กลุ่มจตุพรร่วม
บก.ลายจุดไล่ตู่
อาชีวะก็ตะเพิด
‘คาร์ ม็อบ’ อีกวันนี้ ‘สมบัติทัวร์’ รวมพลตระเวนบุกยื่นหนังสือ 4 พรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และรวมพลังประชาชาติไทย ขณะที่กลุ่มสามัคคีประเทศออกแถลงการณ์สานต่ออุดมการณ์ของจตุพร เข้าร่วมกับบ.ก.ลายจุดเคลื่อนไล่ประยุทธ์ ชี้เป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย ประชาชนอดอยาก ส่วน ‘ไบรท์’ นำม็อบฮือกระทรวงสาธารณสุขทวงวัคซีนคุณภาพให้คนไทย
วันที่ 9 ก.ค. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงเส้นทางคาร์ ม็อบ ในวันเสาร์ที่ 10 ก.ค.นี้ โดยนัดหมาย 13.00 น. นัดเจอกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ใช้เส้นทางมุ่งหน้าสะพานพระปิ่นเกล้ากลับรถแยกอรุณอมรินทร์ แล้ววนกลับมาที่อนุสาวรีย์ฯใหม่ จากนั้นไปตั้งขบวนที่ป้อมมหากาฬ ผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนเคลื่อนขบวนไปพบกับพรรคร่วมรัฐบาล
สำหรับพรรคแรกที่ไปพบคือพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เส้นทางถนนหลานหลวง แยกยมราช เลี้ยวซ้ายแยกอุรุพงษ์ เข้าถนนพระราม 6 เมื่อผ่านหน้าร.พ.รามาธิบดีให้งดใช้เสียง ไปแยกตึกชัย ผ่านแยกโรงกรองน้ำ เมื่อผ่านร.พ.วิชัยยุทธให้งดใช้เสียง มายื่นหนังสือที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นมุ่งหน้าไปพรรคภูมิใจไทยใช้ถนนพระราม 6 ผ่านตลาด อ.ต.ก. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน ผ่านห้าแยกลาดพร้าว ผ่านแยกเกษตร ถึงพรรคภูมิใจไทย
จุดต่อมา คือพรรคพลังประชารัฐ โดยกลับรถใช้ถนนพหลโยธินขาเข้า-เลี้ยวซ้ายเข้าแยก รัชโยธินมุ่งหน้าถนนรัชดาภิเษก ผ่านหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือ จากนั้นจะเดินทางไปพรรครวมพลังประชาชาติไทยมุ่งหน้าแยกรัชดา-ลาดพร้าว ยื่นหนังสือ เป้าหมายสุดท้ายคือแยกราชประสงค์ ใช้ถนนรัชดาภิเษก ยาวถึงแยกอโศกมนตรี เลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิท จนถึงแยกราชประสงค์ จอดรถหน้าห้างสรรพสินค้า ก่อนกดแตรดังๆ ยาวๆ ส่งท้าย ก่อนแยกย้าย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือตลอดกิจกรรม เว้นระยะห่าง ไม่ลงจากรถหากไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
วันเดียวกัน ที่พีซทีวี ซอยรามอินทรา 40 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นางพะเยาว์ อัคฮาด นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก นายนันทพงศ์ ปานมาศ และคณะร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ฉบับที่ 1 ว่า เนื่องด้วยศาลสถิตยุติธรรมมีคำสั่งให้จำคุกต่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และหนึ่งในแกนนำคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ท่ามกลางข้อกังขาที่ว่า นายจตุพรได้จำคุกมาครบแล้วใน 2 คดี ซึ่งเป็นคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ทั้ง 2 คดี โดยเป็นการนับพร้อม จำคุกพร้อมกันทั้งสองคดีซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อจำคุกจนครบและได้หมายบริสุทธิ์จนปล่อยตัวมากว่า 3 ปี แล้ว กลับมีเหตุให้ต้องกลับไปจำคุกอีกครั้ง เนื่องจากนับวันขังไม่ครบและให้นับต่อใหม่ ซึ่งคดีเช่นนี้แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกระบวนการยุติธรรมไทย
คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอยืนยันว่า แม้นายจตุพร จำเป็นต้องหยุดพักภารกิจชั่วคราว แต่การเคลื่อนไหวจะยังเดินหน้าต่อไป เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมือง ภายใต้การนำของนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะเหมือนเดิมทุกประการ ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้งคุกคามแกนนำคณะสามัคคีฯ ไม่สามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนได้ และข้อครหาที่มีผู้มีอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อเตะตัดขาการต่อสู้ของประชาชน ไม่อาจประสบความสำเร็จ เพราะการต่อสู้เพื่อขับไล่รัฐบาลที่ชั่วช้า ทุจริตคอร์รัปชั่นอำนาจและเงินตรา ค้าความตายของประชาชน เป็นฉันทานุมัติของคนไทยทั้งประเทศแล้ว ไม่มีใครที่กลัวการถูกดำเนินคดีใดๆ ที่ไม่ชอบธรรม เพราะภารกิจการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และพวก เป็นภารกิจเพื่อชาติบ้านเมืองและส่วนรวมอย่างแท้จริง แม้แกนนำคนใดต้องถูกดำเนินคดี ก็จะมีแกนนำคนใหม่ออกมานำการต่อสู้ไม่มีสิ้นสุด
สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ ชะตาขาดแล้ว เนื่องจากบริหารบ้านเมืองล้มเหลว ไร้ซึ่งภาวะผู้นำ เห็นแก่ตัวเอง พวกพ้อง ผลประโยชน์ และนายทุน มิได้คำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชน ดังที่ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีควรทำ และยังใช้ความเป็นความตายของประชาชนในการรักษาอำนาจไว้ ตามการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปไม่สิ้นสุด แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิดได้ จนการระบาดกว้างขวาง พี่น้องประชาชนทุกข์ยากลำเค็ญไปทั่วทุกหัวระแหง วัคซีนที่นำเข้ามาก็ถูกกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจนด้วยการผูกขาดการนำเข้าวัคซีนอย่างเป็นระบบ หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอำนาจต่อไป ปัญหาประเทศไทยก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เสียหายทั้งชีวิต เศรษฐกิจ สังคมของประชาชนทั่วไป
จึงขอประกาศว่า จะก้าวข้ามความขัดแย้งในหมู่ประชาชนและสามัคคีประชาชนทุกฝ่าย เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกโดยเร็วที่สุด ก่อนชาติบ้านเมืองจะพังทลาย และความเสียหายจะยากเกินเยียวยามากไปกว่านี้ โดยขอส่งสารฉบับนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี อย่าได้ใช้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 เป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจและหลอกลวงประชาชนอีกเลย เพราะปัจจุบันนี้ บุคลากรทางการแพทย์เริ่มจะรับมือกับสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ไม่ไหวแล้ว เพราะการขาดความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ชั่วช้าสามานย์ อย่าให้ประเทศต้องถูกทำลายเพราะ ผู้มีอำนาจที่ฉ้อฉลไม่กี่คนอีกต่อไปเลย
โดยในวันเสาร์ที่ 10 ก.ค.นี้ คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอประกาศเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบกับเครือข่ายนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ สมบัติ (ทัวร์) เพื่อร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯ
วันเดียวกัน นายชินวัตร หรือ ไบรท์ จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่มราษฎรนนท์ พร้อมกลุ่มผู้เรียกร้องประมาณ 20 คน นำรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาปักหลักหน้าทางเข้ากระทรวงสาธารณสุขฝั่งประตูทางเข้าออกโรงพยาบาลศรีธัญญา ริมถนนติวานนท์ พร้อมปราศรัยโจมตีการทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ในเรื่องการจัดซื้อวัคซีนด้อยคุณภาพจากจีนมาฉีดให้ประชาชนจำนวนมาก รวมถึงมาตรการการป้องกันโควิดที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงจนทำให้มีประชาชนติดเชื้อโควิดและล้มตายเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้นายชินวัตรยังได้ประกาศรอมวลชนสนับสนุนอีกหลายกลุ่มที่จะเดินทางมาสมทบ ก่อนที่เวลา 15.00 น. จะเคลื่อนพลเข้าไปอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องหน้าสำนักงานภายในกระทรวงสาธารณสุข
ต่อมาในเวลา 15.00 น. นายชินวัตรพร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตัวจากริมถนนหน้าทางเข้ากระทรวงมายังหน้าประตูทางเข้าออกของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.เมืองนนทบุรี และ ภ.จว.นนทบุรี ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 2 กองร้อย ตั้งแถวพร้อมโล่เตรียมรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยนายชินวัตรแกนนำกลุ่มประกาศว่าหากไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าทำกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ในกระทรวงก็พร้อมที่จะปักหลักประท้วงอยู่ที่นี้จนกว่าจะมีมวลชนมาเสริมกำลังต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศแจ้งเตือนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องของการร่วมกลุ่มทำกิจกรรม
ที่กระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยศสมสวัสดิ์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อยจาก 7 หน่วยงานในพื้นที่ จ.นนทบุรี ประกอบด้วย สภ.ปากเกร็ด สภ.เมืองนนทบุรี สภ.รัตนาธิเบศร์ สภ.บางใหญ่ สภ.บางบัวทอง สภ.ไทรน้อย และสืบสวนจังหวัด ปฏิบัติภารกิจหลักป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามาภายในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข โดยเปิดประตู 3 เพื่อระบายรถของประชาชนที่มาฉีดวัคซีนประจำวัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงสาธารณสุข ประกันสังคม ก.พ. เพื่อให้เดินทางกลับบ้านได้
เมื่อเวลา 16.45 น. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล มีกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย นำโดย ม่อน มีนบุรีโปลีเทคนิค มาแสดงจุดยืนต่อต้านเผด็จการ พร้อมเรียกร้องเรื่องการจัดสรรวัคซีนและมาตรการเยียวยา โควิด-19 บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐก่อนเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยทำกิจกรรมพ่นสีบนผ้าขาวที่พาดบริเวณรั้วทำเนียบรัฐบาล และนำหุ่นฟางติดรูป พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมแขวนป้ายคำว่า “นะจ๊ะ” ส่วนหุ่นตัวที่ 2 ได้ติดรูป พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แขวนป้าย “อัศวินก็ไม่รู้” มาตั้งโชว์ โดยระบุว่า มาทำเนียบด้วยสันติวิธีและต้องการความชัดเจนของผู้นำ พร้อมอวยพรให้นายกฯ ติดโควิด-19 ส่วนคณะรัฐมนตรี ส.ส.หรือส.ว. ที่จะไม่รับเงินเดือน อยากทราบว่าเอาคอนเทนต์นี้มาจากที่ใดใช่ผู้ว่าฯ ปทุมธานีหรือไม่ แต่ถามว่าโควิดระบาดมาตั้งแต่ปีที่แล้วถึงวันนี้ยังฉีดวัคซีนไม่ถึงไหน คำว่า ขอโทษคำนี้สะกดเป็นหรือไม่ เคยที่จะขอโทษประชาชนหรือไม่
ส่วนนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่ถอนคำสาบานต่อท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม และฝากว่าเป็นคนอย่าเนรคุณ คำนี้เคยพูดจำได้หรือไม่ แล้วท้าให้บอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ก่อนประกาศร่วมกิจกรรม นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมือง จัดคาร์ ม็อบโดย สมบัติทัวร์ ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ จึงเชิญชวนประชาชนให้ออกมาขับรถไล่พลเอกประยุทธ์ และคณะรัฐบาล ก่อนจบกิจกรรมและแยกย้ายกลับ

ทวงวัคซีน – กลุ่มราษฎรนนทบุรี นำโดย นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ทวงถามความชัดเจน รมว.สาธารณสุข กรณีจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา หรือยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ ซิโนแวค ที่หน้ากระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 9 ก.ค.