ชี้ไม่ฟังเห็นต่าง
ติดเชื้อ-ปิด3วัน
ตลาดบางกะปิ
แม่สส.ดับโควิด
ป่วยเพิ่ม3,394
เสยชวตอีก 29

เด็กภูมิใจไทยรุมถล่ม ‘ลุงตู่’ ปมวอล์กอิน ฉีดวัคซีน ระบุเป็นตัวถ่วง ชอบแต่เสียงชม ไม่ฟังคนเห็นต่าง ไม่เรียนรู้ปัญหา ขณะที่แอพฯ‘หมอพร้อม’มีปัญหาลงทะเบียนอื้อ ระบุเป้าฉีด 50 ล้านคน อย่าเป็นแค่ลมปาก ช่วยหาวิธีให้ชาวบ้านได้รับความสะดวก อย่าสร้างกำแพงให้คนเข้าถึงวัคซีนยาก ไทยติดเชื้อรายวันอีก 3,394 เสียชีวิตเพิ่มอีก 29 เผยคลัสเตอร์คุกติดโควิดอีก 1,498 ราย ศบค.ผงะ 4 เคสใหม่ พิษโควิดรุนแรงขึ้น ติดเชื้อวันเดียวตาย กทม.ยังหนัก พบอีก 5 คลัสเตอร์ใหม่ สั่งปิดตลาดบางกะปิ 3 วันหลังพบคนติดเชื้อ สลดแม่ส.ส.พังงา ประชาธิปัตย์เสียชีวิตจากโควิด รายแรกของจังหวัด

ติดโควิดอีก 3,394-ตายเพิ่ม 29

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,879 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,625 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 254 ราย เป็น ผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,498 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 116,949 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย หายป่วยสะสม 74,368 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 4,450 ราย อยู่ระหว่างรักษา 41,903 ราย อาการหนัก 1,210 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 402 ราย

มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 29 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 10 ราย อยู่ในกทม. 14 ราย สมุทรปราการ 5 ราย ปทุมธานี 2 ราย ฉะเชิงเทรา ลำพูน ชลบุรี สระบุรี นครปฐม กำแพงเพชร หนองคาย นนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยมี 4 รายที่ทราบผลว่าติดเชื้อวันเดียวกับที่เสียชีวิต ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงไม่ตระหนักว่าติดเชื้อ พอไปพบแพทย์ก็เสียชีวิตวันเดียวกัน และมีถึง 13 รายที่เสียชีวิตในช่วงสัปดาห์แรกหลังทราบผลว่าติดเชื้อ ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 678 ราย

ส่วนระลอกใหม่ เม.ย.เป็นต้นมา ติดเชื้อสะสม 88,086 ราย หายป่วยแล้ว 46,942 ราย เสียชีวิตสะสม 584 ราย ยังรักษาอยู่ 41,903 ราย อยู่ใน ร.พ. 18,391 ราย และ ร.พ.สนาม 23,512 ราย

ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 164,886,821 ราย เพิ่มขึ้น 6.11 แสนราย เสียชีวิตสะสม 3,418,430 ราย เพิ่มขึ้น 1.3 หมื่นราย เพื่อนบ้านที่จับตาคือมาเลเซีย 4,865 ราย เพราะมีชายแดนติดกับประเทศไทย ตัวเลขใหญ่ที่รายงานคือสลังงอร์ เมืองเดียวติดเชื้อหลักพัน ติดเชื้อสะสม 150,000 กว่ารายแล้ว ต้องระวังการข้ามพรมแดนธรรมชาติ

ตรวจด่าน – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นำพล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ตรวจแนวชายแดนเพื่อคุมเข้ม การลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ ที่กองร้อยตชด.136 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

ศบค.สั่งเข้มลักลอบข้ามแดน

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางต่างประเทศ 17 ราย จำนวนนี้มีสัญชาติอินเดีย 1 ราย เดินทางเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. ทราบผลว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ไม่มีคนสัญชาติอินเดียเข้าประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่ามี 5 รายที่เดินทางจากกัมพูชาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เป็นสัญชาติไทย 4 ราย เป็นนักพนันออนไลน์ และกัมพูชา 1 ราย จากรายงานผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในรอบ 24 ชั่วโมง มีทั้งสิ้น 113 ราย มีทั้งจากเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย โดยที่ประชุมศบค.ชุดเล็กเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดสูงสุด เนื่องจากมีความเป็นห่วง ทั้งการนำเชื้อเข้าประเทศและเป็นห่วงว่าเชื้อที่นำเข้ามานั้นจะเป็นเชื้อกลายพันธุ์หรือไม่

สำหรับจังหวัดที่ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย 1.กทม. 876 ราย สะสม 29,534 ราย 2.สมุทรปราการ 153 ราย สะสม 4,482 ราย 3.นนทบุรี 130 ราย สะสม 4,887 ราย 4.ปทุมธานี 119 ราย สะสม 2,586 ราย 5.เพชรบุรี 76 ราย สะสม 721 ราย 6.สมุทรสาคร 57 ราย สะสม 1,987 ราย 7.สงขลา 46 ราย สะสม 1,087 ราย 8.ชลบุรี 39 ราย สะสม 3,807 ราย 9. จันทบุรี 32 ราย สะสม 669 ราย และ 10.ระนอง 25 ราย สะสม 637 ราย โดยการติดเชื้อที่เกิดขึ้นนั้น มีการร้องเรียนกันมาว่าแม้จะปิดสถานบันเทิงแล้ว แต่ยังมีการรวมตัวกันตามบ้าน เช่นเล่นการพนัน ตั้งวงสูบบารากู่ ขณะที่วันเดียวกัน พบว่ามี 14 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่

คลัสเตอร์คุกติดเชื้อแล้ว 12,926

ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ติดเชื้อในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 13-19 พ.ค. มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 12,926 ราย หลังจากนี้จะตรวจเชื้อเชิงรุกในเรือนจำอีก 2-3 วัน อาจทำให้เห็นตัวเลขในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ตัวเลขน่าจะลดลงและหมดไป สำหรับการดูแลผู้ติดเชื้อในเรือนจำนั้น เรือนจำเป็นระบบปิด สามารถซีลไม่ให้แพร่เชื้อออกไปข้างนอกได้ มีการดูแลตามมาตรการสาธารณสุขเหมือนภายนอก มีการระดมทีมแพทย์เข้าไปช่วย โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้ ทั้งระดับสีเขียว สีเหลืองและสีแดง เป็นการดูแลแบบเบ็ดเสร็จในเรือนจำ

กทม.พบอีก 5 คลัสเตอร์ใหม่

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนของกทม.จะยังตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน ตรวจไปแล้ว 187,500 ราย ติดเชื้ออยู่ที่ 3.5% จะน้อยก็ถือว่าไม่น้อย เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องร่วมมือกัน กดตัวเลขเหล่านี้ให้ได้ เพราะเปิดโรงพยาบาลอีกเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถ้าไม่สามารถกดตัวเลขลงได้

“คลัสเตอร์สำคัญที่ศบค.เฝ้าติดตามใน กทม. ขณะนี้มีทั้งสิ้น 34 คลัสเตอร์ โดย 5 คลัสเตอร์ที่เพิ่มมาใหม่คือแคมป์ก่อสร้าง เขตบางคอแหลม, โรงงานน้ำแข็ง เขตจตุจักร, แคมป์ก่อสร้าง เขตดอนเมือง, โกดังสินค้าให้เช่า เขตบางซื่อ และ ตลาดบางกะปิ เขตบางกะปิ”

ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวต่อว่า ถ้าดูจาก 50 เขตใน กทม. พบว่ามีแคมป์คนงานทั้งหมดทุกเขต และบางเขตมีมากกว่า 20 แคมป์ เช่น บางกะปิ บางเขน ลาดพร้าว ห้วยขวาง บางแคมป์มีคนงานเกิน 1,000 คน อย่างในเขตบางคอแหลม ที่แม้มีแคมป์คนงานเพียง 2 แคมป์ แต่แคมป์ที่มีคนงานมากที่สุดมีเกิน 1,000 คน ดังนั้นสำหรับแคมป์คนงานที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ขอลดการเคลื่อนย้ายคนงาน ส่วนแคมป์ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว หากไปปิดแคมป์ทั้งหมดเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ แคมป์ที่มีที่พักติดกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้งดออกจากพื้นที่ ส่วนแคมป์ที่มีที่พักอยู่ห่างกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้ใช้มาตรการบับเบิลแอนด์ซีล หากจะมีการเคลื่อนย้ายคนงาน ต้องขออนุญาตจากสำนักงานเขต ถ้าแคมป์คนงานต่างๆ ทำตามไม่ได้ สำนักงานเขตมีอำนาจสั่งปิดแคมป์ได้


คัดกรอง – เจ้าหน้าที่ร.พ.ตราด เข้าตรวจคัดกรองกลุ่มผู้ต้องขัง 444 เคส พร้อมกับให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่เรือนจำถึงการป้องกันการแพร่เชื้อ โดยผลตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด ที่เรือนจำจังหวัดตราด เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

ตรวจเชิงรุกเรือนจำพบอีก 1,498

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อในประเทศ 3,377 ราย มาจากเรือนจำ 1,498 ราย ส่วนกทม.และปริมณฑลติดเชื้อรวมกัน 1,357 ราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ 71 จังหวัดรวมกันติดเชื้อ 522 ราย ทิศทางทั้งประเทศ จังหวัดที่ไม่มีรายงานติดเชื้อหรือ สีขาว มี 14 จังหวัด ส่วนใหญ่ 42 จังหวัดมีติดเชื้อไม่เกิน 10 รายหรือสีเขียว ส่วนที่เฝ้าระวังคือมีติดเชื้อเกิน 100 รายหรือสีแดง มี 4 จังหวัด คือ กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี คลัสเตอร์ที่เป็นความเสี่ยงที่กรมควบคุมโรครายงาน กทม.ยังอยู่ที่ชุมชนแออัด นนทบุรี ปทุมธานีเป็นคลัสเตอร์ตลาด สมุทรปราการเป็นโรงงาน สมุทรสาครเป็นโรงงานและเดินทางมาจากกทม. ระนอง คัดกรองเชิงรุกในแรงงานต่างด้าว บางจังหวัดมีการร้องเรียนจับกุมผู้รวมกลุ่มสูบบารากู่ เล่นพนันตามบ้าน คือนราธิวาส ขอให้เข้มงวดตรวจตราการกระทำผิดเหล่านี้

“กทม.รายงานในส่วนของราชทัณฑ์พบว่าตัวเลขการตรวจเชิงรุกยังมีการรายงานตลอด ที่มีการตรวจเช่นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตรวจ 3,021 ราย พบติดเชื้อ 2,908 ราย คิดเป็น 61% เรือนจำกลางคลองเปรม ตรวจ 8,087 ราย พบติดเชื้อ 1,538 ราย คิดเป็น 15% เรือนจำกลางบางขวาง ตรวจ 5,607 ราย พบติดเชื้อ 598 ราย คิดเป็น 6% และมีข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์รายงานเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ว่าลงตรวจอีกที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำพิเศษหญิงกลาง นนทบุรี ฉะเชิงเทรา เรือนจำกลางเชียงใหม่ แต่ตัวเลขจะแตกต่างกัน บางที่เจอ 6% 15% บางที่สูงสุด 71% แต่การดูแล ผู้ติดเชื้อคนเหล่านี้อยู่ในเรือนจำมีระบบปิดและซีล ไม่มีโอกาสแพร่เชื้อด้านนอก”

ลั่นธ.ค.นี้ฉีดวัคซีน 70%

พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ยังหารือถึงเรื่องสำคัญคือเรื่องการฉีดวัคซีน โดยนายกฯในฐานะผอ.ศบค. เน้นย้ำว่าการฉีดวัคซีนถือเป็นวาระแห่งชาติ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือ ชาวต่างชาติ 70% จะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนประมาณเดือนธ.ค.64 นี้ ส่วนการกระจายวัคซีนและการบริหารจัดการว่าฉีดที่ไหน ลงทะเบียนอย่างไร จุดใด ขอความร่วมมือประชาชนติดตามการรายงานของแต่ละพื้นที่ เพราะแต่ละจังหวัดได้รับการกระจายวัคซีนตามประชากรของแต่ละจังหวัด แต่การบริหารจัดการ แต่ละจังหวัดอาจจะไม่เหมือนกัน

“วันที่ 20 พ.ค.จะประชุมหารือเพื่อหา ข้อสรุปและประกาศให้ชาวกทม.ได้รับทราบว่าจะมีที่ไหนจุดได้ประกาศให้ฉีดได้บ้างและจะรับลงทะเบียนได้เมื่อไหร่ อย่างไร จะมี รายละเอียดมารายงานให้ทราบอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญที่หารือกันคือหลักการการกระจายวัคซีนยังต้องยึดหลักเรื่องความปลอดภัย อะไรก็ตามที่จะเป็นอุปสรรคทำให้ประชาชนเข้าถึงโดยยากนั้นได้นำมาพูดคุยหารือกันในที่ประชุมทั้งหมด ดังนั้น ให้การรายงานสรุปจากที่ประชุมในวันที่ 20 พ.ค.อีกครั้งหนึ่ง”

ผู้ต้องขังติดโควิดเพิ่ม 1,117

วันเดียวกัน นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า สรุปข้อมูลผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 1,117 ราย รวมมีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการรักษา 12,767 ราย โดยมี 2 เรือนจำที่ผู้ต้องขังได้รับการรักษาจนหายแล้ว และไม่พบผู้ติดเชื้อ คือเรือนจำจ.นราธิวาส และเรือนจำอำเภอแม่สอด ทำให้ขณะนี้มีเรือนจำและทัณฑสถานที่พบผู้ติดเชื้ออยู่ 11 แห่ง ดังนี้ เรือนจำกลางเชียงใหม่ ติดเชื้อใหม่ 0 อยู่ระหว่างรักษาตัว 3,600 คน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ติดเชื้อใหม่ 521 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 2,370 คน ทัณฑสถานหญิงกลาง ติดเชื้อใหม่ 112 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 1,540 คน เรือนจำกลางคลองเปรม ติดเชื้อใหม่ 149 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 1,324 คน

เรือนจำพิเศษธนบุรี ติดเชื้อใหม่ 23 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 2,830 คน เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ติดเชื้อใหม่ 16 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 64 คน ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ติดเชื้อใหม่ 0 อยู่ระหว่างรักษาตัว 12 คน เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ติดเชื้อใหม่ 17 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 417 คน เรือนจำกลางสมุทรปราการ ติดเชื้อใหม่ 0 อยู่ระหว่างรักษาตัว 1 คน เรือนจำกลางบางขวาง ติดเชื้อใหม่ 279 คน อยู่ระหว่างรักษาตัว 607 คน และเรือนจำพิเศษมีนบุรี ติดเชื้อใหม่ 0 อยู่ระหว่างรักษาตัว 2 คน

สั่งตั้งศูนย์แก้โควิดในคุก

นายอายุตม์กล่าวต่อว่า สั่งการให้เรือนจำตั้งศูนย์แก้การระบาดโควิดประจำเรือนจำ มอบนโยบายให้ทุกแห่งจัดโรงพยาบาลสนาม ให้ตรวจหาเชื้อโดยเร็ว หากพบเชื้อเอกซเรย์ปอด จัดหายารักษาป้องกันไม่ให้เชื้อลงปอด จำกัดวงการแพร่กระจาย ให้เพิ่มคลอรีนที่อาบน้ำเพื่อความสะอาด ให้ตรวจหาเชื้อทุกคนค้นหาผู้ต้องขังที่ไอ มาตรวจก่อน ส่วนกรณีการปล่อยตัวผู้ต้องขัง ทั้งพักการลงโทษ ลดวันต้องโทษ หรือได้รับการประสานงานจากศาลยุติธรรมในการประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งก่อนการปล่อยตัวจะให้เรือนจำประสานงานกับสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อส่งต่อพี่น้องผู้ต้องขังไปยังพื้นที่สาธารณสุขโดยด่วน

อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนการแพร่ระบาดโควิดที่เข้าสู่เรือนจำ อาจเกิดจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบการเฝ้าระวัง และการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกรมราชทัณฑ์สั่งการมาโดยตลอด เกี่ยวกับมาตรการ “คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า” โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อาจเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามาสู่เรือนจำ

ตั้งกก.สอบเหตุโควิดระบาดในคุก

นายอายุตม์กล่าวถึงกรณีการสอบสวนสาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อเข้าสู่เรือนจำ เกิดจากเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 หรือไม่นั้น ขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงของบุคลากรที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่าเกิดจากการฝ่าฝืนระเบียบหรือไม่ เพื่อดำเนินการทางวินัยและให้บุคลากรเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และสังคมส่วนรวมต่อไป

‘สมศักดิ์’สั่งยกระดับคุมโควิด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตามตัวเลขขณะนี้กรมราชทัณฑ์ตรวจเชื้อโควิด-19 ผู้ต้องขัง พบผู้ติดเชื้อรวมแล้ว ขณะนี้มีทั้งหมด 13,200 ราย รักษาหายแล้ว 433 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 12,767 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังเรือนจำพื้นที่ส่วนกลาง เช่นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรือนจำกลางคลองเปรม ดังนั้นตนจึงคิดว่าต้องยกระดับการป้องกันได้จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผอ.ศูนย์

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่ามีผู้ต้องขังล้นเรือนจำ บางเรือนจำมีผู้ต้องขังเกินจากความเป็นอยู่ ตามมาตรฐาน 1.2 ตร.ม.ต่อคน หากเรือนจำไหนเกลี่ยคนไม่ให้แออัดไม่ได้ แล้วมีเชื้อโควิดเข้าไป ผบ.เรือนจำต้องรับผิดชอบ และต้องเข้าใจมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรือ SOP

“ขอให้ทุกคนอย่าหลงลืม อย่าปล่อยปละละเลยไม่สนใจ ไม่ปฏิบัติตามกรอบหรือระเบียบที่วางไว้ หากมีคนติดเชื้อขึ้นมาท่านต้องรับผิดชอบ” นายสมศักดิ์กล่าว

ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแล้ว 7 ล.

นายอนุชา บูรพาชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการดูแลผู้ต้องขังติดโควิดในเรือนจำ ว่า นายกฯสั่งการใน ครม. ให้เร่งแก้ปัญหานี้โดยเร่งตรวจเชิงรุกทั่วประเทศไทยได้มากและรวดเร็วที่สุด ให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำแต่ละแห่งที่มีผู้ติดเชื้อ และคัดแยกผู้ป่วยมารักษาตามระบบหากมีอาการรุนแรง แต่ถ้ายังไม่รุนแรงจะให้พักรักษาในโรงพยาบาลสนามของกรมราชทัณฑ์ ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าการรักษาเป็นระบบปิด โอกาสแพร่เชื้อมาสู่ชุมชนซึ่งเกิดน้อยมาก เนื่องจากงดบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยม

“นายกฯย้ำว่ามี 3 ช่องทาง ในการฉีดวัคซีน คือ ลงผ่านไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม เป็นช่องหลัก ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนในระบบเกิน 7 ล้านคน ส่วนประเด็นเรื่องการวอล์กอินต้องดูว่าหากจุดบริการนั้นมีวัคซีนเพียงพอหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์วัคซีนที่จะเข้ามาในประเทศ ถ้าวัคซีนพร้อมเนื่องจากผู้ลงทะเบียนไม่มาก็จะได้รับการฉีด แต่ถ้าไปสถานที่ฉีดโดยที่ไม่ได้ลงทะเบียน ขอให้ลงทะเบียนในวันวอล์กอิน เพราะหากวัคซีนไม่พอจะได้ทราบวันและเวลานัดหมายที่ชัดเจน แต่ไม่ได้การันตีว่าจะได้ฉีดในวันนั้น และช่องทางปูพรมฉีดวัคซีนให้กลุ่มที่พร้อมและนัดเป็นหมู่คณะ โดยประสานผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข”

แปดริ้วป่วยอีก 32 -ผู้ต้องขัง 17

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงานว่า ผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ 32 ราย เป็น ผู้ต้องขัง 17 ราย ยอดป่วยสะสมรวม 607 ราย ขณะที่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางจังหวัดฉะเชิงเทราติดโควิดรวม 79 ราย

ขณะเดียวกัน มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นรายที่ 6 ของจ.ฉะเชิงเทรา เป็นอสม.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ก่อนหน้านี้ลงพื้นที่รณรงค์เชิญชวนชาวบ้านในพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อมาก่อน กระทั่งมีอาการป่วย ภรรยาพาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ได้เพียงวันเดียวก่อนเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันที่ 19 พ.ค. ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และชาวบ้านในพื้นที่ต.บางตีนเป็ด เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก ที่บริเวณด้านหลังตลาดสดดอนทอง ทำการสว็อบเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจ

นางสกาวรัตน์ เจริญวัฒนะ ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนบางตีนเป็ด เปิดเผยว่า ผลตรวจในครอบครัวของผู้เสียชีวิต ปรากฏว่ามีผลบวกติดโควิด 4 ราย ประกอบด้วย แม่ อายุ 85 ปี, ภรรยา อายุ 49 ปี, ลูกชาย อายุ 27 ปี และลูกสะใภ้ อายุ 24 ปี ทั้ง 4 คนนี้ถูกนำตัวเข้าไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดตั้งร.พ.สนามในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา

คลัสเตอร์อีต่องป่วยเพิ่ม 4

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 ราย ติดเชื้อสะสม 288 ราย รักษาหาย 7 ราย หายป่วยสะสม 182 ราย รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 103 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีอายุเพียงแค่ 1 ขวบ 6 ขวบ 8 ขวบ และ 12 ขวบ ส่วนอีก 2 ราย อายุ 58 ปี เท่ากัน ผู้ป่วยทั้งหมด เป็นหญิง สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อรายเดียวกันคือรายที่ 273 เป็นหญิงอายุ 27 ปี ก่อนหน้านี้ ชาวต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง มีผู้ป่วยสะสม 10 ราย ทำให้ชาว ต.รางสาลี่ มีผู้ป่วยสะสม 16 ราย และทั้งหมดติดเชื้อในกลุ่มเดียวกัน จึงกลายเป็นคลัสเตอร์ ต.รางสาลี่

ส่วนคลัสเตอร์บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อสะสม 35 ราย ที่ผ่านมาไม่พบผู้ติดเชื้อ 6 วันแล้ว แต่วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 4 ราย ทำให้บ้าน อีต่อง มีผู้ป่วยสะสม 42 ราย

ปิดตลาดบางกะปิ 3 วัน

ด้านนายวีรภัทร์ พันธุ์หาญ ผอ.สำนักงานเขตบางกะปิ ลงนามประกาศสำนักงานเขตบางกะปิ ให้ปิดดำเนินการกิจการตลาด เนื่องจากพบว่ามีผู้ติดโควิด บริเวณตลาดบางกะปิ ช่วงซอยลาดพร้าว 121 ถึงซอยลาดพร้าว 127 และใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

สำนักงานเขตบางกะปิ แจ้งปิดตลาดบางกะปิ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-22 พ.ค.64

กทม.เปิดร.พ.สนามเพิ่ม

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และคณะเดินทางไปตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามกทม. แห่งที่ 6 ที่วัดศรีสุดาราม เขตบางกอกน้อย เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า จัดตั้ง “โรงพยาบาล ราชพิพัฒน์ 2” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 6 โดยได้รับความเมตตาจากพระเทพประสิทธิมนต์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร ให้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดศรีสุดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย เปิดให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง แบ่งเป็นชาย 100 เตียง หญิง 100 เตียง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลราชพิพัฒน์เป็นผู้ดูแล และเริ่มเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป

มาตรฐาน – ร.พ.สนามบุญรักษา ภายในตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งสาธารณสุขจ.ปทุมธานี ยืนยันเป็นไปตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค ใช้รองรับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ และเตรียมขยายเพิ่มเป็น 800 เตียง เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

ตลาดสี่มุมเมืองติดโควิดแล้ว 909

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตรวจคัดกรองเชิงรุกในตลาดสี่มุมเมือง พบวันนี้ติดเชื้อเพิ่ม 42 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อในตลาดทั้งหมด 909 ราย

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานควบคุมโรคโควิด-19 ของจ.ปทุมธานีว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเม.ย.2564 ของจ.ปทุมธานี เริ่มจากการระบาดในสถานบันเทิง ปัจจุบันสามารถควบคุมได้แล้วไม่พบการติดเชื้อจากสถานบันเทิงเพิ่ม การติดเชื้อขณะนี้ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสใกล้ชิดภายในครอบครัวร้อยละ 75 ที่เหลือเป็นการติดเชื้อในชุมชนและสถานที่เสี่ยง

โดยไปส่งทีมออกตรวจเชิงรุกที่ตลาดรังสิต เป้าหมาย 300 คน เทศบาลตำบลบางกะดี 600 คน บริษัทในอ.ลาดหลุมแก้ว 80 คน นอกจากนี้สุ่มตรวจในแคมป์คนงานก่อสร้างและในเรือนจำ 5 แห่งของจังหวัดด้วยเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สำหรับตลาด สี่มุมเมือง ผลการตรวจคัดกรองเชิงรุกระหว่างวันที่ 7-15 พ.ค.64 คัดกรองแล้ว 10,480 คน พบติดเชื้อ 867 ราย ผู้ติดเชื้อเป็นคนไทย ร้อยละ 70 ต่างด้าว ร้อยละ 30 เป็นการติดเชื้อใน 2 โซนจากทั้งหมด 10 กว่าโซน สั่งปิดในโซนที่พบผู้ติดเชื้อเพื่อควบคุมโรคและจัดตั้ง โรงพยาบาลสนาม “บุญรักษา” ภายในตลาด 400 เตียง และวันที่ 20 พ.ค.จะเปิดเพิ่มอีก 400 เตียง เพื่อดูแลผู้ติดเชื้ออย่างดี หากมีอาการส่งต่อตามระบบ ส่วนในโซนที่เหลือได้กำหนดจุดเข้าออก 5 จุด คัดกรองการเข้า-ออกและลงทะเบียนไทยชนะ โดยผู้ค้าจะต้องมีผลการตรวจหาเชื้อเป็นลบ จึงเข้ามาค้าขายได้ จากการสอบสวนโรคพบปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือที่กั้นเข้าห้องน้ำแบบหยอดเหรียญเป็นความเสี่ยงในการสัมผัสและแพร่เชื้อ มีการเอาที่กั้นออก ตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแทน และทำความสะอาดตลาดทุกวันด้วยยาฆ่าเชื้อ ภาพรวมถือว่าควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี

แม่ส.ส.พังงาดับโควิด

เมื่อเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ โพสต์แจ้งว่า คุณหญิงประภาวรรณ ตันเถียร อายุ 79 ปี มารดาได้จากไปอย่างสงบที่ร.พ.กรุงเทพ ภูเก็ต หลังติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารักษาตัวเมื่อวันที่ 19 เม.ย. จากนั้นรักษาตัวที่ร.พ.ตะกั่วป่ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยมีโรคประจำตัวที่มีอัตราเสี่ยงสูงคือโรคความดัน จึงนำมารักษาตัวที่ร.พ.กรุงเทพ ภูเก็ต กระทั่งเวลา 17.00 น. ก็ได้จากครอบครัวไปอย่างสงบ

ลูกหลานนำร่างคุณหญิงประภาวรรณ ไปบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเพียงคืนเดียว และพระราชทานเพลิง (กรณีพิเศษ) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ค. ที่เมรุวัดคงคาภิมุข ต.ตลาดใหญ่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ท่ามกลางความโศกเศร้าของลูกหลานและเพื่อนพ้อง ซึ่งเป็นรายแรกของจ.พังงาที่ติดเชื้อโควิด-19 และเสียชีวิต

ระยองประกาศปิด 5 เกาะ

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า ตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 12 คน ยอดผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 843 คน เสียชีวิต 7 ราย รักษาหายแล้ว 579 คน ยังคงรักษาอยู่ 257 คน กักตัวกลุ่มเสี่ยง 1,594 คน จากการตรวจเชิงรุกไปแล้ว 32,034 คน

ด้านอุทยานเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด ประกาศปิดเกาะกุฎี เกาะทะลุ เกาะกรวย เกาะขาม และเกาะปลายตีน ไปจนถึง 31 พ.ค.64 ส่วนหาดแม่รำพึง-ก้นอ่าว และเกาะเสม็ด เปิดตามปกติ

เชียงใหม่ตายเพิ่ม 1

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่ม 5 ราย ยอดสะสม 4,025 รายของการระบาดระลอกใหม่นี้ รักษาหายออกจาก โรงพยาบาลแล้ว 3,595 ราย รักษาตัวอยู่ใน โรงพยาบาล 413 ราย อาการหนัก 8 ราย ,อาการค่อนข้างหนัก 25 ราย ,อาการปานกลาง 63 ราย และอาการน้อย 317 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 17 ราย

เข้ม 4 จว.สีแดงเข้าเชียงราย

วันเดียวกัน นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย มีคำสั่งเรื่องกำหมดมาตรการปฏิบัติต่อผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เข้าพื้นที่จ.เชียงราย ระบุว่าให้ยกเลิกคำสั่งเดิมที่เคยให้ปฏิบัติต่อผู้เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าวเดิม แล้วให้ใช้มาตรการใหม่คือให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ หากเข้าพื้นที่ จ.เชียงรายให้ผู้เดินทางต้องมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีอาร์ที-พีซีอาร์ หรือ เก็บตัวอย่างจากลมหายใจ หรือแอนติเจน ราปิด เทสต์ ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหรือได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว โดยให้ ผู้เดินทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เมื่ออยู่ในจ.เชียงราย อย่างเข้มงวดด้วย สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนและไม่มีภูมิลำเนาในพื้นที่จ.เชียงราย ให้กักตัวในสถานกักกันโรค ของรัฐหรือโลคัล ควอรันทีน 14 วัน ส่วน ชาวเชียงรายที่กลับภูมิลำเนาสามารถกักตัวที่บ้านได้

ด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย รายงานว่า พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 6 ราย ยอด ผู้ป่วยสะสมในเดือนเม.ย. 539 ราย หายป่วยแล้ว 472 ราย เสียชีวิต 4 ราย เหลือผู้รักษาตัวอยู่ 63 ราย

ลำปางดับโควิดเพิ่ม 1 ราย

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯลำปาง แถลงกรณีผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิต เป็นราย ที่ 2 ของจ.ลำปาง เป็นชายไทย อายุ 72 ปี ติดเชื้อจากญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด มีโรคประจำตัวคือเป็นโรคกระดูก วันที่ 24 เม.ย. มารับการตรวจที่ร.พ.เกาะคาเนื่องจากมีอาการไข้ต่ำๆ มาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. ร.พ.เกาะคาตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงรับไว้รักษาที่ร.พ.เวชชารักษ์ อ.เกาะคา ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. อาการอยู่ในเกณฑ์ปกติ วันที่ 6 พ.ค. มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น จึงส่งต่อมารับการรักษาที่ร.พ.ลำปาง จนกระทั่งแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบ ใช้เครื่องช่วยหายใจ สุดท้าย เสียชีวิต เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 19 พ.ค. ด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงจากโควิด

‘เมืองพล’แจกทองคนฉีดวัคซีน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมือง เมืองพล ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันของ ผู้ประกอบการร้านอาหาร,เครื่องดื่ม,ร้านหาบเร่แผงลอย และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปในเขตเทศบาลเมืองเมืองพล กว่า 30 ร้านค้า ในการให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่รับวัคซีน โควิด-19 ตามที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งรับมอบทองคำรูปพรรณ 1 สลึง 3 เส้นจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อเป็นรางวัลมอบให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเมืองพล เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่เข้ารับการฉีดวัคซีนให้กันมากที่สุด

นายกิตติโชติกล่าวว่า เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้คนเมืองพลเข้ารับการฉีดวัคซีน โควิด คณะทำงานจึงขอมอบคำขอบคุณให้กับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่จะสร้างปรากฏการณ์สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการมอบทองคำรูปพรรณ 3 เส้น เส้นละ 1 สลึง ให้กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค โดยมีหลักเกณฑ์คือเมื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคกว่า 2,000 คนที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วเสร็จ และฝ่ายสาธารณสุขออกเอกสารรับรองแล้วเสร็จ จะจับสลากมอบโชคทันที”

โคราชเจออีกคลัสเตอร์โควิด

นพ.วิชาญ คิดเห็น รองสสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 22 ราย อยู่ในพื้นที่อ.เมือง 4 ราย อ.ประทาย 12 ราย อ.ครบุรี 1 ราย อ.ด่านขุนทด 4 ราย อ.วังน้ำเขียว 1 ราย รวมยอดป่วยสะสม 837 ราย เสียชีวิต 8 ราย รักษาหาย 607 ราย และรักษาอยู่ 222 ราย ทั้งนี้การสอบสวนระบาดวิทยาผู้ป่วยรายที่ 814 ชายไทยอายุ 47 ปี ต.ห้วยสันทราย อ.ประทาย วันที่ 4-6 พ.ค. เดินทางไปเขตลาดกระบัง จ.สมุทรปราการ วันที่ 7 พ.ค.กลับมาประกอบธุรกิจสถานีบริการเชื้อเพลิง ที่ต.ห้วยสันทราย ผู้ป่วยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและมีเพื่อนฝูงจำนวนมาก มีกิจกรรมเล่นไพ่ และเลี้ยงสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่ร้านอาหารด้านหลังสถานีบริการเชื้อเพลิงซึ่งปิดบริการชั่วคราว รวมทั้งใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวโดยมิได้ป้องกัน ทั้งที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง วันที่ 13-14 พ.ค.มีอาการเป็นไข้ แต่ยังมีกิจกรรมตามปกติ วันที่ 17 พ.ค. ตรวจหาเชื้อ วันที่ 18 พ.ค. ผลตรวจยืนยันติดเชื้อ จากนั้นติดตามกลุ่มเสี่ยงสูงครอบครัวและเพื่อนที่เล่นไพ่ ดื่มสุราด้วยกันมาตรวจหาเชื้อ 22 ราย พบติดเชื้อในครอบครัว ทั้งแม่ยาย ภรรยา น้องสะใภ้ น้องชายภรรยาและลูก รวมทั้งเพื่อนรวม 12 ราย รอผล 10 ราย

สั่งปิด 3 หมู่บ้านเสี่ยง

“ล่าสุดสั่งปิดบ้านหันห้วยทราย หมู่ 1 บ้านช่องแมว หมู่ 2 และบ้านชลประทาน หมู่ 9 ต.หันห้วยทราย อ.ประทาย ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 19 พ.ค.ถึง 2 มิ.ย. เป็นเวลา 14 วัน”

อนุทินย้ำนัดไม่มาต้องหาคนมาฉีด

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขกล่าวถึงการฉีดวัคซีน โควิด-19 ว่า กรณีสถานีกลางบางซื่อ กระทรวงคมนาคมเสนอให้ฉีดบุคลากรภาคขนส่งสาธารณะ ทั้งคนขับแท็กซี่ รถบัส เรือ คนทำงานสนามบิน ท่าเรือ ซึ่งมีเป็นหลายหมื่นหรือแสนคน แต่ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การ วอล์กอิน โดยวันที่ 21 พ.ค.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจดูความพร้อม แต่จะเริ่มฉีดได้เมื่อไรขึ้นกับความพร้อมของกระทรวงคมนาคม โดยคมนาคมจะใช้บุคลากรทางการแพทย์เข้ามาช่วย เช่น ร.พ.รถไฟ ทั้งนี้ สธ.ขอว่าหากฉีดกลุ่มนี้เสร็จแล้วจะขอยืมสถานที่เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มอื่นเพื่อความสะดวกสบาย เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง อาจฉีดได้เป็นหมื่นคน

เมื่อถามถึงกรณีวอล์กอินและออนไซด์ ลงทะเบียนหน้างานตามที่นายกรัฐมนตรีระบุนั้นแตกต่างกันอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ อยากจะดูการฉีดวัคซีนภายใต้แผนปกติที่นัดเข้ามาผ่านหมอพร้อมและลงทะเบียนก่อน โดยสธ.จะเก็บข้อมูลทำรายงานว่าแต่ละวันมีคนที่นัดเข้ามาฉีดกี่คน ไม่มากี่คน เหลือวัคซีนเท่าไร ซึ่งวัคซีนที่นำออกมาใช้แล้วเอากลับไปสต๊อกไม่ได้ ต้องใช้ให้หมด ดังนั้น คนที่นัดแล้วไม่มา และวัคซีนเหลือ คนที่รับผิดชอบจุดฉีดต้องเตรียมแผนสำรอง อาจจะเชิญประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนบริเวณนั้นมาฉีดวัคซีนที่เหลือ

“ผมอาจพูดเรื่องวอล์กอินเร็วไป เพราะดูแล้วว่าวัคซีนแม้จะเห็นว่าให้ได้ แต่เพื่อความสบายใจกับคนที่นัดหมายมาฉีด ว่าจะต้องได้ฉีดก่อน มิเช่นนั้นอาจต่อว่าได้ว่านัดแทบตาย แต่ปล่อยให้คนวอล์กอินได้ก่อน ตรงนี้จะเรียกว่าอะไรก็ได้ แต่วัคซีนเหลือไม่ได้ กระทรวงสาธารณสุขส่งวัคซีนออกไปต้องใช้ให้ครบทุกโดส ทิ้งไม่ได้ ผมไม่ยอม” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า อย่างแอสตร้าเซนเนก้า 1 ขวดปกติจะดูดวัคซีนได้ 10 โดส แต่หากดูดดีๆ จะได้ถึง 12 โดส ดังนั้น อีก 2 โดสที่เหลือต้องบริหารจัดการให้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าใครก็ตามขับรถเข้ามาแล้วจะได้เลย อาจจัดตั้งหน่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งว่าแต่ละวันเมื่อฉีดไปแล้วสัก 3-4 ชั่วโมง ก็น่าจะคำนวณได้ว่าวันนี้อาจมีวัคซีนเหลือเท่าไร ก็ประกาศให้คนทราบว่าเข้ามาฉีดได้อีกเท่าไร หน่วยงานต่างๆ ที่มีการรวบรวมพนักงานของตัวเองมาฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยรัฐฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น แต่หากรวมกันมาฉีดที่ร.พ.ก็อาจเกิดความแออัด ภาระงานล้นเกินไป ดังนั้น ถ้าหากหน่วยงานองค์กรต่างๆ สามารถจัดหาสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อจัดฉีดวัคซีนได้ก็จะใช้สธ.ได้มากขึ้น

‘ภูมิใจไทย’ฉะ‘ลุง’ปมฉีดวัคซีน

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิดและปัญหาของการฉีดวัคซีนที่ล่าช้า โดยให้ประชาชนลงทะเบียนหมอพร้อม แต่หลายคนเจอปัญหามากมาย โดยระบุว่า หากยังมัวแต่ยึดติดกับ ไอ้ #หมอพ้ง_หมอพร้อม ประชาชนจะติดโควิดกันหมด เข้าใจมั้ยลุง คนเขาบอกยังไม่รู้ฟัง ดื้อรั้น ถูลู่ถูกัง ทิฐิมานะสูง

“เป้า 50 ล้านคน หากไม่อยากให้เป็นแค่ลมปาก ลุงหาวิธีอื่นมาอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านเถอะ แทนที่จะช่วยทำให้มันไว คนเข้าถึงง่าย กลับเป็นตัวถ่วง และสร้างกำแพงให้คนเข้าถึงวัคซีนยาก แล้วแบบนี้เป้า 50 ล้านคน ลุงจะเสร็จเมื่อไร รึว่าให้คนเขาสร้างภูมิกันเองด้วยการรับเชื้อโควิดกันทั้งประเทศ #เพลียด่า” นายภราดรระบุ

ย้ำ‘หมอพร้อม’ปัญหาอื้อ

นายภราดรให้สัมภาษณ์กรณีโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงการบริการจัดการโควิด และปัญหาเรื่องการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะการลงทะเบียนผ่าน “หมอพร้อม” และการวอล์กอินฉีดวัคซีน ว่า คนทั้งประเทศ

รับรู้ได้ว่าหมอพร้อมนั้นมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ตัวแอพฯ ทั้งการลงทะเบียนหรือการจัดลำดับคิว ใช้เทคโนโลยีลดงานคนเป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางปฏิบัติคนที่อายุต่ำกว่า 60 ปี ใส่ข้อมูล ก็ขึ้นว่าคุณไม่ได้อยู่ในคุณสมบัติ ผู้จะได้รับวัคซีน บางคนเข้าไปใส่ข้อมูลแล้วจะหาวันที่ไปฉีด เมื่อเลื่อนไปถึง พ.ย.ยังไม่เจอวันว่าง แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของแอพฯ หมอพร้อม จึงบอกว่าควรมีวิธีการอื่นอีก ตอนนี้ต่างจังหวัดทำกันแล้วคือการให้ผู้นำชุมชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.บูรณาการทำงานร่วมกัน และแจ้งยอดไปโรงพยาบาลว่ามีใครบ้างจะฉีด ผู้ว่าฯ จัดสรรลงไปอำเภอ โรงพยาบาลชุมชน ตำบล กลายเป็นระบบที่บริการจัดการง่ายกว่า พร้อมดำเนินการควบคู่ไปกับแอพหมอพร้อม ไม่ใช่บอกว่าให้ยกเลิกหมอพร้อม แต่ต้องทำควบคู่เพื่อเสริมกัน

นายภราดรกล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าหมอพร้อมนั้นไม่พร้อมอย่างที่คนพูดกันจริงๆ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลฝ่ายเดียวที่จะออกมาโจมตีวิธีการของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลมองแบบนั้นคือการมองภาพแคบไป ต้องมองและฟังเสียงประชาชนจริงๆ ว่าติดขัดปัญหาอย่างไร รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่ด่าประชาชน มีหน้าที่แก้ไขปัญหาให้เขาจึงจะเป็นสิ่งที่ดี สิ่งไหนไม่ดี ประชาชนติติงมารัฐบาลควรนำไปทบทวนและลองดำเนินการแก้ไข ไม่ใช่มองว่าติติงกันไม่ได้ การทำงานใหญ่มีจุดบกพร่องอยู่แล้ว ที่ประชาชนแจ้งจุดบกพร่องถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับรัฐบาลต้องไปแก้ไขด้วยซ้ำ ควรจะฟังเสียงเขาบ้าง ไม่ใช่ใครเตือนก็ว่าหมอพร้อมดีแล้ว ทั้งที่ตัวเองยังไม่เคยเข้าไปดูว่าหมอพร้อมทำงานอย่างไร ติดขัดจริงๆ หรือไม่ ตัวเองฟังแต่คนรอบข้างที่ไปรายงานว่าดีแล้วๆ จึงเหมือนไม่ได้รับรู้ปัญหาจริงๆ

“สิ่งที่ผมพูดนั้นไม่ได้ด่าทอ หรือใช้ถ้อยคำที่เป็นการเสียดสี เพียงแต่บอกว่ามีวิธีการอย่างอื่นอีกหรือไม่ที่จะทำได้ดีกว่าหมอพร้อม อย่าไปยึดติดกับมันมาก ไอ้หมอพร้อมเนี่ย” นายภราดรกล่าว

จวกบริหารงานแบบเก่า

ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกมาเบรกกลางวงครม.ไม่ให้ใช้แนวทางวอล์กอินรับวัคซีน โดยระบุว่า “ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะได้เห็นว่า มีปัญหากับการลงทะเบียน “หมอพร้อม” มาก เราได้เห็นรูปแบบการฉีดวัคซีนในประเทศต่างๆ ประชาชนเริ่มตื่นตัว อยากฉีดวัคซีนมากขึ้น แต่หมอพร้อมก็ยังไม่พร้อม ตั้งแต่มีข่าว วอล์กอินให้ไปฉีดได้ เราเชื่อว่าคนมีทางเลือกมากขึ้น และตื่นตัวขึ้น แต่พอเมื่อวาน ลุงมาเบรก ไม่ให้วอล์กอิน แล้วบอกแอพฯ ห้ามล่ม เฮ้ยยนี่ รู้สึกเลยว่า เป็นการบริหารแบบยุคเก่ามาก คือถ้าไม่ได้เป็นความคิดของตนคือผิดหมด แทนที่จะให้เขาหาแนวทางแบบฉีดได้โดยไม่แออัด การตัดสินใจแบบนี้ เท่ากับว่าไม่ได้เรียนรู้ปัญหาและการแก้ไข ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามแผนเลย เป็นการตัดสินใจที่ บ้ง มาก”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน