ฉะลักหลับ-ไม่แจ้งก่อน
ปิดสนิทแคมป์ก่อสร้าง
แรงงานแห่กลับ‘ตจว.’
สกัดไม่ทัน-ทำเชื้อลาม
โซเชี่ยลเดือดไล่รัฐบาล
แรงงานแคมป์ก่อสร้างกรุงแห่กลับต่างจังหวัด สกัดไม่ทัน ผวาเชื้อลามหลายจังหวัด โผล่แล้วที่โคราช ชัยภูมิ ตรวจเจอติดโควิด ที่สุรินทร์ก็พบแรงงาน กัมพูชาถูกนายจ้างนำมาทิ้งจำนวนมาก หลังรัฐบาลประกาศพื้นที่ควบคุม สูงสุด 10 จังหวัด ตั้งแต่กทม. ปริมณฑล กับ 4 จังหวัดชายแดนใต้ สั่งปิดแล้วแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน รวมทั้งร้านอาหารก็ห้ามนั่งกิน ในร้าน ขณะที่ยอดติดเชื้อใหม่ยังพุ่งอีกเกือบ 4 พันราย เสียชีวิต 42 ราย เจอ ‘สายพันธุ์เบตา’ ในกรุงเทพฯ เชื่อมผู้ติดเชื้อจากนราธิวาส

เยียวยา – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แถลงหลังหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ถึงการช่วยเหลือเยียวยาแรงงาน หลัง ศบค.สั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ในกทม.และอีก 9 จังหวัด เป็นเวลา 30 วัน เมื่อ 27 มิ.ย.
ล็อกกทม.ปริมณฑล-4 จว.ใต้
เมื่อเวลา 01.00 น. เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งศบค.ที่ 6/2564 เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. และปริมณฑล ประกอบด้วย จ.นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
พร้อมกันนี้ยังมีการประกาศ ข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีเนื้อหาสรุปว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน จําเป็นต้องกําหนดพื้นที่ เป้าหมายเฉพาะ และบังคับใช้มาตรการควบคุม ที่จำเป็น เพื่อชะลอและสกัดกั้นการแพร่ระบาด โดยมีมาตรการเร่งด่วนในพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล ประกอบด้วย จ.นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน เพื่อควบคุมชะลอการแพร่ระบาด ให้นํามาตรการควบคุมแบบบูรณาการสําหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามข้อกําหนด (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 มิ.ย.ใช้บังคับ
ปิดแคมป์ก่อสร้างทันที 30 วัน
สำหรับการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างเขตพื้นที่กทม.และปริมณฑล ให้ผู้ว่าฯ กทม. และจังหวัดปริมณฑล พิจารณาสั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถานอาคาร รวมถึงให้หยุดการทำงานเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 30 วัน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจตราและกำหนดเงื่อนไขจำกัดการเข้าออกสถานที่พัก ตั้งจุดตรวจและสกัดการเข้าออกพื้นที่ สั่งการให้ปรับปรุงสุขาภิบาลสถานที่พัก ให้พนักงานฝ่ายสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ร่วมกับผู้ประกอบการจัดการสถานที่พักอาศัยชั่วคราวที่มีคำสั่งปิดเพื่อใช้เป็นสถานกักกัน โรงพยาบาลสนามชั่วคราวเพื่อประโยชน์ต่อการควบคุมโรค และให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานตามความเหมาะสม
สำหรับการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานในสถานประกอบการ และโรงงานเขตพื้นที่กทม.และปริมณฑล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานควบคุมโรค ตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ประกอบการในสถานประกอบการ และโรงงานเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ หรือบับเบิลแอนด์ซีล ตามที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งกําหนดเงื่อนไข เพื่อกํากับหรือจํากัดกํารเคลื่อนย้ายเดินทางเข้าออกเขตพื้นที่สถานประกอบการหรือโรงงาน และดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค

ปิดตลาด- เทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี สั่งปิดตลาดสดเทศบาลนครปากเกร็ด 3 วัน ระหว่างวันที่ 27-29 มิ.ย. หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด ก่อนดำเนินการล้างตลาด และระดมพ่นยาฆ่าเชื้อ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.
