ผบ.ตร.‘ปั๊ด’ นำทีมแถลง ผลงานตำรวจปส. 6 เดือน ทลาย 97 เครือข่ายค้ายาเสพติด ยึดทรัพย์กว่า 2.4 พันล้าน ทั้งของกลาง บ้าน ที่ดิน และรถ ชี้เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ยิ่งทำให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลลอบขนเข้าประเทศไทย ทั้งจากภาคเหนือ เชียงรายและเชียงใหม่ และภาคอีสาน ล่องแม่น้ำโขง ทางจ.เลย หนองคาย, บึงกาฬ และนครพนม ขนเข้าแหล่งพักยาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซุกซ่อนส่งทางโลจิสติกส์ และซื้อขายผ่าน โซเชี่ยลมีเดียกันโจ๋งครึ่ม ส่งขายให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ด้านคดีตร.ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ยึดไอซ์ 316 ก.ก. มูลค่า 2.4 พันล้าน ได้บนเรือขนส่งสินค้าจากไทยที่ไปเทียบท่า เร่งขยายผลคดี ตร.ทั้ง 2 ประเทศประสานข้อมูลกัน สอบหาผู้รับปลายทาง ‘บิ๊กยิ้ม’ มนตรี มั่นใจจับตัว ผู้กระทำผิดได้

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ในรอบ 6 เดือน ยึดทรัพย์กว่า 2,400 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเพื่อนบ้านมีฐานการผลิตยาเสพติดที่สำคัญ คือ บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จึงเอื้ออำนวยต่อการลำเลียงเข้ามายังภาคเหนือใน จ.เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาด้าน จ.เลย, หนองคาย, บึงกาฬ และนครพนม เป็นส่วนใหญ่ ก่อนลำเลียงเข้ามาพักไว้ในพื้นที่ตอนในของประเทศบริเวณรอยต่อกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับยุคเทคโนโลยีใหม่ ขบวนการค้ายา จึงใช้โซเชี่ยลมีเดียเป็นช่องทางซื้อขาย และใช้ระบบขนส่ง โลจิสติกส์ ในการลำเลียงเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว สาเหตุสืบเนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองในประเทศเมียนมา มีส่วนทำให้ยาเสพติดปริมาณมหาศาลถูกผลักดันออกจากแหล่งผลิต แหล่งพักการลำเลียงแต่ละครั้งมีปริมาณยาเสพติดมากขึ้น รัฐบาลจึงมี นโยบายมุ่งเน้นการสืบสวนปราบปรามขยายผลเครือข่ายยึดอายัดทรัพย์สินบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมดเป้าหมายในปี 2564 มูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า การทำงานของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 และพล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3 พร้อมหน่วยงานความมั่นคงบูรณาการกำลังทลายเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 5 ทหารและเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดของเครือข่ายนาย จะฟูทาปะ ได้บนถนนเลี่ยงเมืองสาธารณะบ้านแม่ฮ่าง-บ้านสันต้นหมื้อ ม.6 หน้าโรงอบข้าวไวเจริญค้าข้าว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 5 ล้านเม็ดซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย วางอยู่ที่ท้ายกระบะของกลาง

ต่อมา คดีที่ 2 วันที่ 16 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.3 บก.ปส.2 บช.ปส., เจ้าหน้าที่กลุ่มงาน การข่าวบก.สส.บช.ปส., ตำรวจสภ.เมืองจ.หนองบัวลำภู, สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกันจับกุม 3 ผู้ต้องหาฉายานักบินบีเอ็มดับเบิลยู ประกอบด้วย นายเกียรติศักดิ์ หรือเป้ ศรีรัตนาวดี อายุ 30 ปี นายอภิวัฒน์ หรือเอก แซ่ภู่ อายุ 35 ปี นายอรุณศักดิ์ หรือเก่ง ศรีสุวรรณ์ อายุ 25 ปี ได้บนถนนสายศรีชมพู ชุมแพ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ต่อเนื่องต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะลำเลียงยาเสพติดเพื่อส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง และปริมณฑล ตรวจค้นรถยนต์ พบของกลางไอซ์น้ำหนักประมาณ 99 ก.ก.

ส่วนกรณีที่ตำรวจนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ยึดไอซ์ น้ำหนัก 316 ก.ก. มูลค่าถึงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 2,400 ล้านบาท ซ่อนไว้ในกล่องเตาปิ้งย่างไฟฟ้า และเครื่องทำน้ำอุ่น บนเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งที่มาจากประเทศไทย และเข้าจอดเทียบท่าเรือโบทานีย์ ในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า แม้อาจมีปัญหาข้อขัดข้องของกฎหมายระหว่าง 2 ประเทศอยู่บ้าง แต่ยืนยันว่า ในส่วนของการสืบสวนขยายผลตำรวจไทยสามารถดำเนินการได้ตามกรอบกฎหมายไทย เท่าที่ดำเนินการได้อย่างเต็มที่

ขณะที่ พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า ตร.ได้ขยายผลความเชื่อมโยง พบเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติกลุ่มเดิมๆ โดยมั่นใจว่าจะจับกุม ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ตำรวจออสเตรเลียอยู่ระหว่างการขยายผลจากผู้รับปลายทาง ขณะที่ตำรวจไทยประสานข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลีย โดยผบ.ตร.มอบหมายให้ตำรวจภูธรภาค 5 ภาค 6 และตำรวจส่วนกลาง เร่งสืบสวนขยายผลคดี

ด้านพล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า ผลการทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ได้เปิดปฏิบัติการปราบปรามขุดรากถอนโคน กดดัน ปูพรมไล่ล่า จับกุม ยึดทรัพย์สิน ขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา พบมีจำนวนคดียาเสพติดทั้งสิ้น 192,749 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีเสพ 88,481 คดี รองลงมาเป็นครอบครอง 52,538 คดี และครอบครองเพื่อจำหน่าย 38,061 คดี ดำเนินคดีผู้ต้องหา 193,604 คน เป็นเพศชาย ร้อยละ 89.6 เพศหญิง ร้อยละ 10.4 ตรวจยึดยาบ้า 301,056,263 เม็ด กัญชา 24,425.23 ก.ก. เฮโรอีน 2,747.30 ก.ก. ไอซ์ 19,875.02 ก.ก. เคตามีน 948.45 ก.ก. และยาอี 248,991 เม็ด

“ตร.ได้ทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 97 เครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์สิน เช่น สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน 153 รายการ มูลค่า 955 ล้านบาท รถยนต์ 880 คัน มูลค่า 478 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ 1,365 รายการ มูลค่า 85 ล้านบาท และอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมยึดทรัพย์สินทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 2,404 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40 ของเป้าหมายรัฐบาล โดยตร.ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดทำโครงการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน การบำบัดรักษา รวมไปถึงช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดแบบองค์รวม โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในพื้นที่หมู่บ้าน และชุมชน รวม 1,483 ชุมชน เพื่อให้ชุมชนทั่วประเทศได้นำรูปแบบไปเป็นแนวทางการปฏิบัติในการดูแลผู้ใช้ยาเสพติดได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป” พล.ต.ต. พรชัยกล่าว

97แก๊งยา – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงผลทลาย 97 เครือข่ายยาเสพติด ลักลอบลำเลียงจากชายแดนภาคเหนือและอีสานเข้าสู่ตอนในของประเทศ พร้อมยึดทรัพย์กว่า 2,400 ล้านบาท ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน