ที่ให้คลาย5กิจกรรม
‘ตู่-ป๊อก’ห่วงเหลื่อมล้ำ
อบจ.ส่อชวดซื้อวัคซีน
คุกแปดริ้ว-ป่วย660
ติดเพิ่ม5,485ดับ19
ศบค.หักกทม.อีก หลังผู้ว่าฯอัศวินสั่งปลดล็อก 5 กิจกรรม เริ่ม 1 มิ.ย. แต่ช่วงค่ำศบค.สั่งล็อกต่อจนถึง 14 มิ.ย. ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก’ ห่วงเหลื่อมล้ำ หากอปท.จัดหาซื้อวัคซีนโควิดเอง เพราะมีทั้งจังหวัดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน มท.โยนให้ศบค.ตัดสิน หวั่นสตง.สอบใช้เงินผิดประเภท นายกสมาคมอบจ.ทำหนังสือถึงมหาดไทย ถาม 4 ข้อปมซื้อวัคซีนให้ชาวบ้าน นายกฯยัน 7 มิ.ย.มีวัคซีนแอสตร้าฯฉีดแน่นอน เพชรบุรีล็อกดาวน์ 6 ตำบลเขาย้อย หลังพบติดเชื้ออื้อ ส่วนแปดริ้วป่วยอีก 671 ราย ในคุกแปดริ้วติดเชื้อพุ่ง 660 กทม.เจออีก 2 คลัสเตอร์ ปทุมฯสั่งปิดตลาด-แคมป์คนงาน 14 วัน ไทยติดเชื้อรายวัน 5,485 ตายอีก 19
ป่วยโควิดอีก 5,485-ตายเพิ่ม 19
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 31 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,485 ราย ติดเชื้อในประเทศ 3,475 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,205 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 2,270 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,953 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 57 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 159,792 ราย หายป่วยสะสม 108,345 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 3,101 ราย อยู่ระหว่างรักษา 50,416 ราย อาการหนัก 1,233 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 390 ราย ส่วนระลอกใหม่เม.ย. 64 เป็นต้นมา ติดเชื้อสะสม 130,929 ราย หายป่วยแล้ว 80,919 ราย เสียชีวิตสะสม 937 ราย
มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 19 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 7 ราย อยู่ในกทม. 12 ราย กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,031 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 171,029,617 ราย เสียชีวิตสะสม 3,556,677 ราย

โควิดคุก – เชียงใหม่สรุปผลการป้องกันโควิด-19 ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยการควบคุมการเคลื่อนย้ายไม่ให้ปะปนกับผู้อื่น ระบุประสบความสำเร็จด้วยดี รักษาหายเกือบหมด ผู้ต้องขังเกิดภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว 95% เมื่อวันที่ 31 พ.ค.
กทม.ติดเชื้อพุ่ง 1,356
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ผู้ป่วยมาจากกทม. 1,356 ราย ถือว่าสูงปริมณฑล 5 จังหวัด 757 ราย จังหวัดอื่นๆ 71 จังหวัด รวมกันวันนี้สูงถึง 3,475 ราย โดย 10 อันดับได้แก่ 1.กทม. 1,356 ราย สะสม 41,573 ราย 2.เพชรบุรี 555 สะสม 5,746 ราย 3.สมุทรปราการ 358 ราย สะสม 7,019 ราย 4.สระบุรี 327 ราย สะสม 750 ราย 5.ปทุมธานี 211 ราย สะสม 3,622 ราย 6.นนทบุรี 90 ราย สะสม 6,805 ราย 7.ตรัง 76 ราย สะสม 501 ราย 8.ชลบุรี 62 ราย สะสม 4,667 ราย 9.ฉะเชิงเทรา 62 ราย สะสม 911 ราย และ 10.สมุทรสาคร 58 ราย สะสม 2,557 ราย
“สำหรับการระบาดในกทม.ที่มีผู้ติดเชื้อถึง 1,365 รายนั้น มีคลัสเตอร์ใหม่ 2 คลัสเตอร์ คือแคมป์คนงานในเขตบางนา และชุมชนแห่งหนึ่งในเขตสาทร แต่มีคลัสเตอร์ต่างๆ ในหลายเขตด้วยกันที่ไม่พบเชื้อในรอบ 14 วัน คือ ประเวศ หนองจอก สาทร บางคอแหลม ดอนเมือง บางเขน หลักสี่ บางพลัด รวมถึงยังมีเขตที่ไม่มีการระบาดเป็นคลัสเตอร์จำนวนมาก อาทิ พญาไท ลาดกระบัง สะพานสูง พระโขนง สายไหม บางบอน หนองแขม บางกอกใหญ่
ส่วนคลองสานก่อนหน้านี้ไม่มี วันนี้คัดกรองเชิงรุกเจอที่ชุมชนคลองต้นไทร บางลำภูล่าง รายงานติดเชื้อ 30 ราย ลักษณะการกระจายตัวของตลาดในพื้นที่กทม. ซึ่งได้สำรวจตลาดที่ลงทะเบียนมีทั้งสิ้น 486 ตลาด มีลักษณะเป็นไข่แดง กระจุกตัวอยู่ตรงกลาง แต่จะระดมตรวจทั้งหมด มีการเฝ้าระวังให้ปลอดภัย” พญ.อภิสมัยกล่าว
ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวด้วยว่า สำหรับห้วยขวางที่กทม.รายงานวันที่ 29 พ.ค. ขอเน้นย้ำว่าเป็นชุมชนโรงปูนและแคมป์ก่อสร้าง แต่ลงคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ตลาดด้วย แต่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากโรงปูนและแคมป์ ไม่ใช่ตลาด
วิษณุโยนมท.ชี้ขาด‘อปท.’ซื้อวัคซีน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการซื้อวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ว่า มี 2-3 ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการซื้อวัคซีนของอปท. ถ้าซื้อตรงจากผู้ผลิต ไม่ว่าประเทศใดหรือยี่ห้อใดไม่สามารถซื้อได้ เพราะผู้ขายไม่ขายให้ ไม่ใช่เพราะประเทศไทยห้าม ทั้งอเมริกา จีน ห้ามหมด หรือถ้าจะไปซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอาจทำได้
แต่ขณะนี้ทราบว่าตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกรายมีพันธะกับผู้ซื้อแล้ว อย่างกรณี ซิโนฟาร์ม มีพันธะกับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แล้ว หรือโมเดอร์น่าก็มีเอเยนต์แล้ว ซื้อเอเยนต์เหล่านี้ไม่สามารถไปขายให้คนอื่นต่อได้ เหลือทางเดียวคือไปซื้อจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือใครที่ทำอย่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
“แต่มีปัญหาเรื่องการล้วงเอาเงินออกมาใช้ โดยเฉพาะกรณีอปท. ทราบว่าจะซื้อจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะมีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยอยู่ จึงต้องปลดล็อกส่วนนี้ก่อนซื้อ ที่ผ่านมามหาดไทยไม่ได้ปลดล็อกตรงนี้ เพราะไม่คิดว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปซื้อวัคซีน ฉะนั้นอปท.ต้องติดต่อทางมหาดไทย ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)จะตรวจสอบการใช้เงินผิดประเภท ดังนั้นอปท.ต้องทำให้เป็นเงินที่ถูกประเภทก่อน คือการให้มหาดไทยอนุญาตการใช้เงินเพื่อซื้อวัคซีน แต่มหาดไทยจะอนุญาตหรือไม่ ผมไม่ทราบ” นายวิษณุกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีอปท.หลายจังหวัดต้องการซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แต่จำนวนวัคซีนที่มีจะเพียงพอหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เท่าที่ดูตอนนี้ที่มีอยู่ล้านโดสก็จะหมดอยู่แล้ว
‘อนุพงษ์’ต้องให้‘ศบค.’อนุมัติ
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกของอปท. แต่ติดล็อกคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดินที่วินิจฉัยว่าระยะแรกเท่านั้นที่รัฐจะเป็นผู้ซื้อ อปท.และภาคเอกชนไม่สามารถจัดซื้อโดยตรงได้นั้นว่า ตามกฎหมาย อปท.ทุกรูปแบบ อบจ. เทศบาล อบต. พัทยา กทม. สามารถจัดซื้อวัคซีนที่ต้องการได้ โดยดำเนินการได้เอง แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่าการดำเนินการทำไม่ได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งตรงไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
ตามกฎหมาย สถ.จะต้องแจ้งไปยังอปท.แล้วจึงจะแจ้งมหาดไทยทราบ โดยสรุปได้แจ้งไปยัง อปท.ให้ยุติการดำเนินการ จึงยังไม่มีอปท.จัดซื้อ เพราะข้อแนะนำดังกล่าว มาถึงการพิจารณาข้อเสนอแนะผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่าในระยะแรกเท่านั้น ที่บอกว่าไม่สามารถให้ภาคเอกชนและอปท.ดำเนินการจัดซื้อ แต่ถ้าพ้นระยะแรกเมื่อไหร่ก็สามารถกระทำได้ตามอำนาจหน้าที่ คงไม่ต้องไปถามผู้ตรวจการแผ่นดินอีก
“อย่างไรก็ตาม อปท. 7 พันกว่าแห่งส่วน อบจ. 76 แห่ง จัดซื้อวัคซีนได้ มีระเบียบกระทรวงมหาดไทยออกระเบียบไว้ เมื่อมีโรคติดต่ออันตราย ให้ อปท.สนับสนุนการระงับการแพร่ระบาดได้ โดยสนับสนุนหน่วยงานของรัฐในการควบคุมโรคติดต่อ จะต้องประสานในทางปฏิบัติและด้านนโยบาย ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจขณะนี้คือ กระทรวงสาธารณสุขและศบค. เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ก็ต้องได้ข้อยุติจากศบค.
เพราะถ้ามีการจ่ายวัคซีนของรัฐผ่านศบค. และ อปท.ซื้อเองอีก ในอบจ.บางที่อาจจะได้วัคซีนมากเกินไป จะเกิดความเหลื่อมล้ำกับอบจ.เล็กๆ ดังนั้น ดูจากกฎหมายและสถานการณ์ อย่างไรก็ต้องให้ศบค.พิจารณาว่าผ่านระยะแรกไปหรือยังว่าจะให้เอกชนและ อปท.มาสนับสนุนฝ่ายรัฐ และถ้าเอกชนและอปท.จะซื้อก็ต้องให้รัฐซื้อให้ เพราะเป็นวัคซีนฉุกเฉิน” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
เผยมท.ส่งหนังสือถึงศบค.แล้ว
ด้านนายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งลงวันที่ 8 ก.พ.ให้อำนาจท้องถิ่นจัดหาวัคซีนว่า คำสั่งที่เคยออกไปแล้วยังคงเดิม โดยเรายังให้ท้องถิ่นสามารถจัดซื้อวัคซีนได้ตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ เพียงแต่ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อสังเกต และข้อแนะนำมาว่าในระยะแรกขอให้อย่าเพิ่งดำเนินการจัดซื้อวัคซีน เพราะขอให้รอการจัดสรรในส่วนของรัฐบาลก่อนจะได้ไม่มีความซ้ำซ้อน ทางท้องถิ่นจึงยังไม่ได้ดำเนินการจัดซื้อ
แต่เมื่อสถานการณ์ขณะนี้รุนแรงขึ้น ท้องถิ่นก็อยากดำเนินการจัดซื้อวัคซีน เราก็เห็นว่าเรื่องนี้จะต้องขอความเห็นจากทางศบค.และสาธารณสุข เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีน ทางกระทรวงมหาดไทยจึงส่งหนังสือเพื่อขอความเห็นจากทาง ศบค.ไปแล้ว คาดว่าไม่นาน กระทรวงจะมีคำตอบให้กับท้องถิ่นได้
‘บิ๊กตู่’ตรวจฉีดวัคซีนเซ็นทรัลเวิลด์
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานครที่ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันว่าวันนี้รัฐบาลเร่งรัดการฉีดวัคซีนทั้งในส่วนของหมอพร้อมและแอพพลิเคชั่นอื่นๆอีกด้วย เพราะมีหลายกลุ่มหากใช้แค่ระบบหมอพร้อมอย่างเดียวแล้วเมื่อไหร่จะทั่วถึง ย้ำว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องวัคซีนมีเพียงพออยู่แล้วตั้งแต่มิ.ย.เป็นต้นไปที่จะทยอยเข้ามา ขณะนี้วัคซีนแอสตร้าฯ เข้ามาแล้ว กำลังตรวจสอบ คุณภาพ
ย้ำไม่มีปัญหาอปท.ซื้อวัคซีน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า เรามีงบเพียงพอในการจัดหาวัคซีนแน่นอน ปัญหาคือเขาจะขายวัคซีนให้เราเท่าไหร่ ไม่ใช่เราไม่มีเงินซื้อวัคซีน มีมากให้มากเราก็ซื้อมาก ขึ้นอยู่กับบริษัทใหญ่เขาบริหาร แต่ยืนยันว่าเดือนมิ.ย.จะได้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข้ามาแน่นอน ซึ่งเรามีช่องทางอย่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จองวัคซีนซิโนฟาร์มที่ลงทะเบียนกับรัฐบาล ส่วนเรื่องงบประมาณท้องถิ่นที่จะนำไปจัดซื้อวัคซีน ตนไม่มีปัญหาถ้าทำได้ แต่ข้อสำคัญคือท้องถิ่นมีงบเท่ากันหรือไม่ และจะทำให้เกิดปัญหาหรือเปล่า แต่รัฐบาลยืนยันว่าไม่มีปัญหาตรงนี้ การกระจายวัคซีนเราได้แจกจ่ายให้ครบ 76 จังหวัด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่เห็นด้วยที่จะให้อปท.ซื้อวัคซีนต้องไปแก้คำสั่งของกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่และจะทำได้เมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า กฎหมายว่าอย่างไรล่ะ ถ้ามันได้ มันก็ได้แหละ ไม่มีปัญหาหรอก ต้องไปดูให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย และเรื่องของเงินท้องถิ่น มันเท่าเทียมกันทุกจังหวัดหรือเปล่า จะทำอย่างไรกับการบริหารตรงนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะจัดหาวัคซีนให้กับทุกท้องถิ่นอยู่แล้ว รัฐบาลจะทำเต็มที่ จะปลดล็อกอะไรถ้าเขาทำได้ก็คือทำได้ ก็ศึกษาตามข้อกฎหมาย ถ้าทำได้ก็ทำเลย ปัญหาอยู่ที่ว่าทำได้จริงหรือเปล่า มีเงินเพียงพอหรือไม่ ทุกจังหวัดจะว่าอย่างไร ถ้าจังหวัดโน้นได้มากกว่า และจังหวัดนี้ได้น้อยกว่า ตนไม่อยากให้เป็นปัญหาทาง การเมืองต่อไป
นายกฯ กล่าวว่า ตนตัดสินใจผ่านศบค.ซึ่งมีกระทรวงต่างๆ รวมทั้งรมว.สาธารณสุขที่หารือในรายละเอียดกัน แนะนำข้อสรุปที่เป็นมติมาขออนุมัติจากตน ถ้าเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรก็พร้อมอนุมัติ ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วตนจะสั่งให้ทำทันที มันไม่ได้
ยัน 7 มิ.ย.มีแอสตร้าฯฉีดแน่
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การตรวจคุณภาพวัคซีนนั้น ของมันมาเยอะก็ต้องใช้เวลาตรวจสอบนิดนึง ประมาณ 7 วันซึ่งวันนี้เร่งรัดไปแล้วให้เร็วขึ้น ยืนยันว่ามีวัคซีนแน่นอน เพียงแต่จะมากน้อยแค่ไหน แต่น่าจะเพียงพอที่จะฉีดในเดือนมิ.ย. และมีหลายยี่ห้อ ยืนยันว่าในวันที่ 7 มิ.ย. จะต้องมีวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าฉีดแน่นอน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีการใช้สมุน ไพรฟ้าทะลายโจร ควบคู่กับยาฟาวิพิราเวียร์ ในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า เรื่องนี้ตนพูดไปแล้ว และกำลังผลักดันอยู่ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการหารือทั้งกระทรวงสาธารณสุขและแพทย์แผนไทย ตนสั่งให้ไปคัดมา เอาอันที่มีประโยชน์ที่สุด วันนี้ก็เป็นฟ้าทะลายโจร มาใช้คู่กับฟาวิพิราเวียร์ ที่เดิมใช้สำหรับผู้ที่มีอาการหนัก แต่วันนี้ต่างประเทศปลดล็อกว่าฟาวิพิราเวียร์สามารถให้ก่อนอาการหนักได้ เราก็เติมไปว่าก่อนที่จะมีอาการตรงนี้ให้ใช้ฟ้าทะลายโจรประกอบด้วยได้ เพื่อให้ปอดขยายตัวได้
สมาคมอบจ.ถามปมซื้อวัคซีน
ด้านนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ในฐานะนายกสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย แถลงกรณีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นสั่งการ อปท.ทั่วประเทศไม่ให้จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ในระยะแรกนี้ว่า เนื่องจากขณะนี้ได้มีอบจ.หลายจังหวัดหารือมายังสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยถึงแนวทางปฏิบัติในการจัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยที่ไม่ขัดต่อข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
เนื่องจากก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดให้แจ้ง อปท.ทั่วประเทศ โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินที่แจ้งมายังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงมหาดไทยว่า อปท.ไม่สามารถจัดซื้อวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนได้ รวมทั้งหนังสือสั่งการฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันและรักษา รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน กรณีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ก่อให้เกิดความสับสนในแนวทางปฏิบัติกับ อปท.ทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ทางสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่ากฎหมายและระเบียบหลายฉบับให้อบจ.มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรค ดังนี้ 1.กฎกระทรวง พ.ศ.2541 ออกตามความใน พ.ร.บ.อบจ.พ.ศ.2540 (14) เรื่องการป้องกันและบำบัดรักษาโรค 2.พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 อบจ.มีอำนาจหน้าที่ (19) ในการจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ 3.แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ฉบับที่ 2 ด้านที่ 2 งานส่งเสริมคุณภาพชีวิต ข้อ 2.4 แผนภารกิจด้านสาธารณสุข 2.4.1 (1) การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการรักษาพยาบาลเบื้องต้น และ 4.ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตามอํานาจหน้าที่ของ อปท. พ.ศ.2560 หมวด 5 การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ข้อ 13, 14 และ 15
ส่งหนังสือถึงมท. 4 ข้อ
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีดำเนินการนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน และยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน และไม่เกิดปัญหากับหน่วยตรวจสอบในอนาคต ทาง สมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย จึงมีหนังสือหารือไปยังมหาดไทย เพื่อสอบถามถึงแนวทางปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4 เรื่อง
1.กรณีที่อบจ.จะดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดตัวเอง ต้องดำเนินการอย่างไร 2.กรณีที่อบจ.ร่วมมือกับอปท.อื่นๆ ดำเนินการจัดหาวัคซีน เพื่อฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดตัวเอง ต้องดำเนินการอย่างไร 3.กรณีที่อบจ.ร่วมมือกับหรือหน่วยงานของรัฐ ในการดำเนินการจัดหาวัคซีน เพื่อฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดตัวเอง ต้องดำเนินการอย่างไร และ 4.กรณีอื่นๆ ที่อบจ.สามารถดำเนินการได้
“เมื่อได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วอบจ.ไหนจะใช้วิธีดำเนินการจัดหาวัคซีนแบบใดก็ขึ้นอยู่กับบริบทและดุลพินิจของผู้บริหารแต่ละ อบจ. สิ่งที่อยากจะฝากอีกเรื่องคือ เนื่องจากสถานะทางการคลัง รวมถึงรายได้ของแต่ละ อบจ.มีไม่เท่ากัน บาง อบจ.มีรายได้มาก มีเงินสะสมมากก็สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ส่วน อบจ.เล็กๆ ที่มีรายได้น้อยมีเงินสะสมน้อยจะทำอย่างไร ยิ่งช่วงนี้รายได้ของ อบจ.ก็ลดลงทั้งในส่วนของเงินอุดหนุน และการจัดเก็บภาษีทุกประเภทก็ลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และเชื่อว่าหลังจากนี้ถ้ามีบาง อบจ.ใช้งบประมาณดำเนินการได้ แต่อีกหลาย อบจ.ไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการก็จะเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนแต่ละจังหวัด ซึ่งก็ต้องฝากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย”
กทม.คลาย 5 กิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 15 ประชุมเพื่อพิจารณาผ่อนปรนมาตรการสำหรับสถานประกอบการ เนื่องจากขณะนี้พบว่าคลัสเตอร์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่พบในชุมชน ตลาด แคมป์คนงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าควบคุมโรค และสถานการณ์การระบาดยังคงทรงตัวอยู่ในคลัสเตอร์เฉพาะกลุ่มดังกล่าว แต่ในส่วนของสถานประกอบการบางประเภท ไม่พบคลัสเตอร์การระบาด ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ผ่อนปรนเปิดสถานประกอบการบางประเภทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจ และให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้ ภายใต้มาตรการของรัฐที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
โดยสถานประกอบการที่ได้รับการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการให้เปิดได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.64 เป็นต้นไป มีดังนี้ 1.พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะทำนองเดียวกัน ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์โบราณสถาน และหอศิลป์ ทั้งนี้ให้เปิดได้ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น ห้ามเข้าเยี่ยมชมเป็นกลุ่มคณะที่มีการรวมตัวกันจำนวนมาก
2.สถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ร้านทำเล็บ ทั้งนี้ให้เปิดได้ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น หากพบการติดเชื้อในสถานบริการจำพวกนี้ ให้ปิด 14 วัน 3.สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม สถานเสริมความงามและคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม 4. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) สถานประกอบการนวดแผนไทย (งดเว้น การอบตัว อบสมุนไพร หรืออบไอน้ำ และการนวดบริเวณใบหน้า) นวดฝ่าเท้า 5.สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนดอกไม้ ทั้งนี้ให้เปิดภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่นห้ามไม่ให้นั่งรวมกลุ่ม และไม่ให้นำอาหารเข้ามารับประทาน ยกเว้นน้ำดื่ม
สำหรับสถานประกอบการประเภทอื่นๆ ยังคงให้ปิดตามประกาศฉบับที่ 29 ต่อไปจนถึงวันที่ 14 มิ.ย.64
ศบค.เบรกกทม.ปลดล็อก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันเดียวกัน ศบค.สั่งเบรกประกาศกรุงเทพมหานครและให้ขยายการปิดกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งหมด ตามประกาศฉบับที่ 29 ออกไปอีก 14 วัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.64 เป็นต้นไป

เร่งคัดกรอง – จังหวัดสมุทรปราการเร่งตรวจคัดกรองคลัสเตอร์เจริญสินธานีคอนโด ที่มีผู้อาศัยอยู่ถึง 8 พันคนใน 9 อาคาร ที่ผ่านมาตรวจไปแล้ว 1,317 ราย และพบผู้ติดเชื้อ 153 ราย โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 วันนี้ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.
‘ปากน้ำ’ติดเชื้ออีก358-ตาย 1
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯสมุทรปราการ แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 358 ราย ในพื้นที่ 333 ราย ในอ.เมือง 255 ราย คลัสเตอร์คอนโดเจริญสินธานี 71 ราย คลัสเตอร์ตลาดสำโรง 43 ราย สัมผัส ผู้ป่วยยืนยันอยู่ระหว่างสอบสวน 29 ราย อยู่ระหว่างสอบสวน 112 ราย อ.บางพลี 23 ราย อ.พระประแดง 29 ราย อ.พระสมุทรเจดีย์ 2 ราย อ.บางบ่อ 7 ราย อ.บางเสาธง 17 ราย รับมารักษาต่อในจ.สมุทรปราการ 25 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทย 55 ปี ประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ที่อยู่ขณะป่วย ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
คุกแปดริ้วติดโควิดพุ่ง 660
เมื่อเวลา 12.00 น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงานว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด 671 ราย แยกเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำกลางจ.ฉะเชิงเทรา 660 ราย ซึ่งวันนี้มีนักโทษติดเชื้อสูงสุด โดยผู้ต้องขังในเรือนจำกลางจ.ฉะเชิงเทรา ทั้งสิ้น 2,691 ราย ติดเชื้อโควิดแล้ว 1,283 ราย
สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทราจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำ แยกผู้ต้องขังติดเชื้อไปเป็นสัดส่วนควบคุมรักษาผู้ต้องขังตามมาตรการอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่สามารถควบคุมยอดผู้ติดเชื้อภายในเรื่อนจำได้ คาดว่าจะมีผู้ต้องขังติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงาน สาธารณสุขจ.สระบุรี พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ยังคงเข้าตรวจหาผู้ติดเชื้อกับพนักงานภายในโรงงานแปรรูปไก่ ที่อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่ยังตกค้างอีกกว่า 1,000 คน โดยตั้งจุด คัดกรองภายในโรงงาน 2 จุด อีกทั้งทางบริษัทกันพื้นที่เพื่อปิดการผลิตไปแล้ว ส่วนบริเวณฝั่งตรงข้ามโรงงาน ริมถนนมิตรภาพ เปิดเป็นจุดรับส่งผู้ที่ติดเชื้อแล้ว กว่า 200 คน แยกเป็นแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว อย่างละ 100 คน พร้อมกักตัว 14 วัน โดยจะส่งไปที่โรงพยาบาลสนาม แห่งใหม่
น.พ.สุทธิชัย มั่นจิตร ผอ.รพ.แก่งคอย เผยว่า ผู้ติดเชื้อบริเวณนี้เป็นผู้ป่วยที่ตรวจสอบพบว่ามีเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยอยู่ระหว่างส่งไปกักตัว ที่โรงพยาบาลสนามแห่งใหม่ หลังปรับพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงไก่เดิมเป็นโรงพยาบาลสนาม ในต.ตะกุด อ.เมืองจ.สระบุรี ส่วนผู้ที่ติดเชื้อภายในโรงงานแปรรูปไก่จาก 4,000 คน พบผู้ติดเชื้อรวมเกือบ 500 ราย
วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจ.สระบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยใหม่ 87 ราย มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า 14 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 1 ราย และติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในอำเภอแก่งคอย 72 ราย ผู้ป่วยสะสม ตั้งแต่ 1 เม.ย.64 จำนวน 911 ราย
คลัสเตอร์สระบุรีติดแล้ว 427
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ในโรงงานแปรรูปไก่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากว่า ได้ปิดโรงงานเพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. คาดว่าจะเปิดโรงงานในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ จากการลงพื้นที่ทำให้เห็นสภาพปัญหาของการแพร่ระบาดในโรงงานแปรรูปไก่ ซึ่งล่าสุดถึงวันที่ 31 พ.ค. ตรวจหาเชื้อทั้งหมด 4,863 ตัวอย่าง พบผู้ติดเชื้อ 427 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ผู้ติดเชื้อเกือบทั้งหมดไม่แสดงอาการ เข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว
จากการศึกษาสภาพแวดล้อมของโรงงานและการอยู่อาศัยของพนักงานพบว่าโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีพนักงาน 5,905 คน มีหอพักอยู่ใกล้โรงงาน 2 แห่ง แรงงานต่างชาติทั้งหมด 1,669 คนและแรงงานไทย 500 คนพักในหอพัก ที่เหลือประมาณ 3,000 คน เป็นแบบไปกลับในสระบุรี และโดยรอบรวม 9 จังหวัด บางส่วนเดินทางด้วยรถขนส่งของบริษัทที่จัดไว้ให้ ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชี้แจงทำความเข้าใจและวางแผนร่วมกับผู้ประกอบการ นำมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล ไปปรับใช้ ให้เหมาะสม เร่งควบคุมและจำกัดวงการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว โดยเฝ้าระวังการแพร่เชื้อไปสู่ครอบครัวจากกลุ่มคนงานที่เดินทางไปกลับ เบื้องต้นพบแล้วใน 3 ครอบครัว
“นอกจากนี้แจ้งให้กับ สสจ.อื่นๆ 8 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี นครนายก นครราชสีมา ที่มีพนักงานเดินทางมาทำงาน เพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”
อยุธยาตายโควิดอีก 1
นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 828 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 70 ปี อ.บางปะอิน มีโรคประจำตัว โรคท่อน้ำดีอุดตัน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 19-28 พ.ค. 2564 อาการสาหัส ส่งต่อรักษาตัวที่ร.พ. ธรรมศาสตร์ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตเมื่อ วันที่ 29 พ.ค.
พบคลัสเตอร์รง.เครื่องมือแพทย์
นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา นายนครินทร์ อาจหาญ รองสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวัชรินทร์ รื่นถวิล นายอำเภอเสนา ตรวจเยี่ยมการตรวจคัดกรองเชิงรุกโรงงานผลิตอุปกรณ์เครื่องเครื่องมือแพทย์ ต.บางนมโค อ.เสนา หลังพบพนักงานติดเชื้อโควิด 20 ราย
โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเสนา โรงพยาบาลเสนา ตรวจคัดกรองเชิงรุกกลุ่ม ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 650 คน และวันที่ 1 มิ.ย.อีก 650 คน เพื่อเร่งตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อ
ปทุมฯปิดตลาดสด-แคมป์ก่อสร้าง
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี ออกประกาศกำหนดเรื่อง ปิดสถานที่ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด-19 ไว้ และจัดตั้งสถานที่ป้องกันและควบคุมโรค ดังนี้ 1.ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ได้แก่ ตลาดสดอินเตอร์มาร์ท ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี รวมถึงอาคารพาณิชย์โดยรอบ และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.-6 มิ.ย. 2564 ปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดปทุมธานี (บ้านพูนสุข) ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.-13 มิ.ย.2564 ปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง บริษัท กรณิศ ก่อสร้าง จำกัด ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.-14 มิ.ย.2564 ให้จัดตั้งสถานที่ตามข้อ 1 เป็นสถานที่ป้องกันและควบคุมโรค เพื่อกักกันในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง ตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19
ทั้งนี้ ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า-ออกพื้นที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่และห้ามมีการชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกันในพื้นที่ดังกล่าว

เข้มชายแดน – ฝ่ายปกครอง อ.เบตง จ.ยะลา บูรณาการร่วมออกลาดตระเวน ตามแนวกำแพงชายแดนไทย-มาเลเซีย ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หลังมาเลเซียประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.
เพชรบุรีล็อก 6 ตำบลเขาย้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจ.เพชรบุรีมีมติยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พร้อมทั้งออกคำสั่ง ลงวันที่ 30 พ.ค. 2564 เรื่องยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และห้ามเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ในตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย
ทั้งนี้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อสม. ล็อกดาวน์พื้นที่รอยต่อ 6 ตำบล ในพื้นที่อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ประกอบด้วย ต.ห้วยโรง ต.หนองชุมพลเหนือ ต.หนองชุมพล ต.สระพัง ต.บางเค็ม และต.เขาย้อย ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 31 พ.ค. 2564 เป็นเวลา 14 วัน
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ มี 754 ราย เป็น กลุ่มผู้ติดเชื้อในโรงงาน 745 ราย และกลุ่ม ผู้ติดเชื้อทั่วไป 9 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 5,191 ราย เป็นอันดับ 2 ของประเทศ