ครม.แห่ทำตาม
ฝ่ายค้านรุมเย้ย
ชี้ลาออกดีกว่า
‘บิ๊กตู่’ ใจป้ำสละเงินเดือน 3 เดือน ช่วยแก้โควิด รัฐมนตรีแห่ร่วมทำตาม ‘ชวน’ ไม่ บังคับส.ส. เพราะตั้งแต่มีโรคระบาดก็ควักเงินช่วยชาวบ้านตลอด เพื่อไทย-ก้าวไกล จี้ลาออกดีกว่า ‘พรเพชร’ ถกด่วนวิปวุฒิสภา รับลูกมาตรการปิดล็อก 10 จังหวัด ประธานสภานัดวิป 3 ฝ่าย ถกต้นสัปดาห์หน้า ว่าจะงดประชุมสภาช่วงนี้หรือไม่ ส่วน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญยันเดินหน้าปิดจ๊อบใน 2 สัปดาห์ เพื่อไทยเล็งแปรญัตติสกัดส.ส.ปัดเศษ พรรคเล็กจับมือดิ้นสู้ ขู่ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยต้องเคารพทุกเสียงของประชาชน
‘บิ๊กตู่-ครม.’สละเงิน 3 เดือนแก้โควิด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ผ่านระบบวิดีโอทางไกล โดยระหว่างการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดขึ้นว่า ตนจะไม่รับเงินเดือนตำแหน่ง นายกฯ เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้นำเงินไปใช้ประโยชน์สำหรับแก้ไขสถานการณ์โควิด-19
ขณะที่รัฐมนตรีต่างแสดงเจตจำนงไม่รับเงินเดือนตามนายกฯ กันถ้วนหน้า ส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า สละเงินเดือนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ช่วยประชาชน ขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางส่วน เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ก็ร่วมสละเงินเดือนด้วยเช่นกัน
สำหรับอัตราเงินเดือนของนายกฯ แบ่งเป็นเงินเดือนเดือนละ 75,590 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 125,590 บาท รองนายกฯ เงินเดือน 74,420 บาท เงินประจำตำแหน่ง 45,000 บาท รวม 119,420 บาท รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีประจำ สำนักฯ เงินเดือน 73,240 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท รวม 115,920 บาท รัฐมนตรีช่วย เงินเดือน 72,060 บาท เงินประจำตำแหน่ง 41,500 บาท รวม 113,560 บาท
‘ชวน’ไม่คาดคั้นส.ส.ปฏิบัติ
เวลา 13.40 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภา ผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสเรียกร้องให้ส.ส.สละเงินเดือน 3 เดือน เหมือนที่ นายกฯ ประกาศว่า เรื่องเงินเดือน แล้วแต่ส.ส.จะสมัครใจ แต่ข้อเท็จจริงปกติค่าใช้จ่ายแต่ละส.ส.ทุกคนที่ใช้ระหว่างการระบาดโควิด-19 มากกว่าที่จะให้หักเงินเดือนหลายเท่า ซึ่งตนไปดูด้วยตัวเอง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ไปดูของจริง แต่ถ้าใครที่มีความพร้อมจะ หักเงินเดือนก็ทำได้ เป็นเรื่องที่ดี
“ที่ไม่คาดคั้นเพราะรู้ว่าส.ส.จ่ายมากกว่าที่เราพูดถึงเรื่องหักเงินเดือน เพราะของจริง ถ้าใครไม่ดูแลประชาชนในเวลานี้ ส.ส.คนนั้นจะมีปัญหา จึงเห็นว่าส.ส.ทุกคนจะขอปลา กระป๋อง ข้าวสาร และสิ่งต่างๆ กับพรรคพวกเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ทุกวันนี้ก็ยังทำกันอยู่ ผมเลยไม่คาดคั้นว่าต้องหักเงินเดือน ในแง่ความช่วยเหลือ อยากเรียนแทนเพื่อนส.ส.ทุกคนต้องทำ ใครไม่สนใจชาวบ้าน ก็รู้อยู่ว่าจะลงเอยอย่างไรในชีวิตการเมือง แต่ตอนนี้ยังไม่มีส.ส.คนใดสมัครใจให้หักเงินเดือน” นายชวนกล่าว
เพื่อไทยบี้นายกฯ ลาออก
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สิ่งที่พล.อ. ประยุทธ์ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือประกาศ ลาออกจากนายกฯ ลำพังการสละเงินเดือน 3 เดือน เทียบไม่ได้เลยกับความสูญเสีย ความเสียหายที่ประชาชนได้รับ เทียบไม่ได้เลยกับความเสียหายจากการสั่งซื้อวัคซีนประสิทธิภาพต่ำเข้ามาฉีดในประเทศ การสูญเสียโอกาสได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ถ้าพล.อ. ประยุทธ์ไม่บริหารจัดการโควิด-19 ผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซาก ถ้าเร่งนำเข้าวัคซีนประสิทธิ ภาพสูงมาฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าและประชาชน ปัญหาโควิด-19 คงไม่วิกฤตลุกลามบานปลายมาจนถึงขั้นต้องประกาศล็อกดาวน์กันอีกครั้ง
“พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกทันทีโดยไร้เงื่อนไข เพื่อเปิดโอกาสให้ปัญหาของประเทศและประชาชนได้รับการแก้ไข ก่อนสถานการณ์จะวิกฤตเลวร้ายลงไปมากกว่านี้” นายอนุสรณ์กล่าว
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาคงได้ยินการข่าวประกาศเช่นนี้ของหลายประเทศ รวมทั้งสิงคโปร์ นายกฯเพิ่งนึกได้หรือ เงินเดือนแสนกว่าบาท ถ้าไม่รับ 3 เดือนก็เป็นเงิน 3 แสนกว่าบาท ตนมองว่าไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ควรไปรีดไขมันตัดงบที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาและไปหาวิธีคิดแก้ปัญหาการจัดหาวัคซีน เงิน 3 แสนบาทของนายกฯ ท่านอาจมองว่าเป็นเจตนา ที่ดี แต่วิธีที่ประชาชนต้องการคือ มันสมองและวิธีการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้
ก้าวไกลซัดให้คืนเงินทั้งหมด
ด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เลียนแบบใครหรือ จะเห็นจากข่าวว่ามีนายกฯ บางประเทศสละเงินเดือน 3 เดือนเพื่อช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 เช่นกัน คิดว่าคนอื่นที่เขาทำงานหนักและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอาจไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้ แต่สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ เทียบกับที่ทำความพินาศให้กับประเทศนี้ สละเงินเดือน 3 เดือนไม่พอ ถ้ามีจิตสำนึก ควรจะคืนมาให้หมดตั้งแต่ที่รับตำแหน่งนายกฯ เพราะเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น
“ส.ส.คนอื่นทุกพรรค ไม่ใช่แค่พรรคก้าวไกล แม้จะไม่ได้สละเงินเดือน แต่เขาเอาเงินเดือนไปช่วยเหลือประชาชนมากมายมาตลอด ดิฉันไม่คิดจะแข่งเรื่องสละเงินเดือนกับ นายกฯ เพราะดิฉันได้ทำไปแล้วตั้งแต่ โควิด-19 ระลอกแรก เราจัดการบริหารเงินเดือนโดยนำไปช่วยเหลือประชาชนด้วยตัว เราเอง ไม่จำเป็นต้องทำในรูปแบบเดียว” นางอมรัตน์กล่าว
ไม่ต้องทำตัวเป็นพระเอก
นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เงินเดือนของนายกฯ และคณะ แต่คือวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำในการบริหารประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างหาก หากจะบอกว่าการไม่รับเงินเดือนคือการ เสียสละ ต้องถามกลับว่า การแก้ปัญหาโดยการสละเงินเดือนเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นเพียงรู้สึกแค่เหมือนได้ทำทานแล้วทำให้รู้สึกดี ทำให้สบายใจขึ้นจากบาปที่ก่อไว้มากเพียงเท่านั้น
สมัยก่อนบทพระเอกหล่อ ใจบุญ ทำทาน เล่นไม่ยาก อยากได้รับความนิยมก็ทำตัวเหนือปัญหาและโปรยเงินใส่ แต่ขณะนี้ประชาชนต้องการความหวัง ต้องการผู้นำที่บริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องทำตัวเป็นพระเอก คนก็จะเรียกพระเอกเอง หรือ ถ้าท่านต้องการเสียสละอย่างที่พูดจริงๆ ขอแนะนำว่าควรสละตำแหน่งน่าจะช่วยให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตได้และทำให้ประชาชนรู้สึกมีความหวังได้มากกว่านี้
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ตนคงไม่บริจาคร่วมกับนายกฯ เพราะหากทำแล้วกลัวชาติหน้าจะเกิดมาเจอกันอีกแบบนี้ ไม่ไหว จึงขอทำบุญแยกจะดีกว่า
ปธ.จ่อนัดวิปหารือประชุมสภา
ส่วนกรณีที่ศบค.ออกมาควบคุมการระบาดของโควิด-19 อาทิ ห้ามออกนอกเคหสถาน เวลา 21.00-04.00 น. , จำกัดการเดินทางทั้งออกจากบ้านและข้ามจังหวัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยขอให้เวิร์กฟอร์มโฮมให้มากที่สุด ยกเว้นงานบริการประชาชนและงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค, ห้ามการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางสังคม ที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ การประกอบอาชีพ หรือกิจกรรมตามประเพณี ร่วมกันเกิน 5 คน เป็นต้น ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัดคือกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า สภายินดีให้ความร่วมมือ เพื่อมีส่วนร่วมป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ส่วนจะถึงขั้นต้องงดประชุมสภาหรือไม่นั้น ถ้ายังไม่มีอะไร ก็ต้องประชุมต่อ เพราะวันที่ 8 ก.ค. ได้ออกระเบียบวาระการประชุมสภาไปแล้ว แต่เมื่อมติของศบค.ออกมาอย่างไร เราจะปฏิบัติตาม และหากจำเป็นต้องร่วมมือก็ยินดี แต่ที่ยังประชุมอยู่ เพราะเห็นว่าศบค.มีคำสั่งอนุมัติให้เราประชุมได้ตลอดสมัยประชุมนี้ตามที่ขอไป แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนและมีความจำเป็นต้องระงับการเดินทาง เรายินดีให้ความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากต้องระงับการเดินทางจะกระทบต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่มีกรอบเวลาไว้ 105 วัน นายชวนกล่าวว่า รอมติของศบค.ออกมา และจะเชิญตัวแทนของวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน และวุฒิสภา มาหารือ อาจเป็นวันที่ 12 หรือ 13 ก.ค. เพื่อเป็นความเห็นร่วมกันว่าหากจำเป็นต้องเลื่อนประชุมออกไป จะเลื่อน กี่วัน ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกัน เพื่อไม่ให้มีปัญหาขัดแย้ง
‘พรเพชร’ถกด่วนรับลูกศบค.
เมื่อเวลา 14.00 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้เรียกหารือด่วนระหว่างรองประธานวุฒิสภา และผู้แทนกมธ.กิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เพื่อพิจารณาแนวทางทำงาน หลังจากศบค. ประกาศมาตรการควบคุมการป้องกันระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้มข้นใน 10 จังหวัด
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ในฐานะโฆษก กมธ.กิจการวุฒิสภา เปิดเผยผลการหารือว่า ได้ปรับการประชุมวุฒิสภา จากเดิมที่นัดหมายประชุมวันที่ 12-13 ก.ค. ลดเหลือเพียงวันเดียว คือ 12 ก.ค. และพิจารณาเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายกำหนด สำหรับการประชุมกมธ. อนุกมธ. ให้งดประชุมทุกคณะ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. ไปจนกว่าจะครบ 14 วันตามประกาศของ ศบค. แต่งดเว้นให้การประชุมของกมธ.พิจารณาร่างกฎหมาย และกมธ.ตรวจสอบประวัติเท่าที่สามารถทำงานได้
ผู้สื่อข่าวถามส.ว.จะขานรับเรื่องการสละเงินเดือน 3 เดือนเพื่อแก้โควิด ด้วยหรือไม่ นายคำนูณกล่าวว่า ที่ประชุมได้ยกประเด็น ดังกล่าวหารือ แต่ไม่มีข้อยุติ เพราะเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เรื่องดังกล่าวนายพรเพชรจะนำไปหารือกับนายชวน อีกครั้ง เพราะการงดรับเงินเดือนต้องคืนหลวง ก่อนหน้านี้วุฒิสภาซึ่งเข้าใจจิตใจของประชาชนที่ประสบปัญหา ได้ร่วมกันบริจาคเงินอยู่เป็นระยะให้กับมูลนิธิ องค์กรการกุศล รวมถึงหน่วยงานในจังหวัดต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นระยะ
กมธ.แก้รธน.เดินหน้าปิดจ๊อบ
ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ….(แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 และมาตรา 91) กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า กมธ.ยังประชุมตามปกติ เพราะในห้องประชุม รักษาระยะห่างได้และมีมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวด
“กมธ.จะพิจารณาอีก 4 ครั้งหรือ 2 สัปดาห์ ก็จะเสร็จ นำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อในวาระที่ 2 และ 3 ได้ในช่วงเดือนส.ค.นี้ เชื่อมั่นว่า การแก้ไขในมาตราอื่นๆ เพิ่มเติมจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการแก้ไขที่รัฐสภารับหลักการมานั้น จะไม่นำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย” นายไพบูลย์กล่าว
พท.เล็งแปรญัตติสกัดส.ส.ปัดเศษ
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เสนอแปรญัตติแก้รายละเอียดในประเด็นระบบการเลือกตั้งเพิ่มเติมแล้ว มีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับในร่างแก้ไขที่พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อรัฐสภา อาทิ การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการกำหนดให้พรรคจะต้องส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ไม่น้อยกว่า 100 เขต จึงจะส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ โดยพรรคใดที่ได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 1 ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อของพรรคนั้นได้รับเลือกตั้ง เพื่อป้องกัน ส.ส.ปัดเศษ เช่น คะแนนเลือกตั้ง 30 ล้าน แต่ได้รับต่ำกว่า 3 แสน ก็ไม่ควรได้รับการคำนวณ
พร้อมเพิ่มบทเฉพาะกาลไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อคุ้มครองสมาชิกภาพ ส.ส.ปัจจุบัน โดยจะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีผลบังคับใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งถัดไป และกำหนดให้รัฐสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องให้เสร็จภายใน 90 วัน
พรรคเล็กดิ้นสู้สุดฤทธิ์
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กร่วมเสนอคำแปรญัตติต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ต่อกมธ.แล้ว มีเนื้อหาสำคัญคือ คงจำนวน ส.ส.ไว้ที่ 500 คน แบ่งเป็นแบบเขต 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน รวมถึงให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และกำหนดคะแนน ขั้นต่ำที่จะใช้คำนวณเพื่อหาส.ส.บัญชีรายชื่อที่ร้อยละ 0.02 เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคขนาดเล็กได้มีที่ยืนในสภา และเพื่อเคารพต่อเจตนารมณ์ของประชาชน รวมถึงระบบเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญ 2560 เคยวางเจตนารมณ์ไว้ว่าทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ
“การที่พรรคใหญ่กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำร้อยละ 1 ของการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น พรรคเล็กที่หารือร่วมกับพรรคก้าวไกล เห็นว่าไม่ยุติธรรม เพราะปิดกั้นโอกาสการเข้าทำหน้าที่ผู้แทนในสภาของพรรคขนาดเล็ก เพราะหากใช้เกณฑ์ร้อยละ 1 จะทำให้การได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ต้องใช้คะแนนเลือกตั้งถึง 3.5 แสน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 35 ล้านคน ถือเป็นการตัดสิทธิ ตัดโอกาสพรรคเล็กอย่างสิ้นเชิง แต่หากปรับเป็นเกณฑ์ร้อยละ 0.02 จะทำให้ใช้ฐานคะแนน 7.1 หมื่นเสียง ทำให้พรรคเล็กมีสิทธิได้รับเลือกเข้าสภา”นายพิเชษฐกล่าว
ยื่นศาลรธน.-ถ้าโดนตัดสิทธิ
นายพิเชษฐกล่าวว่า คำแปรญัตติที่พรรคเล็กเสนอ ยอมรับว่าหากไม่ผ่านในชั้นกมธ. หรือไม่ได้รับการพิจารณา ตัวแทนพรรคเล็กรวมถึงพรรคก้าวไกล และอาจมีบางส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่เห็นด้วย จะเข้าชื่อให้ถึง 1 ใน 10 เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า เนื้อหาที่ปรับแก้นั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตัดสิทธิ ตัดโอกาสของประชาชนที่สนับสนุนพรรคเล็กหรือไม่ รวมถึงขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ซึ่งเคารพทุกเสียงของประชาชนหรือไม่
การเสนอคำแปรญัตติดังกล่าวได้หารือกับพรรคก้าวไกล และเห็นว่าเปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำนั้นเหมาะสม โดยพรรคเล็กที่ร่วมลงชื่อเสนอ คำแปรญัตติ และเห็นด้วยกับทิศทางที่เสนอ ได้แก่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลังไทยรักไทย และพรรคประชาธรรมไทย ในการลงชื่อเสนอญัตติ พรรคพลังท้องถิ่นไทได้ร่วมลงชื่อด้วย
‘ศรัณย์วุฒิ’แจงขู่กระทืบอนุกมธ.
ที่รัฐสภา นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 แถลงกรณีมีข่าวว่าเข้าไปโวยวาย ใช้คำพูดข่มขู่ และ หยาบคาย อาทิ “กูจะกระทืบมึง” “มึงรู้จักศรัณย์น้อยไปแล้ว” ในห้องกมธ.เนื่องจากไม่พอใจอนุกมธ.รัฐวิสาหกิจ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและทุนหมุนเวียน ที่แขวนงบของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติว่า ตนปกป้องไม่ให้แขวนงบวิจัย เนื่องจากหน่วยงานวิจัยตอบได้ทุกประเด็น แต่กมธ.บางคนทำตัวเสมือนหมาป่าจ้องจะกินลูกแกะ ซึ่งงานวิจัยที่กมธ.ตัดงบไป เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับยาฆ่าไวรัสกลายพันธุ์ ซึ่งประเทศไทยประกาศว่าจะมียุทธศาสตร์ต่อสู้โควิด วันนี้เราไปซื้อวัคซีนและต้องซื้อยาในราคาแพง นี่คือสิ่งที่งานวิจัยกำลังจะตอบโจทย์ประเทศและแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาโควิดกลายพันธุ์
“ผมจึงสงสัยว่ากมธ.คนนั้นหัวใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงตัดงบวิจัยเรื่องโควิด สิ่งที่กมธ.คนนี้บิดเบือน เช่น อ้างว่าเช่าคอมพิวเตอร์มาในราคาแพง แต่ในข้อเท็จจริงมีใบคำขอชัดเจนว่าขอเช่าแค่ 12 เดือน จ่ายเดือนละ 6,000 บาทต่อเครื่อง แต่บิดเบือนว่ากระทรวงที่เกี่ยวกับงานวิจัยจะใช้ 5 ปี ถ้าเช่า 5 ปีจะคิดค่าเช่าตัวละ 3 แสนบาทแพงกว่ามาก ส่วนที่บอกว่าผมไปทานข้าวกับส.ส.ฟากรัฐบาลนั้น ผมเชิญพวกเขามารับฟังข้อเท็จจริงตอนช่วงเที่ยง ซึ่งพวกเขายังไม่ได้ทานข้าว ผมเลี้ยงข้าวหมูแดงทานกันแบบง่ายๆ” นายศรัณย์วุฒิกล่าว

อวยพร – กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำหุ่นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ อวยพรให้ติด โควิด-19 ประชดเรื่องจัดการวัคซีน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ก.ค.