ปิดจุดเสี่ยง-งดเดินทาง คุมกทม.ปริมณฑล6จว. สลดปูเสื่อนอนข้ามคืน แห่รอคิวตรวจเชื้อโควิด แพทยสภาจี้หาวัคซีนดีๆ
‘บิ๊กตู่’ถกด่วนศบค.ชุดใหญ่วันนี้ ยกระดับคุมเข้มโควิด เผยเตรียมล็อก 6 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม ทั้งกทม.และปริมณฑล ปิดจุดเสี่ยง งดเดินทางข้ามจังหวัด คาดเริ่มสัปดาห์หน้า นายกฯระบุจำเป็นต้องทำ ขณะที่ติดเชื้อรายวันพุ่งสถิติใหม่ 7,058 ตายนิวไฮอีก 75 ราย ระบุระลอกใหม่เชื้อลามทุกจังหวัดแล้ว โรงพักตำรวจพระราชวังวุ่น ตร.ติดโควิด 7 ราย กักตัวยกโรงพักอีก 37 อยุธยาสั่งปิดตลาดใหญ่วังน้อยต่ออีก 7 วัน เนื่องจากยอดติดเชื้อยังพุ่ง คนกรุงแห่ตรวจเชื้อ ถึงขั้นต้องกางมุ้ง ปูเสื่อนอนรอข้ามคืน

รอตรวจ – ประชาชนจำนวนมากมานอนรอตั้งแต่ช่วงค่ำ เพื่อรับบัตรคิวในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อเข้าตรวจเชื้อโควิดเชิงรุกฟรี จากศูนย์บริการตรวจคัดกรองโควิด ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน กทม. เมื่อวันที่ 8 ก.ค.
ทุบสถิติอีกป่วย7,058-ตาย75
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศบค. แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,058 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,981 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 5,249 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,732 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 68 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 308,230 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 4,978 ราย หายป่วยสะสม 236,149 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 69,619 ราย อาการหนัก 2,564 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 698 ราย ผู้ฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 291,575 โดส ยอดผู้ฉีดวัคซีนสะสม 11,619,618 โดส มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 75 ราย ถือเป็นตัวเลขสูงที่สุด เป็นชาย 39 ราย หญิง 36 ราย อยู่ในกทม. 38 ราย สมุทรปราการ 9 ราย นราธิวาส ปทุมธานี จังหวัดละ 4 ราย นครปฐม ยะลา จังหวัดละ 3 ราย ชัยภูมิ สงขลา อุทัยธานี จังหวัดละ 2 ราย ฉะเชิงเทรา สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปัตตานี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,462 ราย สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 185,843,562 ราย เสียชีวิตสะสม 4,017,622 ราย
กทม.ลามแล้ว 121 คลัสเตอร์
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 8 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,212 ราย สมุทรปราการ 565 ราย สมุทรสาคร 517 ราย ชลบุรี 290 ราย ปทุมธานี 229 ราย สงขลา 213 ราย นนทบุรี 180 ราย ปัตตานี 175 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 150 ราย ยะลา 146 ราย ขณะที่ในพื้นที่ กทม.มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง 121 คลัสเตอร์ อย่างไรก็ตาม ประชาชนอาจเป็นห่วงภาพคนรอการตรวจหาเชื้อ เนื่องจากทราบคนใกล้ชิดติดโควิด ศบค.ไม่นิ่งนอนใจ จะเร่งเปิดจุดตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม โดยวันนี้เปิดที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง จะเริ่มตรวจได้ในวันที่ 9 ก.ค. ส่วนวันที่ 12 ก.ค. จะเปิดอีก 2 จุดคือสนามกีฬาธูปะเตมีย์ และสนามกีฬาหัวหมาก หากพบผู้ติดเชื้อจะนำเข้ากระบวนการรักษา แต่หากไม่ติดเชื้อเร่งระดมฉีดวัคซีนให้มากขึ้น และนอกจากเปิดศูนย์ตรวจหาเชื้อแบบวอล์กอินที่กล่าวมาแล้ว จะเปิดเพิ่มเติมให้ได้ 6 จุดตามกลุ่มเขตทั่วกทม.ด้วย ขณะที่มาตรการตรวจเชิงรุกในชุมชนก็ยังมีอยู่ ส่วนแล็บตรวจของเอกชนที่ผ่านมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็จะเปิดให้ตรวจด้วยเช่นกัน
พบติดเชื้อทุกจว.แล้ว
“ที่ประชุม ศปก.ศบค.หารือถึงกรณีแคมป์คนงานก่อสร้างที่ปิดอยู่ว่าหากมีตัวเลขที่ลดลงอาจมีมาตรการผ่อนคลาย และจะต้องระดมฉีดวัคซีน โดย ศปก.ศบค.จะประสานขอรับการสนับสนุนการฉีดวัคซีนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเพิ่มเติม ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขรับปากว่าจะจัดสรรวัคซีนให้ กทม.และปริมณฑล รวมถึงจะเพิ่มขีดความสามารถในจุดฉีดวัคซีนให้สามารถฉีดวัคซีนที่ได้รับมาในระยะเวลาที่เร็วขึ้นกว่าเดิม” พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า การที่มีผู้ป่วยจาก กทม.และปริมณฑลเดินทางข้ามพื้นที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีการกระจายเชื้อไปทั่วประเทศ ทำให้วันนี้มีรายงานการพบผู้ป่วยรายใหม่ในทุกจังหวัด และพบผู้ติดเชื้อที่มีประวัติการเดินทางจาก กทม.และปริมณฑล กระจายไปถึง 54 จังหวัด และยังเป็นห่วงว่าผู้ป่วยกลุ่มที่เดินทางกลับไปจังหวัดสีเหลืองที่ร้านอาหารยังเปิดอยู่ อาจมีการสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูง ดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ผู้ติดเชื้อที่มีประวัติการเดินทางจาก กทม.และปริมณฑล ตรวจพบในจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่นจังหวัดภาคอีสาน จากเดิมมีร้อยกว่าราย วันนี้สูงถึง 841 ราย ดังนั้นขอว่าใครที่เดินทางกลับจากพื้นที่สีแดงให้กักตัว 100%
ชงศบค.ใหญ่ยกระดับคุมเข้ม
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็กพูดคุยกันถึงมาตรการทางสังคม ที่ อีโอซีของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นำหารือด้วยความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ ที่เพิ่มจำนวนขึ้น มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงขึ้น หากไม่นับตัวเลขผู้ติดเชื้อจากเรือนจำก็ยังถือว่าสูง และไม่จำกัดอยู่ในวงแคมป์คนงานหรือแรงงานต่างด้าว แต่อยู่ในชุมชน สถานประกอบการและผู้ติดเชื้อเป็นคนไทยปริมาณสูงมาก สธ.จึงเสนอให้ปรับมาตรการ ทั้งด้านสาธารณสุข สังคม เสนอศปก.ศบค. ในการประชุมเช้าวันนี้ โดยจะปรับให้มีความเข้มข้นมากขึ้น “โดยมีหลักการ ให้จำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะห้ามการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด ในที่ประชุมหารือไปยังมหาดไทย กลาโหม ศปม. เพื่อให้ตั้งจุดตรวจ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายข้ามพื้นที่, เสนอให้ปรับมาตรการเวิร์กฟรอมโฮม ทั้งภาครัฐภาคเอกชนให้สูงสุด, เสนอให้ภาคประชาชนให้ความร่วมมือในการเปิด-ปิดกิจการ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายการเดินทางออกนอกพื้นที่ของประชาชน เพื่อให้อยู่บ้านลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โดยสถานที่ที่มีการพูดถึงจะมีลักษณะ ทั้งห้างสรรพสินค้า กิจการประเภทเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านข้าวต้มรอบดึก ตลาด ซึ่งจะหารือกันเพื่อกำหนดเวลาปิดกิจการ เพื่อลดการที่ประชาชนจะเดินทางออกจากบ้าน”
ยันไม่ใช่‘ล็อกดาวน์’
“ในที่ประชุมไม่มีคำว่าล็อกดาวน์ สิ่งที่สธ.เสนอวันนี้ต่อที่ประชุมคือการปรับมาตรการ โดยมีรายละเอียดว่ากิจการกิจกรรมใดมีการปรับระยะเวลาเปิดปิดอย่างไร พื้นที่ไหน จังหวัดใด แต่ยังไม่มีการสรุปออกมาเป็นข้อสรุปเพราะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาและอนุมัติในวันศุกร์ที่ 9 ก.ค.ก่อน”
สธ.ชง5ข้อล็อกดาวน์
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข้อเสนอมาตรการควบคุมสถานการณ์โรคโควิด ว่า วันนี้ประเทศไทยมีการติดเชื้อโควิด-19 สูงถึง 7 พันราย สะสมกว่า 2.8 แสนราย มีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 75 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกทม.และปริมณฑล และเริ่มแพร่เข้าต่างจังหวัด แต่ตัวเลขลักษณะนี้ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นมาในครั้งเดียว แต่เป็นการสะสมขึ้นมา ทั้งนี้ สธ.จึงมีออกมาตรการดังนี้ 1.การใช้แรพิดแอนติเจนเทสต์ ซึ่งเดิมเราใช้วิธี RT-PCR ในการตรวจหาเชื้อ ต้องใช้บุคลากรในการเก็บตัวอย่าง เต็มที่วันหนึ่งอาจเก็บได้แค่ 800-1,000 ตัวอย่าง และใช้เวลา 3-5 ชั่วโมงในการตรวจ ยิ่งมีการตรวจจำนวนมากอาจทำให้รอผลข้ามวัน การทราบผลล่าช้าและหากควบคุมไม่ดีอาจมีการแพร่ระบาด จึงตกลงให้ใช้แอนติเจนเทสต์ตรวจหาเชื้อในสถานพยาบาล ช่วยให้ทราบผลเร็วขึ้น ซึ่งมีหลายรูปแบบทั้งต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ช่วยตรวจหรือชุดตรวจด้วยตัวเอง ขึ้นกับสถานพยาบาลจะพิจารณาสั่งซื้อรูปแบบไหน หากมีความพร้อมก็ดำเนินการได้ทันทีเพื่อลดการรอตรวจ โดยผลตรวจเป็นลบอาจให้กลับบ้าน ผลบวกมีการตรวจซ้ำ RT-PCR อีกครั้ง หากบวกก็เข้าระบบการรักษา โดยอนาคตจะวางระบบรองรับเรื่องการตรวจด้วยตัวเองที่บ้านต่อไป 2.การดำเนินการแยกกักที่บ้านและชุมชน หรือ HI และ CI ในผู้ป่วยโควิดสีเขียว โดยจัดระบบสาธารณสุขเข้าไปดูแลติดตามอาการมาก โดยร่วมกับ สปสช.ดูแลเป็นครอบครัว ลดเกณฑ์เรื่องต้องอยู่คนเดียวลง ให้ดูแลเป็นครอบครัว และให้เครื่องมือในการตรวจตนเอง เช่น วัดไข้ วัดออกซิเจน และการรายงานข้อมูล นอกจากนี้ผู้ป่วยที่รักษาใน ร.พ.วันที่ 10 หรือสั้นกว่านั้นอาจจะให้กลับไปใช้ HI ต่อไป เพื่อลดปริมาณการใช้เตียง ให้คนมีความเสี่ยงหรือจำเป็นอยู่ในร.พ. เข้าสู่ ร.พ.ได้ต่อไป รวมทั้งการจัดการเตียงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหาสถานที่เพิ่มเตียงในการดูแลรักษาพยาบาล 3.มาตรการส่วนบุคคล DMHTT อย่างเข้มงวด โดยใช้คำว่า บับเบิล แอนด์ ซีลตัวเอง เพราะส่วนใหญ่ติดเชื้อที่บ้านและที่ทำงาน ไม่เหมือนคราวก่อนที่ติดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ประชาชนสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง ล้างมือในสถานที่ชุมชนอย่างดี แต่เวลาอยู่ที่เราคิดว่าปลอดภัย เช่น บ้าน ที่ทำงาน มีการรับประทานอาหารร่วมกันทำให้ระบาดได้ ขอให้ต่างคนต่างรับประทานสักระยะ เน้นการทำงานที่บ้านมากขึ้น เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อต่อไป 4.เรื่องวัคซีนจะเร่งฉีดพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง คือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต โดยจะใช้วัคซีนที่มีไม่ต่ำกว่า 80% ฉีดคนกลุ่มนี้ก่อน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใน กทม.และปริมณฑลจะเร่งฉีดภายใน 1-2 สัปดาห์ ให้มากกว่าล้านโดสขึ้นไป ซึ่งตอนนี้ กทม.ฉีดประมาณ 4 ล้านโดส ถ้าทำได้ก็จะครอบคลุมได้มากกว่า 50% โดย สธ.จะระดมบุคลากรเข้าไปช่วย กทม.ในการฉีดวัคซีน ช่วงสิ้นเดือนก็น่าจะได้ถึง 60%
จำกัดเดินทาง-ปิดจุดเสี่ยง
5.สธ.ได้เสนอ ศปก.ศบค.วันนี้ยกระดับมาตรการทางสังคม คือ การจำกัดการเดินทาง อยากให้ทุกคนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ไม่ออกจากเคหสถานโดยไม่จำเป็น แต่ออกไปซื้ออาหาร พบแพทย์ ฉีดวัคซีนได้ รวมถึงห้ามเดินทางข้ามจังหวัด และการปิดสถานที่เสี่ยงทั้งหมด เช่น สถานที่รวมกลุ่มโดยไม่จำเป็น แต่ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เปิดได้ โดยจะใช้ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กันชนอย่างน้อย 14 วัน เพื่อลดการระบาดใน กทม.และปริมณฑล ให้ระบบสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพ ผ่านเรื่องการระบาดไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดย ศบค.ใหญ่จะพิจารณาในเรื่องของพื้นที่ ย้ำว่าไม่ใช่การล็อกดาวน์ แต่เป็นการจำกัดการเดินทางและปิดสถานที่เสี่ยง เมื่อถามว่าบอกพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กันชนได้หรือไม่ และการจำกัดการเดินทางนั้นเป็นการห้ามออกนอกเคหะสถานทั้งวันหรือไม่ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า เราเสนอเป็นหลักการเรื่องของการจำกัดการเดินทาง ซึ่ง ศบค.จะพิจารณาพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กันชน ส่วนความเข้มข้นของมาตรการก็จะไม่น้อยไปกว่าตอนทำเมื่อช่วง เม.ย. 2563 ซึ่งการจำกัดการเดินทางและปิดสถานที่เสี่ยงพื้นที่สีแดง อาจทำให้คนเดินทางออกไปอีกที่หนึ่งและเกิดการแพร่ระบาดได้ เราจึงใช้ระบบกันชนในการควบคุมโรค ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลดี การเดินทางข้ามจังหวัดจะทำได้ยาก นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาพรวมมาตรการจะใช้เวลา 14 วัน ตามระยะการฟักตัวของโรค ซึ่งมาตรการความเข้มข้นไม่ต่ำกว่าตอนเม.ย. 63 และเมื่อมีมาตรการวัคซีนเสริมเข้าไป และถ้ารับความร่วมมือจากประชาชนอย่างดี ตัวเลขจะค่อยๆ ลดลงได้
เล็งล็อกกทม.-ปริมณฑล 6 จว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมศปก.ศบค. ที่มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช.เป็นประธาน ได้สรุปสถานการณ์ โควิด-19 และรับข้อเสนอจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ในวันที่ 9 ก.ค. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธาน เบื้องต้น ข้อกำหนดใหม่ที่จะออกมานี้ จะมีผลเฉพาะสำหรับพื้นที่เสี่ยง คือกทม. และปริมณฑล รวม 6 จังหวัด เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือ 14 วัน ทั้งการจำกัดการเดินทางออกจากบ้าน และไปในสถานที่เสี่ยง ลดการเคลื่อนที่ของประชาชน ขอให้เวิร์กฟรอมโฮม 100% ยกเว้นงานบริการที่จำเป็น และงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค ขอ ให้ประชาชนงดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ยกเว้น ซื้ออาหาร ไปโรงพยาบาล และ ฉีดวัคซีน รวมทั้งปิดหรือลดเวลาเปิดสถานที่ชุมชน สถานที่เสี่ยง ลดเวลาเปิดปิด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ยกเว้นส่วนของร้านอุปกรณ์ อุปโภคบริโภคเฉพาะส่วน เช่นซูเปอร์มาร์เก็ต ลดการรวมกลุ่มกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน งดการเดินทางข้ามจังหวัดในเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ปรับแผนการกระจายวัคซีนไปต่างจังหวัด และระดมการฉีควัคซีนที่มีอยู่ให้กลุ่มผู้สูงอายุ และโรคเรื้อรัง ในกทม.และปริมณฑล, จัดช่องทางด่วนในการตรวจ และรักษาให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และโรคเรื้อรังให้ประชาชนทุกคน เน้นมาตรการป้องกันส่วนบุคคล การสวมหน้ากากอนามัย งดการคลุกคลีใกล้ชิดกัน หรือรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งในที่บ้าน และสถานที่ทำงาน เน้นย้ำทุกหน่วยงาน และผู้ประกอบการ เรื่องมาตรการป้องกันส่วนบุคคลในสถานประกอบการ สถานที่ทำงาน ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค การห้ามรวมตัวกันทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ สถานที่แออัดใด
ห้ามออกนอกบ้าน 4 ทุ่มถึงตี 4
“ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดจะให้ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 9 ก.ค. พิจารณาเป็นมติออกมา แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันทีโดยจะให้เวลาเพื่อการเตรียมตัว ขณะนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อยู่ระหว่างการร่างข้อกำหนดใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่ โดยมาตรการและข้อกำหนดที่จะออกมาจะคล้ายกับเมื่อเดือน เม.ย.2563 โดยในส่วนของห้างสรรพสินค้าจะอนุญาตให้เปิดได้เฉพาะซูเปอร์มาเก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ดเช่นเดิม ร้านสะดวกซื้อจะมีกำหนดเวลาเปิด-ปิด พร้อมขอความร่วมมือ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 6 จังหวัด ไม่ออกนอกเคหสถานตามเวลาที่กำหนด ซึ่งจะเป็นช่วงเวลา 22.00-04.00 น. โดยเน้นเฉพาะพื้นที่ 6 จว.เท่านั้น เว้นแต่มีความจำเป็น แต่จะไม่ประกาศเป็นเคอร์ฟิว รวมทั้งการกำหนดให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการแพร่โรคเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรืออยู่ในที่สาธารณะ” สำหรับโรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านอาหารในส่วนที่ไม่ใช่สถานบันเทิง หรือสถานบริการ และแผงจำหน่ายอาหาร ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้าส่วนแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ตลาดและตลาดนัดส่วนอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงรส อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์และสินค้าเบ็ดเตล็ด แก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส การให้บริการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้ำ รวมทั้งบริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง เปิดได้ตามปกติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการหารือของศปก.ศบค.ที่เตรียมเสนอข้อกำหนดต่างๆ เพื่อออกเป็นมาตรการข้อกำหนดป้องกันการแพร่ระบาด ทำเนียบรัฐบาลได้ปรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยกระดับมาตรการเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป สำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือช่างภาพสื่อมวลชน งดเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล เบื้องต้น 14 วัน ขณะที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอยู่ที่บ้านยกเว้นผู้ที่มีความจำเป็นเท่านั้น
‘บิ๊กตู่’ชี้จำเป็นต้องคุมเข้ม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 ช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทุกคนทราบดีว่าการแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้น จากการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดที่แพร่ระบาดได้ง่ายยิ่งขึ้น มาตรการทุกอย่างที่รัฐบาลจะออกมาจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรัดกุม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจต่างๆ “ผมติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่องด้วยความไม่สบายใจ และรับรายงานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และความจำเป็นในการใช้แผนเผชิญเหตุ เพื่อกำหนดมาตรการการควบคุมโรคที่จะต้องเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่หาก ไม่ดำเนินการอาจจะส่งผลกระทบให้เกิดความรุนแรงมากกว่านี้ ซึ่งเราอาจมีความจำเป็น ต้องกำหนดมาตรการเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในการจำกัดการเคลื่อนย้าย การป้องกันมิให้ มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม การปิดสถานที่ เพิ่มเติม และมาตรการอื่นๆ ที่จำเป็น โดยในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ผมเรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่เช้าวันที่ 9 ก.ค. เพื่อพิจารณามาตรการที่ฝ่ายต่างๆ ได้เสนอเข้ามา และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว ตนขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ช่วยกันดูแล ป้องกันตัวเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติไปด้วยกัน ไม่มีใครหรือประเทศใดที่จะสามารถแก้ไขปัญหาโควิดได้สำเร็จโดยคนเพียงคนเดียว หรือหน่วยงานเดียว ในยามที่เปรียบเสมือนการทำสงครามกับเชื้อไวรัสในครั้งนี้ สิ่งที่จะทำให้เราชนะได้ คือความสามัคคีของคนในชาติ ความมีวินัย ความอดทน การร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือกันของคนในชาติ และอีกสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ความมีสติในการรับข่าวสารในยามวิกฤต ที่มีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จที่มุ่งร้ายให้เกิดเข้าใจผิดและสับสนวุ่นวายในสังคมอย่างมากมาย ซึ่งต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการของรัฐที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้อื่นด้วย “ผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกคนที่ทำงานอย่างเสียสละ และขอสัญญาว่าจะดูแลทุกคนอย่างดีที่สุด ผมและรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
7 ตร.สน.พระราชวังติดโควิด
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. เผยว่า จากกรณีตรวจพบข้าราชการตำรวจสน.พระราชวัง ติดโควิด 7 ราย และครอบครัวข้าราชการตำรวจติดเชื้ออีก 5 ราย นั้น พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 จึงสั่งการให้ตำรวจที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อดังกล่าวกักตัว 37 ราย และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดดังนี้ 1.ปิดพื้นที่โดยให้ทางเข้า-ออกทางเดียว (ด้านหลังสถานี) 2.ติดตั้งอุโมงค์ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทางเข้าด้านหลังสถานี 3.ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ, เจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์ 4.รักษาระยะห่างจากผู้ที่มีอาการไอหรือจาม และบุคคลอื่นอย่างน้อย 1 เมตร 5.สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาทั้งในพื้นที่สถานีและนอกสถานี 6.ไม่สัมผัสตา จมูกหรือปาก 7.ปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระเมื่อไอหรือจาม 8.เก็บตัวอยู่ภายในห้องพักเมื่อรู้สึกไม่สบาย 9.หากมีไข้ ไอ และหายใจลำบากโปรดไปพบแพทย์ “ทางบก.น.6 แต่งตั้งให้พ.ต.อ.เกียรติคุณ สนธิเณร รองผบก.น.6 มารักษาการราชการแทนผกก.สน.พระราชวัง ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.2564 และในส่วนรองผกก.ป., รองผกก.สส. และรองผกก.จร. ให้สว.แต่ละสายงานมารักษาราชการแทน” โฆษกบช.น. กล่าว
ตร.ทำเนียบก็ติดเชื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ ช่องทางเข้า-ออกหลัก สำหรับผู้ที่จะเข้ามาติดต่อราชการ ติดเชื้อโควิดอีก 1 คน และเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนแล้ว โดยตำรวจคนดังกล่าวไม่ได้อาศัยที่เรือนนอนภายในทำเนียบ แต่อยู่ชุมชนซอยพิษณุโลก 1 ซึ่งมีการระบาดก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทยอยกันเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด และช่วงบ่าย ทำเนียบจะฉีดพ่นฆ่าเชื้อหลายพื้นที่ตามมาตรการสาธารณสุข
ทารก 27 วันติดโควิด
วันเดียวกัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สุวรรณ บุญพันธ์ โพสต์คลิปวิดีโอลงโซเชี่ยล เป็นภาพที่ชาวโซเชี่ยลและทุกคนที่ได้เห็นรู้สึกบีบหัวใจเป็นอย่างมาก เพราะภาพเผยให้เห็นช่วงเวลาขณะเจ้าหน้าที่ ร.พ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นำรถพยาบาลมาที่บ้านซับสมบูรณ์ ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว เพื่อรับตัวทารกวัย 27 วัน ซึ่ง ติดเชื้อโควิด-19 มาจากคุณยายที่เป็นคน เลี้ยงดู เพื่อไปดูแลรักษาที่ร.พ.สีคิ้ว เจ้าหน้าที่ต้องสวมชุด PPE ป้องกันเชื้ออย่างดีมารับสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กอ่อนจากมารดา ก่อนจะรับทารกน้อยจากอ้อมกอด ของแม่
แห่นอนรอคิวฉีดวัคซีนข้ามคืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.30 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. สำนักงานเขตบางเขนร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน และสปคม. กรมควบคุมโรค จัดเป็นศูนย์บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกฟรี สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 5-11 ก.ค. 2564 ไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.00-16.00 น. รับวอล์กอิน วันละ 900 ราย ผู้ที่รับการตรวจต้องนำบัตรประชาชน พร้อมสำเนา และปากกาส่วนตัวมาด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 20.00 น.วันที่ 7 ก.ค. มีประชาชนกลุ่มแรกๆ มาถึงจะต้องรออยู่ที่ริมถนนพหลโยธิน ด้านหน้าวัดเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่วัดปิดให้บริการแล้ว จากนั้นเวลา 01.00 น. พนักงานรักษาความปลอดภัยของวัด จึงเปิดประตูให้ประชาชนเข้ามาภายในวัด เนื่องจากเริ่มมีฝนตก ประชาชนจึงทยอยเดินเข้ามาพร้อมนำเสื่อที่เตรียมมาปูพื้นนอนรอรับบัตรคิวในช่วงเวลา 06.00 น. สอบถามนายยุทธศาล แท่นนอก อายุ 21 ปี เผยว่าตนเดินทางมาจากย่านบางกะปิตั้งใจที่จะมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 เนื่องจากเพื่อนร่วมงานติดเชื้อและหยุดพักงานไป ตนจึงมาตรวจเพื่อนำผลการตรวจไปยืนยันกับทางบริษัท เพื่อจะได้เข้าทำงานตามปกติ ซึ่งเดินทางมาตั้งแต่เวลา 21.00 น. เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้คิวตรวจ เพราะก่อนหน้านี้ไปตรวจหาเชื้อมาแล้ว 3 แห่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตรวจ ขณะที่เมื่อวานนี้มาถึงวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ช่วงเวลา 04.00 น. แต่ไม่ได้คิวรับการตรวจ วันนี้จึงเดินทางมาอีกครั้งเพื่อรอคิวรับบัตรตรวจ มั่นใจว่าครั้งนี้จะได้คิวตรวจแรกๆ
ปิดตลาดใหญ่วังน้อยอีก 7 วัน
วันเดียวกัน นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นพ.พีระ อารีรัตน์ พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมติดตามการแพร่ระบาดของโควิด 19 หลังตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกกลุ่มพนักงาน และหอพัก หน้าชุมชนที่แฟคตอรี่แลนด์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พนักงานของโรงงานไม้ผลิตไม้พาเลท และตรวจหาเชิงรุกเพิ่มเติมในตลาดใหญ่วังน้อย รวม 810 คน พบผู้ติดเชื้อ 179 คน เพื่อป้องกันและควบคุมโรคจึงปิดหอพัก 3 แห่ง ในต.วังจุฬา อ.วังน้อย ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากพักอาศัยอยู่ และนำผู้ป่วยติดเชื้อ 143 รายเข้ากักตัวที่หอพัก 2 แห่ง พร้อมนำผู้เสี่ยงสูงเข้าพักในหอพัก ส่วนที่เหลือเพื่อกักกักตัว 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. เป็นต้นไป ขณะเดียวกันสั่งปิดตลาดใหญ่วังน้อยต่ออีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-16 ก.ค. หลังจากปิดช่วงแรกมาตั้งแต่วันที่ 1 – 7 ก.ค. เนื่องจากยังพบร้านติดเชื้อร้อยละ 50 และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก
บำรุงราษฎร์เปิดจอง‘โมเดอร์นา’
ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเอช (BH) เปิดเผยว่า ร.พ.บำรุงราษฎร์เตรียมเปิดจองวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ผ่านทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาล ราคาเข็มละ 1,650 บาท โดยมีเกณฑ์พิจารณาเลือกประชาชนในกลุ่มที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดใดๆ มาก่อนเป็นอันดับแรก และกลุ่มที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มแล้ว ซึ่งจะเลือกพิจารณา ได้แก่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ หรือพนักงานด่านหน้าที่มีความเสี่ยงได้รับเชื้อโควิด หากเป็นกลุ่มลูกค้าของร.พ.บำรุงราษฎร์ก็จะเลือกพิจารณา เพราะมีข้อดีในการรู้ประวัติการแพ้ต่างๆ และประวัติการรักษา จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้แก่บุคคลทั่วไปเป็นลำดับถัดไป เพื่อกระจายวัคซีนให้เข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลาย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้กว้างขึ้น “ร.พ.บำรุงราษฎร์ ไม่มีเจตนาจะนำวัคซีนทางเลือกมาเพื่อเหตุผลทางธุรกิจ จึงไม่เปิดให้จองวัคซีน และไม่ให้ชำระเงินล่วงหน้าจนกว่าจะมั่นใจ เราได้รับการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาได้น้อยกว่าที่จอง ด้วยวัคซีนมีจำนวนจำกัด และเพื่อคำนึงถึงศักยภาพกำลังฉีดของบุคลากรที่รองรับได้ 300 คนต่อวัน และเงื่อนระยะเวลาการหมดอายุของวัคซีน ซึ่งจะหมดภายใน 6 เดือน สำหรับการจองโมเดอร์นา ร.พ.จะเปิดให้จองจำกัดจำนวนในแต่ละวัน เมื่อครบจะปิด และเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ในวันถัดไป จนกว่าจะครบโควตาวัคซีนที่เราได้รับจัดสรรมา”
‘แพทยสภา’ยื่น8ข้อปมวัคซีน
วันเดียวกัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ระบุว่า ตามที่สถานการณ์การระบาดของติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการเพิ่มติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพทยสภาจึงขอประกาศการสนับสนุนด้านต่างๆ ดังนี้ 1.สนับสนุนให้ภาครัฐและเอกชน ดำเนินการจัดหาวัคซีนโควิด 19 ให้มีใช้อย่างหลากหลาย เพียงพอโดยเร็วที่สุด และเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลต่อเชื้อกลายพันธุ์ เช่น กลุ่มวัคซีน mRNA โดยให้ครอบคลุมทั้งผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และเพื่อฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว 2.สนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าได้รับวัคซีนที่เหมาะสม เช่น กลุ่มวัคซีน mRNA อย่างรวดเร็ว 3.สนับสนุนให้รัฐบาล เอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อสามารถเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็วที่สุด 4.สนับสนุนให้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร สถานที่และทรัพยากรต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถาน การณ์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น 5.สนับสนุนการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงด้านวิชาการของแต่ละราชวิทยาลัยและวิทยาลัย ซึ่งเป็นองค์กรในกำกับของแพทยสภา ตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 6.สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนได้รับวัคซีนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 มาตรา 47 7.สนับสนุนให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน โควิด 19 ไม่ว่าชนิดใดโดยเร็วที่สุดเพราะสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ 8.สนับ สนุนให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เช่นงดเว้นกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม การเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงการอยู่ภายในที่พักอาศัยเมื่อเกิดสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น เพราะสามารถช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้

ตรวจศูนย์ – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมด้วยนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดเพื่อผู้ประกันตน มาตรา 33 ภายในห้างเซ็นทรัลพลาซา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 8 ก.ค.

รับทารก – เจ้าหน้าที่ร.พ.สีคิ้ว เข้ารับตัวทารกวัย 27 วันไปรักษา หลังติดเชื้อโควิด จากยาย ขณะที่แม่มีผลตรวจเป็นลบ ยืนส่งด้วยความห่วงใยเพราะต้องกักตัว 14 วัน ที่บ้าน ซับสมบูรณ์ ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ปักธงแดง – นายนิอันวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกปักธงแดงเขตควบคุมโรค วางแผงและเชือกกั้นหน้าบ้านกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มติดเชื้อ 27 ครัวเรือน ที่ปากซอยเข้าเขตชุมชนจือแรนิบง ถนนสามัคคีสาย ก. เทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 8 ก.ค.