อนามัยโลกรับรองซิโนแวค ติดเชื้อรายวัน3,440-ตาย38 กรุงพบอีกคลัสเตอร์ห้างดัง
‘สยามไบโอฯ’ได้ฤกษ์ส่งมอบวัคซีนผลิตในเมืองไทยให้แอสตร้าเซนเนก้าล็อตแรก ตามแผนแล้ว เตรียมส่งต่อให้รัฐบาลนำไปฉีดให้ประชาชน ‘บิ๊กตู่’ ย้ำต้องหาวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส ยันคนไทยได้ฉีดทุกคนแน่ สธ.ระบุในปีนี้จะได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ 61 ล้านโดสตามสัญญา ‘อนุทิน ’เผยกระจายวัคซีน 1.1 ล้านโดสไปให้แต่ละจังหวัดฉีด 7 มิ.ย.นี้ สธ.ระบุเกณฑ์จังหวัดระบาดหนักจะได้วัคซีนเยอะ คาดกทม.ได้รับ 1 ล้านโดส องค์การอนามัยโลกรับรอง ‘ซิโนแวค’ แล้ว ศบค.เผยติดเชื้อรายใหม่ 3,440 คน เสียชีวิตเพิ่ม 38 ราย กทม.พบคลัสเตอร์ใหม่ ห้างดังสมุทรปราการป่วยโควิด 466 ตายอีก 4 ‘ราชทัณฑ์’ ระบุคุกติดเชื้อเพิ่มอีก 1,087 ราย อยุธยาสั่งปิดโรงงานเครื่องมือแพทย์ หลังพบติดเชื้ออื้อ
ติดโควิดเพิ่ม 3,440-ตายอีก 38
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,440 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,338 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,175 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,163 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,087 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 165,462 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 2,843 ราย หายป่วยสะสม 114,578 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,777 ราย อาการหนัก 1,247 ราย และใส่ท่อ 381 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 38 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 14 ราย อยู่ในกทม. 18 ราย สมุทรปราการ 4 ราย ชลบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 3 ราย ฉะเชิงเทรา นนทบุรี สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 ราย พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด ราชบุรี อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 10 เดือน อายุมากสุด 95 ปี และมีถึง 8 รายที่เสียชีวิตในสัปดาห์แรกหลังทราบผลติดเชื้อโควิด-19 ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,107 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 171,927,802 ราย เสียชีวิตสะสม 3,575,545 ราย พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย จำนวนนี้มี 4 ราย เป็นชาวจีน 2 ราย และไทย 1 ราย มาจากเมียนมาลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ และอีก 1 ราย เป็นคนไทย มาจากกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ขณะที่ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้ลักลอบเข้าประเทศ 211 ราย
พบห้างดังคลัสเตอร์ใหม่กรุง
“ในส่วนของ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ได้แก่กทม. 680 ราย สมุทรปราการ 466 ราย เพชรบุรี 449 ราย ตรัง 176 ราย และสมุทรสาคร 78 ราย ส่วนภาพรวมการแพร่ระบาดในประเทศพบคลัสเตอร์ใหม่ อาทิ โรงงานน้ำแข็ง จ.สมุทรปราการ ส่วนพื้นที่ กทม. ขณะนี้มี 48 คลัสเตอร์ โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตลาดพร้าว มีผู้ติดเชื้อถึง 23 ราย ซึ่งทาง กทม.ปรับแผนจะลงตรวจหาเชิงรุกในพื้นที่ลาดพร้าว เพิ่มขึ้น”
‘บิ๊กตู่’เล็งหาวัคซีนเพิ่ม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าว่า วัคซีนเข้ามาแล้ว มีการรับมอบ กำลังจะทยอยขนส่งออกไป ซึ่งจะจัดสรรฉีดในเดือนมิ.ย. คาดว่าวัคซีนจะมีเพียงพอในช่วง 1 เดือนที่จะฉีดให้กับประชาชนมากขึ้น ยิ่งในพื้นที่เสี่ยง จังหวัดที่เสี่ยงจะได้รับการจัดสรรทั้งหมด จะมีทั้งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และจะนำเข้าซิโนฟาร์มเข้ามาอีก คิดว่าในเดือนมิ.ย.การฉีดวัคซีน จะไม่มีปัญหา ส่วนเดือนต่อไปก็มีการวางแผน ต่อไป ซึ่งมีหลายบริษัทที่มีการเสนอเข้ามา ตนคิดว่าเราต้องติดตามหาพิจารณา หาวิธีแก้ปัญหาให้ได้ เรื่องวัคซีนตนพูดหลายครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงประชาชน อยากให้ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบ ส่วนการตั้งเป้าการนำเข้าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในเดือนต่อๆ นั้นยังต้องเป็นไปตามเป้าที่หารือไว้ และต้องหารือ กับเขา อย่างวันนี้มาตรการฉีดวัคซีนของเราเดือนละ 5 แสนโดส ซึ่งเขาจะจัดส่งให้เราในยอดนี้ รวมถึงเป้าหมายการฉีดวัคซีนในสิ้นปี 64 ถ้าเป็นไปตามที่วางแผนไว้ก็ประมาณ 60 กว่าล้าน และระหว่างนี้เตรียมวัคซีนอื่นเพิ่มเข้ามาเพิ่มอยู่แล้ว ทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์ม และไตรมาส 3,4 กำลังทำสัญญากันอยู่ และจะมียี่ห้ออื่นเข้ามาอีก ตนขอเก็บไว้ก่อนแล้วกัน เชื่อมันว่าเราจะจัดหาได้ นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนได้ติดตามเรื่องวัคซีนซิโนแวคอยู่ตลอด และรู้อยู่แล้วว่า จะต้องผ่านองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งติดตามจากผลสัมฤทธิ์ที่หลายประเทศทดลองฉีด ซึ่งได้ผลใกล้เคียงกันหมดซึ่งเป็นมาตรฐาน ที่กำหนดไว้ และบางประเทศฉีดแล้วได้ผล 70-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง WHO ตั้งไว้ 70 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามวันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดยังสูงขึ้น เพราะเราคัดกรองเชิงรุก แต่สามารถควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 39 คลัสเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมี 5-6 คลัสเตอร์ที่ตัวเลขติดเชื้อไม่เพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดต้องควบคุมพื้นที่ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์คนงาน ตลาด ซึ่งต้องพิจารณา เป็นขั้นตอน มีแผนงาน และวันนี้เตียงในกลุ่มสีเขียว สีเหลือง สีแดง มีเพียงพอ
ชี้‘อปท.’สามารถซื้อวัคซีนได้
เมื่อถามว่าการจัดหาวัคซีนทางเลือกของ อปท. มีการหารือในที่ประชุมศบค. หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการหารือกับศบค. รวมถึงฝ่ายกฎหมายแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหา หากซื้อได้ก็ซื้อ โดยการซื้อจะผ่านช่องทางใด ผ่านบริษัทที่มาขึ้นทะเบียนกับประเทศไทย เขาจะจัดหาได้เท่าไหร่จะต้องดูอีกที เพราะเป็นการขึ้นทะเบียนระหว่างรัฐต่อรัฐ และบริษัท ซึ่งมหาดไทยไม่ต้องแก้กฎระเบียบอะไร เขามีอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ต้องดูความแตกต่าง งบประมาณของแต่ละจังหวัดที่ได้ไม่เท่ากัน รวมถึงสภาท้องถิ่นจะว่าอย่างไร
ยันเป้าหาวัคซีนปีนี้ 100 ล้านโดส
ด้านน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงความยินดีที่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ล็อตแรกแก่บริษัทแอสตร้า เซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ตามกำหนด และทางแอสตร้าเซนเนก้าจะทยอยส่งมอบให้รัฐบาลเพื่อกระจายฉีดให้กับประชาชนไทยต่อไป โดยวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดสจะทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ธ.ค. 2564 ทั้งนี้การเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวในอาเซียนได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะได้รับวัคซีนตามข้อตกลง และคนไทยมีโอกาสพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาวัคซีนจากความร่วมมือระหว่าง บริษัทแอสตราฯ และบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ยังสนับสนุนให้ประชากรในภูมิภาคอาเซียนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากจะมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า นายกฯย้ำว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชนเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป และเป้าหมายในปีนี้จะจัดหา วัคซีนทั้งสิ้น 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน และจะครบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ในปีต่อไป และจะจัดหาให้ครอบคลุมถึง ชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยในประเทศไทย
สยามไบโอฯส่งวัคซีนให้แอสตร้า
วันเดียวกัน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประกาศพร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศไทยให้กับรัฐบาลใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากสยาม ไบโอไซเอนซ์ส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก ได้สำเร็จตามแผน โดยมีพล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ประธานกรรมการ บริษัท สยามไบโอ ไซเอนซ์ จำกัด และนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพิธีส่งมอบครั้งนี้ ศูนย์การผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย เกิดจากความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า และสยามไบโอไซเอนซ์ ผู้ผลิตยาชีววัตถุ ชั้นนำของไทย เพื่อสนับสนุนให้ประชากร ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถ เข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งนี้แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งมอบวัคซีน ที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกให้กับกระทรวง สาธารณสุขทันที ตามแผนการส่งมอบและเก็บรักษา เพื่อนำไปดำเนินการฉีดวัคซีนเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนต่อไป และจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศ อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ด้านนายเจมส์ ทีก เปิดเผยว่า “เหตุการณ์ในวันนี้มีความสำคัญและมีความหมายต่อพวกเราเป็นอย่างยิ่ง การที่ประเทศไทยสามารถ ผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มีมาตรฐานด้านคุณภาพได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนนั้นถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นจากการมีพันธมิตร ด้านการผลิตที่ยอดเยี่ยมอย่างสยามไบโอ ไซเอนซ์ ผมขอขอบคุณสยามไบโอไซเอนซ์ที่ร่วมกันผลิตและส่งมอบวัคซีนได้ตามแผน ที่กำหนดไว้ ขณะนี้เมื่อเรามีวัคซีนคุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบแล้ว ก็จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิผลให้กับประชาชนได้โดยเร็วที่สุด” นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร กิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า สยามไบโอไซเอนซ์ในฐานะผู้รับจ้างผลิต ตระหนักดีถึงหน้าที่สำคัญในการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากลให้สำเร็จโดยรวดเร็วที่สุด และรู้สึก ภาคภูมิใจที่บริษัทของคนไทยได้รับเลือกจากแอสตร้าเซนเนก้า ให้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 และสามารถส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้กับแอสตร้าเซนเนก้าได้ตามกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาระหว่างสยามไบโอไซเอนซ์และแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ และสุขภาพของคนในชาติ รวมถึงประชาชน และเศรษฐกิจไทยจะได้กลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง” “วัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ได้รับการอนุมัติให้เริ่มจัดส่งภายในสัปดาห์นี้ โดยผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ รวมถึงผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซเนก้า ในต่างประเทศ นับเป็นการยืนยันคุณภาพของวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศไทยว่า มีมาตรฐานในระดับสากล โดยแอสตร้าเซนเนก้าจะทยอยส่งออกวัคซีนโควิด-19 ไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ในเดือนก.ค. ขณะนี้แอสตร้าเซนเนก้าจัดส่งวัคซีนมากกว่า 500 ล้านโดส ให้แก่ 168 ประเทศทั่วโลก”
สธ.กระจายวัคซีน 1.1 ล้านโดส
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารสธ.ประจำเดือนว่า มิ.ย.เป็นเดือนสำคัญคือการฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป็นวงกว้าง ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ที่นายกฯ เคยมอบให้สธ.ไปปฏิบัติ ส่วนข่าวที่ออกมาต่างๆ ขอให้เชื่อถือข้อมูลจากสธ. ให้มากที่สุด เพราะเราเป็นผู้ปฏิบัติและควบคุม การจัดส่งวัคซีน เมื่อถามถึงการกระจายวัคซีนเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย.นี้ นายอนุทินกล่าวว่า เรามีการกระจายวัคซีนมาตลอด เมื่อวาน ก็กระจาย 1.1 ล้านโดส กระจายไปยังหน่วยงาน ของสธ.ทั่วประเทศ ซึ่งที่กระจายไปมีทั้ง 2 ตัว ทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกับประชาชน วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เราทำสัญญากับบริษัทแอสตร้า เซนเนก้า เราก็ได้วัคซีนจากแอสตร้าฯ จะมาจากที่ไหนก็ตามคือวัคซีนแอสตร้าฯ มีทั้งผลิตในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ขึ้นกับซัพพลายเชนที่แอสตร้าฯ จะส่งมา “การจัดส่งวัคซีนสอดคล้องประสิทธิภาพการฉีดของเรา ซึ่งวัคซีนจะมีการส่งเป็นรายสัปดาห์ นายกฯให้ยึดหลักนี้ไว้หาร 2 ครั้ง คูณครั้งหนึ่ง ทำให้กระจายวัคซีนเป็นธรรม ใครจะมาสั่งอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ จะไม่มี สิ่งใดทำให้การกระจายวัคซีนเกิดความไข้เขว ไม่เป็นธรรม”
ซื้อซิโนแวคเพิ่ม 11 ล้านโดส
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทย ได้รับวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค 6 ล้านโดส เป็นวัคซีนที่รัฐบาลสั่งซื้อ 5.5 ล้านโดส และวัคซีนที่รัฐบาลจีนบริจาค 5 แสนโดส ได้กระจาย และดำเนินการฉีดวัคซีนตามแผนอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการระบาด โดยระหว่าง มิ.ย.-ส.ค. 2564 จะมีวัคซีนซิโนแวคจำนวน 11 ล้านโดสทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เดือนละประมาณ 2.5-3 ล้านโดส เบื้องต้นวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะได้รับ วัคซีน 5 แสนโดสจากการบริจาคของรัฐบาลจีน ส่วนกลาง มิ.ย.จะเข้ามา 1 ล้านโดส และปลาย มิ.ย.อีก 1 ล้านโดส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ให้มีการจัดหาวัคซีนเพิ่มจากวัคซีนหลักคือแอสตร้าเซนเนก้า ให้ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 100 ล้านโดส
จว.ระบาดเยอะได้วัคซีนเยอะ
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การกระจายวัคซีนเป็นไปตามนโยบายของศบค.และนายกฯ โดยเริ่มจากหารเท่ากันทุกจังหวัดก่อน จังหวัดที่มีระบาด เยอะได้เยอะ เช่นกทม. ปริมณฑล จะได้เยอะ และดูตามพื้นที่จำเพาะตามนโยบาย เช่นพื้นที่ท่องเที่ยวภูเก็ต ซึ่งอัตราฉีดเยอะสุด โดยฉีดได้ 50% ของเป้าหมาย หรือชลบุรี พัทยา เกาะสมุย จะได้เพิ่มเติม มีการปรับเกลี่ยวัคซีน โดยการจัดสรรขึ้นกับวัคซีนที่เรามีและความต้องการในการฉีด ต้องปรับตามสถานการณ์ ดังนั้นทุกจังหวัดจึงมีวัคซีน โดยจังหวัดไหนไกลขนส่งลำบากจะส่งไปก่อน ตอนนี้กระจายแล้ว 1 ล้านกว่าโดส เรากระจายทุกวัน บางพื้นที่อาจถึงแล้ว บางพื้นที่อยู่บนรถกำลังไป จะทยอย ไปเรื่อยๆ นพ.โอภาสกล่าวด้วยว่า กทม.ตามที่ศบค.กำหนดเดือนมิ.ย.ประมาณ 1 ล้านโดส หารือผอ.สำนักอนามัยกทม.แล้ว จะทยอยส่งเป็นรายสัปดาห์ ถ้าหมดก็ส่งเพิ่ม เราอยู่ใกล้กันคงไม่มีปัญหาเรื่องการขนส่ง ทั้งหมดตามแผนจะเริ่ม 7 มิ.ย.พร้อมกันทั่วประเทศ
อาทิตย์นี้ส่งมอบวัคซีน 2 ล้านโดส
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันที่ 7 มิ.ย.เป็นวันเริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวนมากในทุกพื้นที่ มีทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวคทยอยเข้ามา มีการเตรียมการทั้งในพื้นที่ กทม. โดยร่วมกับทาง กทม. ส่วนต่างจังหวัดมีร.พ.จังหวัด ร.พ.อำเภอ ร.พ.เอกชน และ ร.พ.รัฐสังกัดอื่นร่วมดำเนินการ ทั้งนี้จุดใหญ่วันที่ 7 มิ.ย.อยู่ที่สถานีกลางบางซื่อ มีการฉีดทดสอบระบบแล้ว การฉีดครั้งนี้จะเป็นการฉีดกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง โดยคน ที่ลงทะเบียนผ่าน “หมอพร้อม” ตั้งแต่พ.ค. ที่ผ่านมาจะได้รับการฉีดวัคซีนตามนัดหมายของสถานพยาบาล ส่วนการลงทะเบียนระบบอื่นๆ จะเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เพื่อให้ประชาชนสะดวกมากขึ้น นพ.โสภณกล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รับการส่งมอบวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตเป็นระยะ 4 งวดในเดือนมิ.ย. และกระจายส่งให้ร.พ.หรือ หน่วยฉีดเป็นงวดเช่นกัน โดยของแอสตร้าฯ 1-2 วันนี้ส่งวัคซีน 2.4 แสนโดส ท้ายสัปดาห์นี้ อีกล้านกว่าโดส วันที่ 3 มิ.ย.ส่งของซิโนแวค 7 แสนโดส รวมแล้วประมาณ 2 ล้านกว่าโดสในสัปดาห์นี้ กลางเดือนจะมีการส่งไปอีก ดังนั้น ทั้งเดือนมิ.ย.จะมีการส่งวัคซีนไปยังร.พ.ต่างๆประมาณ 5-6 ล้านโดสทุกพื้นที่ แต่การจัดสรรจะคำนึงถึงพื้นที่การระบาดที่จะได้รับสัดส่วนสูงกว่า ส่วนจังหวัดที่ห่างออกไปและไม่มีการระบาดมากจะได้รับลดลง แต่จะได้ครบทุกคนภายใน 4-6 เดือนนี้ นพ.โสภณกล่าวด้วยว่า ยังมีวัคซีนที่เจรจาอยู่ทั้งไฟเซอร์ สปุตนิก โดยอยู่ในเงื่อนไขต้องได้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนสิ้นปีจะมีวัคซีนตัวอื่นมาให้บริการคนในประเทศไทยเพิ่มเติม
อนามัยโลกรับรอง‘ซิโนแวค’
จากกรณีที่สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) ประกาศเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. รับรองวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค จากประเทศจีน เข้าสู่รายชื่อ วัคซีนที่สามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินได้แล้ว นับเป็นวัคซีนจากประเทศจีนชนิดที่ 2 ที่ได้รับ การอนุมัติ หลังจากวัคซีน ซิโนฟาร์ม ได้รับการรับรองไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด เพจกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า “WHO รับรอง Sinovac แล้ว ประสิทธิภาพการป้องกันอยู่ที่ 51-84% (ของอินโดนีเซีย ผลทดสอบในโลกจริงอยู่ที่ 94%) ป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 100% เชื่อได้ว่า สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ ผู้สูงอายุได้ และไม่ได้มีความแตกต่างเรื่อง ผลข้างเคียงระหว่างกลุ่มอายุน้อยกับสูงอายุ (แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่มาก เพราะคนแก่เข้าร่วมการทดลองน้อย จึงทำให้ใช้เวลาพิจารณานาน และขอให้ประเทศต่างๆ ที่ใช้ ช่วยส่งข้อมูลของผู้สูงอายุมาเพิ่ม) นอกจากนี้ WHO ชมว่า ข้อดีของซิโนแวคคือ เก็บง่าย (ไม่ต้องใช้ความเย็นสูง ตู้เย็นธรรมดาก็ใช้ได้ และเก็บได้ถึง 2 ปี) และยังบอกว่า รับรองซิโนแวค แล้วนะ รีบไปเข้าร่วม COVAX เลย ประเทศต่างๆ จะได้รับวัคซีนมากขึ้น”
‘ปากน้ำ’ติดเชื้อเพิ่ม 466-ตาย 4
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯสมุทรปราการ แถลงว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 466 ราย แบ่งเป็นในพื้นที่ 433 ราย และรับมารักษาต่อใน จ.สมุทรปราการ 33 ราย ยอดผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ มาจากอ.เมือง 266 ราย อ.บางพลี 106 ราย อ.พระประแดง 28 ราย อ.บางเสาธง 25 ราย อ.บางบ่อ 8 ราย มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วย 1. ชายไทย 61 ปี มีโรคประจำตัว ไขมันโลหิตสูง ความดัน โลหิตสูง 2.ชายไทย 61 ปี โรคประจำตัว ไขมันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง 3.หญิงไทย 67 ปี โรคประจำตัว โรคอ้วน ไขมันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง 4.ชายไทย 57 ปี ประวัติเสี่ยง สัมผัสผู้ป่วยยืนยันโรคประจำตัว
คุกติดเชื้อโควิดเพิ่ม 1,087
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถานว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 1,087 ราย รักษาหาย 1,086 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ยังติดเชื้ออยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 14,588 ราย โดยภาพรวมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน มีเรือนจำและทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น 122 แห่ง และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจากวันก่อนค่อนข้างมาก ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนการสว็อบ เพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำในกลุ่มผู้ต้องขังที่ไม่พบเชื้อ ในเรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาด ที่จะดำเนินการตรวจตามรอบในทุกๆ 7 วัน นายอายุตม์กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดหาวัคซีนกรมราชทัณฑ์ ได้รับการแจ้งจากกรมควบคุมโรคว่าจะสามารถส่งมอบวัคซีนในล็อตแรกประมาณ 100,000 โดส โดยจะใช้ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นหน่วยงาน หลักในการเก็บรักษาวัคซีน ขณะนี้ทุกเรือนจำ/ ทัณฑสถานที่เป็นเรือนจำสีขาว คือปลอดการติดเชื้อทั้งในเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง 122 แห่ง ได้เตรียมแผนเพื่อฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว คาดว่า จะเริ่มฉีดได้ในวันที่ 3 มิ.ย. ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ และคาดว่าจะดำเนินการฉีดวัคซีน ให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังตามแนวทาง ดังกล่าวได้ครบถ้วนภายในเดือน มิ.ย.นี้
อยุธยาติดโควิดอีก 27
นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 27 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 878 ราย จากการสอบสวนโรคจากผู้ป่วยทั้ง 27 ราย พบว่ามีกลุ่มพนักงานโรงงานติดเชื้อจากเพื่อนร่วมงาน ที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มในแผนกเดียวกัน 9 ราย และตรวจพบผู้ป่วยจากโรงงานซีพีเอฟ 1 ราย ผู้ป่วยที่พบก่อนหน้านี้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง สัมผัสกับผู้ป่วยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงนำเชื้อ มาติดบุคคลในครอบครัว มีหญิง อายุ 94 ปี หญิงอายุ 81 ปี ชายอายุ 84 ปี และหญิงอายุ 74 ปี เด็กชายอายุ 2 เดือน เด็กชาย อายุ 7 ขวบ เด็กชาอายุ 10 ขวบ
ปิดรง.เครื่องมือแพทย์ 7 วัน
นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ประชุมรายงานการพบพนักงานของโรงงานเครื่องมือแพทย์ อ.เสนา ติดเชื้อเพิ่มอีก โดยตรวจเชิงรุกแล้ว 1,500 ราย พบผู้ติดเชื้อ 80 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงมีมติเสนอปิดโรงงานเครื่องมือแพทย์ 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 3- 9 มิ.ย.เพื่อเร่งควบคุมการแพร่ระบาด
สุพรรณบุรีตายราย 11
ที่จ.สุพรรณบุรี มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 61 ปี บ้านต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี พบติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. และเสียชีวิตวันเดียวกันนี้ นับเป็นรายที่ 11 ของจ.สุพรรณบุรี ส่วนอีกราย เป็นชายไทย อายุ 68 ปี เขตบางแค กรุงเทพฯ ผู้ป่วยกรุงเทพฯ ส่งตัวมารักษาร.พ.เจ้าพระยายมราช ส่วนผู้ป่วยรายใหม่ พบเพิ่ม 4 ราย หญิงไทย อายุ 52 ปี ต.วังยาว อ.ด่านช้าง หญิงไทย อายุ 40 ปี ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง มีประวัติค้าขายที่ตลาดบางแค กรุงเทพฯ ชายไทย อายุ 44 ปี ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง สัมผัสผู้ป่วย ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง และชายไทย อายุ 38 ปี ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง มีประวัติเดินทาง รับส่งผู้ค้าขายที่ตลาดบางแค กรุงเทพฯ