สมทบกลุ่มทนายนกเขา
‘ราษฎร’จัดรำลึก2475
สิระเจอโห่ไล่วิ่งเข้าสภา
ส่อตึงเครียด ‘จตุพร’ นำ ทีมม็อบไทยไม่ทนสมทบประชาชนคนไทยของทนายนกเขา ฮือบุกทำเนียบ ขอพบประยุทธ์จี้ลาอออก ตร.ระดมคอนเทนเนอร์-รถน้ำแรงดันสูงเตรียมขวางเต็มที่ ทุกกลุ่มรุมบี้บิ๊กตู่ จี้ลาออกจากตำแหน่ง ด้านกลุ่มราษฎรจัดรำลึกการอภิวัฒน์สยาม 2475 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนไปรัฐสภา ยื่นหนังสือถึงส.ส.ฝ่ายค้าน ‘สิระ เจนจาคะ’ พลังประชารัฐโผล่ไปรับด้วย เจอโห่ไล่ขว้างขวดน้ำใส่ การ์ดต้องพาวิ่งแจ้นเข้าสภา
ราษฎรรำลึก 89 ปีอภิวัฒน์สยาม
เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เนื่องในวาระครบรอบ 89 ปี อภิวัฒน์สยาม วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเดินทะลุฟ้า ได้นำป้ายผ้าสีขาวยาวประมาณ 15 เมตร เขียนข้อความ “ข้อความ 89 ปีอภิวัฒน์ สยาม” “24 มิถุนา วันที่ทุกคนอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ” “ประเทศนี้เป็นของราษฎร” และ “ราษฎรทุกคนมีสิทธิ์เสมอภาคกัน ไม่ให้ผู้ใดมีสิทธิ์เหนือผู้อื่น” มาผูกติดที่บริเวณด้านบนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนติดตั้งหมุดคณะราษฎรขนาดใหญ่ ระบุข้อความ “ณ ที่นี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิด รัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ” และ 2 ป้ายแบ๊กดร็อปขนาดใหญ่ต่อต้านรัฐธรรมนูญ 2560 เรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ความว่า “ผนึกกำลังทั้งแผ่นดิน ต่อต้านรัฐธรรมนูญเผด็จการ ปิดสวิตช์ ส.ว. รัฐธรรมนูญประชาชน”
ต่อมาเวลา 05.30 น. กลุ่มราษฎร พร้อมด้วยกลุ่มทะลุฟ้า, ศิลปะปลดแอก, เฟมินิสต์ปลดแอก, เดมโฮป, นักเรียนเลว, ราษฎรเอ้ย, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และประชาชนประมาณ 250 คน โดยมีแกนนำนักกิจกรรมทางการเมืองร่วมด้วย อาทิ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ หัวหน้าพรรคก้าวล่วง, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า ราษฎรมูเตลู, นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กลุ่มทะลุฟ้า, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย, น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา และนายธนพัฒน์ กาเป็ง แกนนำกลุ่มราษฎรเอ้ย, น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือ วาดดาว กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร รวมตัวทำกิจกรรม “ยืนยันดันเพดาน” เพื่อรำลึกถึงภารกิจเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร 2475 และร่วมแสดงพลังต่อต้านรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พระยาพหลพลพยุหเสนา อ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 เมื่อ 89 ปีก่อน ท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด 19 อย่างเคร่งครัด
จากนั้นประชาชนทั้งหมดร่วมกันจุดเทียน ที่เรียงเป็นข้อความ “89 ปี 2475”
อานนท์อ่านประกาศคณะราษฎร
ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า กล่าวว่า รัฐบาลทำหมุดหาย ก็จะมีหมุดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ นี่คือหมุดของคณะราษฎร 2475 จะสังเกตได้ว่า ในหมุดมีข้อความ ณ ที่นี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ บันทึกไว้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ต่อมาเวลา 05.43 น. มีการทำกิจกรรม เพอร์ฟอร์มานซ์ อาร์ต โดยตัวแทน 3 คน จากกลุ่มนักเรียนเลว ยืนเรียงแถว พร้อมนำผ้าปิดตาระบุข้อความ อาทิ “ชิงสุกก่อนห่าม” “เรายังไม่พร้อม” จากนั้น นายธนพัฒน์ หรือ ปูน กล่าวถึงประวัติศาสตร์คณะราษฎร ที่นักเรียนถูกปิดหูปิดตา ไม่ให้รับรู้ประวัติศาสตร์คณะราษฎร รัฐบาลพยายามปิดหูปิดตาประชาชน ปกปิดประวัติศาสตร์คณะราษฎร ให้ศึกษาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขา ไม่ใช่ต่อเรา เราจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ คือประชาธิปไตย และเราจะไม่ให้ประวัติศาสตร์ ลบเลือนไป
เวลา 05.50 น. นายอานนท์ นายพรหมศร และน.ส.ปนัดดา สิริมาสกุล หรือต๋ง ทะลุฟ้า อ่านประกาศคณะราษฎร ร่วมกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุม
เวลา 06.06 น. ประชาชนร่วมร้องเพลงวันชาติ 24 มิถุนา มีนายอรรถพล หรือ ครูใหญ่ เป็นต้นเสียง พร้อมกันนี้มีการจุดเทียนเค้กวันเกิดลายหมุดคณะราษฎร ระบุข้อความ “HBD คณะราษฎร” จากนั้นได้ร่วมกันตะโกน “ประยุทธ์ออกไป ระบอบประยุทธ์ออกไป รัฐธรรมนูญประยุทธ์ออกไป ส.ว.250 ออกไป”
ยื่นหนังสือฝ่ายค้าน-ส.ส.สิระ
เมื่อเวลา 13.40 น. คณะราษฎร ที่นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน รับหน้าที่ถือหมุดของกลุ่มราษฎร พร้อมกับนายพริษฐ์ถือธงธรรมศาสตร์และการชุมนุมบริเวณหัวขบวน แถวที่ 2 เป็นกลุ่มราษดรัม แถวที่ 3 ประกอบด้วยธงแนวร่วมต่างๆ ของกลุ่มราษฎร ได้เดินทางมาถึงเวทีการชุมนุมบริเวณสี่แยกเกียกกาย ด้านข้างอาคารรัฐภา โดยกลุ่มชุมนุมได้เคลื่อนตัวออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านถนนราชดำเนิน เข้าถนนหลานหลวง ผ่านถนนพระรามหก ผ่านแยกประดิพัทธ์ และเลี้ยวเข้าถนนทหารมายังอาคารรัฐสภา สี่แยกเกียกกาย โดยใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนการจราจรเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเปิดให้มีการสัญจรเป็นปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่ คฝ.ดูแลความสงบเรียบร้อย
จากนั้นเวลา 13.30 น. ที่หน้ารัฐสภา ฝั่งถนนทหาร สี่แยกเกียกกาย กลุ่มคณะราษฎรเดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งทันทีที่มาถึงแกนนำคนสำคัญอย่างนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ได้เจรจาขอยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านตัวแทน ส.ส. ฝ่ายค้าน และส.ส.รัฐบาล อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายสมคิด เชื้อคง ส.ส. พรรคเพื่อไทย, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ

ม็อบไล่ – กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรโห่ไล่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาลออกมารับจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.
สิระเจอโห่ไล่-วิ่งแจ้นเข้าสภา
พร้อมกันนี้ นายพริษฐ์ ยังได้มอบหมุด พร้อมหนังสือหรือรัฐธรรมนูญคณะราษฎร ให้กับ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นตัวแทนรัฐบาล นำไปให้ ส.ส. และ ส.ว. ด้วย
จากนั้นจึงได้ยื่นหนังสือผ่านตัวแทน ส.ส.รัฐบาล นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเป็นตัวแทนรับหนังสือบนเวที มวลชนได้ตะโกนโห่ร้องส่งเสียงไล่ พร้อมกับชูมือสัญลักษณ์ 3 ในระหว่างที่ นายสิระ จะเดินกลับเข้าในอาคารรัฐสภา มีมวลชนพยายามจะโห่ร้องขับไล่ และเดินตาม ก่อนจะขว้างปาสิ่งของใส่
หลังการยื่นหนังสือให้เสร็จสิ้น ตัวแทน ส.ส.ได้พาแกนนำเข้าไปพูดคุยหารือถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในอาคารรัฐสภา
ยืนยันไม่ติดใจ-ไม่ได้ถูกต่อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตัวแทนกลุ่มราษฎร ยื่นหนังสือผ่านนายสิระ เจนจาคะ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และนายสิระ ได้ถือหนังสือเดินลงจากเวที เพื่อกลับเข้าไปยังรัฐสภา ระหว่างนั้นเกิดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งได้เดินตามนายสิระ พร้อมตะโกนด่าทอ และขว้างปาสิ่งของใส่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบพานายสิระ เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พ้น ก่อนที่นายสิระ จะโดนตะลุมบอนเล็กน้อย โดยมีการ์ดของนายสิระ และการ์ดวีโว่ เข้ามาห้ามไว้ พร้อมกับให้มวลชนกลับไปที่เดิม
ต่อมานายสิระเปิดเผยว่า ไม่ติดใจและไม่เอาเรื่อง และตอนที่เกิดเหตุการณ์โดนตามไล่ทั้งด่าและต่อย ก็ไม่ได้ตกใจ เป็นธรรมดาของการชุมนุม เพราะตนเคยคุมม็อบมาก่อนเลยรู้สึกเฉยๆ และยืนยันว่าไม่ได้ถูกต่อย แต่เป็นมุมกล้อง ตนหลบทัน เพราะเป็นเจ้าของค่ายมวย แค่นี้สบายอยู่แล้ว
วางตู้คอนเทนเนอร์ป้องทำเนียบ
ขณะเดียวกันข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ยังเข้าปฏิบัติงานภายในทำเนียบ ได้ตามปกติ และยังไม่มีการห้ามหรือแจ้งปิดประตูทางเข้าแต่อย่างใด ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าหรือซีไอเอประจำม็อบทยอยปักหลักหน้าทำเนียบฯ ทั้งรถขายปลาหมึกย่างผลไม้ และน้ำต่างๆ
เมื่อเวลา 11.30 น. มีการนำตู้คอนเทนเนอร์ มาจอดปิดการจราจรบริเวณถนนพระราม 5 ข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ใกล้กับแยกพาณิชยการ ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาลแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมเข้าในพื้นที่ ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่กลุ่มประชาชนคนไทยนำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ประกาศว่าจะมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกและจะปักหลักจนกว่าจะได้คำตอบ
ส่วนบริเวณถนนพิษณุโลก จากแยก อุรุพงษ์ มุ่งหน้าแยกมิสกวัน ยังคงเปิดการจราจรตามปกติ และพบว่ารถสายตรวจจาก สน.นางเลิ้ง ยังคงจอดประจำการ บริเวณกลางสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 10 นายยืนประจำการ โดยมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 1 คัน พร้อมรถควบคุมผู้ต้องขัง 1 คัน จอดชิดรั้วทำเนียบฯ ที่บริเวณประตู 4
ขณะที่มีรายงานว่า ทางทำเนียบรัฐบาลได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนและเจ้าหน้าที่จาก บก.น.7 รวม 3 กองร้อย เตรียมความพร้อมที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล และมีการแจ้งขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนออกจากทำเนียบฯ ในช่วงเวลา 14.00 น.
ประชาชนไทยเคลื่อนไปทำเนียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.39 น. ซึ่งถือเป็นฤกษ์ของกลุ่มประชาคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา รวมตัวก่อนเคลื่อนขบวนเดินเท้าจากแยก อุรุพงษ์ไปยังทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยใช้แคมเปญ “24 มิถุนายน เวลาของประชาชนสร้างชาติ” เพื่อเคลื่อนไหวรวมกับกลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากบริหารงานล้มเหลว ภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด-19 และทวงถามสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน
ตั้งเวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้า
ต่อมาเวลา 15.00 น. กลุ่มประชาชนคนไทยเดินทางถึงแยกนางเลิ้ง และแยกพาณิชยการ บริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ. ได้ตั้งแถวถือโล่กั้น พร้อมแผงเหล็กวางแนวยาวขวางเพื่อปิดถนนสองฝั่งของถนนพิษณุโลกทั้งขาเข้าและขาออก โดยนายนิติธรได้เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้เปิดทางให้เดินไปถึงบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐหน้าทำเนียบ ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศกำชับให้ผู้ชุมนุมทุกคนให้เว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 กันอย่างเคร่งครัดด้วย ทั้งนี้ เป็นการเดินทางถึงล่วงหน้าก่อนที่กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายจตุพรจะเดินเท้ามาจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตามที่ประกาศว่าจะมาตั้งเวทีชุมนุมที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ในช่วงเย็นของวันนี้
จากนั้น เวลา 16.25 น.เวทีไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนฯ ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เริ่มขึ้น เพื่อส่งสัญญาณขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ โดยเริ่มจากการปราศรัยของนายธนชาติ ชัยทองพันธ์ ที่ยืนยันว่าประชาชนจะไม่ทนต่อการบริหารงานแบบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อีกต่อไป เพราะ ตลอดเวลา 7 ปี ประชาชนอยู่ด้วยความอดทน มีแต่ความล้มเหลวโดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด-19 แต่ทุกอย่างไม่มีอะไรดีขึ้น วันนี้ทุกคนมารวมกันแบบไม่มีสี ทุกคนต้องการเปล่งเสียงไล่รัฐบาลทรราช ปกครองด้วยบุคคลเดียว เอาแต่พวกพ้อง ไม่นึกถึงประชาขน เราต้องการรัฐบาลใหม่เข้ามา บริหารประเทศ
จตุพรยันบุกไปทำเนียบแน่
เวลา 16.35 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในนาม กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เดินทางมาถึงรถปราศรัย และให้สัมภาษณ์ ว่า การชุมนุมครั้งนี้ยังเป็นไปตามแผนเดิม และจะเคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาลแน่นอน โดยใช้เส้นทางถนน นครสวรรค์ ผ่านแยกนางเลิ้ง เลี้ยวซ้ายถนนพิษณุโลก ไปที่ทำเนียบรัฐบาล เว้นแต่จะมีสถาการณ์เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ส่วนจะเคลื่อนขบวนเมื่อไหร่ ต้องรอดูที่หน้างานและจะถามความเห็นของมวลชนก่อนตัดสินใจ และที่เห็นยังมากันไม่มากเนื่องจากวันนี้เป็นวันทำงาน ประชาชนอยู่ระหว่างการเดินทาง
ตึงเครียด-ทนายนกเขาดันตร.
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่หน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม นายนิติธรให้สัมภาษณ์ว่า การมาวันนี้ต้องการบอกข้อผิดพลาดการบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ เราเดินทางมาบอกให้ลาออก 2 ครั้งแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้จึงมากันอีกครั้ง และต้องการพูดคุยกับนายกฯ เท่านั้น ไม่ต้องการพูดคุยกับรองนายกฯ หรือตัวแทนคนไหน เพราะเมื่อทำโพลแต่ละครั้งก็มีเพียงคนเดียวที่ได้รับความนิยม จึงต้องเป็นคนที่มีราคาและศีลเสมอกัน
เวลา 17.05 น. บรรยากาศเริ่มมีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อนายนิติธรสั่งให้รถบรรทุก ซึ่งเป็นรถเครื่องขยายเสียงดันกำลังตำรวจเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เพื่อมุ่งหน้า ข้ามสะพานชมัยมรุเชฐให้ได้ โดยอ้างว่าถูก เจ้าหน้าที่ พร้อมกับสั่งตำรวจถอยร่น หากไม่ยอมถอยจะเดินหน้าฝ่าแนวกั้น ขณะเดียวกันตำรวจที่หน้าทำเนียบสั่งเตรียมความพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือจีโน่ไว้ด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจเสริมกำลังซ้อนอีกชั้นหนึ่งกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนเข้ามาได้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้สั่งให้หยุดแล้วปักหลักปราศรัยโจมตีตำรวจ หากจะตีกันจริงขอมือเปล่าไม่ต้องเอารถฉีดน้ำมาแบบนี้ เพราะขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่สังเกตการณ์อยู่ในบริเวณนี้เข้ามาตรวจสอบ

ไล่ประยุทธ์ – นายจตุพร พรหมพันธุ์ นำม็อบไทยไม่ทนจำนวนมากเคลื่อนขบวนไปหน้าทำเนียบรัฐบาล ชุมนุมเรียกร้องพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออก ปราศรัยจนกระทั่งมืดจึงยุติการชุมนุม นัดรวมตัวอีกครั้งวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย.นี้
จตุพรนำทัพบุกไล่ประยุทธ์
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ กลุ่มไทยไม่ทน ประยุทธ์ออกไป ตั้งเวทีปราศรัย สลับการขึ้นปราศรัยกันอย่างคับคั่ง ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาล นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เปิดเผยว่า ทางตนและกลุ่มมีจุดประสงค์เดียว คือการขับไล่รัฐบาล ส่วนคำถามที่ว่า ทางกลุ่มไทยไม่ทน มีแนวคิด และแนวร่วมกับทางกลุ่มคณะราษฎร เพียงข้อแรก คือการขับไล่รัฐบาล เพียงข้อเดียว ส่วนข้อที่เหลือมีการเห็นต่างกัน
นายจตุพร เปิดเผยต่อว่า เป็นเวลาที่ยากลำบากที่ต้องมาไล่นายกรัฐมนตรีในช่วง โควิด-19 ช่วงเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า นายกรัฐมนตรีไร้น้ำยาในการแก้ไขปัญหา ตนรู้ดีว่าการลงถนนนั้นมีความผิด แต่พวกตนก็ปล่อยให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว มันถูกต้องแล้ว ที่ทุกคนใส่หน้ากากออกมาประท้วง ถ้าไม่ออกมาขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ในวันนี้ กลุ่มของพล.อ.ประยุทธ์อาจจะอยู่ยาวเป็นสิบปีก็ได้
จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมแกนนำได้เดินนำหน้ากลุ่มมวลชนเดินมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อพบกับพล.อ.ประยุทธ์
สมทบกับกลุ่มทนายนกเขา
จากนั้น เวลา 18.20 น. แกนนำไทยไม่ทนฯ นำโดยนายจตุพรได้นัดหมายกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเคลื่อนขบวน จากเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เส้นทางถนนนครสวรรค์ มุ่งหน้าแยกนางเลิ้ง
เวลา 18.45 กลุ่มไทยไม่ทนฯ เดินเท้าถึงสี่แยกนางเลิ้ง และจัดระเบียบ โดยนายจตุพรขอให้กลุ่มหยุดก่อน รอกลุ่มประชาชนคนไทยของทนายนกเขา จัดการประสานและจัดการเจรจากับเจ้าหน้าที่ก่อน หากทางกลุ่ม ต้องการการสนับสนุนก็พร้อมเข้าไปประชิดทันที จากนั้นกลุ่มไทยไม่ทนปรบมือให้กำลังใจให้กับกลุ่มประชาชนคนไทย

ยังคึกคัก – ม็อบราษฎรชุมนุม อย่างคึกคักที่สกายวอล์กปทุมวัน กทม. รำลึก 89 ปี 24 มิถุนายน 2475 ประกาศดันเพดาน และย้ำจุดยืน 3 ข้อเรียกร้อง ก่อน ยุติการชุมนุมเวลา 20.30 น. เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.
ราษฎรฮือต่อสกายวอล์ก
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สกายวอล์กปทุมวันได้มีกลุ่มคณะราษฎร แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ยุติการชุมนุมที่รัฐสภา เดินทางมาชุมนุมกันต่อที่สกายวอล์กปทุมวัน โดยมีประชาชนแนวร่วมจำนวนหนึ่งเข้าร่วมการชุมนุม พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้อ่านประกาศให้ทราบว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ทำให้มวลชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวต่างส่งเสียงโห่ไล่
หลัง ผกก.สน.ปทุมวันอ่านประกาศจบ นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย วายพีดี ประกาศตอบโต้กลับว่า วันนี้เป็นวันครบรอบ 89 ปี อภิวัฒน์สยาม การเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย 2475 โควิดครั้งนี้ไม่อาจหยุดยั้งการต่อสู้ของราษฎรได้ จึงขอประกาศให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามคำสั่งของราษฎร และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเดินกลับไปอย่างสันติ
ขณะที่ด้านล่างสกายวอล์กได้มีกลุ่ม รีโซลูชั่น จัดกิจกรรม รื้อระบบประยุทธ์ มีสมาชิกจำนวนหนึ่งตั้งเต็นท์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปที่ผ่านไปมาในย่านนั้นร่วมกันลงชื่อ เพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ รื้อระบบประยุทธ์ ซึ่งได้มีประชาชนบางส่วนที่เห็นด้วย ร่วมลงชื่อเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความปลอดภัย
จตุพรระดมใหม่วันเสาร์นี้
เมื่อเวลา 19.30 น. ที่สี่แยกนางเลิ้ง หลังแกนนำสลับขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ระยะหนึ่ง นายจตุพรได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยชี้แจงว่า เนื่องจากเวลานี้มืดแล้ว เกรงว่าจะมีคนเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยได้รับแจ้งจากนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขาว่ามีรายงานจะมีคนเข้ามาสร้างสถานการณ์ในบริเวณที่ชุมนุม จึงขอยุติการชุมนุมก่อน และนัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย. เวลา 16.00 น. พี่สะพานผ่านฟ้าลีลาศที่เดิมและมีแนวโน้มว่าจะค้างคืนเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง ขอให้มากันมากกว่าเดิมมากพอที่จะล้ม พล.อ. ประยุทธ์ได้ วันนี้เราไม่ได้ถอย แค่เราไม่อยากให้คนโง่มาสร้างสถานการณ์ เราต้องใช้สมองสู้ เราจะมาใหม่และมากันจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีอันเป็นไปลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนที่อยู่ที่บ้านออกมาร่วมกันไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเราสู้เพื่อประเทศไทย ขจัดความจัญไรของบ้านเมือง

ม็อบราษฎร – ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ พร้อมด้วย ‘รุ้ง’ ปนัสยา และ ‘ไผ่’ จตุภัทร์ นำม็อบราษฎรชุมนุมหน้ารัฐสภา ยื่นหนังสือเปิดผนึกเรียกร้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

ไล่ประยุทธ์ – กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ เคลื่อนขบวนมวลชนจำนวนมากจากสะพานผ่านฟ้าฯ ไปปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออก เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.