โต้อังกฤษ-ออกข่าว
ปากน้ำปิดอีก2ตลาด
เพชรบุรีป่วยพุ่งที่ 2
คุกติดเชื้อเกิน2หมื่น
สธ.ปัดวุ่นไม่ใช่สายพันธุ์ไทย หลังอังกฤษแถลงพบเชื้อกลายพันธุ์ ซัดน่าเป็นสายพันธุ์อียิปต์มากกว่า เพราะหนุ่มอียิปต์ติดเชื้อ เร่งถอดรหัสพันธุกรรม ไทยติดเชื้อรายวันอีก 3,759 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 34 กทม.พบอีก 3 คลัสเตอร์ใหม่ ทั้งตลาดมีนบุรี บริษัทเอกชนย่านบางแค และสถานทูต ในเขตวัฒนา ส่วนที่ปากน้ำติด โควิดอีก 226 ราย ตายเพิ่ม 3 สั่งปิดตลาดพระประแดง ตลาดสำโรง 3 วัน หลังพบเชื้อ แคมป์คนงานนนท์ป่วยอีก 120 ชลบุรี 3 คลัสเตอร์ เพชรบุรีป่วยพุ่ง 658 แรงงานพม่าที่กักตัวในแคล-คอมพ์ฮือประท้วงไฟฟ้าดับ ให้กินแต่อาหารไทย อยากได้อาหารพม่า ขณะที่คลัสเตอร์คุก นักโทษติดเชื้อทะลุ 2 หมื่น
โควิดติดเพิ่ม 3,759-ตายอีก 34
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,759 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,447 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,374 ราย มาจากการค้นหา เชิงรุก 1,073 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,294 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 18 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อชาวฟิลิปปินส์ซึ่งมาจากเรือขุดเจาะน้ำมันของอินโดนีเซีย โดยผู้ติดเชื้อดังกล่าวได้รักษาอยู่บนเรือในน่านน้ำสงขลา ไม่ได้ขึ้นมาบนบกแต่อย่างใด ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 144,976 ราย หายป่วยสะสม 97,872 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 4,044 ราย อยู่ระหว่างรักษา 46,150 ราย อาการหนัก 1,226 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 405 ราย
มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 34 ราย เป็นชาย 18 ราย หญิง 16 ราย อยู่ในกทม. 24 ราย จำนวนนี้อยู่ในเรือนจำ 1 ราย สมุทรปราการ 3 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ชลบุรี นครราชสีมา ตาก นครสวรรค์ ร้อยเอ็ด จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นผู้ติดเตียง 1 ราย หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย และมีถึง 8 รายเสียชีวิตในสัปดาห์เดียวหลังทราบผลว่าติดเชื้อ โควิด-19 ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 954 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 169,623,481 ราย เสียชีวิตสะสม 3,525,023 ราย
กทม.เจออีก 3 คลัสเตอร์ใหม่
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า กรมควบคุมโรควิเคราะห์ลักษณะผู้เสียชีวิตจากการระบาด 3 ระลอกที่ผ่านมา โดยรอบแรก ม.ค.-14 ธ.ค.63 อัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1.42% ระลอกที่สอง 15 ธ.ค.63-มี.ค.64 อัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 0.14% และระลอกที่สาม 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน อัตรา ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1.23% ขณะที่ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่พบเชื้อและเข้ารับการรักษา ระลอกแรก 6 วัน ระลอกที่สอง 4 วัน และระลอกที่สาม 1.6 วัน ส่วนระยะเวลาตั้งแต่พบเชื้อถึงเสียชีวิต ระลอกแรก 15 วัน ระลอกที่สอง 12 วัน และระลอกที่สาม 12 วัน อย่างไรก็ตาม ระลอกล่าสุดพบผู้เสียชีวิตในวันแรกถึง 54 ราย ปัจจัยหลักยังเป็นผู้มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยติดเตียง ที่ญาติอาจไม่ได้สังเกตอาการเพราะเห็นว่าเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่แล้ว เมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลงจึงสังเกตยาก กรมควบคุมโรคจึงแนะนำว่าต้องสังเกตระบบทางเดินหายใจ ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย เหนื่อยหอบมากขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลและเข้ารับการตรวจโควิด-19 แม้จะไม่มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อก็ตาม และขอให้มีอุปกรณ์ตรวจวัดออกซิเจนเพื่อนำมาคอยตรวจด้วย ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ที่ไม่ได้สัมผัสเชื้อโดยตรง เมื่อมีอาการจึงหายารับประทานเอง เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็อาการหนักแล้ว จึงแนะนำว่าหากใครมีอาการทางเดินหายใจขอให้ตรวจโควิด-19 ทุกรายแม้ไม่เสี่ยงก็ตาม
“ส่วนข้อมูลผู้ลักลอบเข้าเมืองในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ลดลงเหลือ 54 ราย แต่แม้ตัวเลขจะน้อย แต่เราไม่อยากให้มีการลักลอบเลย สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดวันที่ 28 พ.ค. ได้แก่ กทม. 973 ราย เพชรบุรี 658 ราย สมุทรปราการ 221 ราย นนทบุรี 102 ราย สมุทรสาคร 55 ราย และวันเดียวกัน มีจังหวัดที่ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 29 จังหวัด มีจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 10 ราย 30 จังหวัด ซึ่งจ.เชียงใหม่จากเดิมที่มีรายงานผู้ติดเชื้อจำนวนมากก่อนหน้านี้ ปัจจุบันได้ขยับมาเป็นสีเขียวแล้ว ขณะที่สถานการณ์ กทม.กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังลอยสูง และพบ 3 คลัสเตอร์ใหม่คือตลาดมีน เขตมีนบุรี พบติดเชื้อ 36 ราย บริษัทเอกชน เขตบางแค พบติดเชื้อ 89 ราย และสถานเอกอัครราชทูต เขตวัฒนา 5 ราย ทั้งหมดสำนักงานเขตได้ลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคแล้ว ครอบคลุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายสูง”
ปิดตลาดพระประแดง-สำโรง 3 วัน
ทั้งนี้กทม.ยังคงเฝ้าระวังสูงสุด 30 คลัสเตอร์ โดยมี 4 คลัสเตอร์ที่ควบคุมได้ดีพอสมควร คือ สวนหลวง ทวีวัฒนา สาทร จตุจักร ส่วนสถานการณ์ในจังหวัดปริมณฑล มีการรายงานว่า สถานการณ์แพร่ระบาดยังเป็นลักษณะเดิมๆ คือ พื้นที่ที่มีความแออัด หนาแน่น เป็นชุมชน ตลาด จึงขอเน้นย้ำให้ลดการเคลื่อนย้ายทั้งข้ามจังหวัดและระหว่างอำเภอ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนพื้นที่จ.สมุทรปราการ มีการปิดตลาดพระประแดง ตลาดสำโรง เพื่อทำความสะอาด 3 วัน และลงพื้นที่ค้นหา เชิงรุก พร้อมทั้งเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามระดับสีเขียว 2 แห่ง ขณะที่คอนโดฯ 2 แห่งที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ จะดำเนินการค้นหาเชิงรุกในตึกใกล้เคียง 9 ตึก มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 8,000 ราย ตั้งเป้าค้นหาเชิงรุกวันละ 1,500 ราย
อังกฤษอ้างพบโควิดสายพันธุ์ไทย
ด้านสำนักงานสาธารณสุขของอังกฤษ (Public Health England – PHE) แถลงเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า พบเชื้อโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่มาจากประเทศไทยในอังกฤษเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยตั้งชื่อให้ว่า VUI-21MAY-02 (C.36.3) VUI เป็นตัวย่อของศัพท์ทางวิชาการว่า Variant Under Investigation หรือสายพันธุ์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน เชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ที่เข้ามาจากต่างประเทศ และพบในประชาชนในอังกฤษแล้ว 109 ราย
สำนักงานสาธารณสุขของอังกฤษ ระบุว่า สายพันธุ์ C.36.3 นี้ ถูกพบครั้งแรกในประเทศไทยในผู้เดินทางมาจากอียิปต์ ขณะนี้ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าสายพันธุ์นี้ทำให้โรคนี้มีอาการรุนแรงขึ้น หรือทำให้วัคซีนที่ใช้การอยู่ลดประสิทธิภาพลง PHE กำลังทำการทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจกับสายพันธุ์นี้ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมจะออกติดตามหาผู้ได้รับเชื้ออื่นๆ และตรวจหาเชื้อเฉพาะกลุ่มเพื่อสกัดการระบาดของสายพันธุ์นี้
สธ.ไทยโต้ไม่ใช่สายพันธุ์ไทย
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีรายงานข่าวต่างประเทศอังกฤษพบเชื้อสายพันธุ์ C.36.3 ระบุชื่อ Thailand ex Egypt ซึ่งตรวจพบครั้งแรกในประเทศไทยจากคนเดินทางมาจากอียิปต์ และมีคนตีความว่าเป็นสายพันธุ์ไทยนั้นว่า อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รายงานว่า ขณะนี้ยังไม่พบการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ไทย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังต้องมีการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยา ศาสตร์การแพทย์ แถลงว่า เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษมีการสรุปเอกสารเรื่องการกลายพันธุ์ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. โดยระบุว่าสายพันธุ์ C.36.3 เป็น Thailand ex Egypt ทำให้มีการเอามาขยายความแบบคลาดเคลื่อน ข้อเท็จจริงคือเป็นการตรวจเจอสายพันธุ์นี้ครั้งแรกในประเทศไทยในผู้เดินทางมาจากอียิปต์
“รายที่พบเป็นชายอียิปต์อายุ 33 ปี เดินทางจากอียิปต์มาไทย และเข้าสถานกักกันโรคตามกติกา ตรวจหาเชื้อวันที่ 26 ม.ค. 64 และวันที่ 31 ม.ค. เก็บสิ่งส่งตรวจรหัสพันธุกรรมไปที่ร.พ.จุฬาฯ พบเป็นสายพันธุ์ B.1.1.1 ต่อมาเมื่อมีข้อมูลมากขึ้น จึงปรับชื่อเป็น B.1.1.1.36 ปรับเป็น C36 และ C.36.3 ในที่สุด รายนี้รักษาเสร็จหายดี ไม่พบเชื้อก็กลับอียิปต์ไป เพราะฉะนั้นถือเป็นการตรวจพบในสถานกักกัน ไม่ใช่ในชุมชนสังคมของไทย และคนป่วยไม่ได้ออกมาอยู่ในชุมชน ก็เดินทางกลับอียิปต์ไป การบอกว่าตรวจพบครั้งแรกที่ไหนใช้ชื่อที่นั่น ถือว่าถูกกรณีตรวจพบในชุมชนนั้น แต่นี่ไม่ได้พบในชุมชน และสายพันธุ์นี้พบในหลายประเทศทั่วโลก คงไม่แฟร์หากใช้ว่าสายพันธุ์ไทยไม่ได้ แต่ควรเรียกว่าสายพันธุ์อียิปต์”
นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ในเอกสารของสาธารณสุขอังกฤษที่เป็นประเด็น C.36.3 Thailand ex Egypt จะพบว่ามีกรณีของสายพันธุ์บราซิล โดยใช้ว่า Japan ex Brazil โดยตรวจเจอครั้งแรกคือญี่ปุ่น แต่เป็นคนเดินทางมาจากบราซิล ก็ไม่เรียกสายพันธุ์ญี่ปุ่น แต่เรียกสายพันธุ์บราซิล หากเทียบเคียงกรณีที่เหมือนกัน ก็ไม่ควรเรียกว่าสายพันธุ์ไทย
“คนที่หยิบเอกสารมาขยายผล ขอความกรุณา ท่านจะทำไปด้วยวัตถุประสงค์อะไร ผมไม่ทราบแต่ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย จากนี้จะทำเรื่องชี้แจง ส่วนการถอดรหัสพันธุกรรมในไทยไม่เป็นรองใคร” นพ.ศุภกิจกล่าว
ชี้น่าเรียก‘สายพันธุ์อียิปต์’
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสายพันธุ์อินเดีย และสายพันธุ์แอฟริกาใต้ นพ.ศุภกิจกล่าวว่า สายพันธุ์อินเดีย 62 ราย และพบโผล่ที่จังหวัดหนึ่งใกล้กับกทม. โดยพบ 2 ราย ขอยังไม่เปิดเผยชื่อ ขอเวลาตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาใต้อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นเท่าเดิม และยังจำกัดอยู่ที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
เมื่อถามถึงโอกาสกลายพันธุ์ในไทย นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ธรรมชาติของไวรัสมีโอกาสกลายพันธุ์อยู่แล้ว ยิ่งมีวงรอบการติดเชื้อมากโอกาสกลายพันธุ์ก็มี และอยู่ที่ตำแหน่งของการกลายพันธุ์ว่าจะทำให้เชื้อแรงงาน หรือไม่แรงขึ้น ถ้าไม่อยากให้กลายพันธุ์ต้องช่วยกันลดการระบาดให้มากที่สุด
“ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำลังตรวจสอบข้อมูลว่า สายพันธุ์ดังกล่าวเป็นการถอดรหัสพันธุกรรมมาจากห้องปฏิบัติการใด เบื้องต้นทราบข้อมูลว่าเป็นนักท่องเที่ยวมาจากประเทศอียิปต์ โดยเข้าสถานกักกันโรคในประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าว หลักการคือ หากต้นตอมาจากอียิปต์ไม่ควรเรียก สายพันธุ์ไทย ก็เหมือนกับที่ญี่ปุ่นพบสายพันธุ์บราซิล ตามการรายงานในตารางเขียนว่า Japan ex Brazil ก็เรียกว่าสายพันธุ์บราซิล เบื้องต้นควรจะเรียกว่าสายพันธุ์อียิปต์” นพ.ศุภกิจกล่าว
‘บิ๊กตู่’ระบุอย่าจับผิดเล็กน้อย
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาล
โดยพล.อ.ประยุทธ์ตอบผู้สื่อข่าวที่ถามว่าได้รับรายงานกรณีอังกฤษพบโควิด-19 สายพันธุ์ไทยแล้วหรือยังนั้นว่า “มันก็มีทุกสายพันธุ์นั่นแหละ ถ้ามันจะเกิด อย่าไปกังวลให้มากนักเลย วันนี้ขอให้ฉีดวัคซีนกันให้ได้เสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นก็รักษาได้ ขอให้ดูแลตัวเองป้องกันตัวเองถ้าไม่ดูแลตัวเอง ถ้าไม่ช่วยกันทำอะไรก็ไม่สำเร็จ อย่าไปจับผิดเล็กน้อย ถ้าถามมา ก็ตอบไปว่ารักษาได้ วัคซีนที่มีอยู่ก็ป้องกันได้
ด้านศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. เปิดเผยว่า ในที่ประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเช้านี้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่ายังไม่พบเชื้อโควิค-19 กลายพันธุ์ในไทย ตามที่สื่อมวลชนอังกฤษรายงานข่าว ระบุไม่มีการส่งตัวอย่างเชื้อดังกล่าวตรวจสอบแต่อย่างใด การตรวจสอบการกลายพันธุ์จะต้องได้รับการยืนยันมากกว่า 1 Lab ดังนั้น ข่าวที่ออกมา จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพียงข้อสงสัยจากทางอังกฤษเท่านั้น ขั้นตอนจากนี้ อังกฤษควรแจ้งมายังทางการไทย เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำไปเผยแพร่
“สถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศ ไทยในขณะนี้ ยังไม่เอื้อต่อการกลายพันธุ์ เนื่องจากยังพบผู้ติดเชื้อเพียง 60 คนต่อประชากร 1 แสนคน ขณะที่ปัจจัยที่เอื้อต่อการกลายพันธุ์ส่วนใหญ่ เกิดในพื้นที่ที่พบ ผู้ติดเชื้อมากกว่า 75 คนต่อประชากร 1 แสนคน และเชื้อโควิดที่ระบาดในไทย นับตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มากกว่าร้อยละ 95 เป็นเชื้อโควิดจากสายพันธุ์อังกฤษอีกด้วย”
นักโทษติดโควิดทะลุ 2 หมื่น
นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรมราชทัณฑ์ (ศบค.รท.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า มี ผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 1,117 ราย รักษาหาย 1,939 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 15,445 ราย พบ ผู้ติดเชื้อในเรือนจำจังหวัดตรังเพิ่ม 1 แห่ง รวมเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ยังมีผู้ติดเชื้อ 15 แห่ง
นายวีระกิตติ์กล่าวต่อว่า ภาพรวมสถาน การณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ พบผู้ติดเชื้อสะสม 22,101 ราย หายป่วย 6,404 ราย ปล่อยตัว/พ้นโทษ 249 ราย เสียชีวิต 8 ราย คงเหลือผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 15,445 ราย ใน 15 เรือนจำ/ทัณฑสถาน โดยมีเรือนจำใหม่ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น คือเรือนจำจังหวัดตรังที่ตรวจพบ ผู้ต้องขังติดเชื้อระหว่างแยกกักตัว ตามมาตรการคัดกรองเชื้อโควิด-19 ของทางเรือนจำที่เป็นมาตรการเชิงรุก เพื่อไม่ให้มีการนำเชื้อจากภายนอกเข้าสู่เรือนจำชั้นใน
เพชรบุรีติดเชื้ออีก 658
ส่วนจ.เพชรบุรี พบผู้ติดเชื้อ 658 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,373 ราย เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย
ด้านนางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย จ.เพชรบุรี เข้าร่วมประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับอธิบดีกรมการปกครอง โดยยืนยันว่าอ.เขาย้อยมีความพร้อมในการรับมือและบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามคลัสเตอร์แคลคอมพ์ หลังจากนี้จะมีการจัดระบบการบริหารจัดการให้ดีขึ้น รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยได้มากกกว่าเดิม
โคราชพบคลัสเตอร์ช่างเสริมสวย
นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สสจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 3 ราย อยู่ในพื้นที่อ.เมือง 1 ราย อ.ครบุรี 1 ราย และ อ.ประทาย 1 ราย รวมยอดสะสม 930 ราย เสียชีวิต 10 ราย รักษาหาย 755 ราย และยังรักษาอยู่ 165 ราย
“ทั้งนี้การสอบสวนระบาดวิทยาพบคลัสเตอร์หมู่บ้านดวงพร ถ.เดชอุดม ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เริ่มจากผู้ป่วยรายที่ 819 หญิง อายุ 57 ปี ผู้ประกอบการร้านเสริมสวยตั้งอยู่ในหมู่บ้านดวงพร ละแวกสี่แยกร่วมเริงไชย ริมถ.เดชอุดม ต.ในเมือง อ.เมือง วันที่ 13 พ.ค. มีอาการเป็นไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงเข้าตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเดอะโกลเดนเกท ทราบผลยืนยันวันที่ 18 พ.ค. จากนั้นติดตามไทม์ไลน์ ผู้ป่วยซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยและสักคิ้ว แต่ช่วงโควิดแพร่ระบาด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ผู้ป่วยเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ที่ ต.โบสถ์ อ.พิมาย และนำเครื่องมือประกอบอาชีพติดไปด้วย เพื่อหารายได้พิเศษ จึงติดตามกลุ่มเสี่ยงทั้งครอบครัวที่อยู่ในเขตเมืองและอ.พิมาย มาตรวจคัดกรองหาเชื้อ พบผู้ป่วยหญิง อายุ 31 ปี มีศักดิ์เป็นหลานสาว ชายอายุ 67 ปี หญิงอายุ 44 ปี หญิงอายุ 39 ปี เด็กหญิงอายุ 5 เดือน ผกก.สภ.ปักธงชัย มีประวัติรับประทานอาหารร่วมกัน รายที่ 852 เพื่อน รายที่ 841 รายที่ 855 หญิงอายุ 59 ปี ลูกค้าที่สักคิ้ว รายที่ 857 เพื่อนรายที่ 851 รายที่ 893 หลานรายที่ 857 รายที่ 894 หลานรายที่ 857 ผู้ป่วยรายที่ 919 เด็กชายอายุ 8 ขวบ ลูกรายที่ 839”
ล่าสุดพบผู้ป่วยรายที่ 928 ชายอายุ 47 ปี อยู่ ต.แชะ อ.ครบุรี สัมผัสกับเพื่อนผู้ป่วยรายที่ 841 ซึ่งเป็นการติดเชื้อขยาย 3 วงในพื้นที่ 3 อำเภอ ประวัติสัมผัสจากกิจกรรมทางสังคมทั้งพักอาศัย รับประทานอาหารร่วมกันและลูกค้าเสริมสวยที่ ต.ในเมือง อ.เมือง ต.โบสถ์ อ.พิมาย และอ.ครบุรี รวมสะสม 13 ราย จึงตัดวงจรการแพร่ระบาดโดยนำกลุ่มเสี่ยงมาตรวจคัดกรองหาเชื้อซ้ำ จนกว่าจะไม่พบเชื้อ รวมทั้งให้กักตัวสังเกตอาการตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
แรงงานพม่าฮือประท้วง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงงานต่างด้าวติด โควิดกว่า 1,300 คนที่รักษาตัวในโรงพยาบาลสนามโรงงานแคลคอมพ์ ของบริษัท แคล- คอมพ์ อีเล็กโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หมู่ที่ 4 บ้านหนองส้ม ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ประท้วงอยู่ที่บริเวณด้านหน้าโรงงาน และพยายามจะหลบหนีออกไปเมื่อคืนที่ผ่านมา สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าดับเนื่องจากผู้ป่วยมีการนำพัดลม เครื่องต้มน้ำร้อน และกระทะไฟฟ้าเข้าไปใช้จำนวนมาก โดยแรงงานต่างด้าวเรียกร้องให้ปรับปรุงคุณภาพอาหาร และขอให้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลปกติ นอกจากนี้กลุ่มแรงงานชาวเมียนมายังเรียกร้องเพิ่มเติมคือเรื่องอาหารเนื่องจากทางโรงพยาบาลสนามจัดเตรียมอาหารแบบไทยไว้ให้ทั้งหมดรวม 3 มื้อ พร้อมน้ำดื่ม ขนม ผลไม้ แต่กลุ่มแรงงาน ดังกล่าวต้องการบริโภคอาหารของชาวเมียนมา นอกเหนือจากอาหารที่ได้รับจากโรงพยาบาลสนาม และมีบางส่วนระบุว่ามีการจัดปริมาณและคุณภาพอาหาร ชาวไทยและแรงงานต่างด้าวไม่เท่าเทียมกัน
พล.ต.ประยุกต์ อุ่นอบ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 และส่วนเกี่ยวข้องประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเขาย้อยให้นำรถผลิตกระแสไฟฟ้าชั่วคราวมาดำเนินการติดตั้งและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอาคาร 11 ที่ใช้เป็น โรงพยาบาลสนามชั่วคราว เพื่อกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จะได้มีไฟฟ้าใช้ และซ่อมแซมระบบไฟฟ้าที่ขัดข้อง กระทั่งเวลาประมาณ 23.45 น. จึงสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องระบบกระแสไฟฟ้าได้สำเร็จ กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาจึงกลับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลสนามดังเดิม ตลอดระยะเวลาการชุมนุมไม่มีการก่อเหตุรุนแรงใดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเขาย้อยเข้าไปปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้เพียงพอกับการใช้ของผู้ป่วย ส่วนประเด็นเรื่องอาหาร ทางบริษัทแคล-คอมพ์ไม่ได้ตั้งโรงครัว แต่เหมามาจากผู้ประกอบการข้างนอก ผู้บริหารแคล-คอมพ์กำชับให้ผู้รับเหมาทำอาหารให้ได้คุณภาพ นอกจากนี้ยังให้พนักงานแคล-คอมพ์ตรวจอาหารทุกกล่องดูคุณภาพว่าตรงตามสเป๊กที่สั่ง ก่อนที่จะนำไปให้ผู้ป่วย ส่วนการขอย้ายไปโรงพยาบาลปกติไม่สามารถทำได้ เพราะเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีอยู่สงวนไว้สำหรับผู้ป่วยสีแดง ตอนนี้ทุกโรงพยาบาลเต็มหมดแล้ว ส่วนการย้ายโรงพยาบาลสนามออกนอกโรงงานแคล-คอมพ์ คงทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีสถานที่เพราะผู้ป่วยมีกว่า 1,300 คน และย้ายไปที่ไหนก็จะถูกชุมชนต้าน
ส่วนบริเวณภายในพื้นที่อาคารโรงพยาบาลสนามดังกล่าว มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง คุมเข้มตลอดเวลา โดยมีการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และเข้าตรวจรักษากลุ่มผู้ติดเชื้อตามระยะเวลา
และวันนี้รถพระราชทานตรวจโรคติดเชื้อโควิด-19 ชีวนิรภัยเข้าตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต.ห้วยท่าช้าง ต.หนองปรง และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงของอ.เขาย้อย คาดว่าจะสามารถตรวจได้ 800 คน
ตรังโควิดลาม-สั่งปิดรง.ถุงมือยาง
เมื่อเวลา 12.30 น. นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ร.พ.ตรัง ในฐานะโฆษกศบค.จ.ตรัง และพญ.ทิพย์ลดา บุญชัย นายแพทย์ชำนาญการ ร.พ.ตรัง ในฐานะรองโฆษก ศบค.ตรัง ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ จ.ตรังว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ เพิ่ม 10 ราย แบ่งเป็นอ.กันตัง 1 ราย อ.วังวิเศษ 2 ราย อ.ย่านตาขาว 2 ราย อ.เมืองตรัง 5 ราย รวมเป็นผู้ป่วยยืนยันสะสมในการระบาดระลอกใหม่ 344 ราย มีผู้ป่วยหายจากโรงพยาบาลเพิ่ม 3 ราย รวมหายสะสมระลอกนี้ 279 ราย คิดเป็นร้อยละ 81.1
นพ.ตุลกานต์กล่าวว่า ผู้ป่วยทั้ง 10 รายแบ่งเป็นผู้ป่วย 6 รายติดเชื้อจากการสัมผัสร่วมบ้าน ขณะที่ผู้ป่วยอีก 2 ราย เป็นพนักงานในโรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ ใน ต.ควนธานี อ.กันตัง ซึ่งจ.ตรังประสาน ผู้ประกอบการปิดสถานประกอบการดังกล่าว 3 วัน เพื่อตรวจหาเชื้อจากโพรงจมูกและคอในสถานประกอบการดังกล่าว ซึ่งมีพนักงาน 1,600 คน โดยมีพนักงานที่พักอาศัยในโรงงาน 500 คน เป็นแรงงานต่างด้าวชาว เมียนมา 200 คน ที่เหลือมีภูมิลำเนาใกล้โรงงาน พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 12 มาช่วยสนับสนุนการตรวจหาเชื้อในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้อย่างเร่งด่วน เบื้องต้นยังไม่ทราบแหล่งที่มาของการติดเชื้อ แต่คาดว่าเป็นการติดภายในโรงงาน ผู้ป่วยอีก 1 ราย เป็นเจ้าของร้านอาหาร ได้ปิดร้านอาหารดังกล่าวแล้วเช่นกัน ส่วนผู้ป่วยอีก 1 รายเป็นผู้ต้องขังแรกรับของเรือนจำจ.ตรัง ถูกตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จับกุมคดีบุกรุกเคหสถานเมื่อวันที่ 25 พ.ค. และตรวจหาเชื้อโควิด ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ ผลตรวจเป็นบวก ทำให้ตำรวจชุดจับกุมต้องกักตัวอยู่ในบ้านพัก 14 นาย มีตั้งแต่ยศระดับสารวัตร ไปจนถึงนายสิบตำรวจ
ปากน้ำติดโควิดเพิ่ม 226-ตาย 3
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ แถลงว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 226 ราย ในพื้นที่ 194 ราย รวมผู้ป่วยจากเรือนจำคลองด่าน อยู่ในอ.เมือง 153 ราย อ.บางพลี 5 ราย อ.พระประแดง 14 ราย อ.บางบ่อ 5 ราย อ.บางเสาธง 17 ราย และรับมารักษาต่อใน จ.สมุทรปราการ 32 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วยชายไทย 75 ปี ประวัติสัมผัส ผู้ป่วยยืนยัน โรคประจำตัว ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง ที่อยู่ขณะป่วยเขตบางขุนเทียน กทม. ชายไทย 64 ปี ประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ที่อยู่ขณะป่วย ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ และชายไทย 46 ปี ประวัติ เดินทางไปสถานที่แออัด โรคประจำตัว ลมชัก ที่อยู่ขณะป่วย ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง สมุทรปราการ
ด้านนพ.นนท์ จินดาเวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจ.สมุทรปราการ กล่าวว่า กรณีคลัสเตอร์ใหม่ จัดเจ้าหน้าที่ลงตรวจเชิงรุกเพื่อหาผู้ป่วยมารักษา โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาตรวจเชิงรุกผู้พักอาศัยในคอนโดเจริญสินธานี (บางปู) 4 ตึก ตั้งเป้าการตรวจวันนี้ 3,000 คน ผลการตรวจจะทราบในวันที่ 29 พ.ค. สำหรับคอนโดเจริญสินธานี มีจำนวนตึกทั้งหมด 9 ตึก ได้สว็อบเพื่อมารักษาโดยเร็ว
ชลบุรีเจอ 3 คลัสเตอร์ใหม่
ด้านสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 42 ราย มียอดสะสม 4,437 ราย กำลังรักษาตัวอยู่อีก 886 ราย หายป่วย 3,529 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ยอดสะสม เสียชีวิตทั้งหมด 22 ราย พบผู้ติดเชื้อกระจาย 4 อำเภอ และผู้ติดเชื้อสูงสุดที่อ.ศรีราชา 25 ราย อ.บางละมุง 5 ราย อ.เมืองชลบุรี 6 ราย อ.พานทอง 3 ราย
สำหรับผู้ติดเชื้อวันนี้เป็นคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ในอ.ศรีราชามาจากพนักงานขายร้านผักในตลาดรัตนากร อ.ศรีราชา 5 ราย แคมป์คนงานก่อสร้าง ในอ.ศรีราชา 9 ราย และพบ ผู้ติดเชื้อจากบริษัท เซเลอเรส เพิ่ม 2 ราย สัมผัสผู้ป่วยจากบริษัท เซเลอเรส 1 ราย และสัมผัสผู้ป่วยจากบริษัทโอคุมุระ อีก 2 ราย และสัมผัสผู้ป่วยมาจากระยอง 1 ราย มาจากฉะเชิงเทราอีก 2 ราย
ด้านสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีประกาศคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง ได้แก่ที่ร้านหนุ่มผักสดทุกชนิด และร้านตาโชคทะเลสด อยู่ในตลาดกลางรัตนากร หมู่ 10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา ขอให้ผู้ที่ไปร้านทั้ง 2 แห่ง รีบไปตรวจหาเชื้อโควิด พร้อมกักตัวทันที และจะประกาศจุดเสี่ยงเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ตลาดนัดหัวสนามบิน ตลาดนัดบ่อยาง ต.หนองขาม อ.ศรีราชา และตลาดนัดชากค้อ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา เพิ่มอีกด้วย
แคมป์คนงานนนท์ติดเชื้ออีก 120
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬาต้านยาเสพติด ชุมชนศิริชัยพัฒนา ซอยกรุงเทพ-นนท์ 12 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนนทบุรี เจ้าหน้าที่เทศบาลนนทบุรี เจ้าหน้าที่รพ.สต.บางเขน ประธานชุมชนซอยศิริชัย และสมาชิกสภาเทศบาลนครนนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกให้กับประชาชน
สำหรับชุมชนศิริชัย มีบ้านเรือนในพื้นที่กว่า 4,000 หลัง มีอาคารที่พักอาศัย และโรงงานผลิตน้ำแข็งที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอก 3 นี้ จึงคัดกรองประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและใกล้ชิดแรงงานต่างด้าว ผู้สูงอายุ 300 คน
ส่วนแคมป์คนงานซิโนไทย ห้าแยกปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังจากตรวจคัดกรองเชิงรุกไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค.64 พบผู้ติดเชื้อ 120 คน คิดเป็น 20% ของจำนวนที่ตรวจ 570 คน สสจ.นนทบุรีมีคำสั่งให้ตรวจแรงงานที่เหลืออีก 1,200 คน 100%