ตร.รวบคาบ้าน
รมต.สั่งฟันเพิ่ม

‘ท็อป-วราวุธ’ สั่งลุยเอาผิดแก๊งตกปลาชักปืนยิงฉลาม หูดำโพสต์โชว์ใน ‘ติ๊กต็อก’ ตำรวจน้ำกระบี่บุกตามจับถึงบ้านทั้งเจ้าของเรือ-มือยิง สารภาพได้เรือมาใหม่เลยไปลองเครื่อง อ้างปลาสะบัดเบ็ดหักเลยต้องยิงเพื่อจับขึ้นเรือ อธิบดีทช.เผย จุดเกิดเหตุอยู่นอกเขตอุทยาน ไม่อยู่ในพื้นที่คุ้มครอง และฉลามหูดำก็ไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

ยิงฉลาม – ตำรวจจับกุมนายอลงกรณ์ ชลธี อายุ 30 ปี เจ้าของเรือชาวกระบี่ ผู้ต้องหาล่ายิงฉลามหูดำ ขณะนำเพื่อนรวม 7 คนล่องเรือออกไปล่ากลางทะเลกระบี่ สอบสวนให้การรับสารภาพ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.ต.ทวีลาภ สุวรรณฤกษ์ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 1 (กระบี่) กก.9 บก.ตำรวจน้ำ นำกำลังจับกุมนายอลงกรณ์ ชลธี อายุ 30 ปี และนายประกาย อุ๋ยวงศ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ถนนเมืองเก่า ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ขับเรือ และยิงปลาฉลามหูดำ ที่ปรากฏในคลิปแอพพลิเคชั่นติ๊กต็อกที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างขณะนี้

เรือที่นำออกไปตกปลาและยิงปลาฉลามในวันเกิดเหตุ ซึ่งปรากฏในคลิปเป็นของนายอลงกรณ์ ส่วนคนที่ยิงอาวุธปืนคือนายประกาย เจ้าหน้าที่สอบสวนนายอลงกรณ์ให้การรับสารภาพว่าในวันเกิดเหตุได้พาเรือ ลำใหม่ไปลอง และได้พาเพื่อนๆ รวม 7 คนไปตกปลาจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 10,000 บาท พร้อมคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ สอบสวนว่าอาวุธปืนเป็นของใครและมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายประกายมือยิงปลาฉลามให้การว่า ตนและพวกอีก 6 คนนั่งเรือออกจากเกาะพีพีไปยังเกาะห้าทางทิศใต้กว่า 200 ก.ม. ช่วงประมาณ 4 โมงเย็น ไปตกปลาและมีฉลามหางดำกินเบ็ด ตัวแรกนำขึ้นเรือได้ แต่ตัวที่ 2 ฉลามดิ้นจนเบ็ดหัก ไม่มีวิธีเอาปลาขึ้นได้ พอไปจับหางฉลามก็ดิ้นแรงจึงตัดสินใจวิ่งไปหยิบปืนที่วางอยู่ในเรือมายิงไป 4 นัด และไม่คิดว่าเพื่อนอีกคนถ่ายคลิปมาโพสต์ในแอพพลิเคชั่นติ๊กต็อก มีคนออกมาประณามต่อว่าเป็นจำนวนมาก และยอมรับผิด เข็ดจะไม่ทำอีกแล้ว

ด้าน พ.ต.ต.ทวีลาภกล่าวว่า ตลอดทั้งวันตำรวจน้ำชุดมารีนไซเบอร์ออกติดตาม ผู้กระทำความผิดที่เผยแพร่ทางแอพพลิเคชั่นติ๊กต็อกจึงได้เบาะแสไปเชิญตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจน้ำกระบี่ ได้เปรียบเทียบปรับเจ้าของเรือที่ไม่มีใบอนุญาต ส่วนคนใช้ปืนยิงปลาได้ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ดำเนินคดีต่อไป

วันเดียวกัน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกันว่า เห็นคลิปและอ่านข่าวแล้วยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ รู้สึกโมโหและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และต้องขอบอกว่าในวันนี้ประเทศไทยกำลังจะโดนสหรัฐแบนสินค้าประมงทุกชนิดอยู่เพราะว่าเรามีอัตราการตายของสัตว์น้ำหายากมากขึ้นทุกวันๆ และคนจำพวกนี้เป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีปัญหา คนพวกนี้เป็นคนที่กำลังจะฆ่าระบบการประมงของประเทศไทยด้วยความเห็นแก่ตัว การยิงฉลาม 3 ตัวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ จากในคลิปที่เห็นฉลามไม่ได้มาจู่โจม หรือมาจ้องทำร้ายเขา และแถมเขาอยู่บนสปีดโบ๊ต ฉลามตัวแค่นั้นจะมาทำอะไรได้ ซึ่งถ้าตัวเขาอยู่ในน้ำแล้ว ไม่มีทางสู้ฉลามกำลังเข้ามาทำร้ายนั้นก็พอมีเหตุผล แต่นี่คุณอยู่บนเรือแล้วคุณก็ยิงไป

“ผมในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอสัญญาว่าจะใช้กฎหมายทุกฉบับที่อยู่ในอำนาจ ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่อยู่บนเรือนั้นรวมทั้งเจ้าของเรือด้วย โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตั้งแต่ผมมารับตำแหน่ง ผมไม่เคยยอมในกรณีอย่างนี้ และคดีเช่นนี้ผมก็จะเอาให้ทุกคนเห็นว่า ประเทศไทยเราเอาจริงกับเรื่องแบบนี้ อย่าง 2 ปีก่อน ผมเคยเห็นต่างชาติ 2 คนมาทำร้ายปะการังของประเทศไทย แต่วันนี้สิ่งที่ผมเสียใจก็คือคนที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนไทยแล้วมาทำลายทรัพยากร มาทำร้ายสัตว์น้ำของคนไทยเราเอง ถ้าเป็นต่างชาติผมจะเนรเทศออกไปแล้ว แต่ผมเสียดายที่พวกคุณไม่ใช่คนต่างชาติ จึงเนรเทศพวกคุณออกจากแผ่นดินไทยไม่ได้ พวกนี้ต้องถือว่าหนักแผ่นดิน” นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธกล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อทราบเรื่องตนได้แจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในพื้นที่การดูแลของใคร จึงได้กำชับทั้ง 2 กรม ให้ลงไปดูแลเรื่องนี้ทั้งคู่ และขอให้ตรวจสอบด้วยว่ามีกฎหมายฉบับใดสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รวมถึงเจ้าของเรือ เช่นมีใบอนุญาตหรือไม่ เข้าพื้นที่โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และจะเร่งดำเนินการขึ้นบัญชีสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิดเพื่ออนาคตที่มั่นคงของพี่น้องชาวประมงของไทย และปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยไว้ให้ลูกหลานของเรา

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ทันทีที่ได้รับทราบรายงานสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสาน สภ.เมืองกระบี่ ภายหลังที่ได้ทราบว่าสำนักงานตำรวจน้ำกระบี่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท นายอลงกรณ์ ชลธี อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ ออกไปตกปลากับพวกรวม 5 คน จากท่าเรือเกาะพีพี ไปยังจุดตกปลา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยห่างออกไปราว 96 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งประมาณ 42 กิโลเมตร และไม่อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

“สำหรับฉลามหูดำ พบมากตามกองหินห่างจากฝั่งพบทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ที่สำคัญยังไม่พบว่าเคยทำอันตรายกับมนุษย์ แต่ขณะนี้ฉลามหูดำไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 โดยกรมเร่งสำรวจและผลักดันสัตว์ทะเลชนิดสำคัญรวมถึงฉลามหูดำ บรรจุในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ป้องกันและทารุณกรรมสัตว์ และ ผลักดันให้ฉลามหูดำเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ต่อไป” อธิบดี ทช. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน