อดีตขุนคลังยื่นศาลฯชี้ขัดรธน.
รัฐบาล-กองทัพโต้ซุกงบฯกห.
‘ชวน’ฉะเด็กรมต.เบ่งฉีดวัคซีน

อดีตขุนคลังยื่นศาลปกครอง ร้องเพิกถอนร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้าน กับพ.ร.ก.กู้ 1 ล้านล้าน ชี้รัฐบาลทำผิดวินัยการเงินการคลัง ผิดรัฐธรรมนูญ เตือน ‘บิ๊กตู่’ ระวังเข้าข่ายผิดมาตรา 112 นายกฯถกทีมกุนซือ-รองนายกฯ เศรษฐกิจ วางกรอบใช้เงินกู้ เน้นแก้ปัญหาจ้างงาน พปชร.โต้ฝ่ายค้าน กล่าวหาซุกงบกองทัพ อ้างมีแค่ 300 ล้าน ใช้สกัดแรงงานต่างด้าวแพร่โควิด กองทัพแจงเป็นงบพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ในโครงการอีอีซี วิป 3 ฝ่ายกำหนดเวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบปี 65 รัฐบาล-ฝ่ายค้านได้ฝ่ายละ 22 ชั่วโมง เพื่อไทยขู่น้องๆ ศึกซักฟอก ฉะรัฐบาลกระจายวัคซีนเน้นพวกพ้อง-หัวคะแนน

‘บิ๊กตู่’ซุ่มถกกรอบใช้เงินกู้

เวลา 13.30 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง การนำเสนอแนวคิดเบื้องต้นในการใช้จ่ายเงินกู้ฯ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมประชุม โดยกำหนดการประชุมดังกล่าวไม่ได้ขึ้นวาระที่ทำเนียบ คาดว่าเกรงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าว

นายสุพัฒนพงษ์ ให้สัมภาษณ์กรณี ครม.เห็นชอบออก พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังระบุว่าไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม และมีงบประมาณเพียงพอว่า เดี๋ยวคงมีการชี้แจง เมื่อถามว่ากระทรวงการคลังบอกว่าจะชี้แจง แต่วันนี้ก็ยังเงียบ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ไม่นาน ไม่เงียบ ถึงเวลาก็ต้องชี้แจง และคงต้องรอฟังรายงานของคณะที่ปรึกษาฯ ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ก่อน

อ้างมุ่งช่วยเอสเอ็มอี-การจ้างงาน

เวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ เฟซบุ๊ก หลังประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อติดตามและพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะต่อไป ซึ่งต้องพิจารณาในรายละเอียด ตั้งแต่แผนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมๆ กับแผนงานช่วยเหลือประชาชน ครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่เอสเอ็มอีเพื่อรักษาการจ้างแรงงาน รวมถึงการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน การ กระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อย ควบคู่การลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนประเทศหลังโควิด และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานในพื้นที่ชุมชนเพื่อป้องกัน รับมือน้ำท่วม-น้ำแล้งในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้ อีกด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ ไม่ได้ระบุถึงแผนรวมการเสนอแนวคิดเบื้องต้นในการใช้จ่ายเงินกู้ ที่กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงเองทั้งหมด

ต่อยอดโครงการเยียวยา

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยหลังนายกฯ ประชุมร่วมคณะที่ปรึกษา และรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ เพื่อติดตามภาพรวมของการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ว่า เป็นการหารือภาพรวมกว้างๆ โดยเฉพาะการเยียวยาประชาชนในอดีตเพื่อนำมาพิจารณาต่อยอดโครงการเยียวยาที่กำลังจะมีขึ้น รวมถึงพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจว่าจำเป็นต้องใช้งบเท่าไรเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” จะยังไม่มีการเสนอครม.วันที่ 25 พ.ค. เนื่องจากต้องรอให้โครงการ ม.33 เรารักกัน และเราชนะ เรียบร้อยก่อนจะนำโครงการดังกล่าวเข้าสู่ครม.ช่วงมิ.ย.

นอกจากนี้ ได้หารือถึงเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2565 ที่จะเข้าสภา 31 พ.ค.-2 มิ.ย. โดยเน้นประเด็นการชี้แจง เรื่องการจัดสรรงบที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ยืนยันไม่มีการพูดคุยถึงงบประมาณในส่วนกระทรวงกลาโหมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

พปชร.โต้ซุกงบกองทัพ

ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พปชร. ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมวิป 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ว่า ในวันที่ 27-28 พ.ค. จะมีการพิจารณา พ.ร.ก. 2 ฉบับ เบื้องต้นคาดว่าวันที่ 27 พ.ค. จะเริ่มประชุมในเวลา 09.30-00.30 น. ส่วนวันที่ 28 พ.ค. เริ่มเวลา 09.30-14.30 น. แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 9 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 9 ชั่วโมง ส่วนร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ยืนยันยังคงประชุมวันที่ 31 พ.ค. ถึงวันที่ 2 มิ.ย.เช่นเดิม ทุกอย่างต้องเดินหน้า เรารู้ว่าต้องอยู่กับโควิด-19 ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการป้องกัน

เมื่อถามถึงฝ่ายค้านท้วงติงเรื่องการจัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสมและไม่ให้ร่างผ่านความเห็นชอบ นายวิรัชกล่าวว่า ทุกปีก็เป็นเช่นนั้น ปีนี้หากเห็นชอบด้วยก็น่าเกลียด เราต่างคนต่างทำหน้าที่ รัฐบาลตอบได้ทุกคำถาม แม้แต่งบกองทัพที่บอกแอบไปไว้ในพ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาทนั้น ตรงนั้นมีแนวป้องกันชายแดนเกือบทั้งหมด โควิดเกิดจากแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาในประเทศ เราให้เขาป้องกันแต่ไม่ให้อะไรเขาเลย ซึ่งงบที่ไปลงตรงนั้นมีอยู่ประมาณ 200-300 ล้านบาทเท่านั้น

กองทัพยันเป็นงบ‘อีอีซี’

แหล่งข่าวจากกองทัพระบุกรณี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคพื่อไทย แฉรัฐบาลซุกงบกองทัพไว้ในพ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้าน โดยเป็นงบฯ กองทัพเรือ 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปสร้างทางขับเครื่องบินและลานจอดศูนย์บำรุงอากาศยาน ว่า ไม่ใช่งบประมาณส่วนที่กองทัพเรือเสนอ แต่งบประมาณดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการอีอีซี ซึ่งอยู่ในแผนอีอีซีใหญ่ของรัฐบาลในการพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องกับแผนพัฒนาของสภาพัฒน์ด้วย เป็นแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาว่าต้องสร้างรันเวย์และสร้างสิ่งต่างๆ เท่าไร ซึ่งเงินยอดงบประมาณนี้เวลาจะสร้าง เนื่องจากเห็นว่าทางกองทัพเรือมีประสบการณ์ก็ให้เป็นหน่วยที่ถืองบประมาณ แต่เป็นไปตามแผนขนาดใหญ่การใช้งบประมาณขึ้นอยู่กับรัฐบาล กองทัพเรือเป็นหน่วยปฏิบัติตามแผนของอีอีซี

ร้องศาลปค.สั่งเพิกถอนพรก.กู้

ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง พร้อมคณะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ยื่นฟ้อง ครม.ต่อศาลปกครองสูงสุด ให้พิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนมติ ครม.เมื่อ 18 พ.ค.2564 ที่เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ออกร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ… วงเงินไม่เกิน 7 แสนล้านบาท และมติครม. เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 ที่มีมติเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท

“เราไม่ได้ขัดขวางการกู้เงิน เพราะตระหนักดีว่าประชาชนเดือดร้อนและการแก้ปัญหาโควิด-19 มีเรื่องต้องทำอีกมากและจำเป็นต้องใช้เงิน แต่การใช้เงินต้องไม่ผิดรัฐธรรมนูญ หากปล่อยให้ออก พ.ร.ก.ที่ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ สุดท้ายประชาชนก็ไม่ได้เงินอยู่ดี เพราะคนจะทักท้วงเเละมีปัญหาในภายหลัง จึงขอให้ศาลพิจารณายกเลิกมติ ครม.ที่อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ ครม.เห็นชอบไปก่อนหน้านี้” นายธีระชัยกล่าว

เตือนนายกฯ-ครม.ผิด 112,157

นายธีระชัยกล่าวว่า เนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.ก.ทั้งสองฉบับน่าจะคล้ายคลึงกัน แต่ปัญหาคือมีการตัดตอนองคาพยพในการตรวจสอบ กำกับเพื่อให้เกิดความโปร่งใสรัดกุมของหลักวินัยการเงินการคลังออกไป แล้วไปยกร่างให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมามีอำนาจเบ็ดเสร็จในการคัดเลือกโครงการและเสนอครม.อนุมัติ กำกับโครงการ และมีอำนาจออกระเบียบ ซึ่งลักษณะนี้ถือเป็นการใช้จ่ายที่หละหลวม ขัดกับวินัยการเงินการคลัง

ขณะนี้ ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างรอทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนแถลงข่าวเสนอแนะต่อองคมนตรีว่าก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พิจารณาร่างกฎหมายนี้อย่างรอบคอบ ให้นำความเห็นของทุกฝ่ายมาพิจารณาประกอบด้วย ขอแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าการนำเสนอร่างกฎหมายที่ผิดรัฐธรรมนูญต่อพระมหากษัตริย์ เข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 112 โดยตรง และในอนาคตการทำสัญญาเงินกู้ของรัฐบาลกับหน่วยงานต่างๆ อาจมีปัญหา หากมีการหยิบยกเป็นประเด็นโต้แย้งว่า ครม.อนุมัติกฎหมายกู้เงิน ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ถ้ารัฐบาลยังยืนกรานว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ถูกต้องแล้วจะเดินหน้าต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

วิป 3 ฝ่ายกำหนดกรอบสภาถกงบ

เวลา 14.45 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แถลงผลประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเตรียมอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ วันที่ 31 พ.ค.- 2 มิ.ย.ว่า จะใช้เวลาอภิปราย 47 ชั่วโมง 30 นาที แต่ละวันจะเริ่มประชุมช่วงเวลา 09.00-01.00 น. โดยรัฐบาลและฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายฝ่ายละ 22 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือ 3 ชั่วโมง 30 นาที เป็นของประธานในที่ประชุม โดยจะผ่อนคลายให้สมาชิกถอดหน้ากากอนามัยระหว่างการอภิปรายได้ แต่ต้องมาอภิปรายบริเวณโพเดียมที่สภาจัดไว้ให้ในห้องประชุม ส่วนการฉีดวัคซีนให้ส.ส. ประธานสภา เห็นว่าส.ส.สมควรฉีดวัคซีน แต่จะไม่บังคับให้เป็นความสมัครใจ

ส่วนการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 64 คนนั้น ลดจำนวนลงจากครั้งที่แล้วเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด ประกอบด้วย ครม. 16 คน พรรคเพื่อไทย 13 คน พลังประชารัฐ 12 คน ภูมิใจไทย 6 คน ก้าวไกลและประชาธิปัตย์ พรรคละ 5 คน ส่วนเสรีรวมไทย, ประชาชาติ, เศรษฐกิจใหม่, รวมพลังประชาชาติไทย, เพื่อชาติและพลังท้องถิ่นไท พรรคละ 1 คน การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ ครั้งนี้จะเป็นน้องๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

‘ชวน’ตำหนิผู้ติดตามสส.อวดเบ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวิป 3 ฝ่าย ช่วงบ่ายนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อกำหนดกรอบการประชุมสภา พิจารณาพ.ร.ก. 2 ฉบับ และพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณนั้น

มีรายงานเผยว่าว่า มีถกเถียงกรณี ส.ส.บางส่วนยังไม่ยอมฉีดวัคซีน ทำให้ นายชวน ย้ำว่าคนที่ไม่ฉีดวัคซีนยังเข้าประชุมได้ตามปกติ เพราะไม่สามารถไปบังคับได้ แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง พร้อมตำหนิผู้ติดตาม ส.ส.ที่เข้าร่วมประชุม โดยฝากให้ ส.ส.แต่ละคนห้ามปรามพฤติกรรมของผู้ติดตาม หลังพบว่าการเปิดให้ผู้ติดตาม ส.ส.มาฉีดวัคซีนที่รัฐสภาช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนว่า ผู้ติดตาม ส.ส.หรือรัฐมนตรีบางราย มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ ลักษณะอวดเบ่ง ต้องการลัดคิว ถึงขั้นตะคอกใส่แพทย์พยาบาลที่กำลังทำหน้าที่

โดยนายชวน กล่าวว่า “สองวันที่มาฉีดวัคซีน ผู้แทนดี แต่ผู้ติดตามเบ่งมาก จึงอยากขอร้อง ผมต้องมาปรามด้วยตนเอง เตือนพวกเราที่เข้ามา ถ้าผู้ติดตามเป็นอย่างนี้ต่อไปประชาชนเขาก็ไม่เลือก”

รายงานข่าวเผยว่า ผู้ติดตามที่มีปัญหาเป็นผู้ติดตามของนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการฉีดวัคซีนให้บุคลากรของรัฐสภา

พท.ย้ำชำแหละราวศึกซักฟอก

เวลา 10.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค แถลงว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ของสภา ระหว่าง 31 พ.ค.- 2 มิ.ย.นี้ พท.จะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบผ่านกระบวนการรัฐสภาอย่างเต็มที่ ไม่แพ้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่เป็นข้อสงสัยในการใช้จ่ายโดยไม่เรียงลำดับความสำคัญ ไม่สอดคล้องสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจ การจัดสรรงบหลายด้านสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเดิมพันสุขภาพและชีวิตประชาชนผ่านงบปี 2565 หรือไม่ เหตุใดเม็ดเงินส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน

งบปี 65 งบกระทรวงสาธารณสุขถูกตัดไปถึง 10.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่งบด้านการป้องกันประเทศลดลงเพียง 4.9 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับความมั่นคง กระทำการข้ามหัวประชาชน จึงอยากให้ประชาชนจับตาการตั้งงบกลางที่ยังสูงถึง 571,047.3 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย แต่การใช้จ่ายงบกลางนี้ต้องเป็นไปเพื่อสถานการณ์จำเป็น และเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนด้วย วันที่ 28 พ.ค.นี้ พรรคจัดเวทีวิพากษ์การจัดสรรงบปี 2565 โดยทีมเศรษฐกิจของพรรค เจาะลึกให้เห็นถึงโครงสร้างการจัดสรรงบในภาวะวิกฤตที่บิดเบี้ยว เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง นำโดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนและทีมเศรษฐกิจพรรค มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กพรรค

ฉะกระจายวัคซีน-เน้นหัวคะแนน

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้า พท. กล่าวว่า การแก้ปัญหาโควิดและบริหารจัดการวัคซีน ต้องยึดหลักหลากหลาย รวดเร็ว ทั่วถึงและทันการณ์ อย่างมียุทธศาสตร์คือ 1.เน้นการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้มากและรวดเร็วขึ้น หลากหลายประเภทและมากชนิด 2.บริหารจัดการกระจายวัคซีนให้มีประสิทธิ ภาพ กว้างขวาง ทั่วถึง และทันการณ์ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จึงจะส่งผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ สร้างความเชื่อมั่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3.กระจายวัคซีนลงในพื้นที่เน้นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมากและรุนแรง 4.วางจุดเน้นการพัฒนาและมุ่งฟื้นฟูเขตเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน แก้วิกฤตประเทศคืนสู่ภาวะปกติโดยรวดเร็วกว่านี้

ส่วนที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการจัดสรรวัคซีนให้แกนนำหลักของบางพรรคในบางพื้นที่ บางจังหวัดที่เป็นคนใกล้ชิดและสนิทสนมกับฝ่ายรัฐบาล จะได้รับวัคซีนมากเป็นพิเศษและเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งต้องบริหารจัดการวัคซีน คำนึงถึงความเสมอภาค เท่าเทียม เห็นแก่ประโยชน์ประเทศมากกว่าของพวกพ้อง หัวคะแนน

“ซึ่งได้เวลาจัดระบบการบริหารประเทศ จัดวิธีแก้ปัญหาประชาชนใหม่อย่างมียุทธศาสตร์ ได้เวลากระจายทรัพยากรเพื่อเตรียมซ่อม สร้างและฟื้นฟูประเทศ คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ได้เวลาเลิกพายเรือรั่วให้โจรนั่ง” นายภูมิธรรมกล่าว

พปชร.ผวาโควิดลามสภา

นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา กล่าวกรณีการตรวจพบคนงานในแคมป์ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ติดโควิด 519 จากที่ตรวจไป 900 คน ว่า เท่าที่ได้รับรายงาน ทราบว่าแรงงานก่อสร้างไม่ได้เข้ามาคลุกคลีหรือเข้ามาภายในอาคารรัฐสภา เพราะทำงานอยู่ภายนอกพื้นที่รัฐสภา เชื่อว่ามาตรการของสภาที่เข้มงวดจะทำให้การประชุมสภาทำได้ ไม่มีปัญหาแพร่เชื้อ

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. ในฐานะประธานกมธ.กิจการสภา ผู้แทนราษฎร กล่าวถึงเคสเดียวกันว่า เป็นเรื่องอันตรายมากหากจะยังเปิดสภาต่อไป แต่เมื่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ตัดสินใจให้เปิดประชุม และที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายหารือกำหนดวันอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบปี 2565 แล้วก็ต้องยอมรับการตัดสินใจ แต่ไม่รู้ว่าคนงานแพร่เชื้อไปถึงไหนแล้ว

พรเพชรแนะเลื่อนถก 2 สภา

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การประชุมวุฒิสภานัดแรกวันนี้เน้นเฉพาะวาระที่จำเป็น และจัดพื้นที่ห้องประชุมแบบเว้นระยะห่าง ส่วนสัปดาห์หน้าจะงดประชุมเพื่อลดความแออัดภายในรัฐสภา เนื่องจากฝั่งส.ส.มีประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ และจากนี้จะหารือกับประธานรัฐสภาขอให้งดการประชุมร่วมรัฐสภาออกไปก่อน เนื่องจากจะเป็นการรวมตัวของสมาชิกจำนวนมาก

ป้อมเมินกระแสจี้‘ตู่’ลาออก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธจะตอบคำถามกรณีกระแสเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ รวมถึงกลุ่มไทยไม่ทน ให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก โดยพล.อ.ประวิตร ขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน