‘ราชวิทยาลัยฯ’ เลิกฉีดเข็มแรก โควิดกรุงลาม ‘50คลัสเตอร์’ ติด3,886ดับ39
สธ.กระจายวัคซีนไปให้ทุกจังหวัดแล้ว 2 ล้านโดส มีทั้งแอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวคพร้อมฉีด 7 มิ.ย. เผยเกณฑ์จังหวัดที่ระบาดสูงก็ได้วัคซีนมาก ‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ ปิดลงทะเบียน และฉีดวัคซีนเข็มแรกตั้งแต่ 14 มิ.ย. ส่วนคนฉีดเข็มสองยังฉีดได้เหมือนเดิม สธ.ระบุส่งวัคซีน 5 แสนโดสให้ทปอ.เพื่อจัดสรรให้มหาวิทยาลัย และราชวิทยาลัยจุฬา ภรณ์แล้ว สปสช.มีมติจ่ายเงินเยียวยา 4 แสนให้หนุ่มนนทบุรีเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน ไทยตายโควิดอีก 39 ยอดพุ่ง 1,146 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 3,886 ราย ในเรือนจำป่วยอีก 1,230 ราย เสียชีวิต 1 นักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม กทม.เจออีก 2 คลัสเตอร์ใหม่ แคมป์คนงานบางซื่อ และราชเทวี รวมแล้ว 50 คลัสเตอร์ ส่วนเพชรบุรีติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 312 ราย ยุติธรรมประเดิมฉีดวัคซีนให้นักโทษเรือนจำสมุทรปราการ
ติดโควิดเพิ่ม 3,886-ตายอีก 39
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 172.4 ล้านราย อินเดียติดเชื้อใหม่สูงสุด 1.34 แสนราย ส่วนรอบบ้านเรายังต้องจับตามอง โดยมาเลเซียติดเชื้อใหม่ยังสูง 7,730 ราย กัมพูชา 750 ราย สำหรับประเทศไทยขยับขึ้นอันดับ 81 ของโลก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,886 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,607 ราย ในเรือนจำ 1,230 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 49 ราย รักษาหาย 3,626 ราย เสียชีวิต 39 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 169,348 ราย หายสะสม 118,204 ราย เสียชีวิตสะสม 1,146 ราย ส่วนระลอกเม.ย. 64 เป็นต้นมา ติดเชื้อสะสม 140,485 ราย หายสะสม 90,778 ราย และเสียชีวิตสะสม 1,052 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจากกทม. 995 ราย ปริมณฑล 5 จังหวัด 735 ราย และ จังหวัดอื่นๆ 71 จังหวัด 877 ราย โดยเรือนจำติดเชื้อ 1,230 ราย สะสม 28,647 ราย ส่วนเสียชีวิต 39 ราย มาจากกทม. 24 ราย นนทบุรี ภูเก็ต จังหวัดละ 2 ราย ชลบุรี ชัยภูมิ เชียงราย ตาก นครศรีธรรมราช บึงกาฬ ปัตตานี สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี และอ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 20 ราย หญิง 19 ราย อายุเฉลี่ย 36-89 ปี พบว่ามีโรคประจำตัวคล้ายเดิม เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 49 ราย มาจากแอฟริกาใต้ รัสเซีย คูเวต สหรัฐอเมริกา ประเทศละ 1 ราย เมียนมา 2 ราย และกัมพูชา 43 ราย โดยมี 4 รายเข้าผ่านช่องทางธรรมชาติ จึงอยากย้ำว่า ขณะนี้เราเปิดด่านบกข้ามแดนถาวร ที่มีระบบจัดการในการกักตัว ผู้ติดเชื้อก็ได้รับการดูแล จึงขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือ โดยรอบ 24 ชั่วโมง ฝ่ายความมั่นคงจับลักลอบเข้าเมือง 167 คน มาจากเมียนมา 114 คน ลาว 21 คน กัมพูชา 7 คน ส่วนมาเลเซียยังเป็น 0 อยู่ จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อใหม่สูงสุด 10 จังหวัดแรก ได้แก่ 1.กทม. 995 ราย สะสม 44,112 ราย 2.เพชรบุรี 380 ราย สะสม 6,741 ราย 3.นนทบุรี 336 ราย สะสม 7,315 ราย 4.สมุทรปราการ 232 รายสะสม 7,970 ราย 5.ตรัง 92 ราย สะสม 933 ราย 6.สมุทรสาคร 76 ราย สะสม 2,793 ราย 7.ปทุมธานี 60 ราย สะสม 3,782 ราย 8.ชลบุรี 46 ราย สะสม 4,789 ราย 9.ฉะเชิงเทรา 40 ราย สะสม 986 ราย และ 10.นครปฐม 31 ราย สะสม 1,412 ราย และสระบุรี 31 ราย สะสม 891 ราย
กทม.เจอแล้ว 50 คลัสเตอร์
โฆษกศบค. กล่าวต่อว่า กทม.ยังมีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง 50 คลัสเตอร์ โดยพบใหม่ 2 คลัสเตอร์ คือ แคมป์ที่พักคนงาน JWS เขตบางซื่อ และแคมป์ ยูนิคอร์น เขตราชเทวี แม้สถานที่เฉพาะ เชื้อโรคไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ที่ตัวบุคคล หากบุคคลเคลื่อนย้ายก็จะเป็นเหตุของการแพร่ระบาดของโรค แต่ที่บอกสถานที่คือบอกความชุกชุมของคนที่อยู่ตรงนั้น ไม่ได้แปลว่าที่ตรงนั้นไม่ปลอดภัย หากอากาศถ่ายเท เชื้อโรคอาจหายไป หรือเข้าไปดูแลเอาคนป่วยออกมาที่ตรงนั้นก็ยังเป็นปกติ แต่ให้รู้ว่าละแวกตรงนั้นมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่ ส่วนต่างจังหวัดมีรายงานของเพชรบุรี จากโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจายไปแล้ว 11 จังหวัด ป่วยใหม่ 312 ราย สะสม 5,226 ราย ตอนนี้พบโรงงานผลิตถุงมือ ผลิตอุปกรณ์ทันตกรรมหลายโรงงานเกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการแพทย์มีรายงานการติดเชื้อ ต้องให้ความสำคัญโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เหล่านี้ เพราะเป็นแหล่งซัพพลายอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิดเหมือนกัน มาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดต้องให้ความสำคัญเข้มกับโรงงานที่เชื่อมโยงกับทางการแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้การผลิตหยุดชะงัก จะมีผลต่อการป้องกันควบคุมโรคด้วย “การปิดหยุดดำเนินการไม่ได้เป็นคำตอบ แต่การทำบับเบิล แอนด์ ซีล หากสามารถรันระบบได้ ก็อยู่ในโรงงานนั้น เพื่อให้โรงงานดำเนินไปได้ เป็นระบบที่เหมาะสมสถานการณ์ มีการทำมาตั้งแต่สมุทรสาคร หากเข้าใจ แรงกดดันจากภาคส่วนประชาชนก็จะลดลง เพราะต้องขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม” นพ.ทวีศิลป์กล่าว นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า วันนี้มีจังหวัดสีขาว ไม่มีรายงานเคสเลย 24 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี พัทลุง กระบี่ ลำพูน ร้อยเอ็ด ลำปาง บุรีรัมย์ พิจิตร นครพนม ตราด น่าน สุโขทัย ชุมพร พะเยา อุตรดิตถ์ เลย แพร่ พังงา อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี มุกดาหาร บึงกาฬ และสตูล สรุปยังเป็นพื้นที่เดิมๆ กทม. ปริมณฑล โรงงาน แคมป์ก่อสร้าง สำคัญคือการแพร่ระบาดไม่ได้โยงในสถานที่ แต่เป็นลักษณะของกลุ่มบุคคล เช่นคนต่างด้าวที่มาทำงานในเมืองไทย โดยมีบุคลากรสาธารณสุขต่างจังหวัดที่สลับเข้ามาช่วยดูแลกทม.ใน ร.พ.บุษราคัม ทั้งที่ยังต้องควบคุมโรคในพื้นที่ จึงขอให้คนกทม. ช่วยกันด้วยการไม่ป่วย ดูแลสุขภาพอย่างดี
สธ.กระจาย 2 ล้านโดสทุกจว.
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สธ.ทยอยจัดส่งวัคซีนโควิด-19 ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว โดยสัปดาห์นี้จัดส่งวัคซีนทั้งของแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวครวมแล้วประมาณ 2 ล้านโดส ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีวัคซีนโควิด-19 ฉีดให้แก่ประชาชน ยืนยันว่าทุกจังหวัดจะมีวัคซีนโควิด-19 ฉีดในวันที่ 7 มิ.ย. 2564 ซึ่งเป็นวันคิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวนมากพร้อมกันทุกพื้นที่ตามนโยบายของศบค.และนายกรัฐมนตรี “การจัดส่งวัคซีนจะทยอยจัดส่ง โดยจังหวัดที่อยู่ไกล การขนส่งลำบาก จะมีการจัดส่งไปก่อน ขณะนี้หลายจังหวัดได้รับวัคซีนแล้ว เช่นเขตสุขภาพที่ 1, เขตสุขภาพที่ 7 เป็นต้น ส่วนบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการขนส่งโดยจะทยอยส่งไปเรื่อยๆ เป็นรายสัปดาห์ ซึ่งการจัดส่งมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสมได้ตามสถานการณ์ โดยตลอดเดือนมิ.ย.จะมีวัคซีนจัดส่งไปประมาณ 5-6 ล้านโดส” นพ.เกียรติภูมิกล่าว นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า การจัดสรรวัคซีนขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่มีและความต้องการในการฉีดบนหลักการทั่วถึงและเป็นธรรม คือจัดสรรวัคซีนให้ทุกจังหวัด และปรับเกลี่ยโดยพิจารณาทั้งอัตราส่วนวัคซีนต่อประชากร พื้นที่ระบาด ซึ่งจังหวัดที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 มากกว่า จะได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่สูงกว่าจังหวัดที่มีการระบาดน้อย และพื้นที่จำเพาะตามนโยบายด้วย เช่นพื้นที่ท่องเที่ยว เป็นต้น
‘อนุทิน’ตรวจฉีดวัคซีนบางซื่อ
วันเดียวกัน ที่สถานีกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศขณะนี้ จากการให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-2 มิ.ย.2564 ฉีดวัคซีนให้กลุ่มขนส่งสาธารณะและรูปแบบองค์กรแล้ว 100,747 โดส วันนี้ตั้งเป้าฉีด 19,000 คน “ล่าสุด เมื่อ 11.30 น. ฉีดไปแล้ว 5,601 คน โดยมีสถาบันโรคผิวหนังแห่งชาติระดมบุคลากรในสังกัดมาให้บริการทุกวันประมาณ 400 คนต่อวัน ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทีมสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีทีมสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงคมนาคม และจิตอาสา คอยให้บริการประชาชนที่ได้รับการลงทะเบียนเข้ามาทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.”

ฉีดผู้ต้องขัง – จนท.สาธารณสุขฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้กลุ่มผู้ต้องขังหญิง ผู้ต้องขังชาย และจนท.เรือนจำกลางสมุทรปราการ โดยตั้งเป้าฉีดเป็นเวลา 4 วัน วันละประมาณ 1,800 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,525 คน เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.
ประเดิมฉีดวัคซีนคุกปากน้ำ
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางสมุทรปราการ โดยมีนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ ร่วมงาน นายสมศักดิ์กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในวันนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผลกระทบต่อการเจ็บป่วยรุนแรง หรือการเสียชีวิตของผู้ต้องขัง ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อญาติผู้ต้องขังและสังคมภายนอกว่ากรมราชทัณฑ์สามารถจะควบคุมสถานการณ์ได้ และสามารถให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับภายนอก จึงจัดทำโครงการฉีดวัคซีนป้องกันแก่ผู้ต้องขังทั้งหมด 6,515 คน โดยเป็นวัคซีนซิโนแวคที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมควบคุมโรค และบุคลากรจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข จ.สมุทรปราการ และโรงพยาบาลบางบ่อ ในฐานะโรงพยาบาลแม่ข่าย และอาสาสมัครพยาบาล รวม 40 คน ในการฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขังระหว่างวันที่ 3- 6 มิ.ย. รวม 4 วัน หรือวันละประมาณ 1,800 คน นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมงานครั้งนี้ จากนี้เราจะทยอยฉีดให้แก่เรือนจำอื่นๆ อีก โดยเฉพาะเรือนจำที่ปลอดเชื้อแต่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอฝากให้ข้าราชการทุกท่านช่วยกันสอดส่องดูแล รวมทั้งผู้ต้องขังทุกท่านต้องป้องกันตัวเองปฏิบัติตามมาตรการด้วย เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยทางรัฐบาลจะเริ่มคิกออฟวันที่ 7 มิ.ย. 2564 แต่เราต้องเริ่มก่อนเพราะรอไม่ได้ เมื่อเราได้วัคซีนจากกรมควบคุมโรคเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2564 แล้ว จึงต้องดำเนินการฉีดทันที “หากฉีดวัคซีนได้ครบทุกเรือนจำ เราจะสามารถเกลี่ยผู้ต้องขังไปยังเรือนจำที่มีพื้นที่ว่างได้ ผมขอฝาก ผู้บริหารเรือนจำ หากเรือนจำไหนยังแออัด เรือนนอนมีพื้นที่เฉลี่ยให้ ผู้ต้องขังไม่ถึง 1.2 ตร.ม.ต่อคน ต้องถูกลงโทษ เพราะผมได้ย้ำและสั่งการมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด เพราะความแออัดเป็นบ่อเกิดของการแพร่เชื้อ” นายสมศักดิ์กล่าว จากนั้นนายสมศักดิ์และคณะเดินตรวจดูการฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขัง และกล่าวให้กำลังใจทีมพยาบาลและผู้ต้องขังด้วย
เร่งสอบเหตุหญิงป่วยโคม่า
จากกรณีน.ส.ทิศกร พันธ์สำโรง หรือน้องน้ำค้าง อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 85 บ้านใหม่โพธิ์งาม หมู่2 ต.ดอน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด 19 เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ภายหลังฉีดวัคซีนซิโนแวค 30 นาที ไม่ปรากฏอาการผิดปกติใดๆ แต่ผ่านไป 2 วัน พบอาการผิดปกติขณะเดินจับจ่ายซื้อของที่ตลาดในเขต อ.ปักธงชัย ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมาเข้าช่วยเหลือนำส่งร.พ.ปักธงชัย ก่อนจะเคลื่อนย้ายส่งรักษาต่อที่ร.พ.มหาราชนครราชสีมา จากผลเอกซเรย์พบมีเลือดออกในโพรงสมอง มีความผิดปกติในเส้นเลือดสมอง บริเวณของรอยต่อระหว่างเส้นเลือดแดงกับเส้นเลือดดำ ขณะนี้อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์ระบุว่าความผิดปกตินี้พบไม่บ่อย ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการและไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน อาจเกิดความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด เกิดภาวะสมองบวมเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ขณะนี้แพทย์ผ่าตัดระบายเลือดออกจากโพรงสมอง อยู่ระหว่างพักฟื้นเป็นวันที่ 4 ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่พบการเชื่อมโยงเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีรายงานข้อมูลเกี่ยวกับอาการนี้หลังฉีดวัคซีนซิโนแวคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญของกรมควบคุมโรคกำลังดำเนินการสอบสวนในประเด็นนี้เชิงลึกอยู่
สสจ.ยันไม่เกี่ยวกับฉีดวัคซีน
ด้านนพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เคสของน้องน้ำค้าง ทางกรมควบคุมโรคเข้ามาตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน เพราะจากผลการซีทีสแกนสมอง และตรวจเอ็มอาร์ไอน้องน้ำค้างมีภาวะผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งในกลุ่มคนอายุน้อยๆ อาจจะเป็นลักษณะของความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ซึ่งผลการตรวจ และซักถามประวัติเดิม น้องจะอยู่ในกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองเอวีเอ็ม (AVM) คือภาวะที่มีความผิดปกติของเส้นเลือดในสมองคือระบบเส้นเลือดแดง กลายเป็นรอยโรคที่เป็นกลุ่มเส้นเลือดผิดปกติไปเชื่อมต่อไปโดยตรงกับระบบเลือดดำ โดยไม่ผ่านระบบหลอดเลือดฝอย ทำให้เลือดบริเวณนั้นมีการไหลที่รุนแรงและมีความต้านทานต่ำ จึงมีโอกาสเกิดการปริแตกและมีเลือดออกบริเวณนั้นได้ง่าย ซึ่งจะนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยปกติเป็นโรคที่เป็นมาตั้งแต่เกิด โดยอาจพบความเกี่ยวข้องกับโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่น “ส่วนแนวทางการรักษา ทีมแพทย์ต้องดูอาการวันต่อวัน ซึ่งได้ผ่าตัดเอาก้อนเลือดออก และให้ยาลดอาการสมองบวม เหมือนกับโรคหลอดเลือดสมองทั่วไป แต่เคสนี้เป็นภาวะผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง จึงทำให้มีเลือดออกมากกว่า และตำแหน่งที่เกิดใกล้กับโพรงสมอง ซึ่งกรมควบคุมโรคสรุปว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 อย่างแน่นอน สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือต้องอาศัยแนวทางการช่วยเหลือของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เป็นการคุ้มครองการรักษากรณีเกิดเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ขึ้น ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีน ซึ่งการคุ้มครองตามมาตรานี้จะนำมาช่วยดูแลและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการในเบื้องต้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนจากความเสียหายที่เกิดขึ้น” นพ.นรินทร์รัชต์กล่าว
สธ.ชี้เหตุบังเอิญร่วม
นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีหญิงอายุ 29 ปีจ.นครราชสีมา มีอาการเลือดออกในสมอง มีประวัติฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อ 2 วันก่อนเกิดอาการ รักษาที่ ร.พ.มหาราชนครราชสีมาว่า คณะผู้เชี่ยวชาญเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน (AEFI) ที่มีศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธาน และแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดสมอง ได้พิจารณากรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. จากรายงานการสอบสวนโรคและภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิว เตอร์สมองจากร.พ.มหาราชนครราชสีมา พบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวมีภาวะผิดปกติที่มีกลุ่มหลอดเลือดแดงต่อกับหลอดเลือดดำในสมอง (Arteriovenous malformation) ซึ่งเป็นภาวะผิดปกติมาแต่กำเนิด นพ.ทวีทรัพย์กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการ มักมาพบแพทย์และตรวจพบเมื่อหลอดเลือดผิดปกติเหล่านี้แตก ซึ่งอาการจะขึ้นกับตำแหน่งที่มีการแตกของหลอดเลือดในสมอง หรืออาจมี ชัก ปวดศีรษะร่วมด้วยได้ ในคนทั่วไปพบภาวะนี้ได้ประมาณ 10-18 รายต่อประชากรแสนคน และบุคคลที่มีความผิดปกติดังกล่าว มีโอกาสที่จะเกิดเลือดออกในสมองได้ประมาณร้อยละ 2-4 ต่อปี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการพิการหรือเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้ “ผู้ป่วยรายนี้จากผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบภาวะเลือดออกในสมอง และตรวจพบความผิดปกติที่กลุ่มหลอดเลือดแดงต่อกับหลอดเลือดดำที่สมอง ซึ่งมักเป็นภาวะผิดปกติแต่กำเนิด ความเห็นของคณะผู้เชี่ยวชาญฯ จึงสรุปว่า สาเหตุของการเกิดอาการดังกล่าวเป็นจากรอยโรคเดิมที่เป็นอยู่ทำให้มีเลือดออกในสมอง และไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือการฉีดวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญภายหลังการได้รับวัคซีน” นพ.ทวีทรัพย์กล่าว

ปิดชุมชน – เจ้าหน้าที่ปิดชุมชนบางทราย หมู่ 5 ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดให้อยู่ในวงจำกัด หลังตรวจพบคนในชุมชนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.
ชลบุรีติดเชื้อเพิ่ม 46
ด้านสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 46 ราย มียอดสะสม 4,791 ราย กำลังรักษาตัว 984 ราย หายป่วย 3,779 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิต 28 ราย โดยพบ ผู้ติดเชื้อกระจาย 5 อำเภอ พบผู้ติดเชื้อมากสุดที่อ.เมืองชลบุรี 20 ราย อ.ศรีราชา 15 ราย อ.บางละมุง 4 ราย อ.พนัสนิคม 1 ราย อ.พานทอง 3 ราย จากการตรวจค้นหาเชิงรุกพบว่าผู้ติดเชื้อในครอบครัว 12 ราย จากที่ทำงาน 19 ราย ผู้ติดเชื้อจากโรงงานแห่งหนึ่งในอ.ปลวกแดง จ.ระยอง มารักษาตัวในชลบุรี 2 ราย พบสัมผัสผู้ป่วยเชื่อมโยงจากตลาดใหม่ชลบุรี 1 ราย ผู้ป่วยเชื่อมโยงจากบริษัท เซเลอเรส 2 ราย พบผู้ป่วยร่วมสังสรรค์วันเกิด 1 ราย กำลังสอบสวนโรคอีก 6 ราย ค้นหาผู้ป่วยสัมผัสอีก 260 ราย ค้นหาเชิงรุกเบื้องต้น 480 ราย และอยู่ระหว่างรอผลสอบสวนโรค จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชนบางทราย พบผู้ติดเชื้อโควิดเชื่อมโยงไปยังสถานประกอบการ 24 แห่ง ในเขตอ.เมืองชลบุรี อ.พานทอง จ.ชลบุรี และ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการติดตามควบคุมโรค พบคลัสเตอร์ในโรงงาน 3 แห่งจากชุมชนนี้ นอกเหนือจากเซเลอเรส และค้นหาผู้สัมผัสในโรงงานมาตรวจหาเชื้อและกักตัวไว้ในหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งสถานประกอบการส่วนใหญ่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดมีความเชื่อมโยงกับชุมชนบางทรายยังอยู่ในระยะเริ่มต้นติดเชื้อ ยังไม่ระบาดไปในวงกว้าง โดยการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท
อยุธยาป่วยอีก 27-ตายอีก 1
นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 23 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 901 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 43 ปี ชาว อ.ลาดบัวหลวง เป็นผู้ป่วยรายที่ 851 พนักงานบริษัท ในจ.นนทบุรี มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน 22 พ.ค.เริ่มมีอาการไข้ ไอ 29 พ.ค.เดินทางไปพบแพทย์ที่คลินิก ในจ.สุพรรณบุรี 30 พ.ค. เข้ารับการรักษาอาการไอ มีไข้ หายใจลำบากที่ร.พ.ลาดบัวหลวง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 พบติดเชื้อ ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนคร ศรีอยุธยา ผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อยหอบใส่ท่อช่วยหายใจ 31 พ.ค. เสียชีวิต จากการสอบสวนโรคจากผู้ป่วยทั้ง 27 ราย พบว่ามีกลุ่มพนักงานโรงงานติดเชื้อจากเพื่อนร่วมงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มในแผนกเดียวกัน 13 ราย นอกจากนี้มีการติดเชื้อกับบุคคลในครอบครัวของพนักงานโรงงานด้วย เป็นชาย อายุ 90 ปี เด็กชาย อายุ 8 ขวบ และยังพบการติดเชื้อจากการเดินทางไปไปในพื้นที่กรุงเทพฯด้วย
มติสปสช.จ่าย 4 แสนตายโควิด
นพ.ชลอ ศานติวรางคณา ผอ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีประชาชนไทยทุกคนและทุกสิทธิการรักษาที่ฉีด ‘วัคซีนโควิด-19’ ตามแผนงานโครงการที่ภาครัฐจัดให้แล้วได้รับความเสียหาย ได้รับผลกระทบหรือเสียชีวิต สามารถยื่นคำร้องได้ทันที ไม่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ เพราะเป็นการใช้หลักการช่วยเหลือเบื้องต้น ไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด อาจเป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัย และเมื่ออนุกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว ภายหลังหากพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วพบว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เราก็จะไม่เรียกเงินคืน เนื่องจากถือว่าเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งเป็นกลไกทางสังคมในการให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่กลไกทางการแพทย์ที่พิสูจน์สาเหตุ จึงต้องมีความรวดเร็วเพื่อบรรเทาผลที่เกิดขึ้น นพ.ชลอกล่าวต่อว่า ในการพิจารณาเมื่อคณะอนุกรรมการได้รับเรื่องและมีมติอนุมัติช่วยเหลือแล้วนั้น จะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือภายใน 5 วัน ซึ่งจะครอบคลุมเฉพาะ ‘วัคซีนโควิด-19’ ที่รัฐบาลจัดหาให้เท่านั้น โดยมีเกณฑ์จ่ายในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจะได้รับการช่วยเหลือไม่เกิน 4 แสนบาท กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการช่วยเหลือไม่เกิน 2.4 แสนบาท และกรณีเกิดภาวะเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษาไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งจะช่วยเหลือจำนวนเท่าใดนั้น เป็นการพิจารณาของอนุกรรมการ ตามภาวะความรุนแรง ทั้งนี้ในพื้นที่เขต 4 สระบุรีซึ่งรับผิดชอบ 8 จังหวัดได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทองและนครนายก มีการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว 8 ราย รวมเงิน 469,500 บาท เป็นชาย 2 ราย และหญิง 6 ราย ส่วนใหญ่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 4 ราย เจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องนอนโรงพยาบาล 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย อายุระหว่าง 23-50 ปี อายุน้อยสุด 23 ปี และอายุมากที่สุด 50 ปี “กรณีผู้ที่เสียชีวิต คือนายสมชาย ม่วงวัง อายุ 50 ปี รับวัคซีนโควิด-19 ที่จ.ปทุมธานี คณะอนุกรรมการพิจารณามีความเห็นว่าได้รับความเสียหาย เป็นอาการที่เกิดหลังจากการรับวัคซีน มีอาการแน่นหน้าอกตลอด และเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีน 5 วัน และผู้ได้รับผลกระทบเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเป็นผู้ดูแลบิดา มารดา และเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว จึงลงมติเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือ 400,000 บาท” นพ.ชลอกล่าว
ลูกผู้ตายยันยังไม่ได้รับเงิน
ด้านนายสถาพร ม่วงวัง อายุ 27 ปี บุตรชายนายสมชาย ม่วงวัง ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องที่มีข่าวว่าครอบครัวตนได้รับการจ่ายเงินเยียวยาชดเชยแล้ว เพราะนับตั้งแต่ตนบุกไปถือป้ายยืนเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่กระทรวงแล้ว ทางทีมงานหน้าห้องรัฐมนตรีให้คำแนะนำให้ตนไปยื่นเรื่องที่ สป.สช.แทน ถึงวันนี้ตนยังไม่เคยได้รับการติดต่อกลับมาจากหน่วยงานใดๆ ทั้งสิ้น แล้วครอบครัวตนจะไปได้รับเงินเยียวยามาได้อย่างไร นายสถาพรกล่าวอีกว่า ตนเพิ่งจะทราบเรื่องว่ามีการจ่ายเงินเยียวยาชดเชยแล้วเป็นเงิน 4 แสนบาท ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครติดต่อมาหาเลย วันที่ 5 มิ.ย.นี้จะครบ 1 เดือนที่พ่อของตนเสียชีวิต แม้แต่ผลการผ่าพิสูจน์จากทางโรงพยาบาลรามาก็ยังไม่ออกมา หากครอบครัวตนยังไม่ได้รับความเป็นธรรมและเรื่องยังเงียบแบบนี้ ตนอยากจะไปชูป้ายเรียกร้องความเป็นธรรมกับนายกฯ ต่อไป
‘ราชวิทยาลัยฯ’เลิกฉีดเข็มแรก
วันเดียวกัน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกประกาศว่า เนื่องจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่ได้รับการจัดสรร“วัคซีนหลัก” (ซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า) เพื่อให้บริการอีกต่อไป ร.พ.จุฬาภรณ์จึงต้องขออภัยทุกท่านที่ไม่สามารถให้บริการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ที่ได้ลงทะเบียนผ่านระบบราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไว้แล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 2564 เป็นต้นไป รวมถึงสถานศึกษา และหน่วยงานของรัฐที่ได้ขอติดต่อเพื่อรับการฉีดวัคซีนหลักทั้งสองชนิดด้วย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ ร.พ.จุฬาภรณ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจลงทะเบียนเพื่อมารับการฉีดวัคซีนกับเรา และขอขอบคุณจิตอาสาและเจ้าหน้าที่จากองค์กรต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนการบริการฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มาโดยตลอด สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรงหากได้รับเชื้อ หรือมีความเสี่ยงสูงจากการติดเชื้อ ขอให้ท่านรีบลงทะเบียนเพื่อรับการฉีดวัคซีนกับศูนย์ฉีดวัคซีนของส่วนกลางโดยเร็วเพื่อลดการแพร่ระบาด ส่วนผู้ที่มีปัญหาในการหาสถานที่ลงทะเบียนที่อื่นและยังมั่นใจประสงค์ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราช วิทยาลัยฯ จะพยายามอย่างเต็มความสามารถในการหาวัคซีนอื่นที่มีคุณภาพมาให้บริการเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วท่านยังสามารถมารับการฉีดเข็มที่สองได้ตามนัดหมาย ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โควตาวัคซีนโควิดของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ถูกนำไปรวมกับโควตามหาวิทยาลัยที่ขึ้นตรงกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่มีรวม 11 สถาบัน โดยมีอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทั้งนี้กรมควบคุมโรคส่งวัคซีน 5 แสนโดสไปให้กับทางมหาวิทยาลัยแล้ว อำนาจการจัดสรรจากนี้เป็นเรื่องของทปอ.เป็นผู้ดำเนินการ ไม่เกี่ยวข้องกับกรมควบคุมโรค
คุกติดเชื้ออีก 1,230-เสียชีวิต 1
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถานว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 1,230 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ปัจจุบันมีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรค 123 แห่ง และยังสามารถควบคุมจำนวนของเรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อให้คงที่อยู่ที่ 13 แห่ง ในส่วนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการสว็อบเพื่อตรวจหาเชื้อซ้ำในกลุ่มผู้ต้องขังจากสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดเดิม นายอายุตม์กล่าวต่อว่า การดำเนินการฉีดวัคซีนในผู้ต้องขังวันนี้เริ่มฉีดที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ ภายหลังจากที่ได้รับวัคซีนจากกรมควบคุมโรค รวมถึงการสนับสนุนบุคลากรจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข จ.สมุทรปราการ และโรงพยาบาลบางบ่อ ในฐานะโรงพยาบาลแม่ข่าย และอาสาสมัครพยาบาล รวม 40 คน ในการฉีดวัคซีนแก่ ผู้ต้องขังทั้งหมด 6,515 คน ซึ่งจะฉีดระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย.64 รวม 4 วัน หรือเฉลี่ยวันละ 1,800 คน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ และลดการเจ็บป่วยรุนแรง หรือการเสียชีวิตของผู้ต้องขังลง สำหรับผู้ต้องขังที่เสียชีวิต 1 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 84 ปี จากเรือนจำกลางคลองเปรม ตรวจพบเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยเป็นผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง คือมีโรคประจำตัวเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว และเป็นผู้ป่วยสูงอายุ แพทย์ให้ยาและรักษาตามอาการอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากเป็นผู้ป่วยสูงอายุและมีโรคประจำตัว อาการจึงทรุดลง และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.64

หาเชิงรุก – เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิดในกลุ่มนักเรียน ผู้ค้าขาย และประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชนตลาดแค อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา หลังพบผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ งานบุญขึ้นบ้านใหม่ มีผู้สัมผัสใกล้ชิดจำนวนมาก เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.