‘ไทยไม่ทน’ลั่น
เดินหน้าลุยแน่
จี้แก้รธน.-โควิด
‘กลุ่มไทยไม่ทน’ ตั้งม็อบข้างทำเนียบประกาศเดินหน้า ภารกิจจำเป็นสูงสุดไล่ ‘บิ๊กตู่’ ไม่เลิกตราบใดที่ยังอยู่ในตำแหน่งลั่นเป็นพี่น้องกับทุกคนที่ไล่นายกฯ ย้ำไม่สนใจใครจะเป็นคนใหม่มานั่งเก้าอี้ แต่ต้องให้ฉันทามติกับประชาชนว่า แก้โควิด-19 กี่เดือน เศรษฐกิจจะฟื้นกี่เดือน รัฐธรรมนูญใหม่ร่างเสร็จกี่เดือน และคืนอำนาจให้ประชาชน

ไล่ไม่เลิก – ผู้ชุมนุมกลุ่มไทยไม่ทนฯ จุดเทียนอ่านแถลงการณ์นัดเปิดแผนชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 13 ก.ค. เดินหน้าไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 ก.ค.
เมื่อเวลา 16.000 น. วันที่ 11 ก.ค. กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ และแนวร่วม กปปส. ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม ผู้เปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชั่นในกองทัพ นายนันทพงศ์ ปานมาศ แกนนำเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นายณัฐภัทร อัคฮาด เครือข่ายญาติผู้เสียชีวิตเหตุการณ์พฤษภาคม 53 นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. นายรุ่งเรือง ชูเลิศ หรือจอมพล ปฏิวัติ และประชาชนจำนวนหนึ่ง ร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ
บรรยากาศบนเวทีมีผู้ขึ้นปราศรัยสลับการแสดงดนตรีของ ‘แก้ว มดคันไฟ’ ศิลปินเพื่อชีวิต ซึ่งเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเข้าร่วมกิจกรรมแฟลชม็อบกับกลุ่มนักศึกษาและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยทีมงานจัดเครื่องพ่นแอลกอฮอล์ ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าพื้นที่ฟังปราศรัย ด้านพ่อค้าแม่ค้าได้มาตั้งร้านขายของ เตรียมพร้อมรับผู้ชุมนุมเช่นเดียวกัน ส่วนด้านเจ้าหน้าที่จัดกำลังพลตั้งรับ พร้อมนำลวดหนามหีบเพลง รวมถึงแผงเหล็กกั้นจุดต่างๆ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ทั้งบนนผิวจราจรและบันไดทางขึ้นลงสะพานลอยในพื้นที่
นายไทกร พร้อม นายนันทพงศ์ และนายจอมพล ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า รูปแบบการเคลื่อนไหว หรือการผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และมาตรการ กลุ่มจะประชุมกันเพื่อกำหนดและจะเคลื่อนไหวอย่างไรในที่ 12 ก.ค.นี้ แต่เบื้องต้นจะทำทุกวันในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และไม่ให้กระทบกับประชาชน หลักการคือขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ใครที่ไล่นายกฯ เป็นพี่น้องกัน จากแนวความคิดนี้เราจะหนุนทุกองค์กรที่ต้องการไล่ ใครที่ต้องการให้ช่วยเหลืออะไรก็พร้อมจะช่วย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หลัง 14 วันจะยกระดับการชุมนุมใช่หรือไม่ นายไทกรกล่าวว่า ใช่ ส่วนรูปแบบในตอนนี้ประสานแนวร่วมมากมาย การทำครั้งนี้มุ่งประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ได้เป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองใดทั้งสิ้น มุ่งเพียงจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ออก และไม่ได้สนใจว่าใครจะขึ้นมาเป็นนายกฯ แต่สนใจว่านายกฯ คนใหม่ ต้องให้ฉันทามติกับประชาชนว่า 1.แก้โควิด-19 กี่เดือน 2.เศรษฐกิจจะฟื้นกี่เดือน 3.รัฐธรรมนูญใหม่ร่างเสร็จ กี่เดือน และคืนอำนาจให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน บนเวทีตัวแทนจากแท็กซี่ ไม่ทน ขึ้นปราศรัยว่า เดือดร้อนแค่ไหนในการประกาศล็อกดาวน์ เห็นแท็กซี่เป็นอะไร เอาเปรียบแท็กซี่มาตลอด ทำไมเอาแต่เยียวยานายทุน แต่มองข้ามประชาชนที่เดือดร้อน เชื่อว่าทุกวันนี้โควิดไม่ได้น่ากลัวเท่ากับพล.อ. ประยุทธ์ อยากให้ทุกคนร่วมกันออกมาขับไล่ไม่อย่างนั้นเราก็จะเป็นขี้ข้าเผด็จการต่อไป รวมถึงลูกหลานเราด้วย ออกมาไล่ร่วมกับกลุ่มของเรา ทั้งไทยไม่ทนและแท็กซี่ไม่ทน
“พวกเราอดทนมานานแล้ว จะ 8 ปีอยู่แล้ว แต่ออกกฎหมายบังคับพวกเราเอาไว้ ติดโควิดทุกวันนี้ไม่มีเตียงจะนอน รัฐบาลก็ไม่เคยสนใจที่จะกระจายที่ให้กว้างไปกว่านี้กับการ กระจายอำนาจให้กว้าง แต่ก็อยู่ในพวกพ้อง ตัวเอง ฉะนั้น เราควรช่วยเหลือกัน มารวมตัวช่วยกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์” ตัวแทนจากแท็กซี่ไม่ทน กล่าว
ขณะที่แท็กซี่ไม่ทนอีกรายหนึ่ง ระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ที่จะประกาศล็อกดาวน์ เวลา 21.00-04.00 น. ทำให้ไม่สามารถออกเดินทางไปไหนได้ แท็กซี่ก็ไม่สามารถให้บริการได้ รถสาธารณะทุกประเภทก็ไม่สามารถให้บริการได้ นี่คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ทำไมเราไม่ได้รับการเยียวยา การวิ่งรถกะกลางคืนไม่มีรายได้ ขณะเดียวกันกะกลางวันแทบจะหาไม่ได้ แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายอยู่ นายกฯ ล็อกดาวน์ แต่ค่างวดรถ ค่าเช่ารถ ค่าไฟล็อกดาวน์ด้วยหรือไม่ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่โควิด-19 เข้ามาในบ้านเรา ทุกคนในประเทศไทยเดือดร้อนกันทั้งหมด ตนขับแท็กซี่กระจกใสมองเห็นหน้าคนไม่เคยเห็นคนยิ้ม เห็นแต่ความทุกข์
“7 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์บริหารมามีแต่ความทุกข์ ขอแสดงความเสียใจถึงคนที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ที่ไม่ควรจะจากไป” แท็กซี่ ไม่ทน กล่าว
ต่อมาเวลา 18.00 น. มวลชนและแกนนำร่วมกันชูสามนิ้วเคารพธงชาติ จากนั้นแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย อ่านแถลงการณ์ของคณะกลุ่มไทยไม่ทน โดยนายไทกร ระบุว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมิสามารถควบคุมได้อีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะระวังตัวเช่นไรก็มีโอกาสติดได้เช่นกัน ด้วยความผิดพลาดจากการบริหารงานของรัฐบาลอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่เคยยอมรับ และกระทำผิดพลาดซ้ำๆ ณ บัดนี้ บอกได้คำเดียวว่าประชาชนไม่หวังพึ่งรัฐบาลอีกต่อไป มีแต่จะคอยช่วยกันเองเท่านั้น
นโยบาย มาตรการต่างๆ ที่ออกมาจากภาครัฐรังแต่จะตอกย้ำซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ตัวเลขคนติดเชื้อ คนตายในแต่ละวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง นี่เพียงตัวเลขที่ประกาศ ซึ่งไม่มีใครเชื่ออย่างสนิทใจว่านั่นคือตัวเลขจริง นอกจากคนตายเพราะติดเชื้อ ยังมีอีกไม่น้อยที่ฆ่าตัวตายจากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาลฆาตกร
“ภารกิจขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเป็นเหตุจำเป็นสูงสุด มิอาจเลื่อนไปได้ อีกแล้ว ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน ที่ พล.อ. ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่ง หมายความถึงชีวิตของประชาชนที่จะเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแค่ชีวิต ยังเสียโอกาสทั้งทางชีวิต เศรษฐกิจ สังคมมากมายอย่างที่ไม่มีประเทศใดในโลกนี้พบเจอ
ดังนั้น ทางคณะไทยไม่ทนจึงขอประกาศปรับรูปแบบการจัดชุมนุมในรูปแบบดังวันนี้ หรือที่ผ่านมา และจะประกาศเปิดเผยรูปแบบการชุมนุมใหม่ให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วม และปลอดภัยมากที่สุดต่อไป ในเวลา 13.00 น. ของวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม 2564 ผ่านทางเพจ ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” นายไทกรกล่าวในท้ายที่สุด ก่อนประกาศยุติการชุมนุม แยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีเหตุรุนแรงอะไร