเหลือง ที่จะรับดูแลผู้ป่วยได้เกือบ 5 พันคน และมีมาตรฐานที่เป็นสากลของการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ รัฐบาลยังหาวัคซีนอย่างเพียงพอ จึงต้องอธิบายให้เห็นถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ รวมถึงนายกฯ ก็ลงมาบริหารจัดการด้วยตัวเองทั้งที่ตัวท่านจะสั่งอย่างเดียวก็ได้ แต่ลงมาแสดงความรับผิดชอบบริหารจัดการด้วยตัวเอง

วอนช่วย – ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง นำรถจอดป้ายรถเมล์หน้าสำนักงานก.พ. ฝั่งทำเนียบรัฐบาล เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ช่วยเจรจาผู้ประกอบการไฟแนนซ์ลดดอกเบี้ย หรือช่วยหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด เมื่อวันที่ 13 พ.ค.