สุดอั้นฝนหนัก3วันติด
ส่วนที่ตรังเริ่มทรงตัว
ระนองอ่วมพายุฝนตกหนักติดต่อกัน น้ำป่าทะลักจมกระบุรี 6 ตำบล จนท.เร่งช่วยเหลือชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือน ส่วนสถานการณ์ น้ำท่วม 4 อำเภอที่ตรังเริ่มคลี่คลายแล้ว ยกเว้นพื้นที่ราบลุ่มระดับน้ำยังคงสูง อุตุฯ เตือนยังมีพายุฝนลมแรงคลื่นสูงทั้งสัปดาห์

จมกระบุรี – จนท.นำเรือท้องแบนขนข้าวของช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ 6 ตำบล อ.กระบุรี จ.ระนอง ที่ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรี ถล่มท่วม หลังฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน เมื่อวันที่ 11 ก.ค.
วันที่ 11 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์สภาพอากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า ความว่า ในช่วงวันที่ 12-17 ก.ค.ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศ ไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค.คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 13-17 ก.ค.คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ข้อควรระวัง ในวันที่ 11 และในช่วงวันที่ 14-15 ก.ค. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 12 ก.ค.
วันเดียวกัน ในพื้นที่จ.ระนอง จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอด 3 วัน เกิดน้ำป่าไหลทะลักจากแนวเทือกเขาลงสู่แม่น้ำกระบุรี และเอ่อล้นคลองเข้าท่วมบ้านเรือนและพืชสวน 5 หมู่บ้านชายแดน ในเขตพื้นที่ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ประกอบด้วย ม.2 บ้านนาน้อย, ม.5 บ้านหาดจิก, ม.6 บ้านเกาะกลาง, ม.7 บ้านคลองเงิน และม.10 บ้านหลุ่มพอล่าง ระดับน้ำสูง 30-100 ซ.ม. กระทบบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน บ้านเรือนชั้นเดียวน้ำเข้าท่วมพื้นบ้าน ส่วนบ้านเรือนไม้ 2 ชั้นได้ยกข้าวของขึ้นที่สูง โดยมีประชาชนบางส่วนได้อพยพออกจากบ้านในสวนยาง สวนปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ลุ่มต่ำไปก่อนหน้า
น้ำท่วมครั้งนี้นับว่าขึ้นมาในระดับสูง ประกอบกับน้ำทะเลหนุนขึ้นมาในลำน้ำทำให้น้ำล้นเข้ามาท่วมในพื้นที่ และคาดว่าน้ำจะยังคงท่วมอีกหลายวัน เนื่องจากพื้นดินได้อุ้มน้ำอิ่มตัว โดยอาสาสมัครกู้ภัยและอพปร.หมู่บ้านเร่งเข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ขึ้นที่สูง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน เช่น อบต. ปากจั่น, ฝ่ายปกครองอำเภอกระบุรี นำเรือท้องแบนเข้าไปตรวจสอบดูแลผู้สูงอายุ พร้อมช่วยอพยพชาวบ้านนำไปอาศัยในพื้นที่ที่ปลอดภัย และเร่งเปิดครัวพระราชทานปรุงข้าวกล่องแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่
นายวิรสิงห์ คชสิงห์ นายกอบต.ปากจั่น กล่าวว่า พื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือในขณะนี้คือพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง ม.5 และ ม.10 ที่บ้านมะกอก ซึ่งเป็นถนนทางหลวงชนบทเส้น 1006 ปากจั่น-กระใน โดยรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ โดยทางอบต.ปากจั่นร่วมกับ ฃอปพร.และหน่วยกู้ชีพ ได้นำเรือมาบริการให้ชาวบ้าน โดยปริมาณน้ำได้เริ่มเข้ามาท่วมตั้งแต่เมื่อคืนกลางดึก น้ำเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มทรงตัว น้ำป่ามาจากแนวเทือกเขาตะนาวศรีประเทศเมียนมา และแนวเทือกเขาในพื้นที่ ลงมารวมในแม่น้ำกระบุรี ส่งผลให้น้ำทะลักล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนเมื่อกลางดึก ซึ่งวันนี้คาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มจะทำให้ระดับน้ำเริ่มลดลง
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.กระบุรี ที่ได้รับผล กระทบจากน้ำป่าหลากเอ่อล้นคลองแล้ว ในพื้นที่ 6 ตำบล คือ ต.ลำเลียง, ต.น้ำจืด, ต.น้ำจืดน้อย, ต.มะมุ, ต.จปร. และ ต.ปากจั่น รวมแล้วอีกนับร้อยครัวเรือน เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ กู้ภัย อปพร. อบต.และจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดระนองต่างเร่งกระจายตัวเข้ามาในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งในส่วนที่ยังเข้าไม่ถึง พร้อมจัดหาเสบียง อาหาร ข้าวกล่อง น้ำดื่มเข้าช่วยเหลือ เป็นการเร่งด่วน
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.ตรังทั้ง 4 อำเภอเริ่มคลี่คลายลงแล้ว ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำหลายหมู่บ้านในตำบลนาเมืองเพชร อ.สิเกา และ ม.3 บ้านห้วยเหรียง ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงตั้งแต่ 20 เซนติเมตร-1.20 เมตร โดยมีน้ำท่วมขังเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ เนื่องจากอยู่ติดกับลำคลองสาขา และเป็นหมู่บ้านที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักติดต่อกันภายใน 1-2 วันนี้ ระดับน้ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ล่าสุดปภ.ตรังสั่งเฝ้าระวังต่อไปจนถึงวันที่ 13 ก.ค. โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายน้ำ เช่น ต.ควนธานี และ ต.โคกยาง อ.กันตัง ระดับน้ำในแม่น้ำตรังเพิ่มสูงขึ้นและมีดินสไลด์ 1 จุดที่ต.โคกยาง ขณะนี้ได้แจ้งให้ทางหลวงชนบทเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือแล้ว แต่รถยนต์ยังสามารถผ่านไปมาได้ โดยในช่วงบ่ายวันนี้ยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอคือที่อ.เมือง, สิเกา และกันตัง
ขณะเดียวกัน พ.อ.เฉลิมพล เทโหปการ ผบ.พัน.ร.4 กรมทหารที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ส่งทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ปภ.ตรัง สำรวจปริมาณในคลองนางน้อย ต.นาพละ อ.เมืองตรัง และที่ฝายนางน้อย ต.ละมอ อ.นาโยง พบว่าน้ำมีสีขุ่น เนื่องจากเป็นน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ปริมาณน้ำที่ไหลมากนั้นฝายนางน้อยและคลองนางน้อยยังสามารถรับปริมาณน้ำได้อีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนหากได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง