จับ 2 นักแซงก์ ชาวเขมร ก่อเหตุล้วงกระเป๋าน.ศ.สาว บนสะพานลอยย่านบางใหญ่ วงจรปิดเห็นชัดนาทีลงมือ รับฉกมือถือส่งขายบ้านเกิด ลงมือวันละ 5-6 เครื่อง ขายเครื่องละ 1,500 พอได้เงินก็จะมาแบ่งคนละครึ่ง เจ้าหน้าที่คาดทำเป็นขบวนการใหญ่ เร่งสืบสวนขยายผลต่อไป

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่ห้องสืบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ. พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.บางใหญ่ สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน รอง ผกก.สส.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ต.พายุ นิลละออ สว.สส.สภ.บางใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ จับกุมตัวนายโบนา จัน อายุ 28 ปี และนายซอร์ เพน อายุ 41 ปี สัญชาติ กัมพูชา ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 302/2564 ลงวันที่ 4 ก.ค. 2564 พร้อม หลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดขณะที่ ผู้ต้องหาทั้งสองรายกำลังลงมือล้วงโทรศัพท์มือถือจากเป้สะพายหลังของผู้เสียหาย

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ ได้รับแจ้งความจากประชาชนจำนวน 3 รายว่าถูกคนร้ายล้วงโทรศัพท์มือถือไป โดยเหตุเกิดที่บริเวณตลาดบีบี บางใหญ่ และบริเวณสะพานลอยหน้าศูนย์การค้าชื่อดังย่านบางใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของศูนย์การค้าดังกล่าว พบภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานลอยหน้าตลาดกลางบางใหญ่ สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายเป็นหญิงสาวในชุดนักศึกษาสะพายเป้สีน้ำตาลไว้ด้านหลังก่อนจะถูกคนร้ายสองรายเดินตามประกบด้านหลัง แล้วลงมือหยิบโทรศัพท์ มือถือจากเป้ผู้เสียหายไปอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ต้องหาอีกรายช่วยบังท้ายขณะก่อเหตุ หลังได้ โทรศัพท์ของผู้เสียหายแล้ว จึงเดินแยกย้ายไปอย่างรวดเร็ว

นักแซงก์ – สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี สืบจากวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุขโมยโทรศัพท์มือถือของประชาชน และตามไปรวบตัวได้ 2 คน พบเป็นชายชาวกัมพูชาหลบหนีเข้าเมือง เมื่อวันที่ 5 ก.ค.

ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าผู้ต้องหา สองรายนี้เป็นชาวกัมพูชา ที่ลักลอบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฏหมายโดยก่อเหตุล้วงกระเป๋า ที่บริเวณสะพานลอยเข้าศูนย์การค้าดังกล่าว ใกล้หน้าทางเข้าหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. จึงได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี และวางแผนนำกำลังซุ่มจับกุม ต่อมาพบตัว ผู้ก่อเหตุทั้งสองคน วนเวียนกลับมาเตรียม ก่อเหตุอีกครั้งบริเวณสะพานลอยที่เดิมจึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าจับกุมตัวและนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก

จากการสอบสวนนายโบนา รับว่าร่วมกันกับนายซอร์ก่อเหตุตระเวนล้วงโทรศัพท์ในที่ชุมชน เช่น ตามตลาดและห้างสรรพสินค้า ที่คนพลุกพล่าน โดยตนเองเป็นคนลงมือล้วงเอาโทรศัพท์จากเหยื่อ แล้วจะส่งต่อให้นายซอร์หลบหนีไป เพื่อเลี่ยงในกรณีที่ผู้เสียหายรู้ตัวหรือโวยวายขอค้นตัวขึ้นมา แต่ละวันจะล้วงโทรศัพท์ให้ได้ประมาณ 5-6 เครื่อง เพื่อจะนำส่งออกไปขายต่อที่ประเทศกัมพูชาผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ได้ราคาเครื่องละ 1,500 บาทขึ้นไป ทำแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อได้เงินมาก็จะนำมา แบ่งกับนายซอร์คนละครึ่ง

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจ เชื่อคำให้การ คาดว่าน่าจะเป็นแก๊งล้วงกระเป๋ารายใหญ่ที่ทำกันเป็นขบวนการและระบาดในหลายพื้นที่ โดยผู้ต้องหาทั้งสองพักอาศัยที่ จ.สมุทรปราการ แต่ตระเวนมาก่อเหตุถึงที่นนทบุรี จึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรและลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผล หาเพื่อนร่วมขบวนการต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน