6หมื่นคนกลุ่มเสี่ยงทั่วกรุง
สุวรรณภูมิน่าห่วง-ทะลุ 105
ปลดล็อก‘กินในร้าน’17พค.
3 เรือนจำกรุงติดเชื้อพุ่งรายวันอีก 1,219 ราย รมต.สมศักดิ์ของบเยียวยา- ร.พ.สนาม สั่งสำรวจคุกเก่าปรับเป็นร.พ. ด้านศบค.ปรับแดงเข้มเหลือ 4 จังหวัด กทม.-นนทบุรีปทุมธานี-สมุทรปราการ ปลดเชียงใหม่-ชลบุรีเป็นสีแดง ให้นั่งกินในร้านได้ มีผล 17 พ.ค.นี้ ชี้ติดเชื้อกระจายทั่ว 61 จังหวัด กทม.-ปริมณฑล 6 คลัสเตอร์ยังเป็นแหล่งแพร่ระบาด สั่งคุม 393 แคมป์ก่อสร้าง หวั่นลาม 6 หมื่นคนที่อยู่ ยอดสะสมไทยพุ่งเฉียดแสนราย พบป่วยใหม่ 3,095 ราย เสียชีวิต 17 ราย นอภ.เขาย้อย เพชรบุรี สั่งปิด 20 ตลาด หลังโควิดระบาดหนักในโรงงานขนาดใหญ่ มีทั้งคนไทย-ต่างด้าวทำงานกว่า 2 หมื่นคน มหาดไทยสั่งตั้งจุดฉีดวัคซีนอำเภอละ 1 แห่ง
เคาะปรับเหลือ 4 จว.แดงเข้ม
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า การปรับระดับมาตรการพื้นที่ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรณี โควิด-19 (อีโอซี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เสนอต่อที่ประชุม ศปก.ศบค.มีมติเห็นชอบ คือ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 6 จังหวัด ลดเหลือเพียง 4 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งมาตรการนั้นจะมีการปรับคือนั่งกินอาหารที่ร้านได้ไม่เกิน 25% เปิดเวลาไม่เกิน 21.00 น. และขายกลับบ้านไม่เกิน 23.00 น.
2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จาก 45 จังหวัด ลดเหลือ 17 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครศรี ธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ยะลา ระนอง ระยอง ราชบุรี สมุทรสาคร สงขลา และสุราษฎร์ธานี นั่งกินอาหารที่ร้านได้ถึง 23.00 น.
และ 3.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 26 จังหวัดเพิ่มเป็น 56 จังหวัด คือ จังหวัดที่เหลือ สามารถนั่งกินอาหารที่ร้านได้ตามปกติ ทั้งนี้ จะเสนอต่อที่ประชุม ศบค.เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา หากเห็นลงนามออกประกาศคำสั่งต่อไป ส่วนจะเริ่มเมื่อไรจะแจ้งประชาชนอีกครั้ง เร็วที่สุดคือเที่ยงคืนวันนี้ เพราะต้องนำเรียนและออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะทำให้เร็วที่สุด ถ้าไม่ได้คือคืนพรุ่งนี้
สังคมช่วยดูนั่งกินเกิน 25%
“การเปิดร้านอาหารเป็นดำรินายกรัฐมนตรีเพื่อผ่อนคลาย แต่ที่ประชุมยังมีการพูดคุยว่า การผ่อนคลายจะมีคนสองกลุ่ม คือ กลุ่มเห็นว่าผ่อนคลาย และอีกกลุ่มที่ยังกังวลใจ จึงต้องบริหารในทุกเรื่องทั้งยุทธศาสตร์ มาตรการ และอารมณ์ จึงแจ้งว่าวันนี้เชิญกรมอนามัยและสมาคมภัตตาคารไทยมาให้คำมั่นสัญญา ทั้งสองส่วนปรึกษากันมาแล้ว โดยทางสมาคมจะให้ความร่วมมือเต็มที่ มาตรการที่ตกลงว่าจะปฏิบัติกัน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มาตรการที่ปฏิบัติมีทั้งมาตรการหลัก มาตรการเสริม และมาตรการจำเพาะ ซึ่งแต่ละส่วนมีการพิจารณาในรายละเอียด ขอให้ทำได้จริงๆ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย ประเมินตนเองผ่าน Thai Stop COVID แต่คนกังวลว่าโต๊ะสี่ที่นั่งนั่ง 1 ที่นั่ง ถ้ามีลูกหลานมาด้วย เจ้าของร้านยินยอมจะทำอย่างไร ภาครัฐต้องเข้าไปกำกับมาตรการ และพูดคุยว่าประชาชน และพลังโซเชี่ยลมีเดียการใช้การร้องเรียน สังคมเราดูแลซึ่งกันและกัน น่าจะทำให้การผ่อนคลายเกิดขึ้นเป็นจริงได้ การกินอาหารเป็นปัจจัยสี่
ตักเตือนก่อนสั่งปิดร้าน
“นายกฯเห็นชอบการผ่อนคลาย มาตรการที่เกิดขึ้นมี 4 อย่าง 1.ลดการนั่งที่นั่งเพื่อเว้นระยะห่าง 25% 2.เร่งฉีดวัคซีนผู้ประกอบการร้านอาหารคาดว่าเป็นแสนราย 3.การกำกับมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งกรมอนามัย ส่วนปกครอง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ถ้าพบว่าผิดครั้งแรกให้ตักเตือน ถ้าไม่ถูกต้องเป็นอำนาจในการสั่งปิดร้านได้เลย เตือนก่อนแล้วปิด และ 4.ประเมินกันระยะยาว หากเกิดเหตุจะมีการติดเชื้อขึ้นจากเหตุนี้ ก็กลับไปปิดเหมือนเดิม” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
ป่วยอีก 3,095-ตาย 17
นพ.ทวีศิลป์แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีการติดเชื้อใหม่ 3,095 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังเชิงรุก 1,403 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 812 ราย จากเรือนจำ 877 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 1,381 ราย เสียชีวิต 17 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 99,145 ราย หายป่วยสะสม 63,667 ราย เสียชีวิตสะสม 565 ราย ส่วนระลอกตั้งแต่ เม.ย.มีผู้ติดเชื้อสะสม 70,282 ราย หายสะสม 36,241 ราย เสียชีวิตสะสม 471 ราย ยังอยู่ระหว่างรักษา 34,913 ราย อยู่ใน ร.พ. 21,579 ราย และ ร.พ.สนาม 13,334 ราย จำนวนนี้มีอาการหนัก 1,234 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 415 ราย ขณะนี้ฉีดวัคซีนแล้ว 2,218,420 โดส เป็น เข็มแรก 1,445,428 คน และครบ 2 เข็ม 772,992 คน
ผู้เสียชีวิต 17 ราย เป็นชาย 9 ราย และหญิง 8 ราย อายุ 41-83 ปี มาจาก กทม. 8 ราย สมุทรปราการ 3 ราย สมุทรสาคร 2 ราย ระยอง ชัยภูมิ ปทุมธานี และราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงโรคประจำตัวยังคล้ายเดิม คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตเรื้อรัง ปอดเรื้อรัง ส่วนปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน สถานที่เสี่ยง คือ ตลาด ร.พ. อาชีพเสี่ยง คือ แท็กซี่ ค้าขายในแคมป์ก่อสร้าง มีการพูดคุยว่าเป็นความเร่งด่วนการฉีดวัคซีนเพื่อให้คนขับรถสาธารณะและผู้โดยสารปลอดภัย จำนวนวันค่ากลางคือ 15 วันถึงเสียชีวิต นานสุด 29 วัน
กทม.ยังพุ่ง 1,163 คน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ยอดเรือนจำทำให้ตัวเลขการติดเชื้อขึ้นมาสูง มีการหารือกันทั้งการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีโควิด-19 (อีโอซี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ศูนย์บูรณาการงานโควิด กทม.และปริมณฑล และ ศบค.ชุดเล็ก ก็มาดูชุดข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ คลัสเตอร์ใหญ่อยู่ที่เรือนจำ จึงไม่ใช่การรับรู้ติดเชื้อรายวัน แต่ต้องให้ความสำคัญกับการรักษา โดยปลัด สธ.ให้นโยบายเรื่อง บับเบิลแอนด์ซีล โดยกรมควบคุมโรค (คร.) ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ ได้ให้บริการภายในเรือนจำแบบเบ็ดเสร็จจะดีมาก ก็มีการมาหารือใน ศบค.ชุดเล็ก ถึงการไปตั้งหน่วยงานดูแลเบ็ดเสร็จ ทั้งระดับเขียวเหลืองแดง ควรเกิดขึ้นภายใน โดยเสริมศักยภาพเข้าไป อย่าง ร.พ.ราชวิถีทำไอซียูนอกอาคารหรือไอซียูสนามได้ภายใน 7 วัน ที่แพทย์ต้องการ ถ้าทำได้ในเรือนจำจะดีที่สุด ทุกฝ่ายจะพยายามช่วยกัน
ส่วนผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 3 ราย มาจากกัมพูชา 3 ราย เป็นคนไทยทั้ง 3 ราย โดยลักลอบเข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย เป็นนักคอมพิวเตอร์ ขอให้รับทราบว่าไม่ควร ส่วน 2 รายมาถูกต้อง ผ่านด่านข้ามแดนถาวร ก็ขอบคุณที่ช่วยกันทางด้านอรัญประเทศ
สำหรับ 10 อันดับที่มีการติดเชื้อสูงสุด วันนี้ ได้แก่ 1.กทม. 1,163 ราย สะสม 24,724 ราย 2.ปทุมธานี 222 ราย สะสม 1,961 ราย 3. สมุทรปราการ 201 ราย สะสม 3,936 ราย 4.นนทบุรี 126 ราย สะสม 4,370 ราย 5.สมุทรสาคร 37 ราย สะสม 1,767 ราย 6.สุราษฎร์ธานี 34 ราย สะสม 1,387 ราย 7.ชลบุรี 33 ราย สะสม 3,642 ราย 8.นครปฐม 30 ราย สะสม 906 ราย 9. พระนครศรีอยุธยา 29 ราย สะสม 840 ราย และ 10.นครศรีธรรมราช 24 ราย สะสม 704 ราย
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การติดเชื้อระดับ สีแดง คือ ติดเชื้อเกิน 100 ราย ยังกระจุกอยู่ตรงกลางประเทศ คือ กทม.และปริมณฑล ส่วนสีส้ม 51-100 รายไม่มี ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือสีขาว 16 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน มหาสารคาม สุรินทร์ ตราด ตาก กำแพงเพชร ชุมพร พะเยา เลย ชัยนาท แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุทัยธานี และสตูล ส่วนจังหวัดที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ สีเขียวคืออยู่ที่ 1-10 รายมีถึง 42 จังหวัด
สุวรรณภูมิเจอ 105 คน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุมศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคโควิด-19 กทม.และปริมณฑล มีการนำตัวเลขมาพิจารณา โดย กทม.วันนี้ติดเชื้อ 1,163 ราย การติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 5 วัน ยอดสะสมระลอกใหม่อยู่ที่ 24,724 ราย หากรวมกับปริมณฑล 5 จังหวัด ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 1,729 ราย สะสม 37,664 ราย ขณะที่ 71 จังหวัดรวมกันยอดลดลงเรื่อยๆ วันนี้ติดเชื้อ 436 ราย คิดเป็น 1 ต่อ 4 ของการติดเชื้อเท่านั้น
คลัสเตอร์ที่รายงานในที่ประชุม คือ คลัสเตอร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบรวม 105 ราย มาจากคลัสเตอร์ 6 คลัสเตอร์รวมกันในบริเวณนั้นซึ่งทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเขตสุขภาพที่ 6 จะมีการให้ข้อมูลต่อไปในช่วงบ่าย
สำหรับการค้นหาเชิงรุกในเรือนจำ กทม. ยอดรวม 3,895 ราย ส่วนคนที่เดินเข้ามาตรวจใน ร.พ.ยังไม่ลดลง พบว่ามาจากชุมชนคลองเตย หลักสี่ สีลม สี่แยกมหานาค ปากคลองตลาด แฟลตดินแดง พื้นที่บางแค ห้างสรรพสินค้า ชุมชนใกล้เคียง และซอยเพชรบุรี 5 , 6 ทั้งนี้ นายกฯมอบหมายให้ 50 เขตไปดูพื้นที่ จะเห็นว่าจากการแบ่งตามความชุกต่อพันคน เขตต่างๆ มีความเข้มข้นต่างกันไป ส่วนใหญ่กระจุกตัวใน กทม.ชั้นใน ทั้งปทุมวัน คลองเตย ห้วยขวาง ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต ดินแดง ราชเทวี วัฒนา การกระจุกตัวของคนก็มาก ทั้งเชิงพักอาศัยและการประกอบการ แออัดกันอยู่ตรงนี้
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า โดยสรุปเขตที่มีปัญหามีทั้งหมด 17 เขต 27 คลัสเตอร์ ได้แก่ ดินแดง วัฒนา คลองเตย หลักสี่ ลาดพร้าว ราชเทวี พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สวนหลวง ปทุมวัน สาทร สัมพันธวงศ์ จตุจักร สีลม ประเวศ และวังทองหลาง กำลังสอบสวนควบคุมโรคหรือการระบาดยังมีอยู่ 20 คลัสเตอร์ และปิดคลัสเตอร์ได้แล้ว 7 คลัสเตอร์ จึงต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทั้ง 17 เขตทราบ ขอให้ร่วมมือกับเขตในการควบคุมโรค
แคมป์ก่อสร้างแหล่งแพร่
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มีการประเมินว่า เขตที่มีการระบาดมากและเพิ่มขึ้นเร็ว คือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต ปทุมวัน ราชเทวี คลองเตย ลาดพร้าว เป็นต้น ส่วนคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด คือ แคมป์ก่อสร้างที่หลักสี่ ติดเชื้อถึง 21.99% ทั้งความแออัด ความหลากหลายเชื้อชาติ อาจเป็นแหล่งระบาดกลุ่มก้อนใหญ่ รองปลัด กทม.รายงานว่า ข้อมูลล่าสุดปลายปี 63 มีคนงานในแคมป์ก่อสร้างประมาณ 6 หมื่นคน จาก 393 แคมป์ที่กระจายใน 50 เขต กทม. เป็นคนไทย 24,612 คน และต่างชาติ 34,600 คน เมื่อเจอการติดเชื้อ ถ้าเป็นต่างชาติก็ดึงออกมา อย่างสมุทรสาครมีพื้นที่หนึ่งก็ช่วยรับไปด้วย เพราะมีล่ามพูดภาษาเดียวกับเขา ต้องหาพื้นที่เฉพาะให้ได้อยู่
สำหรับคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวัง มีแคมป์ก่อสร้างที่เขตวัฒนา เจอ 14.25% ส่วนคลัสเตอร์ที่พบใหม่ คือ 1.ราชเทวี ชุมชนริมคลองสามเสน แฟลตรถไฟมักกะสัน 2.เขตประเวศ ตลาดบุญเรือง 3.เขตบางรัก สีลม 4.เขตทวีวัฒนา ชุมชนแออัด พบ 15.23% และ 5.เขตสวนหลวง ร้านเฟอร์นิเจอร์ วันที่ 13 พ.ค. กทม.ส่งผลของจุดตรวจ 6 แห่ง ตรวจ 6,693 ราย พบติดเชื้อ 285 ราย คิดเป็น 4.26% ในที่ประชุมจึงมอบให้ กทม.แจ้งไปยังสำนักงานเขตทุกแห่งรายงานผู้ที่อยู่ในแคมป์คนงานมีกลุ่มเสี่ยงต้องรายงาน กทม.เข้ามาศูนย์บูรณาการฯ และแจ้งผู้ประกอบการและแรงงานที่เกือบ 6 หมื่นคน เข้มงวดกวดขันดูแลคน ความเป็นอยู่ สถานที่ โครงสร้าง พฤติกรรมส่วนตัว อย่างที่คับแคบ ดื่มกินนอนในที่จำกัด การกระจายเชื้อเกิดขึ้น การไม่ระวังสุขอนามัยส่วนตัว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ประธานที่ปรึกษาของ ศบค. เสนอให้มีศูนย์ข้อมูลบริหารจัดการเรื่องเตียง น่าจะต้องเป็นศูนย์เอราวัณเป็นวันสต๊อปเซอร์วิสจุดเดียว ทำหน้าที่คือรับ ส่วนศูนย์คัดแยกผู้ป่วยสีเขียวเหลืองแดง คิดว่ามี 3 เซ็นเตอร์ที่น่าจะทำได้ คือ ศูนย์รับส่งต่อนิมิบุตร ร.พ.สนามบางขุนเทียน และ ร.พ.บุษราคัม จะต้องมีรองปลัด กทม. 1 คนกำกับดูแล คือ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. เพื่อดึงเอาคนที่พบว่าป่วยรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด สำคัญคือเอกซเรย์ตรงนั้น ตอนนี้เทคโนโลยีไม่ต้องให้หมออ่าน ส่งฟิล์มเข้าเอไออ่านโดยเครื่องเลยว่าคนนี้ปอดอักเสบเยอะแล้วต้องได้รับยาแล้วแยกออกมาทันที นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
คลายล็อกร้านอาหาร 17 พ.ค.
ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 (ศปก.ศบค.) ประชุมและสรุปสถานการณ์ว่า พบผู้ติดเชื้อกระจายวงกว้างทั้งหมด 61 จังหวัดโดยพื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มการระบาดของโรคไม่ลดลง ส่วนในจังหวัดอื่น มีแนวโน้มการระบาดที่ลดลง ทั้งนี้ ศปก.ศบค.ยังพบ ผู้ป่วยหนักและใช้ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้น รวมถึงการครองเตียงผู้ป่วยอาการน้อย โดยเฉพาะ กทม. และปริมณฑลสถานที่เสี่ยงมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่ กทม.แบ่งเป็นชุมชนแออัด แคมป์ก่อสร้าง สถานประกอบการ (คอลเซ็นเตอร์) ส่วนพื้นที่ปริมณฑล และต่างจังหวัด แบ่งเป็นตลาด โรงงาน ชุมชน และครอบครัว สำหรับปัจจัยเสี่ยง ส่วนใหญ่ เป็นการทำกิจกรรมรวมกลุ่มที่สถานที่แออัด สถานประกอบการ ที่ทำงาน และในครอบครัว
ส่วนมาตรการที่จะดำเนินการต่อไป คือการกำกับติดตามมาตรการ DMHTTA ทุกภาคส่วน เน้นย้ำร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ และสถานประกอบการ ทำการสำรวจแคมป์ก่อสร้างทั้งหมดใน กทม. และเมืองใหญ่ เพื่อค้นหาผู้ป่วยและหาแนวทางป้องกันโรค สำรวจมาตรการการจัดการและค้นหาเชิงรุกตลาด โรงงานให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด โดยพนักงานขนส่งและโลจิสติกส์ทุกประเภท ที่ต้องทำงานในเขตชุมชนและพบเจอกับคนจำนวนมาก ต้องเคร่งครัดมาตรการการเว้นระยะห่างการใส่แมสก์ ล้างมือ วัดไข้ ตรวจหาเชื้อและลงแอพพลิเคชั่น ต้องทำความสะอาดยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตอาการ หากมีอาการให้รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันทีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง
ช่วงค่ำวันเดียวกัน มีประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่องมาตรการคลายล็อกร้านอาหาร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. เป็นต้นไป
เร่งส่งวัคซีนให้ภูเก็ต
ที่จ.ภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสธ. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. และคณะผู้บริหารสธ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ติดตามการให้บริการวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชน พร้อมส่งมอบวัคซีนซิโนแวค สำหรับฉีดประชาชนในพื้นที่ และมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หน้ากาก เอ็น 95 ชุดโคฟเวอร์ ออล ยาแผนไทยฟ้าทะลายโจรให้กับร.พ.วชิระภูเก็ต สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ไว้ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยมี นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต เป็นตัวแทนรับมอบ
นายอนุทินกล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.ภูเก็ตวันนี้ ได้มอบนโยบายและติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมเปิด จังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว เป็นจังหวัดแรกของประเทศตามแผนรัฐบาล ในวันที่ 1 ก.ค.2564 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งการจะเปิดเมืองภูเก็ตคนในพื้นที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากร เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ โดยแผนการฉีดเข็มที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. และฉีดเข็มที่ 2 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนส.ค. ที่ผ่านมาได้จัดสรรวัคซีนมายังจ.ภูเก็ตจำนวน 200,000 โดส และสธ.มีความยินดีสนับสนุนการกระจายวัคซีนให้ได้ตามเป้าและในเดือนนี้เป็นต้นไปวัคซีนจะทยอยเข้ามาตามแผนอีกประมาณ 350,000 โดส ซึ่งจะเกิดความครอบคลุมตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้คนในพื้นที่มีภูมิคุ้มกัน และภูเก็ตเปิดเมืองได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ได้พบกับภาคเอกชนตัวแทนการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมแผนในการเปิดเมืองโดยเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็ง เพื่อจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นต้นแบบการเปิดเมืองภูเก็ตอย่างปลอดภัย และทุกคนจะกลับมามีความสุขอีกครั้ง
ส่งให้ทั่วไทย 3.5 ล้านโดส
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้จัดสรรวัคซีนไปแล้ว 2,454,496 โดส ขณะที่วัคซีนซิโนแวค จะทยอยเข้ามาอีกในเดือนพ.ค. รวมทั้งสิ้น 3.5 ล้านโดส ซึ่งพร้อมจะกระจายไปทั้ง 77 จังหวัด
มท.จัดจุดฉีดอำเภอละ 1 แห่ง
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์การบริหารจัดการวัคซีน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาดำเนินการ 1.การจัดเตรียมสถานที่ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ รองรับการฉีดวัคซีน ให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ลงทะเบียนในพื้นที่อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง โดยประสานสถานที่จากภาคราชการและเอกชนที่มีความพร้อมตามมาตรฐานของสธ. และประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพิ่มเติมข้อมูลสถานที่ฉีดวัคซีนของจังหวัดทุกแห่งเข้าในระบบของแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” รวมทั้งซักซ้อมระบบการฉีดวัคซีนให้มีความพร้อมภายในวันที่ 28 พ.ค. และ 2.การลงทะเบียนฉีดวัคซีน ให้ใช้กลไกระดับพื้นที่ เช่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน/ชุมชน อาสาสมัคร คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) หรือผู้ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมอบหมาย แบ่งมอบพื้นที่เพื่อดำเนินการ โดยประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่นกับประชาชน ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้มากที่สุด
ตื่นตัวเคาะประตูฉีด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน หลายพื้นที่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการลงทะเบียนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด โดยใช้วิธีนำ เจ้าหน้าที่เดินเคาะประตูบ้านทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ร่วมลงทะเบียนฉีดวัคซีน อาทิ ที่เทศบาลนครเกาะสมุย, ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราช สีมา, ที่ต.หนองสอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยส่วนใหญ่หลังรับฟังข้อมูลก็พร้อมเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก
ย้ำซื้อ‘โมเดอร์นา’ผ่านรัฐ
ด้านฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา ออกแถลงการณ์ว่า ซิลลิค ฟาร์มา มีความมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับนโยบายตามแผนงานของภาครัฐในการบริหารจัดการการให้วัคซีนแก่ประชาชน รวมถึงแผนการจัดซื้อ จัดหา และกระจายวัคซีนทางเลือก โดยได้ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในช่วงที่ผ่านมาในการขออนุญาตขึ้นทะเบียนแบบมีเงื่อนไขในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการระบาดใหญ่ของโรค และได้รับการอนุมัติทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2564
ขณะนี้ ทางบริษัทอยู่ระหว่างการพูดคุยกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ในการเร่งจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยการจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นา จำเป็นต้องจัดซื้อผ่านตัวแทนภาครัฐเท่านั้น คือองค์การเภสัชกรรม ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนฯ เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
เข้าร.พ.บุษราคัมแล้ว 55 ราย
นพ.เกียรติภูมิ ปลัดสธ. กล่าวถึงการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ของ ร.พ.บุษราคัม ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หลังเปิดบริการวันแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ว่า ข้อมูลเมื่อเวลา 16.30 น. มีการนำผู้ติดเชื้ออาการปานกลางถึงหนักที่ได้รับการประสานงานและส่งต่อจากศูนย์บริหารจัดการเตียง กรมการแพทย์ 1668 ร.พ.จุฬาลงกรณ์ และร.พ.อื่นๆ รวม 137 ราย โดยมี 55 ราย ได้เข้ารับการรักษาใน ร.พ.บุษราคัมแล้ว โดยทุกรายมีอาการคงที่ ยังไม่พบอาการหนัก ส่วนอีก 82 ราย อยู่ระหว่างนำเข้ารับการรักษา
ติดเชื้อ 3 คุกพุ่งอีกกว่าพันคน
ด้านกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อจากการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อแบบเชิงรุกแบบ 100% โดยเฉพาะในเรือนจำและทัณฑสถานในกลุ่มลาดยาวที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง พบยอด ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 1,219 คน ใน 3 เรือนจำประกอบด้วย เรือนจำกลางคลองเปรม (510 คน) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (88 คน) และเรือนจำพิเศษธนบุรี (621 คน) (ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค.2564) ทั้งนี้ เป็นผู้ต้องขังกลุ่มสีแดงที่มีการส่งตัวรักษาร.พ.ภายนอกจำนวน 6 ราย ที่เหลือเกือบทั้งหมด เป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย
ต่อจากนี้ กรมราชทัณฑ์จะดำเนินการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นใน 2 กรณี คือ 1.การติดเชื้อ จากเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ซึ่งต้องตรวจหาเชื้อทุก 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวังไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงครอบครัวด้วย 2.การติดเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ผู้ต้องขังไปร.พ. และ ผู้ต้องขังออกศาล ได้เพิ่มระยะเวลาในการกักตัว จากเดิม 14 วันเป็น 21 วัน โดยต้องตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ก่อนเข้าห้องแยกกักโรค และก่อนครบระยะกักตัว นอกจากนี้ ยังได้หาแนวทางต่างๆ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตลอดจนเน้นการไต่สวนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งผู้ต้องขังไปศาล รวมทั้งเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง หากญาติมีความกังวลใจ ติดต่อสอบถามที่เรือนจำและทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังถูกคุมขังอยู่ได้ โดยค้นหาช่องทางติดต่อได้ที่ Line ID @thaidoc
จี้ผุดร.พ.สนาม
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงแผนงานการรับมือสถานการณ์ โควิด-19 ที่กระจายเข้าสู่เรือนจำว่า จากนี้ในส่วน 8 เรือนจำ/ทัณฑสถานในพื้นที่กทม. และอีก 4 เรือนจำ/ทัณฑสถานในเขตปริมณฑล มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ โควิดให้ผู้ต้องขัง 100% เพื่อป้องกันการลุกลามและแพร่กระจายภายในเรือนจำ เวลานี้ทุกเรือนจำทั่วประเทศจะต้องเตรียมความพร้อมทำร.พ.สนาม ซึ่งอาจต้องกันแดนไว้ 1 แดนเพื่อจัดทำร.พ.สนาม เตรียมพร้อมรับมือ และหากเรือนจำใดไม่มีพื้นที่ก็ให้วางแผนไปใช้พื้นที่ของทัณฑสถานเปิด หรือสถานกักกัน ปรับปรุงเป็นร.พ.สนาม ขณะเดียวกันในบางจังหวัด อาทิ ภูเก็ต เพชรบุรี และนราธิวาส ที่มีเรือนจำเก่า อาจต้องนำเรือนจำเก่ามาปรับปรุงเป็นร.พ.สนาม ในส่วน กทม. ได้สั่งการให้ กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุง พื้นที่โดยรอบบ้านสวัสดี ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทำร.พ.สนามเพิ่มเติม และในช่วงนี้ให้เรือนจำทุกแห่งประสานไปยังศาล เพื่อขออนุญาตชะลอการส่งตัวผู้ต้องขังไปเข้ากระบวนการระยะหนึ่ง
ของบกลางเยียวยา
“จากนี้ไป กระทรวงยุติธรรม ที่เป็น ผู้กำกับงานกรมราชทัณฑ์ มีความจำเป็นต้องของบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค โควิด-19 เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ที่จะใช้ในเรือนจำ เช่น ชุดพีพีอี เครื่องวัดอุณหภูมิความดันออกซิเจน รวมถึงนำไปปรับปรุงร.พ.สนาม และแดนกักโรคที่มีมาตรฐานมากกว่าเดิม ผมจะพยายามนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด” นายสมศักดิ์กล่าว
สั่งช่วยครอบครัว 2 ตร.ดับ
ด้านพ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.ณัฐดนัย ทองดง หัวหน้าสภ.บางลาย จ.พิจิตร และร.ต.อ.ถนอม สาระมูล รองสว.กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ขอนแก่น จากโรค โควิด-19 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของข้าราชการตำรวจผู้เสียชีวิต โดยสั่งการให้หน่วยงาน ต้นสังกัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของสวัสดิการต่างๆ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวข้าราชการตำรวจ
ญาติ‘น้องเตย’ร้องสอบ
จากกรณี “น้องเตย” หรือน.ส.พิชชาภา กองเทพ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่สำนักปลัดสธ. จ.นนทบุรี เสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด- 19 เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ตามวงรอบ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พ.ค. มีอาการหน้ามืด และหมดสติ ญาตินำตัวส่งร.พ.พระนั่งเกล้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ได้ส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตาย ที่ร.พ.รามาธิบดี ผลการผ่าพิสูจน์ จะทราบไม่เกิน1เดือน และวันที่ 16 พ.ค. จะมีพิธีฌาปนกิจศพ
น.ส.อรอนงค์ กองเทพ น้าสาว เผยว่า น้องเตยสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติ เข้ารักษาตัวที่ใด และก่อนฉีดวัคซีนไม่เคยกินยาลดความอ้วน หรือเคยมีประวัติ กินยาหรือฉีดยาดังกล่าวมาก่อนหน้า ตามที่มีกระแส ข่าว
ด้านนายไพรัช เจริญศรี น้าชาย กล่าวว่า ผู้ออกมาเผยแพร่ว่าน้องเตยเสียชีวิตจากการกินยาลดความอ้วนนั้น ทางญาติขอปรึกษากันก่อน หลังเสร็จงานน้องเตย ยืนยันว่าจะขอความเป็นธรรม และค้นหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

เคาะประตู – นายวิจิตร กิจวิรัตน์ นายอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพร้อมผู้นำชุมชนเดินเคาะประตูบ้านทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เชิญชวนให้ฉีดวัคซีนโควิด เมื่อวันที่ 15 พ.ค.
โคราชผวาชาวอินเดียติดเชื้อ
ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน สสจ.นครราชสีมา นพ.วิชาญ คิดเห็น รอง สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในพื้นที่ 32 อำเภอ พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 7 ราย ในพื้นที่ อ.เมือง 3 ราย อ.ชุมพวง 2 ราย อ.ปากช่อง 1 ราย และ อ.จักราช 1 ราย รวมยอดสะสม 799 ราย เสียชีวิต 7 ราย และรักษาหาย 505 ราย ทั้งนี้การสอบสวนโรคผู้ป่วยรายที่ 798 ชาวอินเดีย อายุ 56 ปี เบื้องต้นพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 15 เดือน ต้องการเดินทางกลับประเทศอินเดีย จึงเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงมาตรวจหาเชื้อที่ร.พ.ปากช่องนานา เพื่อขอใบรับรองทางการแพทย์และยืนยันการพบเชื้อรวมทั้งนำเชื้อมาตรวจหาสายพันธุ์อีกครั้ง
นพ.วิชาญกล่าวถึงการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีความเชื่อมโยงคลัสเตอร์โรงงานผลิตกุนเชียง ต.สุรนารี อ.เมือง เบื้องต้นได้ตัดวงจรการแพร่ระบาดมีคำสั่งให้ปิดบ้านวัง หมู่ 3 ตำบลบ้านวัง อ.โนนไทย ถึงวันที่ 24 พ.ค. และบ้านหนองหว้า หมู่ 2 และ บ้านหนองหว้าบูรพา หมู่ 20 ต.โนนรัง อ.ชุมพวง ถึงวันที่ 25 พ.ค. เนื่องจากมีการติดเชื้อในครอบครัวเดียวกันรวมทั้งมีคำสั่งให้ปิดโรงงานผลิตกุนเชียงและศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จนถึงวันที่ 28 พ.ค.นี้ ซึ่งพบการระบาดคล้ายโรงงานที่ จ.สมุทรสาคร ลักษณะ “รังโรค” คือคนติดไปทั่วการแยกกลุ่มเสี่ยงสูงต่ำทำได้ยากและให้ตรวจลูกจ้างทุกคนรวม 2 ครั้ง
รง.กุนเชียงป่วยอีก 2
ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ก็มีติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงงานกุนเชียงเพิ่มอีก 2 ราย อยู่ในพื้นที่ อ.ชุมพวง รวมที่ติดเชื้อจากคลัสเตอร์นี้แล้วเกือบ 30 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.ชุมพวง อ.ขามสะแกแสง อ.โนนไทย และอ.ด่านขุนทด
ระยองติดเพิ่ม 15-ดับ 1
ด้านศูนย์โควิด 19 จ.ระยอง โดยนาย ชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง กล่าวว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจำนวน 15 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน เป็นผู้หญิงอายุ 78 ปี เป็นรายที่ 6 ของจังหวัด เป็นคนอ.บ้านฉาง ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 30 เม.ย. มีโรคประจำตัว ความดัน ไวรัสตับบี
ประจวบฯเพิ่มอีก 13
นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นพ.สสจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย สัญชาติไทย 6 ราย และเมียนมา 7 ราย ป่วยสะสม 1,444 ราย รักษาหาย 1,051 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 389 ราย อาการรุนแรง 6 ราย และเสียชีวิตสะสม 4 ราย
สำหรับคลัสเตอร์โรงงานสับปะรดกระป๋อง QPP บริษัท ควอลิตี้ ไพน์แอปเปิ้ล โปรดักส์ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน พบติดเชื้อเพิ่ม สะสมล่าสุดอยู่ที่ 222 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านใกล้ชิด 21 ราย อาทิ หลาน รปภ.บริษัท อายุ 9 ขวบ, ยายขายข้าวแกงหน้าบริษัท อายุ 60 ปี, ลูกพนักงาน QPP 2 ราย และมีแคดดี้สนามกอล์ฟแบลค เมาท์เทนท์ อีก 1 ราย ติดเชื้อจากสามีซึ่งทำงานในโรงงาน
อยุธยาเจอ 19
นพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.พระนคร ศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 19 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 605 ราย จากการการสอบสวนโรค พบว่า เป็นการติดเชื้อจากที่ทำงาน มาสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลในครอบครัว ซึ่งมีเด็กวัย 11 ขวบ ผู้สูงอายุในครอบครัว นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยบางรายมีการทำกิจกรรมและเดินทางไปหลายพื้นที่ จึงไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อมาจากการทำกิจกรรมหรือการเดินทาง ไปในพื้นที่ใด ส่วนที่บริษัทแห่งหนึ่งใน ต.พยอม อ.วังน้อย การตรวจหาเชื้อซ้ำจากกลุ่มพนักงาน พบพนักงานติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย จึงให้ทางบริษัทปิดต่อเป็นเวลา 7 วัน
ปากน้ำดับอีก 3
ด้านกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.สมุทรปราการ พบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 201 ราย ในพื้นที่ จำนวน 168 ราย ได้แก่พื้นที่เมือง 67 ราย บางพลี 13 ราย พระประแดง 24 ราย พระสมุทรเจดีย์ 15 ราย บางบ่อ 1 ราย บางเสาธง 48 ราย และรับมารักษาต่อในจังหวัดสมุทรปราการ 33 ราย โดยมีเสียชีวิต 3 ราย 1.หญิงไทย 61 ปี ประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในครอบครัวที่อยู่ขณะป่วย ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทร ปราการ 2. ชายไทย 51 ปี ประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในครอบครัวโรคประจำตัว เบาหวานที่อยู่ขณะป่วย ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ 3. ชายไทย 44 ปี ประวัติเสี่ยง เดินทางไปสถานที่แออัดที่อยู่ขณะป่วย กทม. และทางเทศบาลเมืองพระประแดง สั่งปิดตลาดบุญปลอด 3 แล้ว
เขาย้อยปิด 20 ตลาด
ที่ศบค.เพชรบุรี รายงานว่า เกิดคลัสเตอร์การแพร่ระบาดโควิดในโรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวกว่า 2 หมื่นคน โดยในเบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อกว่า 30 ราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสสจ.เพชรบุรี สาธารณสุขอำเภอเขาย้อย ร.พ.เขาย้อย และฝ่ายปกครองอำเภอเขาย้อย ได้สนธิกำลังกันลงสอบสวนโรค โดยเบื้องต้นนางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย ได้สั่งปิดตลาดนัดทุกแห่งในอำเภอเขาย้อยกว่า 20 แห่ง เพื่อสกัดการแพร่ระบาดแล้ว
กาญจน์ดับเพิ่ม 1
ด้านสสจ.กาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงวัย 79 ปี ชาวตงหวายเหนียว อ.ท่ามะกา ก่อนติดโควิก ป่วยเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ รวมติดเชื้อสะสม จำนวน 262 ราย ยังรักษาตัวอยู่ร.พ. 118 ราย เสียชีวิตสะสม 2 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 5 ราย คือรายที่ 258-262 ข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชาย อายุ 29 ปี ไทม์ไลน์อยู่ระหว่างการสอบสวน ตรวจพบเชื้อวันที่ 13 พ.ค., ชายอายุ 61 ปี ชาวต.หนองขาว อ.ท่าม่วง ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 13 พ.ค. สัมผัสผู้ป่วยจากกทม., หญิง อายุ 31 ปี ชาว ต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 13 พ.ค. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค, หญิง อายุ 45 ปี ชาวต.ท่าไม้ อ.ท่ามะกา ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 3 พ.ค. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค และชายอายุ 24 ปี ตรวจพบติดเชื้อวันที่ 3 พ.ค. ข้อมูลที่อยู่และแหล่งติดเชื้ออยู่ระหว่างการสอบสวนโรค ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ในร.พ.แล้ว
ส่วน 2 อำเภอที่ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เลยคือ อ.สังขละบุรี และอ.ศรีสวัสดิ์ ส่วนคลัสเตอร์บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจ.กาญจนบุรี ไม่พบผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 3 วันแล้ว
ลพบุรีเจออีก13
ขณะที่สสจ.ลพบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยเพิ่ม 13 ราย เป็นชาย 7 ราย และหญิง 6 ราย อยู่ในพื้นอ.เมือง 8 ราย อ.พัฒนานิคม 3 ราย อ.โคกสำโรง 1 ราย และอ.บ้านหมี่ 1 ราย โดยแยกเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยจ.ลพบุรี 11 ราย และผู้สัมผัสกับผู้ป่วยจ.ปทุมธานี 2 ราย เข้ารักษาตัวในร.พ.ทั้งหมดแล้ว ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ได้มอบหมายให้ส่วนราชการ หน่วยงาน และอำเภอสำรวจข้อมูล 22 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อกำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อมและการสนับสนุนการฉีดวัคซีนต่อไป