ห้ามนั่งกินในร้าน-รวมกลุ่ม
โดยมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่กทม. และปริมณฑล นั้นให้ เป็นตามข้อกำหนดฉบับที่ 24 สําหรับสถานที่ กิจการหรือกิจกรรม ให้เปิดดําเนินการได้ โดยปฏิบัติต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วันดังต่อไปนี้ การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารทุกประเภท ทั้งในห้างและนอกห้าง ห้ามนั่งในร้าน ซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น ห้างสรรพสินค้า ให้เปิดถึงเวลา 21.00 น. โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ให้เปิด ดําเนินการได้ตํามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ โดยให้งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา และการจัดเลี้ยง กิจกรรมการรวมกลุ่ม ห้ามจัด กิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวน รวมกันมากกว่า 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
สำหรับมาตรการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดในเขตชุมชน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจในชุมชน หรือสถานที่ที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และค้นหาเชิงรุก เมื่อพบแหล่งที่มีการระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อนให้มีคำสั่งปิดเขตชุมชน หรือสถานที่เป็นการชั่วคราว หรือกำหนดเงื่อนไขกำกับจำกัดการเคลื่อนย้าย และให้ความ ช่วยเหลือประชาชนและบุคคลที่ได้รับผล กระทบจากคำสั่งปิดสถานที่หรือจำกัดการ เดินทางเข้าออกพื้นที่ตามความเหมาะสม
ตั้งจุดตรวจควบคุมย้ายแรงงาน
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและตรวจคัดกรองการเดินทาง โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจสกัด คัดกรองการเดินทางตามแนวทางที่ศปก.ศบค.กำหนดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน โดยเส้นทางคมนาคมเข้าออกพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ให้ตั้งจุดตรวจเพื่อคัดกรองการเดินทางเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด บุคคลที่ประสงค์ จะเดินทางออกนอกพื้นที่ ควบคู่กับเอกสารรับรองความจำเป็นที่ออก
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเส้นทางคมนาคมเข้าออกกทม.และปริมณฑล ให้ตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการเดินทาง และเคลื่อนย้ายแรงงานเพื่อทำงานข้ามเขตจังหวัด ให้ผ่านเข้าออกได้เฉพาะแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเพื่อการทำงานข้ามจังหวัดจากผู้ว่าราชการจังหวัดต้นทางและปลายทาง สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดของประชาชนให้เดินทางเท่าที่จำเป็น ส่วนพื้นที่จังหวัดอื่นๆ กรณีพบผู้เดินทางมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวดให้ดำเนินมาตรการควบคุมและป้องการโรคโดยการคุมไว้สังเกต แยกกัก หรือกักในพื้นที่พำนักตามหลักเกณฑ์แนวทางด้านสาธารณสุข

คัดกรอง – นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าฯ นครปฐม ตรวจเยี่ยมการตรวจคัดกรอง เชิงรุกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และผู้มีความเสี่ยงสูงในตลาดทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ (ตลาดบน) อ.เมือง จ.นครปฐม หลังพบการ ระบาดของโควิด เป็น กลุ่มก้อน เมื่อ 27 มิ.ย.
รายใหม่ยังพุ่งเกือบ4พัน-ดับ42
ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ติดเชื้อว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,995 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,915 ราย มาจากเรือนจำ 45 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 35 ราย รักษาหายเพิ่ม 2,253 ราย เสียชีวิต 42 ราย ทำให้มียอดติดเชื้อสะสม 244,447 ราย รักษาหายสะสม 198,928 ราย เสียชีวิตสะสม 1,912 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 43,607 ราย แบ่งเป็นรักษาในร.พ. 17,159 ราย ร.พ.สนาม 26,448 ราย มีอาการหนัก 1,725 ราย ในจำนวนนี้ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 489 ราย
สำหรับจังหวัด 10 อันดับติดเชื้อสูงสุด โดยมีผู้ติดเชื้อเกิน 100 ราย 8 จังหวัด ได้แก่ 1.กทม. 1,370 ราย 2.สมุทรสาคร 289 ราย 3.สมุทรปราการ 231 ราย 4.นนทบุรี 195 ราย 5.ปัตตานี 189 ราย 6.ชลบุรี 155 ราย 7.สงขลา 133 ราย 8.ปทุมธานี 126 ราย 9.ยะลา 94 ราย และ 10.ฉะเชิงเทรา 93 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 42 รายมาจากกทม. 27 ราย ฉะเชิงเทรา นครปฐม และปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย และเพชรบุรี ชลบุรี นครราชสีมา นนทบุรี ปราจีนบุรี ปัตตานี ยะลา อุดรธานี และอุทัยธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยเป็นผู้ชาย 26 ราย หญิง 15 ราย อายุต่ำสุด 32 ปี สูงสุด 93 ปี
กทม.พบอีก 4 คลัสเตอร์ใหม่
ส่วนพื้นที่กทม.มีทั้งหมด 111 คลัสเตอร์ เป็นคลัสเตอร์ใหม่ 4 คลัสเตอร์ ใน 3 เขต ได้แก่ 1.ห้วยขวาง แคมป์ที่พักคนงานย่านเทียมร่วมมิตร 2.ลาดกระบัง โรงงานเบเกอรี่ และ 3.บางพลัด 2 คลัสเตอร์ เป็นแคมป์ที่พักคนงานในซอยรุ่งประชา และโรงแรมซอยจรัญสนิทวงศ์ 49 ทั้งนี้ มีคลัสเตอร์ 19 แห่งที่ไม่พบผู้ป่วยตั้งแต่ 28 วันขึ้นไป
ขณะที่ต่างจังหวัดมีคลัสเตอร์ใหม่ ดังนี้ 1.สมุทรสาคร บริษัทอุตสาหกรรมเสื้อผ้า อ.กระทุ่มแบน 16 ราย 2.นนทบุรี ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด 13 ราย 3.ชลบุรี ตลาดพงษ์ศักดิ์ อ.เมือง ติดเชื้อ 11 ราย 4.พระนครศรีอยุธยา บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ.บางปะอิน ติดเชื้อ 21 ราย 5.ลพบุรี บริษัทผลิตชิ้นส่วนเชิงกล อ.เมือง ติดเชื้อ 8 ราย 6.สุพรรณบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ อ.เมือง ติดเชื้อ 6 ราย และ 7.สุราษฎร์ธานี ศูนย์ฝึกตำรวจภูธร อ.เมือง ติดเชื้อ 21 ราย
ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเลยหรือเป็น 0 (สีขาว) ลดลงเหลือ 6 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลำปาง แพร่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ และมุกดาหาร ส่วนจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 1-10 ราย (สีเขียว) มี 33 จังหวัด ติดเชื้อ 11-50 ราย (สีเหลือง) 20 จังหวัด ติดเชื้อ 51-100 ราย (สีส้ม) 10 จังหวัด และติดเชื้อมากกว่า 100 ราย (สีแดง) 8 จังหวัด
เจอสายพันธุ์‘เบตา’โผล่กรุง
จากกรณีการแพร่ระบาดของโควิดในหลาย พื้นที่ โดยพบว่าสายพันธุ์แอลฟา (อังกฤษ) เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในหลายพื้นที่ แต่มีการจับตาสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) พบว่าเริ่มแพร่กระจายจากแคมป์คนงานหลักสี่ไปยังจังหวัดต่างๆ และพบสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ใน 4 จังหวัดภาคใต้นั้น
แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด ในประเทศไทย พบว่า ในกทม.มีเชื้อไวรัสสายพันธุ์แอลฟา (อังกฤษ) และสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) เริ่มระบาดนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า พบเชื้อสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ในพื้นที่กทม.ด้วย เบื้องต้นมี 1 ราย มีความเชื่อมโยงมาจากผู้ติดเชื้อที่จ.นราธิวาส
โคราชเจอคลัสเตอร์จากกทม.
สำหรับความเคลื่อนไหวในจังหวัดต่างๆ นั้น ที่จ.นครราชสีมา นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าพบผู้ป่วยระลอกใหม่ 47 ราย ยอดสะสม 1,161 ราย รักษาหาย 955 ราย ยังรักษาตัวอยู่ 186 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยและเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง 16 ราย อยู่ใน อ.เมือง 16 ราย อ.ปากช่อง 12 ราย อ.เสิงสาง 7 ราย อ.โนนสูง 4 ราย อ.สูงเนิน 2 ราย อ.โชคชัย 2 ราย อ.บัวใหญ่ 1 ราย อ.ปักธงชัย 1 ราย และ อ.ด่านขุนทด 1 ราย
จากการสอบสวนระบาดวิทยาผู้ป่วยชาย ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงกรุงเทพฯ อาชีพคนงานก่อสร้าง หลังปิดแคมป์ก่อสร้างในเขตกทม. ทำให้คนงานทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม และส่วนหนึ่งตระเวนหางานในพื้นที่ต่างจังหวัด ผู้ป่วยและเพื่อนคนงานมารับเหมางานทาสี และพักอาศัยร่วมกันในแคมป์ละแวกถนนช้างเผือก อ.เมืองนครราชสีมา จึงคัดกรองนำกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเพื่อนคนงานและครอบครัวมาตรวจหาเชื้อที่ร.พ.มหาราชนครราชสีมา พบติดเชื้อใหม่ 8 ราย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักคนงานตั้งอยู่ในป่าละเมาะ เพื่อสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจกับคนงานที่ถูกกักตัว พร้อมปิดกั้นที่พักกลุ่มผู้ป่วย รวมทั้งตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ รายใหม่ทันที
คนงานกรุงติดโควิดกลับชัยภูมิ
ขณะที่ จ.ชัยภูมิ นพ.วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ รายงานว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 9 ราย โดยเฉพาะที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ พบ 2 ราย กลับมาจากแคมป์ งานก่อสร้างเขตคลองเตย กทม. ที่ อ.เมือง 1 ราย กลับมาจากแคมป์งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า สถานีรถไฟฟ้าพระราม 9 กทม. และ อ.หนองบัวระเหว ป่วยเพิ่ม 5 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก คลัสเตอร์ปิดล็อกดาวน์ใน 3 หมู่บ้านห้วยแย้ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทางรัฐบาลมีคำสั่งปิดแคมป์คนงานในพื้นที่กทม.และปริมณฑล มีผลในวันจันทร์ที่ 28 มิ.ย. ทำให้มีกลุ่มแรงงานรีบพากันแห่ออกจากแคมป์คนงานเดินทางกลับบ้าน จ.ชัยภูมิ จำนวนมากต่อเนื่องมาตั้งแต่วานนี้ ตามเส้นทางสายมิตรภาพประตูสู่ภาคอีสาน สาย 201 สีคิ้ว-ชัยภูมิ กลุ่มแรงงานที่เดินทางมาถึงพื้นที่ในขณะนี้ส่วนใหญ่มารายงานตัวและตรวจพบติดเชื้อ โควิดในหลายพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ด้วย
อุดรฯปิดโรงเรียนทั้งจังหวัด
ส่วน จ.อุดรธานี ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี โดยนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี มีมติให้โรงเรียนใน จ.อุดรธานี ทุกสังกัด เนื่องจากอยู่ในช่วงเคลื่อนย้ายแรงงานจากพื้นที่เสี่ยงกลับภูมิลำเนา อันอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโควิด พร้อมทั้งเข้มมาตรการคัดกรองและคุมเข้ม คนที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงและจังหวัดอื่น โดยตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร เครื่องบิน ทุกคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว 14 วันในโลคัลควอรันทีน ไม่ให้กักตัวที่บ้าน ไม่ยกเว้นเเม้กระทั่งการเดินทางแบบไปกลับ ยกเว้นฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม และแอสตร้า เซนเนก้า 1 เข็ม ครบ 4 สัปดาห์ แอสตร้า เซนเนก้าครบ 2 เข็ม
ส่วนคำชะโนดที่กำหนดการเดิมจะเปิด วันที่ 1 ก.ค.นี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประชุมมีมติให้เลื่อนการเปิดไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด และวันนี้มีการฌาปนกิจเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 477 ชาว อ.บ้านดุง เพศชาย อายุ 56 ปี อาชีพค้าขาย ที่เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี มาถึง อ.บ้านดุง และเข้ารับการรักษาที่ร.พ.อุดรธานี อาการ ยังไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตในวันที่ 26 มิ.ย.
ชลบุรีอีก 155-สั่งปิดบางแสน
ส่วน จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 155 ราย และจากการตรวจเชิงรุกพบคลัสเตอร์ใหม่เพิ่ม 2 แห่ง คือตลาดสดพงษ์ศักดิ์ อ.เมืองชลบุรี และสถานประกอบการใน อ.พานทอง นอกจากนี้ยังเฝ้าระวังกลุ่มตลาดเทศบาล หัวกุญแจ อ.บ้านบึง ตลาดเช้าสัตหีบ แคมป์แรงงานต่างชาติ อ.ศรีราชา 2 แห่ง
ขณะเดียวกัน นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ชลบุรี ออกคำสั่ง 1.ให้ปิดสถานประกอบกิจการตลาดพงษ์ศักดิ์ ถนนราษฎร์ประสงค์ ต.บ้านโขด อ.เมืองชลบุรี จนถึงวันที่ 10 ก.ค. และ 2.ให้งดใช้พื้นที่ชายหาดชายทะเลของหาดบางแสน หาดวอนนภา แหลมแท่น ลานอเนกประสงค์แหลมแท่น และบริเวณจุดชมวิวเขาสามมุข ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทีมแพทย์ฉีดเข็มสองติดโควิด
ที่ จ.นครสวรรค์ นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอชุมแสง ออกคำสั่งปิดให้บริการร.พ.ชุมแสง ไปจนถึงวันที่ 10 ก.ค. หลังพบว่ามีบุคลากรของโรงพยาบาล 4 รายติดเชื้อ โควิด และนำเจ้าหน้าที่ร.พ.ทั้งหมดกว่า 200 คน ไปตรวจหาเชื้อโควิดอีกด้วย โดยสืบเนื่อง มาจากเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. มีหญิงสาวรายหนึ่งมาคลอดลูก และตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด ส่งผลให้แพทย์และบุคลากร 4 รายติดเชื้อด้วย โดยทั้งหมดฉีดวัคซีนโควิดของซิโนแวคครบทั้ง 2 เข็มแล้ว
อย่างไรก็ตาม การปิดให้บริการของร.พ.ชุมแสงนั้น ยังคงให้บริการเฉพาะในส่วนของฉุกเฉินเท่านั้น จึงทำให้การบริการในด้านอื่นๆ ถูกกระจายหน้าที่ไปยังโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแทน ทั้งยังประสาน ไปยังโรงพยาบาลอำเภอใกล้เคียง อาทิ ร.พ.เก้าเลี้ยว ร.พ.หนองบัว และร.พ.โกรกพระ ให้รับคนไข้ที่ต้องแอดมิต รวมถึงในรายของหญิงที่ถึงกำหนดต้องคลอดลูกจากร.พ.ชุมแสงด้วย
สระแก้ว-อยุธยา-ปราจีนฯ ยังอื้อ
ที่ จ.สระแก้ว พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 18 ราย ขณะเดียวกัน ที่บ้านหนองหญ้าปล้อง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ปิดหมู่บ้าน ห้ามเข้าออก หลังพบมีคนติดเชื้อโควิดหลายราย โดยปิดไปจนถึง วันที่ 9 ก.ค.
ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้ป่วยเพิ่ม 56 ราย จากการสอบสวนโรคพบว่าทั้ง 56 ราย แยกเป็นการผู้สัมผัสผู้ป่วยใน จ.พระนคร ศรีอยุธยา ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสกัน ในครอบครัว 34 ราย การสัมผัส ผู้ป่วย ต่างจังหวัด 1 ราย ทำงานสถานที่เดียวกับผู้ป่วย ในโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อ.บางปะอิน 5 ราย ทำงานในแผนกเดียวกับผู้ป่วย โรงงาน อ.หนองแค จ.สระบุรี 8 ราย ทำงานในแผนกเดียวกับผู้ป่วย อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา 1 ราย และสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อ มีกิจกรรมและเดินทางไปหลายพื้นที่ ซึ่งไม่สามารถ ระบุชี้ชัดว่าติดเชื้อจากกิจกรรมหรือพื้นที่ใด 7 ราย
ที่ จ.ปราจีนบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 60 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเป็นคลัสเตอร์ใหม่ 2 โรงงานในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี และ อ.ศรีมหาโพธิ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงวัย 82 ปี เสียชีวิตเป็นรายที่ 5 เป็นผู้ป่วยความเสี่ยงสูง รวมทั้งมีโรคประจำตัวหลายโรค รักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.กบินทร์บุรี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.
ตายหลังจากฉีดแอสตร้าฯ
ด้าน จ.อุทัยธานี ร.ต.ท.หญิง กนกกาญจน์ แป้นส่ง ร้อยเวร สภ.เมืองอุทัยธานี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่ บ้านเลขที่ 40/3 หมู่ 5 บ้านหนองเต่า ต.หนองเต่า อ.เมือง จ.อุทัยธานี รุดไปที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.อำนวย เรืองกรุณา อายุ 69 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง สอบสวนนายประหยัด เนียมจันทร์ อายุ 37 ปี หลานผู้ตายให้การว่าผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว ป่วยเป็นโรคความดัน และไขมันสูง เพิ่งไปฉีดวัคซีนป้องกัน โควิดยี่ห้อแอสตร้าเซนเนเก้า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. หลังจากฉีดยาแล้ว ผู้ตายกลับมาบ้านร่างกายก็ปกติ แต่วันรุ่งขึ้นมีอาการเป็นไข้หนาว หายาแก้ไข้มาให้ผู้ตายกิน พอกินยาผู้ตายก็เข้าห้องนอนตลอด
นายประหยัดกล่าวว่า พอช่วงสายมาหาผู้ตาย และเปิดประตูเห็นผู้ตายลงมานอนที่ข้างเตียง ซึ่งปกติผู้ตายจะนอนอยู่บนเตียงนอนตลอด ตนพร้อมญาติทุกคนติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากผู้ตายไปฉีดยาป้องกันโควิดได้แค่ 3 วัน และอยู่ในช่วงที่ฉีดยาป้องกันโควิด โดยในวันที่ 16 ก.ย. จะไปฉีดเข็มที่ 2 ตนและญาติๆ จึงติดใจ การเสียชีวิต
ปัตตานีเกินร้อย 4 วันติดกัน
ด้าน จ.ปัตตานี มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เกินหลักร้อยติดต่อกันเป็นเวลา 4 วันติดแล้ว โดยวันที่ 27 มิ.ย. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 145 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,835 ราย ขณะเดียวกัน นพ.รุซตา สาและ ผอ.ร.พ.สนามจังหวัดปัตตานี จัดสถานที่สนามกีฬา อบจ.ปัตตานี ซึ่งเดิมเป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 อยู่แล้ว ขยายใช้พื้นที่บริเวณโดยรอบของสนาม ตั้งเต็นท์โดมขนาดใหญ่ 10 เต็นท์ พร้อมนำเตียงกระดาษกว่า 400 เตียง รองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นพ.รุซตากล่าวว่า เตียงกระดาษมีประโยชน์ อย่างมากต่อโรงพยาบาลสนาม รับน้ำหนักของผู้ป่วยได้ประมาณ 100 กิโลกรัม และใช้งานได้เป็นเวลานาน หากไม่ถูกน้ำ ขณะนี้ โรงพยาบาลสนามมีเตียงสนาม 856 เตียง ถ้าบวกกับเตียงกระดาษที่เรากำลังติดตั้งในวันนี้ ก็จะมีเตียงสนามเพิ่มเป็น 1,200 เตียง และจะต้องเพิ่มขยายโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้นอีก โดยมีเป้าหมายสร้างโรงพยาบาลสนามทั้งสิ้น 2,000 เตียง

แพกักตัว – ร.พ.ธารโต จ.ยะลา เช่าแพท่องเที่ยวเขื่อนบางลาง จ.ยะลา เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว สำหรับกักตัวผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว รอสังเกตอาการ 7 วัน หลังมีปัญหาผู้ป่วย เพิ่มขึ้น จนโรงพยาบาลสนามเริ่มเต็ม
ยะลาวิกฤต-เตียงไม่พอแล้ว
ขณะที่ จ.ยะลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 135 ราย เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากเตียงรองรับผู้ป่วยติดเชื้อใกล้เต็มแล้ว ทั้งโรงพยาบาลหลัก และ โรงพยาบาลสนาม นพ.มัซรัน ตะเละ ผอ.ร.พ. ธารโต สำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วย เบื้องต้นเตรียมขอเช่าแพท่องเที่ยวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเขื่อนบางลาง จ.ยะลา มาทำเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว สำหรับกักตัวผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว เพื่อรอสังเกตอาการอีก 7 วัน
นพ.มัซรันกล่าวว่า จากสถานการณ์ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จ.ยะลาค่อนข้างมีคนไข้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เป็น 1,000 รายแล้ว และปรากฏว่า 1-2 วันมีคนไข้เพิ่มประมาณ 200 รายต่อวัน บางวันก็ 100 กว่าราย ทำให้ที่โรงพยาบาลสนามของจังหวัดเต็มหมดแล้ว และยังมีคนไข้ของทางโรงพยาบาลที่ต้องดูแลอีก ไม่สามารถส่งต่อไป จ.ยะลา ได้ เพราะเต็มหมดแล้ว จึงเตรียมขอเช่าแพท่องเที่ยว เนื่องจากอยู่ไกลชุมชน และมีแพท่องเที่ยวของชาวบ้านพร้อมอยู่แล้วรับคนประมาณ 40 คนในแต่ละลำ
สงขลาอีก 141-ปิดพื้นที่สีแดง
ส่วน จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อโควิด 141 ราย มาจากสัมผัสเสี่ยงจากหลายคลัสเตอร์ เช่น กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่ กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงจากโรงเรียน สอนศาสนา จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี โดยนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สงขลา กล่าวว่าคลัสเตอร์ใหญ่จากกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ เช่น จากผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อจากโรงเรียนสอนศาสนา จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ผู้ติดเชื้อจากบริษัท ห้างร้าน ผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในชุมชน กำลังเปิดโรงพยาบาลสนามให้ได้ 1,000 เตียง ในเดือนมิ.ย. เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น
ผวจ.สงขลากล่าวต่อว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.สงขลาไม่มีแคมป์คนงานก่อสร้าง ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติ ทั้งในโรงงานและนอกโรงงานออกนอกพื้นที่ ซึ่งมีประมาณ 33,000 คน ปิดการเข้าออกพื้นที่สีแดงเข้ม จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.สงขลา หากมีความจำเป็นต้องมีหนังสืออนุญาต มีการใช้ข้อบังคับ กฎหมายอย่างเคร่งครัด และได้รับรายงานจากนายอำเภอว่ามีคณะกรรมการหลายหมู่บ้าน ลงมติปิดหมู่บ้านแล้ว

ทิ้งคนงาน – ตม.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นำแรงงานชาวกัมพูชา ประมาณ 200 คน มาจาก กทม.และหลายจังหวัด ซึ่งนายจ้างนำมาปล่อยไว้หลังรัฐบาลมีคำสั่งปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน ไปตรวจคัดกรอง ก่อนส่งกลับประเทศ เมื่อ 27 มิ.ย.
ทิ้งคนงานกทม.อื้อที่สุรินทร์
ส่วน จ.สุรินทร์ ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง พบนายจ้างนำแรงงานชาวกัมพูชาราว 200 คน ที่ไปทำงานก่อสร้างใน กทม. และหลายจังหวัดมาทิ้งไว้ตามข้างทาง บริเวณข้างทาง หน้าตลาดโอท็อป อบจ.สุรินทร์ และอีกหลายจุดใน อ.กาบเชิง เจ้าหน้าที่ตม.กาบเชิงต้องนำแรงงานไปรวบไว้ที่ข้างสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง เพราะเกรง จะมีแรงงานที่ติดเชื้อโควิดนำมาแพร่ระบาดประชาชนในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตม.ระบุว่าเป็นวันแรกที่พบแรงงานชาวกัมพูชากลับประเทศจำนวนมากกว่าปกติถึงเท่าตัว หลังการซักประวัติและตรวจหาเชื้อ ไปจนถึงการผลักดันกลับประเทศ ไม่ให้ออกนอกเส้นทาง เกรงจะมีเชื้อและนำไป ติดประชาชนในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ทั้ง รถกระบะ รถบรรทุก 6 ล้อ รถควบคุมผู้ต้องหา และรถบัสขนส่งแรงงานและสัมภาระเพื่อ ผลักดันออกไป พร้อมขอความร่วมมือนายจ้าง หรือโชเฟอร์ที่ขับรถมาส่งแรงงานให้นำแรงงาน ไปส่งที่สำนักงานตม.กาบเชิง เพียงจุดเดียวด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมโรคและผลักดัน
สูญเพิ่มเดือนละ 3-6 หมื่นล้าน
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การประกาศยกระดับป้องกันโควิดของรัฐบาล และมีผลดำเนินการเลย ถือเป็นการให้คุมการระบาดได้ และสร้างความมั่นใจในการเปิดประเทศในอนาคต แต่สิ่งสำคัญคือเร่งจัดวัคซีน ลงพื้นที่เสี่ยงและมีการระบาดมาก นอกจากนี้ที่สำคัญมากๆ คือการประกาศล็อกดาวน์ไม่ควร นานเกินไป เพราะกระทบเศรษฐกิจยาว ควรต้อง เยียวยาช่วยเหลืออย่างเข้มข้น และตรงถึง ผู้ประกอบการ การประกาศครั้งนี้ถึงแม้จะจำกัด บางพื้นที่ แต่หลายธุรกิจกระทบซ้ำ สะสมมาหลายระลอก โดยเฉพาะร้านอาหาร กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มผู้ใช้แรงงานในภาคบริการที่อาจจะตกงานในอนาคตอีก เพราะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุด ที่สำคัญต้องติดตามมาตรการเยียวยาประคองธุรกิจ
รายงานข่าวจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าจะเสียหายเพิ่มจากเดิมประมาณ วันละ 1,000-2,000 ล้านบาท เป็นการเพิ่มจากเดิมมาก เพราะรัฐบาลเพิ่งคลายกฎให้กลับมานั่งกินในร้านอาหารได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่นานนัก และยังไม่แน่ใจในรายละเอียดของมาตรการ ที่อาจมีเพิ่มอีก โดยคำนวณความเสียหาย จะเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 30,000-60,000 ล้านบาท กระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจประมาณ 0.1-0.3 เปอร์เซ็นต์
จี้ลดเงินขรก.ช่วยร้านอาหาร
ขณะที่ นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคม ภัตตาคารไทย กล่าวว่ารัฐบาลไม่เคยมีมาตรการ อะไรออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ แม้แต่หลังประกาศล็อกดาวน์ครั้งนี้ จึงเตรียมหารือสมาชิกร้านอาหารทั่วประเทศ เพื่อรับทราบปัญหาที่ประสบอยู่ หลังรัฐบาลมีคำสั่งให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เฉพาะนำกลับไป บริโภคที่บ้าน เป็นเวลา 1 เดือน ว่าผู้ประกอบการร้านอาหาร ไม่ว่ารายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ เจอเหมือนกันหมด เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ซ้ำๆ กัน 4-5 หน ตายก็ไม่ตาย นอนพะงาบๆ ทรมาน ไม่มีหมอ ไม่มีเครื่องมือใดๆ มาช่วยรักษา อยู่กลางแดดร้อนระอุ เพื่อรอเวลาตายอย่างเดียว เพราะรายได้ 90 % ของร้านอาหารมาจากคนนั่งในร้าน แต่รัฐบาล เล่นออกมาตรการมาควบคุม โดยไม่มีการเยียวยาใดๆ
“อยากขอให้ข้าราชการทั่วประเทศ นักการเมืองลดเงินเดือนสักประมาณ 5-10 % ของตัวเองสัก 1-3 เดือน เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ไม่สามารถประกอบอาชีพได้จากการระบาดของโควิด- และคำสั่งของรัฐบาล เพราะถ้าคนเหล่านี้ยังรับเงินเดือนปกติ ก็จะไม่มีทางเข้าใจคนไม่มีเงิน ไม่มีทางเข้าใจคนถูกลดเงินเดือน” นางฐนิวรรณกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ ออกคำสั่งห้ามนั่งกินในร้านอาหารปรากฏว่าในโซเชียลมีเดียต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดรุนแรง ระบุเป็นการลักหลัก ไม่แจ้งล่วงหน้า จากกรณีออกประกาศกลางดึก และร่วมกันเรียกร้องขับไล่รัฐบาล
ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เริ่มแล้ว 1 ก.ค.
ส่วนนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่ายังยืนยันโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวใน 1 ก.ค.2564 และยังสามารถเดินหน้าได้ เพราะภูเก็ตไม่ใช่ประเทศไทยทั้งประเทศ ภูเก็ต ณ วันนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนพร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยว คนภูเก็ตการ์ดไม่ตกวันนี้มียอดคนติดเชื้อเพียง 1 คนเท่านั้น จึงเชื่อว่า 1 ก.ค.นี้ นักท่องเที่ยวตางชาติยังคงเดินหน้าเข้าไทยตลอดทั้งเดือนก.ค. เชื้อว่าจะรับต่างชาติได้ประมาณ 10,000 คน สูงกว่า 6 เดือนแรกของปีนี้ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเดือนละ 6,000 คน เท่านั้น
การเดินทางเข้าไทยตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หากกักตัวครบ 14 วันตามมาตรการด้านสาธารณสุขก็ยังสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยได้ โดยไม่มีข้อห้ามส่วนข้อปฏิบัติ ที่เอกชนอยากให้ผ่อนเกณฑ์ เพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่นการตรวจหาเชื้อในวันแรกที่มาถึง วันที่ 6 และ วันที่ 12 นั้น ถือว่า ยังต้องเข้มงวด เพราะขณะนี้หลายประเทศต้นทางต่างกลับมาล็อกดาวน์ และมีการแพร่ระบาดอีกครั้ง ระเบียบหรือเกณฑ์ปฏิบัติด้านสาธารณสุขในการตรวจหาเชื้อ จึงไม่สามารถคลายเกณฑ์ได้เพื่อความรอบคอบและปลอดภัย กับทุกคน
ไทรน้อย-นนท์ติดอีก 187
ที่ จ.นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 187 ราย โดยเฉพาะ อ.ไทรน้อย มีผู้ติดเชื้อสูงต่อเนื่อง และเพิ่มอีก 47 ราย โดยผู้ติดเชื้อที่พบใน อ.ไทรน้อย เกือบทั้งหมดเป็นพนักงานบริษัทใน ต.หนองเพรางายใน อ.ไทรน้อย เป็นบริษัทผลิตสีเทียน อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และพยาบาล ร.พ.ไทรน้อย อีก 10 ราย โดยทั้งหมดเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามของ จ.นนทบุรี ทั้งหมดแล้ว
ขณะเดียวกัน ร.พ.ไทรน้อย ประกาศเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงขอความร่วมมือผู้มารับบริการทุกท่าน นอกเวลาราชการรับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน งดบริการผู้ป่วยนอก ในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และยกเลิกคลินิกนอกเวลาตอนเย็น ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 มิ.ย. เนื่องจากพบเจ้าหน้าที่ร.พ.ไทรน้อยติดโควิดเพิ่มขึ้น จึงทำให้ขาดกำลังเจ้าหน้าที่
ขอทุกจว.รับมือแรงงานแห่กลับ
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สธ.เตรียมมาตรการรองรับแรงงานบางส่วนที่เดินทางกลับ ภูมิลำเนาจากการปิดแคมป์คนงานในกทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด โดยให้กรมควบคุมโรค ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ทำหนังสือขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด จัดตั้งทีมค้นหา เฝ้าระวัง และป้องกันโรคในทุกอำเภอ หมู่บ้าน โดยให้ อสม.ร่วมทีมออกเคาะประตูบ้าน สำรวจจัดทำฐานข้อมูลผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา และให้ความรู้ในการแยกตัวสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นทั้งในที่พักจนครบ 14 วันนับจากวันที่เดินทางมาถึงภูมิลำเนา
“ขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดการเคลื่อนย้ายแรงงานออกจากพื้นที่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว ส่วนแรงงานที่เดินทางกลับบ้าน ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ก่อนเดินทางต้องคัดกรอง เมื่อถึงภูมิลำเนาขอให้รายงานตัวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากมีไข้ มีอาการทางเดินหายใจขอให้งดเดินทาง กลับที่พักไปสังเกตอาการ หากไม่ดีขึ้นให้ไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน” นพ.เกียรติภูมิกล่าว