กรณี‘อัพ’เกมเมอร์ดัง
ช่วยช้า-ทำให้เสียชวต
นนท์ปิดอพาร์ตเมนต์
ป่วยเพิ่ม2,256ตาย30
คลัสเตอร์คุก-อีก508

คลัสเตอร์คุกติดโควิดอีก 508 คน หลังตรวจเชิงรุกในคุกคลองเปรม พบนักโทษ 506 เจ้าหน้าที่อีก 2 คนผลตรวจเป็นบวก ไทยติดเชื้อเพิ่ม2,256 ราย ยอดเกือบแสน ตายอีก 30 สะสม548 ราย กทม.ยังเยอะสุดป่วยรายวัน 1,087พบอาการหนัก 1,203 ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
408 ผู้ว่าฯ นนท์สั่งปิดอพาร์ตเมนต์ย่านถนนพิบูลสงคราม 10 วัน หลังพบคนในคอนโดฯติดเชื้อเกือบร้อย ปากน้ำพบป่วยอีก 121 เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เจ้าหน้าที่ กทม.ติดเชื้อ ต้องกักตัววุ่น ‘อัศวิน’ ก็เสี่ยง ด้านแม่ ‘อัพ VGB’เกมเมอร์ดังเหยื่อดับจากโควิดยื่นฟ้องศาลปกครอง เรียกค่าเสียหายจาก ‘บิ๊กตู่’ และ ศบค.4.5 ล้าน เหตุช่วยเหลือล่าช้า ทำลูกเสียชีวิต

ติดโควิดเพิ่ม 2,256-ตายอีก 30

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 2,256 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,068 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,523 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 545 ราย มาจากการคัดกรองเชิงรุกในเรือนจำ 183 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 96,050 ราย หายป่วยสะสม 62,316 ราย อยู่ระหว่างรักษา 33,186 ราย อาการหนัก 1,203 ราย ใส่ท่อ ช่วยหายใจ 408 ราย

มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 30 ราย เป็นผู้ชาย 16 ผู้หญิง 14 ราย อายุ 15-85 ปี โดยเด็กวัย 15 ปี พิการทางสมองและติดเตียง อยู่ในกทม. 11 ราย ราชบุรี 4 ราย ปทุมธานี สระแก้ว จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุโขทัย มหาสารคาม เชียงราย สุพรรณบุรี นนทบุรี ร้อยเอ็ด พัทลุง สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงโรคประจำตัวยังเหมือนเดิม ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง มะเร็ง อ้วน และผู้ป่วย ติดเตียง ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว ที่สำคัญมีไปร่วมงานเลี้ยง และมีอาชีพเสี่ยง เป็นคนขับแท็กซี่อีก 2 คน ซึ่งที่ประชุม ศปก.ศบค.ให้กรมควบคุมโรคทำสถิติความเสี่ยงต่างๆ เพื่อจัดลำดับของผู้ที่มีความสำคัญในการเข้ารับวัคซีนซึ่งอาชีพของคนขับรถสาธารณะก็จะอยู่ในนี้ด้วย

ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 548 ราย ส่วนระลอก เม.ย. ติดเชื้อสะสม 67,187 ราย หายป่วย 34,890 ราย เสียชีวิต 454 ราย อาการหนัก 1,203 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 408 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 161,824,477 ราย เสียชีวิตสะสม 3,358,513 ราย

“ตัวเลขการเข้าแอดมิตจนเสียชีวิต พบว่า ยอดวันของการนอนใน ร.พ.เห็นระยะนานขึ้นมากกว่า 2 สัปดาห์ถึงเสียชีวิต ดังนั้น อัตราครองเตียงต้องนอนในร.พ. จากเดิมประมาณครึ่งเดือนหรือ 14 วัน คนอาการไม่มากก็ออกไปได้ แต่ในรายอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิต เมื่อไปดูข้อมูลสะสมพบว่า ใช้เวลานอน ร.พ.ยาวนานเดือนกว่าๆ จึงต้องมีการเตรียมพร้อมหาเตียงเพิ่มเติมมารองรับว่าต้องใช้พื้นที่เตียงใน ร.พ.เท่าไร” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

คลัสเตอร์ – สำนักอนามัย กทม. และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง สธ. ตรวจคัดกรองคนงานบริษัทอิตาเลียนไทยฯ หลังพบผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมากกลายเป็นคลัสเตอร์แห่งใหม่ของกทม. บริเวณสถานที่ก่อสร้างข้างร.พ.จุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 14 พ.ค.

ลุยตรวจแคมป์คนงานทั่วกรุง

“ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีการพูดถึง การค้นหาเชิงรุกในพื้นที่กทม.ของวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า มียอดทั้งสิ้น 7,247 ราย พบเชื้อ 359 ราย จึงขอเตือนว่า โควิด-19 ใกล้เข้า ขอให้ประชาชนระมัดระวังตัว ขณะที่การค้นหา เชิงรุกในพื้นที่เข้มข้น 11 เขตของกทม. ประกอบด้วย ดินแดง วัฒนา คลองเตย หลักสี่ ลาดพร้าว ราชเทวี พระนคร ดุสิต ป้อมปราบ ศัตรูพ่าย สวนหลวง และจตุจักร พบว่าบางจุด เช่น แคมป์คนงานก่อสร้างในเขตหลักสี่ มีผู้ติดเชื้อถึง 21.99% แคมป์คนงานก่อสร้างในเขตวัฒนา มีผู้ติดเชื้อ 14.25% ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ระมัดระวังสอดส่องคนงาน หลังจากนี้ กทม.จะเข้าไปค้นหาเชิงรุกในแคมป์คนงานก่อสร้างทั่วทุกเขตในกทม. ในส่วนของสำนักงานประกันสังคม จะกระจายการค้นหาเชิงรุกให้กับ ผู้ประกันตน ใน 9 จังหวัด คือ กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ สมุทรสาคร ภูเก็ต และระยอง”

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า มีข้อมูลการค้นหา เชิงรุกในชุมชนที่มีการระบาดหนักก่อนหน้านี้ ทั้งปทุมวัน สาทร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ จตุจักร ซึ่งชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน มีผู้ติดเชื้อสะสม 131 ราย สัมผัสเสี่ยงสูง 400 ราย สัมผัสเสี่ยงต่ำ 12,500 ราย ค้นหาเชิงรุกแล้ว 8,872 ราย ถือว่าแนวโน้มควบคุมการระบาดได้ เช่นเดียวกับเขตอื่นๆ ก็มีแนวโน้มควบคุมการระบาดได้เช่นเดียวกัน มีเพียงเขตจตุจักรที่มีการตรวจบริษัทรถทัวร์ ซึ่งมีการติดเชื้อในที่ทำงาน ที่มีผู้ติดเชื้อสะสม 28 ราย สัมผัสเสี่ยงสูง 393 ราย ค้นหาเชิงรุกแล้วทั้งหมด ขณะนี้กักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นเวลา 14 วัน และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังผู้ป่วยเพิ่มเติม

กทม.ยังป่วยพุ่ง 1,087

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 5 ราย มาจากกัมพูชา 2 ราย เป็นนักคอมพิวเตอร์ทั้งคู่ ไปทำงานที่กัมพูชา ตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันที่ 6 ในสถานกักกันตัว มาเลเซีย 2 ราย โดยทั้ง 4 คนเป็นคนไทย ที่เดินทางกลับเข้ามาอย่างถูกต้อง ซึ่งต้องขอบคุณอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีก 1 ราย

สำหรับ 10 อันดับที่มีการติดเชื้อสูงสุดวันนี้ ได้แก่ 1.กทม. 1,087 ราย สะสม 23,561 ราย 2.ปทุมธานี 157 ราย สะสม 1,739 ราย 3.นนทบุรี 131 ราย สะสม 4,244 ราย 4.สมุทรปราการ 121 ราย สะสม 3,735 ราย 5.ชลบุรี 64 ราย สะสม 3,609 ราย 6.ประจวบคีรีขันธ์ 52 ราย สะสม 1,431 ราย 7.สมุทรสาคร 46 ราย สะสม 1,730 ราย 8.ระยอง 33 ราย สะสม 762 ราย 9.พระนคร ศรีอยุธยา 29 ราย สะสม 811 ราย และ 10.นครศรีธรรมราช 25 ราย สะสม 680 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จังหวัดสีขาวที่ไม่มีรายงานติดเชื้อในวันนี้มี 16 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลพบุรี สุรินทร์ ตราด ตาก น่าน กาฬสินธุ์ พะเยา เลย ชัยนาท หนองคาย แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุทัยธานี และสตูล ซึ่งทางจังหวัดและประชาชนร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็ง ขณะที่ข้อมูลผู้ติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑลมีถึง 1,563 ราย ส่วนอีก 71 จังหวัด มีเพียง 505 ราย กทม.และปริมณฑล ถือเป็นสามเท่าของจังหวัดอื่นๆ

เผยคนรอบตัวติดเชื้อเฉลี่ย 5 คน

โฆษกศบค. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กทม.รายงานผลการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ต่างๆ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.จุดตรวจสนามกีฬา ธูปะเตมีย์ ตรวจ 1,278 ราย พบเชื้อ 68 ราย 2.กทม.ศูนย์ดินแดง ตรวจ 1,668 ราย พบเชื้อ 62 ราย 3.คลองเตย โรงเรียนชุมชนฯ ตรวจ 988 ราย พบเชื้อ 52 ราย 4.จุดตรวจชุมชนสีลม ซึ่งเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์พ่อค้าพลอยจ.จันทบุรี ตรวจ 1,016 ราย พบเชื้อ 107 ราย 5.จุดตรวจห้วยขวาง ตรวจ 510 ราย พบเชื้อ 15 ราย 6.จุดตรวจรองเมือง ตรวจ 491 ราย พบเชื้อ 25 ราย 7.จุดตรวจเคหะหลักสี่ ตรวจ 509 ราย พบเชื้อ 4 ราย และ 8.จุดตรวจตลาดกลางดินแดง ตรวจ 787 ราย พบเชื้อ 26 ราย ภาพรวมตรวจทั้งหมด 7,247 ราย พบเชื้อ 359 ราย

“ตอนนี้กทม.คนรอบตัวเราบางกลุ่มบางพื้นที่พบเฉลี่ยติดเชื้อ 5 คน ข้อมูลชุดนี้ขอให้ประชาชนรับทราบว่าใกล้ตัวมาก และขอให้ดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด มาตรการการผ่อนคลาย จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม แต่สุขอนามัยส่วนบุคคลขอให้ดูแลอย่างดี” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับการรายงานเมื่อวานถึง 15 เขตในกทม. ซึ่งมี 11 เขต ยังติดเชื้อสูง และ 4 เขตที่เริ่มควบคุมโรคได้นั้น วันนี้มีรายงานผลการตรวจเชิงรุก มีดังนี้ 1.เขตดินแดง ตลาดห้วยขวาง พบอัตราติดเชื้อ 1.48% แฟลตดินแดง พบ 3.26% 2.เขตวัฒนา ตรวจแคมป์คนงานก่อสร้าง 2 แห่งที่อยู่ติดกัน คนเป็นพัน พบ 1,274 ราย คิดเป็น 4.25% 3.เขตคลองเตย ที่พักคนงานก่อสร้างยังรอผลอยู่ ส่วนชุมชนแออัดคลองเตยพบ 3.85% 4.เขตหลักสี่ พบเยอะคือแคมป์ก่อสร้างคนงาน ติดเชื้อรายใหม่ 120 ราย สะสม 141 ราย พบถึง 21.99% 5.เขตลาดพร้าว พบบริษัทประกัน แห่งหนึ่ง พบติดเชื้อ 7.7%

6.เขตราชเทวี บริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง สัมผัสจากบ้านและที่ทำงาน พบติดเชื้อ 17.3% และประตูน้ำ สัมผัสที่ทำงาน 3.96% 7.เขตพระนคร ปากคลองตลาด พบ 5.58% 8.เขตดุสิต สี่แยกมหานาค/สะพานขาว/ตลาดผลไม้ พบติดเชื้อ 3.52% 9.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เสือป่า วงเวียน 22 ก.ค. วรจักร และโบ๊เบ๊ ยังรอผลตรวจ 10.เขตสวนหลวง ชุมชนโมราวรรณ พบ 8.85% 11.จตุจักร เป็นเรื่องของทางเรือนจำที่เกิดขึ้น

“ส่วนปทุมวัน (ชุมชนบ่อนไก่) สาทร (บริษัทขายตรง ตึกเอมไพร์) ป้อมปราบ ศัตรูพ่าย (ชุมชนวัดโสมนัส) สัมพันธวงศ์ (สำเพ็ง) และจตุจักร (บริษัทรถทัวร์) สามารถควบคุมการระบาดได้” นพ.ทวีศิลป์กล่าวและว่า ที่ประชุมหารือถึง 11 เขตและหนทางการแก้ไข สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ขอให้ 11 เขตให้ความร่วมมือ ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว สูงสุดที่ติดเชื้อ 21.99% คือ 1 ใน 5 ของการเข้าไปตรวจเจอ คือในแคมป์คนงานก่อสร้าง ส่วนสำคัญคือ ผู้ประกอบการเจ้าของแรงงานหรือสถานที่ ขอให้ร่วมมือแจ้งเบาะแสและขอความร่วมมือกัน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สอดคล้องกับที่กทม.ไปตรวจเพิ่มเติม 14-16 พ.ค.จะไปตรวจแคมป์ก่อสร้างต่างๆ กระจายหลายแห่งทั่ว กทม. ขอให้มาร่วมด้วยช่วยกันตรวจให้มาก และกระทรวงแรงงานที่แจ้งในที่ประชุม โดยสำนักงานประกันสังคม มีทำ 9 แห่ง โดย กทม.คือ 1.สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง 2.ปทุมธานี 3.สมุทรปราการ 4.นนทบุรี 5.ชลบุรี 6.เชียงใหม่ 7.สมุทรสาคร 8.ภูเก็ต และ 9.ระยอง รับตรวจผู้ประกันตนใน 9 จังหวัดนี้

บริการวัคซีน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมสถานที่บริการฉีดวัคซีนนอกร.พ.ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยมีน.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานบริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.

‘บิ๊กตู่’เปิดรพ.สนาม‘บุษราคัม’

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามบุษราคัม โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีผู้นำหลายประเทศ ผู้แทนทูตหลายประเทศด้วยกันพูดถึงประเทศไทย ชื่นชมการจัดการของไทยในการแก้ปัญหาโควิด ซึ่งหลายประเทศยังควบคุมไม่ได้มากนัก และเราพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางที่ไทยเคยปฏิบัติ มีอะไรช่วยเหลือแนะนำได้ ซึ่งเราเป็นประเทศหนึ่งในโลกใบนี้ และเป็นมนุษย์ที่อยู่ในโลกเดียวกันเราต้องช่วยกัน นอกจากนี้ขอบคุณฝ่ายความมั่นคงดูแลชายแดน วันนี้ถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดี เชื่อว่าหาก ร่วมมือกันประเทศไทยของเราจะต้องเอาชนะโรคร้ายครั้งนี้ไปให้ได้อย่างแน่นอน

ต่อมาเวลา 09.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการในส่วนของราชทัณฑ์ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกือบ 3 พันคนว่า เขาดูแลกันอยู่ตอนนี้ ก็เรียนไปแล้วว่ามันอยู่ในพื้นที่ควบคุมจำกัด มีการซีลพื้นที่แล้ว มีหน่วยงานเข้าไปดูแลส่วนหนึ่งแล้ว ก็มีมาตรการลงไป คิดว่ามันต้องเกิดขึ้นได้แน่นอนเพราะเป็นพื้นที่ ที่แออัด เผลอหน่อยไม่ได้เลย เพราะมีคนอยู่ที่ไม่ได้ออก มีคนเข้าคนออก รวมถึงเจ้าหน้าที่ มีการประสานกันอยู่แล้วในขณะนี้คือป่วยแล้ว มีเตียง รักษาหายได้ มันก็แค่นั้น ถ้าเราเทียบต่างประเทศ วันๆ เรายังมีจำนวนผู้ติดเชื้อขึ้นน้อยกว่าเขามาก แต่ถึงจะน้อย ตนก็ไม่มีความสุข เพราะอยากให้มันไม่มีเลย ก็ต้องร่วมมือกัน

พบผู้ติดเชื้อโควิดบนเรือต่างชาติ

ด้าน พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ชี้แจงกรณีพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 บนเรือ BOA DEEP C นั้นว่า จากการ ประสานนายสันติ รักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา ทราบว่าเรือ BOA DEEP C สัญชาตินอร์เวย์ พร้อมลูกเรือ 29 คน ออกเดินทางจากประเทศอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ผ่านทางประเทศสิงคโปร์ และเดินทางมาถึงท่าเรือน้ำลึกเจ้าพระยาสากลจำกัด จ.สงขลา เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เวลา 08.00 น. โดยจนท.ด่านท่าเทียบเรือตรวจสอบเอกสารประจำเรือต่างๆ และเอกสาร การตรวจโรคโควิด-19 ของคนประจำเรือ และทำการสว็อบ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19

พล.ร.ต.ปกครองกล่าวต่อว่า และเวลา 17.00 น.เรือออกจากท่าเทียบเรือเพื่อเดินทางไปอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. เรือ BOA DEEP C ได้รับแจ้ง ผลการตรวจสว็อบ ปรากฏว่าพบลูกเรือติดเชื้อโควิด 6 ราย ประกอบด้วย ชาวยูเครน 2 คน โปแลนด์ 2 คน อินเดีย 1 คน และรัสเซีย 1 คน ซึ่งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสงขลาแจ้งให้เรือเดินทางกลับมาที่จ.สงขลา และจอดทอดสมอบริเวณจุดจอดกักกันโรค ตามที่สำนักงานเจ้าท่า ภูมิภาคสงขลา กำหนด ตั้งแต่ 12 พ.ค.64 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและห้ามเรือเดินทางไปส่งลูกเรือบนแท่นผลิต หรือท่าเรือภายในประเทศ

ทั้งนี้หากเรือประสงค์เดินทางกลับประเทศต้นทางสามารถแจ้งความประสงค์ให้ทราบและสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้สาธารณสุขจังหวัดสงขลากำหนดให้เรือ BOA DEEP C เป็นโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากคนประจำเรือเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด และกลุ่มคนที่ติดเชื้อยังไม่มีอาการรุนแรง ซึ่งจะแยกผู้ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อออกจากกัน และเฝ้าสังเกตอาการทุกวัน

“ศรชล.สั่งการให้หน่วยงานในศรชล.ภาค 2 ในพื้นที่จ.สงขลา จัดเรือออกตรวจสอบเพื่อเฝ้าระวังมิให้มีการขนถ่ายคนและสิ่งของจากเรืออื่นไปยังเรือดังกล่าวหรือการขนถ่ายคนและสิ่งของจากเรือดังกล่าวไปสู่เรืออื่น รวมทั้ง สนับสนุนการปฏิบัติงานของจนท.ควบคุมโรค ตามที่ได้รับการประสาน รวมถึงสั่งการให้ ศรชล.จังหวัด และ ศคท.จังหวัดทั้ง 5 จังหวัดปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ออกตามพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด ในการขอเข้าราชอาณาจักรผ่านด่านทางน้ำที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามคำสั่งศบค. ต้องขออนุญาตจาก ศปก.ศบค. เท่านั้น” โฆษกศรชล. กล่าว

ระยองตายโควิดเพิ่มราย 5

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นรายที่ 5 ของจ.ระยอง ผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 62 ปี เป็นข้าราชการบำนาญ มีที่พักอาศัยอยู่ใน ต.ทับมา อ.เมืองระยอง มีโรคประจำตัว คือเบาหวาน ความดัน ตรวจพบเชื้อ และเข้ารักษา ที่ร.พ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.64 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 พ.ค.64 ด้วยการติดเชื้อโควิด-19

ด้านศูนย์โควิด-19 จังหวัดระยอง แจ้งสถานที่ เสี่ยงหลายแห่งที่มีผู้ติดเชื้อไปใช้บริการ ให้ประชาชนที่เดินทางไปสถานที่เสี่ยงดังกล่าว ไปรับการตรวจคัดกรองที่จุดตรวจคัดกรองเนินอุไร หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน โดยด่วน

นนทบุรีติดเชื้ออีก 115

วันเดียวกัน จ.นนทบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วย ยืนยันโควิด 115 ราย สาเหตุติดเชื้อส่วนใหญ่ภายในตลาดสด สถานที่ทำงาน และภายในครอบครัว เป็นหญิง 54 ราย ชาย 61 ราย ต่างชาติ 48 ราย เป็นพม่า 39 ราย ลาว 7 ราย กัมพูชา 1 ราย สิงคโปร์ 1 ราย

ผู้ป่วยรายใหม่อยู่ใน อ.เมือง 72 ราย อ.ปากเกร็ด 16 ราย อ.บางกรวย 12 ราย อ.บางบัวทอง 9 ราย อ.บางใหญ่ 5 ราย และอ.ไทรน้อย 1 ราย

★ ประจวบฯติดเชื้ออีก 52

นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 52 คน ป่วยยืนยันสะสม 1,431 คน อยู่ระหว่างการรักษา 358 คน สำหรับ ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นคนไทย 14 ราย แรงงานชาวพม่า 36 ราย ชาวกัมพูชา 2 ราย ผู้ป่วยรายใหม่เชื่อมโยงกับการติดเชื้อ 21 คนจากร้านอาหารยาโยอิ ภายในห้างหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ และร้านเจ๊เขียวซีฟู้ดหัวหิน 23 คน

“สำหรับการติดเชื้อโควิดภายในโรงงานสับปะรดกระป๋องบริษัท ควอลิตี้ ไพน์แอปเปิ้ล โปรดักส์ ริมถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี หมู่ที่ 3 บ้านหนองนกน้อย ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน มีผู้ติดเชื้อรวม 219 คน มีการปรับสถานที่ในโรงอาหาร เป็นร.พ.สนาม รองรับผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น”

สระแก้วติดเชื้ออีก 4-ตายเพิ่ม 2

จากคลัสเตอร์งานวันเกิดและงานศพที่ต.หนองหว้า อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว มีผู้ติดเชื้อ 8 ราย ล่าสุดจ.สระแก้วพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย และเสียชีวิตอีก 2 ราย ป่วยสะสม 460 ราย และเสียชีวิตสะสม 3 ราย

เช้าวันเดียวกัน ที่โรงเรียนทรัพย์สมบูรณ์วิทยาคม หมู่ 9 ต.หนองหว้า นายประสิทธิ์ รวดเร็ว ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหว้า พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจ.สระแก้ว เดินทางมาเพื่อเปิดหน่วยคัดกรองเชิงรุกให้ชาวบ้านในต.หนองหว้า โดยมีชาวบ้าน มาลงทะเบียนเพื่อตรวจคัดกรอง 520 คน

นายศุภกิจ ยุวรัตน์ ชาวบ้านหนองหว้า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านจัดงานเลี้ยง วันเกิดภายในหมู่บ้านวังสีทอง มีการว่าจ้างเด็กสายเอ็นเตอร์เทนมาชงเหล้าในงานด้วย และดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครรู้ว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดมาร่วมงาน 1 คน ติดเชื้อจากการดื่มเหล้าขาวแก้วเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับเชื้อต่อเนื่องกัน โดยติดเชื้อกับผู้ใกล้ชิด และกลุ่มเสี่ยงสูงที่เดินทางมาร่วมในงานวันเกิด และงานศพ

ช่วงเย็นวันที่ 13 พ.ค. มีพิธีเผาศพผู้ติดเชื้อโควิดอีก 1 ราย ที่วัดโคกนกขุนทอง อ.เมืองสระแก้ว ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว จึงเดินทางมาตรวจหาคัดกรองหาเชื้อดังกล่าว

อุตรดิตถ์ 10 เดือนติดโควิด

เพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย โดยรายที่ 75,76,77,78 เป็นผู้ป่วยเชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 68,69 และเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อจ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นเครือญาติเดียวกัน ในต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล

ทั้งนี้พบว่าผู้ติดเชื้อรายที่ 75 เป็นเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ และรายที่ 78 เด็กหญิงอายุ 10 เดือน รับเชื้อจากคนในครอบครัว เป็นผู้ป่วย อายุน้อยที่สุดของจ.อุตรดิตถ์ ขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์ ยอดสะสมระลอกใหม่ 78 ราย รักษาหาย 37 ราย

ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดคุมเข้มพ่อค้าแม่ค้า-ล้งรับซื้อผลไม้จากพื้นที่ควบคุมสูงสุดต้องมีใบรับรองไม่ติดเชื้อโควิด

เชียงใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 10

สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 10 ราย ผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 3,970 ราย รักษาหายแล้ว 3,405 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 551 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 14 ราย

เมื่อเวลา 09.00 น. คณะเจ้าหน้าที่จาก โรงพยาบาลประสาท จ.เชียงใหม่ 15 คน นำโดยแพทย์หญิงศศิธร ศิริมหาราช ผอ. โรงพยาบาลประสาท เดินทางมาศึกษาดูงานด้านระบบการพยาบาล และดูแลผู้ป่วย โควิดโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา เพื่อนำ ไปเป็นต้นแบบปรับใช้รองรับสถานการณ์ อันอาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก

ลุยตรวจร้านอาหารดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐกร ชุ่มอินทรจักร์ ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลช้างเผือก และ รพ.สต.บ้านเจ็ดยอด เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขเทศบาลตำบล ช้างเผือก ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ลงพื้นที่กำกับติดตาม การดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ ต.ช้างเผือก โดยตรวจสถานประกอบการรวม 14 แห่ง ได้แก่ ร้าน 7-11 บ้านเจ็ดยอด ซอยอยู่เย็น ร้านขายของชำ หมู่ที่ 1-3 จำนวน 8 แห่ง ร้านเชฟโอ ซอยอยู่เย็น mayan gym ร้านยำปูม้าเจ็ดยอด โลตัสเอ็กซ์เพรส เจ็ดยอด และตลาดสดเทพมงคล

นายณัฐกรกล่าวว่า ชุดเจ้าหน้าที่ตรวจตราการปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการโรค ติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ และให้คำแนะนำแก่ ผู้ประกอบการ ประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจ ในเรื่องของมาตรการร้านอาหารเครื่องดื่ม ระยะเวลาเปิด-ปิด รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะและนอกเคหสถาน นอกจากนี้เข้าตรวจสอบร้านอาหาร Haidilao hot pot ตั้งอยู่บนชั้น 4 ห้างเมญ่า เชียงใหม่ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่ามีพนักงาน เดินทางมาจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก จากการตรวจสอบ พบว่าร้านอาหารดังกล่าวมีพนักงานกว่า 70 คน ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่เชียงใหม่ มีเพียงบางส่วนที่เดินทาง มาจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กทม.) ซึ่งทุกคนมีผลตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อโควิด-19 แล้ว ผลตรวจทุกคนผลเป็นลบและอยู่ในระหว่างกักตัว

‘หลังสวน’ปูพรมตรวจเชื้อ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หมู่ 10 บ้านในเหมือง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร นพ.อนุ ทองแดง รองนายแพทย์สสจ.ชุมพร พร้อมด้วยสาธารณสุข อำเภอทั้ง 8 อำเภอ และ อสม.จากทุกอำเภอเข้าปูพรมตรวจหาผู้เสี่ยงติดเชื้อโควิด โดยจุดตรวจหาเชื้อ 10 จุดทั่วทั้งหมู่บ้าน มีชาวบ้าน 950 คน และผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านอีกจำนวนหนึ่ง รวมกว่าหนึ่งพันราย ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการมารับการตรวจ

ทั้งนี้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 พ.ค. จ.ชุมพรตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น ในหมู่ที่ 13 ต.นาขา อ.หลังสวน ผู้ป่วยมีอาชีพเป็นครูหญิงของโรงเรียนตชด. และนักเรียนหญิงอายุ 12 ปี รวมถึงชาวบ้านที่สัมผัสกับพยาบาล ของ รพ.สต.ห้วยเหมืองที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กับหมู่ที่ 10 ต.นาขา ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อมาก ส่วนหมู่ที่ 13 ต.นาขา เป็นที่ตั้งของ รพ.สต.ห้วยเหมืองที่มีพยาบาลติดเชื้อมาก่อนหน้านี้

จ.ชุมพร มีผู้ติดเชื้อสะสม 93 ราย รักษาหาย แล้ว 30 ราย ยังอยู่ใน ร.พ.ทั่วจังหวัดชุมพรอีก 63 ราย

สงขลายันคุมได้รง.อาหารติดเชื้อ

จากกรณีมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดภายในโรงงาน แปรรูปอาหารทะเลใน ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา รวม 24 คน และมีการสอบสวนโรคคัดแยกกลุ่มผู้เสี่ยงสูงและผู้เสี่ยงต่ำ และรอ ผลตรวจเชื้อของกลุ่มเสี่ยง 70 คนนั้น

ล่าสุดวันเดียวกันนี้ทีมแพทย์โรงพยาบาลจะนะร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมโรคที่ 12 สงขลา จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงตรวจหาเชื้อเชิงรุกในพนักงานของโรงงานแห่งนี้อีกกว่า 500 คน ซึ่งจะทราบผลภายใน 48 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยืนยันว่าการประเมินของทีม เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคของจ.สงขลาเห็นว่าโรงงานมีความเสี่ยงต่ำและสามารถร่วมกันบริหารจัดการควบคุมโรคได้ดี ทำให้ยังคงประกอบการได้ตามปกติ

ทั้งนี้ เพจโรงพยาบาลจะนะยืนยันว่าโรงงาน แห่งนี้มีผู้ติดเชื้อในโรงงาน 24 ราย จากพนักงานประมาณ 3,000 คน หรือน้อยกว่า 1% การปิดโรงงานจึงยังไม่มีความจำเป็น

ด้านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลา ยืนยันว่า สามารถควบคุมโรคภายในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลดังกล่าวได้ โดยคัดแยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ รวมถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าวก็ให้อยู่ภายในแคมป์ที่พัก ของตัวเอง กลุ่มที่มีความเสี่ยงก็ได้กักตัว ซึ่งทั้งหมด ดำเนินการภายใต้มาตรการของ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

โคราชป่วยโควิดอีก 7

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สาธารณสุขจ.นครราชสีมา แถลงว่า พบผู้ป่วยเพิ่ม 7 ราย ในพื้นที่ อ.ชุมพวง 5 ราย อ.ขามสะแกแสง 1 ราย และ อ.ด่านขุนทด 1 ราย รวมยอดป่วยสะสม 792 ราย เสียชีวิต 5 ราย รักษาหาย 485 ราย และรักษาอยู่ 302 ราย ทั้งนี้ ถือเป็นวันแรกหลังมีการระบาดระลอกใหม่โดยจ.นครราชสีมามีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด และอ.เมืองไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมทั้ง ผู้ป่วยรักษาหายมีจำนวนมากกว่าผู้ป่วยที่นอนรักษาอยู่ตามโรงพยาบาล

ด้าน นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองสสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า การเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีความเชื่อมโยงคลัสเตอร์โรงงานผลิตกุนเชียง ต.สุรนารี อ.เมือง ล่าสุดพบการติดเชื้อเพิ่มอีก 5 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่กักตัวไว้ โดยเป็นเครือญาติไปมาหาสู่กัน เด็ก 3 ราย ผู้ใหญ่ 2 ราย ประกอบด้วยเด็กชาย อายุ 8 ขวบ, หญิง อายุ 36 ปี, หญิง อายุ 72 ปี, เด็กหญิง อายุ 13 ปี และเด็กหญิง อายุ 5 ขวบ

นอกจากนี้ พบผู้ติดเชื้อรายที่ 786 หญิง ไอายุ 41 ปี ต.สระจรเข้ อ.ด่านขุนทด ซึ่งเป็นลูกจ้างโรงงานดังกล่าว ทำให้เกิดการติดเชื้อทั้ง 2 วง รวม 29 ราย และการค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ ต.บ้านวัง อ.โนนไทย และ ต.โนนรัง อ.ชุมพวง หากไม่พบการติดเชื้อแต่ได้กักตัวไว้เป็นเวลา 14 วัน

สาวโวยร.พ.ตรวจโควิดพลาด

จากกรณีน.ส.ณิชชา อินทร์ดี อายุ 40 ปี พนักงานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น พร้อมนายภพ อินทรโชติ อายุ 30 ปี ผู้เป็น กลุ่มเสี่ยงที่อยู่ใกล้ชิดกับน.ส.ณิชชานำเอกสารหลักฐานผลยืนยันการตรวจโควิด-19 จาก โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เอกสารใบรับรองแพทย์ รวมทั้งเอกสารสำคัญต่างๆ ที่ยืนยันผลการตรวจโควิดทั้ง 3 ครั้งว่าเป็นลบ ร้องเรียนผู้สื่อข่าวกรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 64 กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุข ออกตรวจพนักงานห้างสรรพสินค้าแบบเชิงรุก ทั้งหมด ผลตรวจพบว่าน.ส.ณิชชาเป็นบวก ติดโควิด ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องความดันลบ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น 3 วัน 2 คืน แต่ผลตรวจยืนยันโรคอีกครั้งเป็นลบทั้ง 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่จึงให้ออกจากโรงพยาบาลเพราะไม่ใช่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ทำให้ได้รับผลกระทบ ทั้งถูกมองเป็นคนติดเชื้อโควิด เพื่อนร่วมงานรังเกียจ แม้ผลล่าสุดจะไม่ติดเชื้อ ก็ตามนั้น

วันเดียวกัน ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขอนแก่น น.ส.ณิชชา พร้อมนายภพ เดินทางเข้าพบกับนพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าและขอคำชี้แจงในกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากการผิดพลาดการทำงานของบุคลากรในสังกัด

โดยทั้งหมดพูดคุยกันนานกว่า 30 นาที ก่อนที่นพ.สมชายโชติจะยกมือไหว้ขอโทษ ผู้เสียหายทั้ง 2 คนกับความผิดพลาดของลูกน้อง ยอมรับว่าเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด

นพ.สมชายโชติกล่าวว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาตรวจสอบแล้วเพื่อให้ความเป็นธรรม ทั้งสองฝ่าย พร้อมย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นชั่วคราวจนกว่าการสอบสวน จะแล้วเสร็จ พร้อมทั้งทำหนังสือขออภัยไปยังพนักงานห้างสรรพสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่เกิดขึ้น และหนังสือยืนยันว่าพนักงาน ของห้างสรรพสินค้าไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ตรวจหาเชื้อพนักงานดังกล่าวก็รับว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ซึ่งในวันนั้นเป็นการตรวจเชิงรุก คาดว่าจะเป็นการสื่อสารผิดพลาด ทำให้เข้าใจผิดว่าพนักงานห้างติดเชื้อโควิด ต้องเข้ารับการตรวจซ้ำ ที่ร.พ.ขอนแก่น เนื่องจากผลตรวจครั้งแรก พบว่าผลเป็นก้ำกึ่ง ซึ่งหลักการตรวจของ เจ้าหน้าที่ หากผลตรวจเป็นก้ำกึ่งให้สงสัยไว้ก่อน ว่าติดเชื้อและให้ตรวจซ้ำเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ต้องขอโทษขออภัยพนักงานหญิงที่ตรวจแล้วเกิดความผิดพลาดขึ้น รวมทั้งทุกส่วนที่ได้รับผลกระทบ และขอขอบคุณพนักงานห้างที่นำเรื่องนี้มาเปิดเผยเพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้นำไปเป็นบทเรียนพัฒนาปรับปรุงต่อไป

น.ส.ณิชชากล่าวว่า รู้สึกดีใจและพอใจอย่างมาก หลังจากรอมาหลายวัน วันนี้ที่เดินทาง มาเข้าพบกับสสจ.ขอนแก่น ยืนยันคำเดิมที่เคยพูดไว้ก่อนนั้นว่าไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ที่ต้องการคือหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าตนไม่ใช่ผู้ป่วยโควิด เพราะตอนนี้ก็ยังมีบางคนที่ทำงาน ใกล้ชิดยังไม่กล้าเข้าใกล้ตนเองอยู่ รวมถึง หากเป็นไปได้ ต้องการได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงที่หยุดงาน รักษาตัว เนื่องจากบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ได้

ฟ้องศบค. – พี่ชายนายกุลทรัพย์ วัฒนพล ผู้บุกเบิกอี-สปอร์ต ของไทย ที่เสียชีวิตจากโควิด ยื่นฟ้องศบค.และนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ปล่อยปละละเลย จนน้องชายเสียชีวิต เรียกค่าเสียหาย 4,530,000 บาท ที่ศาลปกครอง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.

แม่เหยื่อดับโควิดฟ้อง‘บิ๊กตู่’

วันเดียวกัน ที่ศาลปกครองกลาง นายกุลเชษฐ์ วัฒนผล พี่ชายของนายกุลทรัพย์ วัฒนพล หรือ “อัพ VGB” อดีตผู้บุกเบิกวงการอี-สปอร์ต ของไทย ซึ่งเสียชีวิตจากโควิด-19 รายที่ 137 สาเหตุเพราะประสานหาที่ตรวจไม่ได้และ ได้รับการรักษาช้า รับมอบอำนาจจากมารดา เข้ายื่นฟ้องศบค. เลขาธิการนายกฯ สำนักนายกฯ และนายกฯ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้พิจารณาสั่งให้ผู้ถูกฟ้อง ทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 4,530,000 บาท จากกรณีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกิน สมควร เป็นเหตุให้นายกุลทรัพย์ต้องเสียชีวิต

นายกุลเชษฐ์กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายกุลทรัพย์มาจากการไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้เชื้อโควิด-19 ทำลายปอดจนไม่สามารถรักษาได้และเสียชีวิตในวันที่ 23 เม.ย.2564 จากการปฏิบัติหน้าที่ของศบค. ที่ประกาศแจ้งว่ามีศูนย์ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินตามหมายเลขสายด่วนได้แก่ 1330, 1422, 1668, 1669, 1323 ซึ่งเป็นสายด่วนของกรมควบคุมโรค และสายด่วนด้านการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ แต่ปรากฏว่าขณะที่นายกุลทรัพย์มีลักษณะอาการตามที่ศบค.เคยประกาศให้เป็น วิธีสังเกตตนเองว่าติดเชื้อแล้วหรือยัง และพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือตามหมายเลข สายด่วนดังกล่าว ซึ่งมีทั้งติดต่อไม่ได้ และติดต่อได้แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

เรียกเงินชดเชย 4.5 ล้าน

อีกทั้งการที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดละเลยปล่อยให้มีการเปิดสถานบริการ สถานบันเทิงจนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในคลัสเตอร์ทองหล่อ ในเดือนมี.ค. แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดกลับไม่ได้ประกาศห้ามเดินทาง หรือออกมาตรการป้องกันการระบาดจากสถานบันเทิง สู่สังคม โดยยังคงให้ประชาชนเดินทางกลับไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนการแพร่ระบาดขยายสู่ประชาชน เป็นวงกว้าง ทำให้มีผู้ติดเชื้อถึงวันละ 2,000 คน การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องทั้งหมด จึงเข้าข่ายจงใจประมาทเลินเล่อปฏิบัติหน้าที่โดยปล่อยปละ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

“ที่นายกุลทรัพย์เสียชีวิตครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้รับการช่วยเหลือให้เข้ารับการรักษาพยาบาลในเวลาที่เหมาะสมทันท่วงที ถ้าได้รับ การรักษาตั้งแต่เริ่มติดเชื้อ เชื้อยังไม่ทำลายปอด ก็ย่อมไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับนายกุลทรัพย์ ทางครอบครัว ต้องจัดการงานศพ อันเป็นค่าปลงศพ 30,000 บาท มารดาซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีต้องขาดไร้ซึ่งการส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูจากนายกุลทรัพย์ เดือนละ 15,000 บาท ซึ่งคิดจากช่วงอายุที่นายกุลทรัพย์เสียชีวิต คือ 35 ปี จนถึงนายกุลทรัพย์ อายุ 60 ปี รวมเวลา 25 ปี รวมเป็นเงิน 4,530,000 บาท ขอให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี ต้องร่วมกันรับผิดในทางละเมิดต่อครอบครัว” นายกุลเชษฐ์ กล่าว

ราชทัณฑ์ย้ำไม่ปกปิดติดเชื้อ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า สาเหตุของการพบยอดผู้ติดเชื้อจำนวนมากในเวลารวดเร็ว เนื่องจากวันที่ 7 พ.ค. กรมราชทัณฑ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ให้มาประจำอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อดำเนินการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2564 พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง จนสามารถตรวจเสร็จ 100% กลุ่มผู้ติดเชื้อดังกล่าว ดำเนินการเอกซเรย์ปอดทุกรายโดยรถพระราชทานเพื่อค้นหาผู้ป่วยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนปอดอักเสบได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งแยกผู้ป่วยตามลักษณะอาการเพื่อดำเนินการรักษาได้อย่างตรงจุด และด้วยการตรวจพบเชื้อที่มากขึ้น ในระยะเวลาที่รวดเร็ว จึงจำเป็นต้องยืนยันผลเพื่อป้องกันการรายงานผลที่คลาดเคลื่อน

นายวีระกิตติ์กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ไม่ได้ปกปิดข้อมูลผู้ติดเชื้อ หากญาติผู้ต้องขังรายใดที่มีความกังวลใจ สามารถติดต่อสอบถามที่เรือนจำและทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังถูกคุมขังอยู่ได้

คุกคลองเปรมติดโควิด 508

นายวีระกิตติ์กล่าวว่า ผลตรวจวิเคราะห์ หาเชื้อโควิด-19 ในผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม ประจำวันที่ 14 พ.ค. พบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดทั้งสิ้น 506 ราย และเจ้าหน้าที่ ติดเชื้อ 2 ราย เป็นการตรวจพบผู้ติดเชื้อ จากการตรวจผู้ต้องขังแบบ 100% ในแดน ฝึกอาชีพ (แดน 4) และดำเนินการคัดแยก ผู้ป่วยตามลักษณะอาการเพื่อดำเนินการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การดำเนินการขั้นต่อไปคือการเร่งดำเนินการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อในผู้ต้องขังแดนอื่นๆ จนกระทั่งได้ผลการตรวจของผู้ต้องขังทั้งเรือนจำแบบ 100%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำกลางคลองเปรม มีนักโทษทั้งหมดประมาณ 7,900 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน