‘จตุพร-นกเขา’
ผนึกจี้ลาออก

สารพัดม็อบล้อมทำเนียบรวมตัวไล่นายกฯ ‘บิ๊กตู่’ มาทุกสีทั้ง ตู่-จตุพร, บ.ก.ลายจุด, ทนายนกเขาขบวนสีสันไม่พ้นคณะ ‘Car Mob สมบัติ (ทัวร์)’ ผู้คนนำรถทั้งเก๋ง กระบะ แท็กซี่ จักรยาน มอเตอร์ไซค์ เปิดไฟบีบแตรตลอดทาง ตร.ตั้งด่านสกัดแทบทุกทางแต่สุดท้ายเจรจารอมชอมกันได้

ม็อบเจอม็อบ – คาร์ม็อบ ที่นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด พบกับ ม็อบไทยไม่ทน ที่นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่กำลังเดินไปทำเนียบรัฐบาล บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนที่คาร์ม็อบจะแยกไปทำกิจกรรมที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 ก.ค. กลุ่มผู้ชุมนุม ประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา อดีตแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทยอยมารวมตัวกันที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ก่อนจะเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ขับรถบรรทุก 1 คัน พร้อมเครื่องขยายเสียง ผ่านแยกอุรุพงษ์ เลี้ยวขวาจอดเตรียมความพร้อมที่บริเวณแยกยมราช เพื่อมุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจในเครื่องแบบ 30 นาย ยืนกั้นอยู่หน้ารถ กลุ่มผู้ชุมนุมเจรจาอยู่ประมาณ 20 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิดทางให้รถบรรทุกเครื่องขยายเสียงมุ่งหน้าไปยังแยกนางเลิ้ง เจ้าหน้าที่นำรั้วเหล็กมาปิดกั้นถนนดังกล่าวไม่ให้ผ่านไปยังแยกพาณิชย์ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยกแผงกั้นออก แล้วนำรถเครื่องขยายเสียงไปหยุดอยู่บริเวณแนวตั้งรับของเจ้าหน้าที่ ที่นำแผงเหล็กมากั้น แล้วเจาะรูบนพื้นถนนและใช้โซ่คล้องกับรั้วลงบนพื้นเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย แล้วใช้ลวดหนามหีบเพลงวางกันอีกชั้นหนึ่ง

เมื่อเวลา 17.55 น. นายนิติธรขึ้นเวทีปราศรัย เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเน้นการโจมตีการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย พร้อมระบุว่า ทางกลุ่มประชาชนคนไทย จะออกมาเคลื่อนไหวทุกวันเสาร์ และจะเปลี่ยน รูปแบบไปเรื่อยๆ ก่อนจะประกาศยุติเวทีในเวลา 18.10 น.

ส่วนเวลา 16.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง การนัดหมายชุมนุมแฟลชม็อบยุคโควิด “Car Mob สมบัติ (ทัวร์)” ที่นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด นำขบวนรถขับชมทำเนียบรัฐบาล และบีบแตรไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ร่วมชุมนุมนำรถยนต์ อาทิ รถออฟโรด รถยนต์ 4 ที่นั่ง 6 ที่นั่ง รถกระบะ รถแท็กซี่ รถสามล้อ ไปจนถึงรถจักรยานยนต์และจักรยานจอดตั้งขบวนริมถนนกินพื้นผิวจราจร 3 เลน บางรายนำผ้าสีแดงของกลุ่ม นปช.มาผูกไว้ที่รถ

ขณะที่กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร นำโดย นายอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ บรรเลงดนตรีเนื้อหา ต้านเผด็จการอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนลงมาจากรถเพื่อโยกย้ายตามจังหวะดนตรี ด้านพ่อค้าแม่ขายนำสินค้า อาทิ อาหาร ผ้าโพกหัว ผ้าผูกคอสีแดง สินค้าเป็ดเหลือง มาวางจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีรถกระบะ ขนน้ำดื่มเต็มคันรถเตรียมแจกจ่ายมวลชน ที่ร่วมขบวน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ กระจายกำลังรอบบริเวณ

ต่อมาน.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎรเดินทางไปสมทบ นอกจากนั้นยังมี น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม และนายเอกชัย หงส์กังวาน ร่วมสังเกตการณ์ด้วย เวลา 16.58 น. นายสมบัติขับรถนิสสันสีส้ม มาจอดบริเวณหัวขบวน เตรียมนำขบวน ขณะที่ประชาชนเปล่งเสียง “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” ก่อนเคลื่อนขบวนในเวลา 17.00 น. โดยมีรถของนายสมบัตินำหน้าตามด้วยรถส้วมดัดแปลง ต่อด้วยรถปราศรัยของกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของประชาชน

ขบวนขับวนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าไปทางสนามหลวง รถทุกคันที่ร่วมขบวนได้เปิดไฟกะพริบเพื่อเป็นสัญลักษณ์การร่วมชุมนุม และบีบแตรอย่างต่อเนื่อง บางส่วนร่วมชู 3 นิ้ว โบกธงแดง ธงราษฎร และธงรีเดม ทั้งนี้ ขบวนสมบัติทัวร์จะขับขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากนั้นไปกลับรถที่แยกอรุณอมรินทร์ ก่อนวนกลับมาไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกครั้ง โดยจะขับวนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 2 รอบ ก่อนมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล เวลา 17.40 น. นายสมบัตินำหัวขบวนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นเคลื่อนขบวนต่อไปบนถนนราชดำเนิน กลาง มุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีกลุ่มประชาชน คนไทยที่นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ปักหลักอยู่ก่อนหน้า

ขณะเดียวกันที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ กลุ่มไทย ไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่ายรามคำแหง เพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแท็กซี่ไม่ทน นัดชุมนุมจัดกิจกรรม “ไทยไม่ทน ประยุทธ์ออกไป”

นายจตุพ ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าทุกกลุ่มมองเห็นปัญหาเดียวกันว่า พล.อ.ประยุทธ์คือปัญหาของประเทศไทย เห็นมาหลายรัฐบาล ทั้งจากการยึดอำนาจและการเลือกตั้ง เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ทำให้การขับไล่จะเป็นไปได้ยากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น จอมพลถนอม กิตติขจร, พล.อ.สุจินดา คราประยูร ก็มีกองทัพ แต่ไม่สามารถทัดทานต่อพลังของประชาชนได้ เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สิ่งที่เป็นปัจจัยภายในน่าจะหนักกว่าปัจจัยภายนอกเสียอีก

“การที่พล.อ.ประยุทธ์ ลุแก่อำนาจหลายเรื่อง ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ไปภูเก็ตยังทำเล่นกันอยู่ และพูดผิดพลาดมาโดยตลอด ในวันที่ประชาชนต้องการรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา คนที่เป็นผู้นำประเทศ จะต้องพูดให้น้อย และพูดแต่สิ่งที่ถูกต้อง ต้องปลอบประโลมจิตใจประชาชน แต่วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เห็นว่า รัฐบาลเป็นที่พึ่งของประชาชนไม่ได้ ดังนั้นตนเชื่อว่าหลังจากนี้ไป จะเห็นความเปลี่ยนแปลงตามลำดับ และตนก็เห็นว่าขบวนการของประชาชนในแต่ละภาคส่วน จะขยับเข้าหากัน จุดเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องของประชาชนที่จะออกมาจัดการกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ปัจจุบันคนที่เชียร์พล.อ.ประยุทธ์ต่างก็เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ พาประเทศไปไม่รอดจึงจะออกมาด้วยเช่นกัน ทั้งที่บอกกับพรรคพวกว่าเราจะไม่ใช้วิธีระดมคนเหมือนกับในอดีต เพราะการต่อสู้กับเผด็จการในลักษณะแบบนี้นั้นต้องให้ประชาชนมากันเอง ยามสถานการณ์โควิด-19 เชื่อว่าหากเอาหลักให้ถูกประชาชนจะเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือการขับเคลื่อนของประชาชนได้สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นกับรัฐบาล ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 ในเวลาตีหนึ่งของคืนวันที่ 26 มิถุนายน แล้วตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวันนี้ อธิบายได้เลยว่าคำประกาศดังกล่าวได้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ร้านค้าก็เดือดร้อน การก่อสร้างก็เดือดร้อน คนงานกระจายโควิดไปทั้งแผ่นดินแล้ว ทั้งที่ความจริงทุกจังหวัดได้ควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างดี เรื่องวัคซีนก็ยังเป็นปัญหาเดิม

“นายกฯ ต้องยอมรับความเป็นจริงและฟังคนอื่นบ้าง การเป็นนายกฯ ต้องใช้หูให้มากกว่าปาก แต่นายกฯ ประเทศไทยคนนี้ ทำตัวเหมือนเป็นคนหูหนวก ผมเชื่อว่าการที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับฟังคนอื่น เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง และแก้ไขความทุกข์ร้อนของราษฎร จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต่อให้ดื้อด้านอย่างไร หรือกองสนับสนุนจะมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถยื้อพลังประชาชนได้ ตอนนี้สำรวจความนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ ก็แทบไม่เหลือแล้ว เหลือแต่โพลปลอม ที่คอยปลอบประโลมพล.อ.ประยุทธ์ในเวลานี้เท่านั้น เอง” นายจตุพรกล่าว

ต่อมาเวลา 17.55 น. นายจตุพรขึ้นปราศรัยประกาศเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยรถของเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำขบวน ตามด้วยผู้ชุมนุมกลุ่มประชาชน คนไทย ปิดท้ายด้วยขบวน “Car Mob สมบัติ (ทัวร์)” โดยระหว่างการเคลื่อนขบวน ผู้ชุมนุม ที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ได้มีการบีบแตรรถยนต์ไปตลอดทาง

คาร์ม็อบ – แฟลชม็อบยุคโควิดบนถนนราชดำเนิน โดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด นำขบวนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ขับผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปทำเนียบรัฐบาล และบีบแตรไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออก เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “Car Mob สมบัติ (ทัวร์)” บางส่วน ยังคงติดอยู่บนถนนราชดำเนินกลาง ใกล้กับสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เนื่องจาก ติดขบวนของกลุ่มไทยไม่ทนฯ ที่เริ่มเคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาลในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เขตพระนคร ได้ลงพื้นที่กวาดถนน บริเวณเกาะกลาง ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ขณะที่กลุ่มคาร์ม็อบบีบแตรอย่างต่อเนื่อง

เวลา 18.13 น. ที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ นายสมบัติเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอใช้ เส้นทางถนนราชดำเนินนอก เพื่อไปทำเนียบรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ และว่า จะให้ใช้เส้นทางบัสเลน บนถนนหลานหลวง เพื่อเลี่ยงการจราจรติดขัด ต่อมา เจ้าหน้าที่ระบุว่า ให้กลุ่ม คาร์ม็อบใช้เส้นทาง ถ.นครสวรรค์ ที่กลุ่มไทยไม่ทนกำลังเคลื่อนขบวนอยู่ เวลา 18.18 น. สมบัติทัวร์ เคลื่อนขบวนบนถนนพิษณุโลก ต่อจากขบวน “กลุ่มไทยไม่ทน” ล่าสุด เวลา 18.27 น. นายสมบัติโพสต์ข้อความผ่านทาง เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ไปราชประสงค์”

ต่อมาเวลา 18.30 น. หัวขบวนกลุ่มไทยไม่ทนได้เคลื่อนมาถึงและหยุดลงที่บริเวณแยกพาณิชยการ เนื่องจากบริเวณสะพาน ชมัยมรุเชฐ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กและลวดหนามมากั้น พร้อมกันนี้ยังมีรถจีโน่และเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจำนวนหนึ่ง โดยนายจตุพรและแกนนำได้นั่งลงด้านหน้ารถ ปราศรัย ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ซื้ออาหารและเครื่องดื่มรับประทานและบางส่วนมานั่งเพื่อพักผ่อนอิริยาบถร่วมกับนายจตุพร ซึ่งด้านบนของรถปราศรัยได้มีการเล่นดนตรี ทั้งนี้ บริเวณทางเข้าเพื่อเข้ามายังจุดชมนุมเพื่อฟังปราศรัยที่แยกพาณิชยการได้มีเจ้าหน้าที่คอยยืนฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ให้กับมวลชนด้วย

ล่าสุดเวลา 19.00 น. กลุ่มชุมนุมแฟลชม็อบยุคโควิด “Car Mob สมบัติ (ทัวร์)” เคลื่อนขบวนไปถึงที่แยกราชประสงค์ ก่อนที่จะปิดถนนประมาณ 5 นาที เพื่อบีบแตร และชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงสัญลักษณ์ไม่เอานายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการสลายการชุมนุมในที่สุด

เวลา 20.20 น. บริเวณแยกพาณิชยการ ใกล้เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ และแนวร่วมกปปส. ขึ้นปราศรัยว่า วันนี้ได้ข่าวว่าจะมีการแจ้งความตนข้อหาหมิ่นประมาทพล.อ.ประยุทธ์ทั้งที่เราแค่ต้องการบอกความจริงกับประชาชนว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างไร ทั้งบริหารประเทศแบบหาประโยชน์ร่วมทุนกลุ่มทุนต่างๆ และทำการทุจริตก็ตรวจสอบไม่ได้ เป็นเผด็จการซ่อนรูป ตนแค่เตือนและบอกให้ออกไปก่อน ยังไม่เคยมีนายกฯ คนไหนที่เด็กออกมาด่า มาไล่ตั้งแต่ระดับอนุบาลยันมหาวิทยาลัย อย่าอยู่จนเกิน 3 เดือน เพราะมันนานไป เราจะออกมาไล่กันทุกวันเสาร์ จนกว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะลาออก

จากนั้นนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. ปราศรัยว่า ประชาชนให้โอกาสพล.อ.ประยุทธ์ 7 ปี เมื่อบริหารไม่ได้ประชาชนจึงออกมาไล่ และเราจะน็อกให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า การแก้ปัญหาโควิด-19 ก็พูดคนละอย่าง พล.อ.ประยุทธ์พูดอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุขพูดอย่าง และศบค.พูดอย่าง สรุปแล้วประชาชนต้องเชื่อใคร ส่วนเรื่องวัคซีนก็หากินกับความตายประชาชน ที่ต้องการหา แต่เงินทอน ตนขอสาปแช่งคนที่ทำแบบนี้ ตนอยากชวนพวกไทยเฉย ให้ออกมาช่วยพี่น้องเคลื่อนไหวขับไล่นายกฯ ไม่ให้คนแบบนี้บริหารประเทศต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน