ดญ.14ปีก็โดน-คดีม.112 เด็กพรรคเทือกแจ้งจับ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ กลับมาแล้ว ร่วมกิจกรรมยืนหยุดขัง ขอสิทธิ์ประกันตัวผู้ต้องหาที่หน้าศาลฎีกา ยันต่อสู้ด้วยจุดมุ่งหมายเดิม ที่อยุธยา ก็ยืนหยุดขัง ร่วมลงชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ ตร.พิษณุโลกเอาจริง ออกหมายเรียกด.ญ.อายุ 14 ปี รับข้อหาผิดมาตรา 112 นัดหมาย 4 มิ.ย.นี้ ยันให้ความเป็นธรรม ยอมรับไม่มีข้อมูลจากผู้ถูกกล่าวหา มีแต่ของฝ่ายผู้กล่าวหาอย่างเดียว ด้านอดีตผู้สมัครส.ส.พรรคเทือก รับเองเป็นคนแจ้งจับ รับไม่ได้เยาวชนถูกปลุกปั่น ชี้เป็นเรื่องของเวรกรรม วันที่ 29

พ.ค. พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวการออกหมายเรียกด.ญ.วัย 14 ปี นักเรียนม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.พิษณุโลก มาแจ้งข้อหาความผิดมาตรา 112 นั้น เป็นเรื่องจริง โดยทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก สั่งการให้เรียกตัวเด็กหญิงคนดังกล่าวมาสอบสวนก่อน อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดจากผู้ถูกกล่าวหา มีเพียงข้อมูลของผู้กล่าวหาฝ่ายเดียว ซึ่งทางตำรวจจะต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนจะมีเจตนาในการโพสต์ข้อความตามที่ผู้กล่าวหาแจ้งความหรือ ไม่ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนรายละเอียดเสียก่อน

และในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ทางตำรวจจะเรียกตัวมาพบ เพื่อสอบสวนรายละเอียดตาม ขั้นตอนกฎหมายต่อไป ขณะที่นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร อดีต ผู้สมัครส.ส.พิษณุโลก พรรครวมพลังประชา ชาติไทย ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.เป็นผู้ก่อตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก Nangnoi Noi Assawakittikorn ระบุว่า เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีกับด.ญ.อายุ 14 เอง เนื่องจากมีพรรคการเมืองและเพจเฟซบุ๊กคอยปลุกปั่นยุยงใส่สมองให้เด็กเกลียดชังสถาบัน ส่วนที่แจ้งความเนื่องจากมีน้องในเฟซบุ๊กส่งภาพและข้อความมาให้ดู จึงตกใจและโกรธ เอาไปแจ้งความ พอรู้ว่าคนโพสต์เป็นนักเรียนค่อนข้างตกใจ แต่ความผิดสำเร็จแล้ว ขณะที่เด็กไม่มีความสำนึก จึงให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่คิดจะทำลายอนาคตเด็ก แต่ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ขอให้อยู่ในอำนาจของศาล กรรมใดใครก่อ คนนั้นก็รับกรรมไป ส่วนคนที่เข้ามาบูลลี่พี่แน่ง..ท่องไว้เลยค่ะ ทุกคำด่า มีราคาต้องจ่าย

กวิ้นมาแล้ว – ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำราษฎร ปรากฏตัวต่อมวลชนครั้งแรก หลังออกจากเรือนจำ พร้อมกับแม่และกลุ่มราษมัม ร่วมกิจกรรม ‘ยืนหยุดขัง’ เรียกร้องสิทธิ ประกันตัว ที่หน้าศาลฎีกา กทม. เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ลานอากง หน้าศาลฎีกา สนามหลวง มีกิจกรรมยืนหยุดขังวันที่ 67 เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้กับผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 ที่ยังถูกคุมขัง ประกอบด้วยนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ จัสติน นายชูเกียรติ เหมือนวงศ์ โดยมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร ที่ได้รับประกันไปก่อนหน้านี้และพักรักษาตัวจากการอดอาหารมาร่วมด้วย โดยมีมวลชนร่วมกันผูกข้อมือรับขวัญหลังจากได้รับอิสรภาพด้วย

นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่า วันนี้เรามาประกาศให้รู้ว่าระบบยุติธรรมของประเทศไทยมีปัญหา และเกิดความอยุติธรรม ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ถูกไต่สวนว่าไม่มีความผิดกลับถูกคุมขังไว้ระหว่างการพิจารณาคดี และละเมิดสิ่งที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 รวมถึงละเมิดสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมืองและเคยให้สัตยาบันไว้กับสหประชาชาติ “ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึง คำกล่าวของเพนกวิน ที่เคยกล่าวไว้ในศาลโดยมีใจความว่า พวกท่านกลัวความจริงจะปรากฏ ท่านเลยเอาความจริงนั้นไปกักขัง ทรมาน และหวังว่าความทรมานนั้นจะทำให้ความจริงไม่ปริปากออกมา แต่ในวันนี้กลับมาให้เห็นแล้วว่า ความจริงกลับมายืนเด่นโดยท้าทายเช่นเดิม” นายพันธ์ศักดิ์ กล่าว นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ตนต้องการออกมาประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ตนยังเป็นคนเดิม และยังเป็นพี่-น้องครอบครัวประชาธิปไตยกับผู้ที่ถูกคุมขังคดีม.112 ทุกราย ซึ่งเราจะไม่มีวันทอดทิ้งกันถึงแม้ว่าตนจะสามารถออกจากเรือนจำมาแล้วก็ตาม ตราบใดที่ทนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ ยังไม่ได้รับอิสรภาพตนจะขอต่อสู้ต่อไป

โดยในวันที่ 1 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศาลยุติธรรมจะคืนสู่สามัญสำนึกและไม่มีการเลื่อนนัดการไต่สวน อีกทั้งจะเข้าสู่หลักการแห่งกฎหมาย และนั่นคือการคืนอิสรภาพให้แก่ผู้เรียกร้องเสรีภาพ สำหรับสุขภาพตนตอนนี้ค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ และยังต้องพักฟื้นอีกสักระยะ แต่ในส่วนของหัวใจยังเต็มร้อยและจะมากขึ้นกว่าเดิมในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา หรืออาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มคณะราษฎรอยุธยา ร่วมกันจัดกิจกรรม ยืน หยุด ขัง 112 นาที เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่ 7 ในวันครบรอบ 7 ปี ของการทำรัฐประหาร เพื่อเป็นการออกแสดงเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้ปล่อยตัวหรือให้ประกันตัว กลุ่มผู้ต้องหา ในคดีม.112 ด้วยการยืนหันหน้าไปทางสะพานปรีดีธำรง พร้อมถือแผ่นป้าย มีการเขียนข้อความ พร้อมกับภาพของภาพบุคคลที่ยังถูกคุมขังตาม ความผิด ม.112 ที่ยังถูกขังในเรือนจำ พร้อมด้วยข้อความ เรียกร้องให้ปล่อยตัว ผู้ที่ยังถูกคุมขังที่ยังเหลืออยู่ พร้อมกับ ป้ายเขียน ข้อความ ค.ว.ย. คอยวัคซีนอยู่ โดยทุกคน สวมใส่หน้ากากอนามัย ยืนเว้นระยะห่าง นอกจากนี้ยังมีการร่วมกันลงรายชื่อ “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านรายชื่อ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญเปิดทางสู่ประชาธิปไตย ประชาชนที่ขับรถผ่าน บีบแตร ลดกระจกรถลง และชูสามนิ้วเพื่อเป็นการให้กำลังใจกับกลุ่มคณะราษฎรอยุธยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน