รักขมม่ายสาว
ยิงน้องดับ

ตร.เร่งล่าหนุ่มใหญ่พัทลุง ก่อเหตุยิงแสกหน้าสาววัย 23 ดับคาบ้านหลังควงลูกซองยาวขอเคลียร์ม่ายสาวที่ตามจีบกลางดึก ขณะฝ่ายหญิงไม่สนใจ น้องสาวเลยออกมาบอกให้ฝ่ายชายให้กลับบ้านไปก่อน พูดไม่ทันจบโดนส่องเข้าหน้าตาย คาบ้าน ตร.เช็กประวัติพบติดคุกคดีฆ่าคนตายมาแล้ว 2 รอบ

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ร.ต.อ. ธรรมรงค์ เกลี้ยงเคล้า ร้อยเวร สภ.กงหรา จ.พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดี มีเหตุคนร้ายยิงสาววัย 23 ปี เสียชีวิต หมู่ที่ 2 ต.ชะรัด อ.กงหรา หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง ในที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านเลขที่ 128 ม.2 ต.ชะรัด อ.กงหรา เจ้าหน้าที่ พบน.ส.นิตยา นิลอ่อน อายุ 23 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านดังกล่าว ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 ยิงเข้าบริเวณใบหน้าด้านซ้าย เสียชีวิตภายในบ้าน ใกล้กันบริเวณหน้าบ้านเจ้าหน้าที่พบหมอนรองกระสุนเบอร์ 12 หนึ่งอัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะให้อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุงนำศพไปชันสูตรบาดแผลอีกครั้งที่ ร.พ.กงหรา

จากการสอบสวนในเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งคุยกับญาติอยู่ในห้องนอน มีชายอายุราว 48 ปี ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายสงค์ เป็นชาวอ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ขับรถยนต์เก๋งสีขาวเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน แล้วเดินถืออาวุธปืนลูกซองยาวกึ่งอัตโนมัติลงมาจากรถ ก่อนตะโกนเรียกพี่สาวผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นแม่ม่ายลูก 2 อายุ 25 ปี ให้ออกมานอกบ้าน เนื่องจากนายสงค์แอบชอบและอยากคบหา แต่พี่สาวผู้ตายไม่ออกไป เนื่องจากเลยเวลาเที่ยงคืนและนอนอยู่กับลูก ทำให้น้องสาวออกมาดูแล้วบอกให้นายสงค์กลับบ้านไป แต่พูดไม่ทันขาดคำนายสงค์ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่โดนใบหน้าจนล้มลงเสียชีวิตทันที ก่อนขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจจุดสกัด แต่ยังไร้วี่แวว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบพยาน และหาวัตถุพยานเพิ่มเติม เพื่อติดตามนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่พบว่านายสงค์เคยก่อคดีฆ่าคนตายมาแล้ว 2 ครั้ง และถูกจำคุกทั้ง 2 คดี และหลังพ้นโทษออกมา ถูกคู่อริรุมตีจนสลบ ซึ่งคู่อริคิดว่าเสียชีวิตจึงนำร่างไปทิ้งไว้ข้างถนน แต่กลับฟื้นจนรักษาตัวหายเป็นปกติ และกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน