ย้ายด่วนเจ้าพนักงานป่าไม้หลังโดนจับเรียกรับเงินใต้โต๊ะป.ป.ช.ร่วมตำรวจรวบคาสำนักงานที่พิษณุโลก ขณะมือกำเงินของกลาง 4 พันบาท ‘จตุพร บุรุษพัฒน์’สั่งตั้งกรรมการสอบแล้ว พาดพิงใครโดนหมด ชี้โทษถึงไล่ออก

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก (ทสจ.พิษณุโลก) เปิดเผยว่า สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีคำสั่งด่วนที่สุด คำสั่งที่ 553/2564 ลงนาม นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองปลัด ทส. ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ระบุให้ นายสุทธิชัย พุ่มมาลัย ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ ทสจ.พล ไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานปลัด ทส. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.เป็นต้นไป จนกว่ามีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สาเหตุมาจากกรณีนายสุทธิชัยกระทำความผิด เรียกรับเงินค่าออกใบอนุญาต ไปประจำสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ ขณะนี้ทสจ.พิษณุโลก ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน พร้อมเสนอให้ลงโทษวินัยสูงสูด คือ ไล่ออก

ทั้งนี้ เนื่องจากนายวิฑูรย์ วรโชติพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจ.พิษณุโลก ทีมสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันจับกุม นายสุทธิชัยพร้อมเงินสด 4,000 บาท ซึ่งเป็นค่ามัดจำล่วงหน้าจากผู้เสียหาย ที่บริเวณชั้น 1 ภายในสถานที่ สำนักงานทสจ.พิษณุโลก

โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ประจำ จ.พิษณุโลก ว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2564 ผู้เสียหายได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพื่อขอออกใบอนุญาตค้าไม้ปีละ 1,000 บาท และค่าธรรมเนียมขออนุญาตค้าสิ่งประดิษฐ์ปีละ 2,000 บาท ซึ่งรวมทั้งหมดเพียง 3,000 บาทเท่านั้น แต่นายสุทธิชัย พุ่มมาลัย ได้ขอเงินเพิ่มอีกใบละ 10,000 บาท รวม 20,000 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียม พร้อมบอกให้ ผู้เสียหายนำเงินมัดจำ 4,000 บาท มามอบให้ ในวันที่ 12 พ.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. พร้อมได้นำหลักฐานคลิปเสียงการพูดคุยทางโทรศัพท์มอบให้ ป.ป.ช.อีกด้วย

จากนั้น ผอ.ป.ป.ช.ประจำ จ.พิษณุโลก พร้อมทีมสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้วางแผนเข้าจับกุมนายสุทธิชัย ขณะถือเงินสดอยู่ในมือ ซึ่งได้ถ่ายสำเนาธนบัตรใบทั้งหมดเอาไว้เป็นหลักฐาน ในการเข้าจับกุมในครั้งนี้ด้วย

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับรายงานข้อเท็จจริง กระทรวงได้ออกคำสั่ง ที่ 553/2564 ลงวันที่ 12 พ.ค. 64 สั่งการให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมาปฏิบัติราชการประจำสำนักงานปลัดกระทรวง ไว้ก่อน และได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ความชัดเจนภายใน 7 วัน ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนี้ จะเป็นการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายในเบื้องต้น ทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด และผู้ที่ได้รับความเสียหาย ตามระเบียบของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้หากพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดจริง จะดำเนินการลงโทษ รวมถึงหากการสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่า มีกรณีพาดพิงถึงบุคคลใด หรือมีประเด็นข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติม ก็ให้ดำเนินการสืบสวนไปในคราวเดียวกัน

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ทส.มีนโยบายให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัป ชั่นมาอย่างต่อเนื่อง และได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการทุกระดับปฏิบัติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม มีเกียรติและศักดิ์ศรี ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ อดทน กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน เพื่อให้กระทรวงเป็นความหวัง เป็นที่พึ่งในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ยังได้แจ้งกำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ เรื่องการต่อต้าน ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน