ศาลให้ประกัน 13 รีเดมคดีชุมนุมหน้าศาลอาญา ส่วนสมยศให้ติดกำไลอีเอ็ม และตั้งเงื่อนไขห้ามออกนอกเขตกทม.-ปริมณฑล ด้านแม่ไมค์ดีใจกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ย้ายลูกชายที่ ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไปพักรักษาตัวที่ร.พ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติแล้ว หลังยื่นร้องมาหลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ ล่าสุดไปร้องที่พรรคเพื่อไทยขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วย ขณะที่ส.ส.หญิงของพรรคเพื่อไทยก็ร่อนหนังสือถึงอธิบดีคุก ขอให้ทำตามคำร้องของผู้ปกครองผู้ต้องขัง เนื่องจาก ผู้ป่วยมีหลายโรครุม ต้องเข้ารับการรักษาตัวในร.พ.ที่ทันสมัย-อุปกรณ์การแพทย์พร้อม
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นางยุพิน มะณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มราษฎร เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ผ่านน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากมธ. เพื่อขอให้เรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ ชี้แจงเหตุผลและหลักการที่ไม่อนุญาตให้นายภาณุพงศ์ได้มีโอกาสรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ เพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิต เพราะยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งนายภาณุพงศ์ยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งต้องได้รับการดูแลและแยกตัวออกจากเรือนจำที่เต็มไปด้วยผู้ถูกคุมขังจำนวนมาก
ด้านน.ส.อรุณีกล่าวว่า นอกจากนี้ได้ ประสานส.ส.หญิงของพรรคเพื่อไทย ออกจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคนที่ติดเชื้อโควิด-19 ขณะถูกจองจำได้เลือกสถานพยาบาลนอกเรือนจำ ในการรักษาตัวเอง เพราะบุคคลเหล่านี้ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์และมิได้ต้องโทษคดีอุกฉกรรจ์ ขณะที่สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักในเรือนจำ โดยเฉพาะเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่มีนักเคลื่อนไหวทางความคิดหลายคนถูกจองจำอยู่ มีผู้ติดเชื้อกว่า 1,795 คน มากกว่าครึ่งของจำนวนผู้ถูกคุมขังทั้งหมด
ด้านน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความระบุนางยุพิน แม่ของไมค์ ภาณุพงศ์ เข้ายื่นหนังสือถึงโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขอส่งตัวไมค์ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ภายในวันเดียวกันนี้ ว่า
ดิฉันได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์พร้อม แม่ยุพิน แม่ของ ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก เพื่อประสานกับทางโรงพยาบาล ขอให้ย้ายตัว ไมค์ ภาณุพงศ์ ออกไปรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 ที่ภายนอกเรือนจำ ซึ่งทาง ร.พ.ราชทัณฑ์ได้อนุญาตและประสานไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่แม่ไมค์ได้ประสานไว้และได้รับการตอบรับแล้ว ซึ่งคุณหมอให้คำตอบว่าน่าจะมีการส่งตัวไปรักษาตัวต่อ
ส่วนอาการของไมค์นั้น คุณหมอชี้แจงว่าอาการโดยรวมยังสามารถดูแลได้และไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จากนั้น เวลา 15.50 น. รถโรงพยาบาลนำตัวไมค์ ภานุพงศ์ ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112 กรณีร่วมชุมนุมกับกลุ่มรีเดมที่สนามหลวง แปะป้ายลบหลู่สถาบัน โดยวันนี้พนักงานสอบสวน ทนายผู้ต้องหา และผู้ยื่นขอปล่อยชั่วคราวมาศาล ศาลสอบถามแล้วพนักงานสอบสวนแถลงว่าไม่คัดค้านการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหานี้
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้แจ้งว่าไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคในเรือนจำได้ และมีปัญหาข้อขัดข้องในการเบิกตัวผู้ต้องขังมาสื่อสารกรณีมีเหตุจำเป็นไม่อาจไต่สวนตัวผู้ต้องหาในวันเดียวกันนี้ได้
ทนายผู้ต้องหาแถลงว่าหากไม่สามารถไต่สวนตัวผู้ต้องหาได้จะขอเลื่อนคดีไปไต่สวนพยานพร้อมกันทีเดียวโดยจะไต่สวนตัวผู้ต้องหา ผู้ขอประกันและบุคคลซึ่งจะมาเป็นผู้กำกับดูแลพร้อมกันรวม 3 ปาก
พิเคราะห์แล้วเห็นควรให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้องนี้ในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เบิกตัวผู้ต้องหามาเบิกความผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สน.พหลโยธิน กลุ่มผู้ชุมนุมรีเดมจำนวน 13 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาล ตามหมายจับศาลอาญา จากการชุมนุมบริเวณด้านหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 2 พ.ค. สำหรับบรรยากาศด้านหน้าโรงพักมีเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน บก.น.2 ประมาณ 30 นาย กระจายกำลังดูแลความเรียบร้อยโดยรอบ มีการตั้งจุดคัดกรองโรคโควิด-19 และวางแนวรั้วเหล็กด้านหน้าโรงพัก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเพื่อนของผู้ที่ถูกออกหมายจับจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจอยู่รอบนอกโรงพักด้วย
ขณะที่ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่าทางกลุ่มรีเดมได้เข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนทั้งหมด 13 คน จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 2 พ.ค. โดยหนึ่งในผู้ต้องหาได้สวมชุดพีพีอีเข้ามามอบตัว อ้างกับพนักงานสอบสวนว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 และมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ เบื้องต้นได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 แล้ว แต่ผลยังไม่ออกมาว่าติดเชื้อหรือไม่
พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย มามอบตัวกับตำรวจจากการชุมนุมหน้าศาลอาญาเมื่อวันที่ 30 เม.ย. โดยนายสมยศถูกแจ้งข้อหาดูหมิ่นศาล, ร่วมกันมั่วสุมเกินสิบคนให้เกิดความวุ่นวาย, ร่วมกันชุมนุมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคและร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ หลังจากสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปยื่นคำร้องขอศาลเพื่อขออนุญาตฝากขังต่อไป
ด้านนายสมยศกล่าวว่า ในส่วนของตนเป็นกรณีที่ได้ไปปราศรัยร่วมกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งการไปพูดครั้งนั้นศาลมองว่าอาจเป็นการละเมิดและดูหมิ่นศาล เมื่อตนทราบว่าถูกออกหมายจับจึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้
ต่อมาเวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธินได้ควบคุมตัวนายสมยศและกลุ่มรีเดมขึ้นรถผู้ต้องขังไปขออำนาจศาลอาญาพิจารณาฝากขังชั่วคราวตามขั้นตอน โดยก่อนขึ้นรถนายสมยศและกลุ่มผู้ชุมนุมรีเดมได้ชู 3 นิ้วให้สื่อบันทึกภาพ โดยมีมวลชนกล่าวให้กำลังใจด้วย
ต่อมาที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาประท้วงก่อความวุ่นวายบริเวณหน้าศาลอาญารวม 2 สำนวน สำนวนแรก คดี ฝ.547/2564 ผู้ต้องหา 13 คน ประกอบด้วย นายศุภกิจ บุญมหิทานนท์ อายุ 19 ปี, นายวีรภาพ วงษ์สมาน อายุ 18 ปี, นายปรณัท น้อยนงค์เยาว์ อายุ 25 ปี, นายพัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล อายุ 18 ปี, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี, ว่าที่ ร.ต.อิทธิกร ทรัพย์แฉ่ง อายุ 21 ปี, น.ส.ปรัชญา สานจิตสัมพันธ์ อายุ 24 ปี, น.ส.สุทธิตา รัตนวงศ์ อายุ 23 ปี, นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง อายุ 22 ปี, นายศรัณย์ อนุรักษ์ปราการ อายุ 21 ปี, นายชาติชาย แกดำ อายุ 37 ปี, นายชนกันต์ เคืองไม่หาย อายุ 19 ปี และนายยงยุทธ ฮังนนท์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-13
ส่วนสำนวนที่สอง คดี ฝ.548/2564 ยื่นฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 732/2564 ลงวันที่ 11 พ.ค.2564 ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยผู้กระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไปแต่ผู้กระทำไม่เลิกมั่วสุม, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่แออัดเกินกว่า 20 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคติดต่อ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาฝากขังที่ศาลอาญาครั้งแรก
ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-13 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198, 215, 216 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา9, 18 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2564 พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4, 9
พนักงานสอบสวนยังต้องสอบพยานอีก 10 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาที่ 1-13 มาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-13 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14-25 พ.ค.
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาที่ 1-13 ได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาผู้ต้องหาพร้อมทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
ต่อมา ศาลพิจารณาคำร้องเเล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสมยศ ระหว่างสอบสวนโดยทำสัญญาประกันราคาประกัน 8 หมื่นบาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรยกเว้นได้รับอนุญาตจากศาลให้ติดตั้ง อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) และห้ามออกนอกเขตกรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ
เวลา 18.52 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนสำนวนผู้ต้องหากลุ่มรีเดม ทั้ง 13 คน ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวทั้งหมด โดยตีราคาประกันคนละ 40,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

มอบตัว – สมาชิกกลุ่มรีเดม 13 ราย เข้ามอบตัวตามหมายจับที่ สน.พหลโยธิน คดีข่มขืนใจเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาล จากกรณีชุมนุมหน้าศาลอาญา วันที่ 2 พ.ค. ต่อมาศาลรับฝากขังแล้วอนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมด เมื่อวันที่ 14 พ.ค.