จัดเต็ม‘น้ำ-แก๊ส’
ตจว.คาร์ม็อบคึก
ตร.จัดเต็ม รถฉีดน้ำ แก๊ส น้ำตา กระสุนยาง ถล่มม็อบไล่ประยุทธ์ที่เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังทำเนียบรัฐบาล มวลชนบาดเจ็บอื้อ มีนักข่าวด้วย ขณะที่ม็อบเปลี่ยนเส้นทางจากถนนราชดำเนิน ไปยังถนนพิษณุโลกแทน แต่ก็เจอยิงแก๊สน้ำตาสกัดอีก สุดท้ายชุมนุมเผาหุ่นนายกฯ ที่แยกนางเลิ้ง ก่อนแยกย้าย ขณะที่คาร์ม็อบหลายจังหวัดคึก ทั้งที่ระยอง เชียงใหม่ อุบลฯ สกลนคร

ปะทะเดือด – เจ้าหน้าที่คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณเชิงสะพาน ชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก เพื่อไม่ให้เคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 18 ก.ค.
ม็อบไล่ประยุทธ์รวมตัว
เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มมวลชนอย่างน้อย 15 กลุ่ม อาทิ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย DRG, กลุ่มทะลุฟ้า, เฟมินิสต์ปลดแอก, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, สหภาพคนทำงาน, สหภาพไรเดอร์, We Volunteer หรือ วีโว่ และ ราษฎรออฟโรด ที่นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจาก ล้มเหลวในการบริหารราชการ รวมทั้งปัญหาการควบคุมโรคระบาดโควิด
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มมารวมตัวกันตั้งแต่เวลา 12.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์ พร้อมนำหุ่นสีขาว แต้มสีแดง ที่ทำเหมือนเลือด พร้อมรถเครื่องขยายเสียง เพื่อเตรียมพร้อมเคลื่อนขบวนในเวลา 14.00 น. โดยก่อนหน้านั้น พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ อ่านประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ห้ามชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมขอย้ำเตือนผู้ชุมนุม ว่าเป็นการกระทำความผิด จึงขอให้ยุติการชุมนุม
ด้านนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดอาสา We Volunteer หรือวีโว่ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเจ้าของห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี พร้อมยึดของที่จะใช้ประกอบฉากในการเดินขบวนวันนี้ อาทิ หุ่นล้อเลียนหุ่นศพ และของที่มีค่าในห้องพัก ต่อมาตำรวจ สภ.ปลายบาง ปล่อยตัวคุณป้าเจ้าของห้องเช่า ที่ใช้สำหรับเก็บหุ่นศพ ซึ่งทางตำรวจขอหมายศาลเข้าตรวจค้น และยึดไปทั้งหมด รวมทั้งตรวจค้นน้ำปลาร้า ที่กลุ่มวีโว่จะนำมาจำหน่าย และจ่ายเงินซื้อไปทั้งหมด 120 ขวด เพราะเกรงจะนำไปเป็นเครื่องมือในการชุมนุม
ไทยไม่ทนก็จี้ให้ลาออก
กลุ่มไทยไม่ทน โดยพ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ทีมคณะแพทย์ที่ปรึกษา กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยมีเนื้อหา ว่า “จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ ทั้งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ในการหยุดยั้งการแพร่กระจายเชื้อและสกัดการชุมนุมของประชาชน ล่าสุดได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ 13 จังหวัดแต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ได้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลต่อกระทบต่อขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขไทยเกินกว่าที่จะรับมือได้ และสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไร้น้ำยาในการแก้ไขวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ มีหนทางเดียวเท่านั้นพล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สถานการณ์จึงจะฟื้นคืนมาได้
เคลื่อนขบวนถึงแนวตร.ที่ผ่านฟ้า
ต่อมาเวลา 13.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มจัดขบวน ใช้ช่องทางถนน 4 เลนซ้ายที่มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในการตั้งขบวน ขณะที่ท้ายขบวนเลย 4 แยกคอกวัวไปแล้ว โดยเหลือ 2 เลนให้การจราจรยังสามารถใช้การได้ ในการจัดขบวนนั้น หัวขบวนจะเป็นกลุ่มที่เดินเท้า ตามด้วยรถเครื่องเสียงและกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ ปิดท้ายด้วยกลุ่มรถยนต์หรือคาร์ม็อบ
โดยแกนนำกล่าวผ่านไมโครโฟนเพื่อย้ำรูปแบบการจัดขบวนอีกครั้ง รวมถึงเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยป้องกันโควิด-19 ให้ผู้ชุมนุมสวมแมสก์ ใช้เจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่าง โดยจะเคลื่อนขบวนในเวลา 15.00 น. ซึ่งขณะรอเวลาการเคลื่อนขบวนนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมด้วยรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ต่างพากันบีบแตรเป็นระยะๆ สลับกับปราศรัยถึงการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ที่ล้มเหลวของรัฐบาล ไม่ว่าจะเรื่องโควิดหรือเรื่องการศึกษา ทั้งนี้ แกนนำได้กล่าวย้ำว่าการเคลื่อนขบวนและการชุมนุมจะเป็นไปอย่างสันติ จะไม่มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ก่อน พร้อมกล่าวเน้นย้ำข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ
เมื่อใกล้ถึงเวลาเคลื่อนขบวน มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ผู้ชุมนุมต้องกางร่มและสวมเสื้อกันฝน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมก็ยังคงปักหลักอยู่บนถนนเพื่อรอเวลาเคลื่อนขบวน และยิ่งใกล้ถึงเวลาเคลื่อนขบวนเท่าไหร่ ผู้ชุมนุมยิ่งพากันบีบแตรรถเสียงดังมากขึ้น โดยแกนนำยืนยันว่าจะเคลื่อนขบวนผ่านทางถนนราชดำเนิน
จากนั้นเวลา 15.10 น. แกนนำประกาศเคลื่อนขบวน โดยให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินเท้าเริ่มเคลื่อนขบวนล่วงหน้าไปก่อน เพื่อเว้นระยะให้พอดีกับกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ โดยมีทีมการ์ดวีโว่ประมาณ 50-100 คน นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แต่งกายด้วยชุดสีดำผูกผ้าพันคอสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ เดินคล้องแขนกันเป็นหน้ากระดานนำหน้าขบวน และมีทีมการ์ดอีกส่วนหนึ่งอยู่กลางขบวนบริเวณด้านหลังรถเครื่องเสียงด้านหน้ากลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ ขณะที่มีทีมสต๊าฟสวมปลอกแขนสีแดงเดินจับมือกันล้อมรอบให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินเท้าอยู่ตรงกลาง คอยดูแลอำนวยความสะดวก และมีทีมพยาบาลอาสา DNA เตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเพื่อดูแลประชาชน
กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินเท้ามีการถือป้ายกระดาษและป้ายผ้าสีขาวสกรีนข้อความต่างๆ เช่น “ประยุทธ์ฆาตกร” “ประยุทธ์ออกไป” มีการใช้รถโมบายเครื่องเสียง บางส่วนแสดงสัญลักษณ์ เช่น ติดป้ายกระดาษที่ตัวรถเขียนข้อความสื่อสารถึงการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล มีการวางหุ่นศพจำลองห่อผ้าสีขาวซึ่งอ้างว่าเป็นการเสียชีวิตจากโควิด-19 พาดบนหลังคารถ
ส่วนผู้ชุมนุมด้วยรถมอเตอร์ไซค์ก็ใช้วิธีอุ้มหุ่นศพจำลองหรือพาดไว้บนตะกร้าหน้ารถหรือแฮนด์มอเตอร์ไซค์แทน มีการตั้งหุ่นจำลอง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำจากกระดาษและลังกระดาษไว้ที่ท้ายกระบะ บางส่วนเปิดไฟฉุกเฉินกะพริบเป็นสัญลักษณ์ถึงการร่วมชุมนุม บางส่วนเปิดกระจกรถแล้วชูสามนิ้ว ระหว่างทางมีการปราศรัยย้ำข้อเรียกร้อง เปิดเพลง และบีบแตรเสียงดังสนั่นไปตลอดทาง
เวลา 15.20 น. ฝนหยุดตกแล้ว ผู้ชุมนุมเดินมาหยุดตรงสะพานผ่านฟ้าและพยายามจะใช้เส้นถนนราชดำเนิน แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวนมากยืนขวาง มีรถจีโน่ 2 คันตรึงกำลังอยู่ มีการวางแนวรั้วเหล็กและลวดหนามหีบเพลง ซึ่งกลุ่มการ์ด ผ้าพันคอสีเขียวพยายามเจรจาเพื่อขอผ่านไปเส้นถนนราชดำเนิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนผู้ชุมนุมที่พยายามทำลายสิ่งกีดขวางของเจ้าหน้าที่ว่าจะมีการฉีดน้ำ และเริ่มมีการฉีดน้ำด้วยความแรงที่ไม่มากนักประมาณ 4-5 ครั้ง เพื่อต้องการให้ผู้ชุมนุมหรือทีมการ์ดถอยห่างออกจากสิ่งกีดขวาง ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องการรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินราชการ โดยแกนนำได้ประกาศให้ประชาชนปรบมือให้กำลังใจการ์ดวีโว่ที่อยู่ด้านหน้า

ปะทะเดือด – เจ้าหน้าที่คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก ขณะเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 18 ก.ค.
ยิงกระสุนยาง-แก๊สน้ำตา
จากนั้นเวลา 15.50 น. ขบวนผู้ชุมนุมยังคงหยุดอยู่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศเพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันแกนนำก็พยายามสื่อสารกับผู้ชุมนุมเพื่อลงมติว่าจะเปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นถนนนครสวรรค์ ผ่านแยกนางเลิ้ง เข้าถนนพิษณุโลก เพื่อมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาลแทนหรือไม่ ระหว่างนั้นบริเวณด้านหน้าแนวเจ้าหน้าที่ คฝ.มีการปล่อยควันสีขาว สีแดง และสีเขียว โดยเจ้าหน้าที่ คฝ.ได้มีการฉีดน้ำบริเวณด้านหน้าอีกครั้ง คาดได้ว่าอาจจะเพื่อล้างกลุ่มควันดังกล่าว
ทั้งนี้ การเจรจายังดำเนินต่อด้วยความเคร่งเครียด กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยืนยันจะใช้เส้นทางราชดำเนินเหมือนเดิม โดยมีการขยับขบวนให้เข้ามาใกล้แนวการ์ดวีโว่ที่อยู่ด้านหน้ามากขึ้น
ต่อมาเวลา 16.00 น. การ์ดวีโว่เริ่มรื้อแนวรั้วชั้นแรกของเจ้าหน้าที่คฝ. ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็พยายามฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาอยู่เป็นระยะ ซึ่งระดับความแรงของน้ำนั้นแรงกว่าในช่วงแรก โดยเจ้าหน้าที่พยายามประกาศย้ำถึงกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การ์ดวีโว่พยายามบอกผู้ชุมนุมว่าให้นั่งลงและอย่าปาสิ่งของ ในตอนหนึ่งระหว่างการเจรจา แกนนำประกาศว่าเจ้าหน้าที่มีการใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุม ทั้งนี้มีผู้สื่อข่าวถูกยิงเข้าที่เอวบาดเจ็บ โดยระบุว่าไม่ได้ยินเสียงเตือนก่อน ขณะที่มีมวลชนถูกกระสุนยิงเข้าที่ตาบาดเจ็บ
ม็อบเปลี่ยนเส้นทาง-ถึงทำเนียบ
เวลา 16.15 น. แกนนำประกาศเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล โดยเปลี่ยนมาใช้เส้นถนนนครสวรรค์ ผ่านแยกนางเลิ้ง เข้าถนนพิษณุโลกแทน จังหวะเปลี่ยนเส้นทางบรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีผู้ชุมนุมบางส่วนโดนแก๊สน้ำตาจึงต้องหยุดยืนใช้น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือล้างบริเวณใบหน้าและดวงตา โดยขณะเคลื่อนขบวนไปตามถนนนครสวรรค์นั้น มีเจ้าหน้าที่ คฝ.ยืนตรึงกำลังตามซอกซอยต่างๆ มีผู้ชุมนุมบางส่วนด่าทอและปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ คฝ.ด้วยความไม่พอใจจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ โดยขบวนผู้ชุมใช้ถนน 2-3 เลน เหลืออีก 3 เลนให้รถสามารถจราจรได้ ในตอนหนึ่งของขบวนเดินเท้า มีผู้ชุมนุมถือป้ายผ้าสีขาวสกรีนข้อความว่า “คุมเชื้อให้ดีเหมือนคุมม็อบ” เช่นเดียวกับแกนนำที่ปราศรัยระบุว่า เรามาเรียกร้องให้ทุกคน หรือ…จะรอซิโนแวค ขณะที่ ผู้ชุมนุมกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ต่างพากันบีบแตรไปตลอดเส้นทาง
จากนั้นเวลา 16.40 น. หัวขบวนเคลื่อนผ่านแยกนางเลิ้งเข้าสู่ถนนพิษณุโลก มาถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล และหยุดลงที่บริเวณแยกพาณิชยการก่อนถึงเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ไม่สามารถเคลื่อนขบวนเข้าไปได้มากกว่านั้น เนื่องจากมีตู้คอนเทนเนอร์ตั้งขวางเอาไว้ มีรถจีโน่ รถตู้ตำรวจ พร้อมด้วยแนวกั้นรั้วเหล็กและลวดหนาม ซึ่งผู้ชุมนุมบางส่วนรวมถึงทีมการ์ดวีโว่นั่งลงบนถนนเพื่อพักผ่อนอิริยาบถ ขณะเดียวกันแกนนำก็ยังคงปราศรัยไปเรื่อยๆ ย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อ และให้ผู้ชุมนุมที่พบเจอกระสุนยางให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ในด้านหนึ่งมีการวางผืนผ้าไวนิลขนาดใหญ่สกรีนรูป พล.อ.ประยุทธ์พร้อมสาดสีแดงใส่ที่ใบหน้า โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมเพื่อกระชับพื้นที่ไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้
ตร.ระดมยิงอีก-มวลชนกระเจิง
เวลา 16.50 น. เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับมีเสียงคล้ายยิงปืนกระสุนยาง โดยการ์ดวีโว่พยายามบอกให้ผู้ชุมนุมนั่งลงและอยู่ด้านหลังแนวกั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำเรื่อยๆ และเพิ่มระยะแรงดันน้ำให้ไกลขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นน้ำผสมแก๊สน้ำตา ด้านผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามขว้างปาสิ่งของไปหาเจ้าหน้าที่ด้วยความไม่พอใจ
ทั้งนี้ แกนนำประกาศย้ำกับผู้ชุมนุมว่าให้เป็นหน้าที่ของการ์ดในการเจรจาในแนวปะทะ และขอให้ผู้ชุมนุมด้านหลังที่มีหน้ากากทยอยส่งขึ้นมาให้แนวหน้า โดยแกนนำได้ขยับรถเครื่องเสียงให้เข้ามาใกล้บริเวณแนวหน้ามากยิ่งขึ้นเพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงมีการฉีดน้ำ มีเสียงดังคล้ายปืนกระสุนยางและระเบิด โดยมีกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างหนาแน่นเป็นจำนวนมาก และด้วยแรงลมทำให้ผู้ชุมนุมตั้งแต่แนวการ์ดด้านหน้าต้องร่นขบวนถอยหลังลงไปไกลถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง ผู้ชุมนุมบางส่วนมีอาการแสบตา ไอ สำลัก แสบผิวหนัง ต้องใช้น้ำหรือน้ำเกลือในการล้างหน้า ล้างคอ และล้างตัว

ม็อบ18ก.ค. – ผู้ชุมนุมเยาวชนปลดแอก และกลุ่มแนวร่วมหลายเครือข่าย ทำกิจกรรมเผาหุ่นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกลุ่มทุนผูกขาดต่างๆ พร้อมทำพิธีเผาพริกเผาเกลือ ที่บริเวณสี่แยกนางเลิ้ง เมื่อวันที่ 18 ก.ค.
เผาหุ่น-ประกาศยุติชุมนุม
ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มมวลชนที่เคลื่อนขบวนมายังหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม ถนนพิษณุโลก ถูกเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่อีกครั้ง เพื่อกดดันให้ถอยร่นไปจากเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ จนกระทั่งมวลชนต้องถอยไปที่แยกนางเลิ้ง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ต่อเนื่อง โดยกลุ่มมวลชนต้องใช้รถดัมพ์ 6 คันจอดเรียงและยกกระบะขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มวลชนได้รับอันตราย
ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เผาหุ่นพล.อ.ประยุทธ์ และกลุ่มนายทุน ต่อมาเพจเยาวชนปลดแอก ประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 18.30 น.

กดแตรไล่ – ‘ไมค์’ ภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำราษฎร ขึ้นปราศรัยก่อนนำขบวน คาร์ม็อบกว่า 100 คัน เคลื่อนไปตามถนนสุขุมวิท อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมกดแตรรถเป็นสัญลักษณ์ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นนายกฯ เมื่อวันที่ 18 ก.ค.
ระยองร่วมไล่บิ๊กตู่ด้วย
ที่จ.ระยอง เมื่อเวลา 15.30 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง พร้อมด้วยคาร์ม็อบกว่า 100 คัน จอดเรียงแถวกันหน้าปั๊ม ปตท. ต.ตะพง ริมถ.สุขุมวิท อ.เมือง จ.ระยอง โดยมีรถขบวนนำเป็นเวทีปราศรัย ก่อนเคลื่อนตัวรถยนต์ทั้งหมด โดยมีการเปิดไฟ บีบแตร เป็นเชิงสัญลักษณ์ โดยจะหยุดบีบแตรเมื่อเข้าเขตร.พ.ระยอง
นายภานุพงศ์ หรือ ไมค์ ระยอง กล่าวว่า การรวมตัวกันวันนี้เพื่อเคลื่อนตัวไป 4 เป้าหมาย โดยเป้าหมายที่ 1 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จ.ระยอง เพื่ออ่านจดหมายเปิดผนึกให้นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ลาออก เพราะผิดพลาดเรื่องการบริหารงานจนทำให้โควิดระบาด มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
จุดหมายที่ 2 สำนักงานสาธารณสุขจ.ระยอง เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โดยการมอบดอกไม้
จุดหมายที่ 3 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ จ.ระยอง เพื่ออ่านจดหมายเปิดผนึก เกี่ยวกับการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ระยอง และเป้าหมายสุดท้ายคือ ศูนย์ราชการจ.ระยอง เพื่ออ่านจดหมายเปิดผนึกส่งไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลาออกเพราะบริหารประเทศล้มเหลว
ต่อมาจำนวนรถที่ร่วมขบวนกว่า 100 คันเคลื่อนตัวออกไปสู่เป้าหมาย พร้อมเปิดไฟ เสียงแตรรถดังสนั่นไปทั่วถนนที่วิ่งผ่าน โดยมีรถที่สวนเลนมาบีบแตรตอบรับกันจำนวนมาก เสมือนส่งสัญญาณร่วม
อุบลฯ ก็มีคาร์ม็อบ
ที่จ.อุบลราชธานี ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย หรือ ทนายแชมป์ แก้วคำปอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แกนนำคณะอุบลปลดแอก นำรถแล่นไปตามหน่วยราชการ อาทิ บ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัด สถานีตำรวจ สำนักงานอัยการ และศาลจังหวัด โดยแต่ละจุดจะบีบแตร 3 ครั้ง เพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องให้ยกเลิกการจัดงานแห่เทียนเข้าพรรษา จัดหาเตียงให้ผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ หยุดตั้งด่านตรวจ หยุดรับใช้เผด็จการ ไม่ใช้กฎหมาย ม.112 ดำเนินคดีกับประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว
ต่อจากนั้นขับรถไปรวมกับกลุ่มมวลชนที่จัดกิจกรรมไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สวนสาธารณะห้วยม่วง ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี พร้อมเรียกร้องให้รีบจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิด-19 มาให้ประชาชนฉีดโดยเร็วและเพียงพอ
โดยกลุ่มผู้ประท้วงนำป้ายผ้าขนาดใหญ่มาติดที่สะพานลอยเดินข้ามถนนริมสวนสาธารณะด้วยข้อความว่า “คอย วัคซีน อยู่” และหุ่นเปื้อนเลือดทำจากผ้ามัดแล้วห้อยหัวลง และป้ายผ้าเขียนข้อความโจมตีรัฐบาล ซึ่งบางส่วนได้ถูกเก็บออกไปแล้วหลังมารวมตัวกลุ่มมวลชนได้เคลื่อนรถปราศรัยไปรอบเมือง ก่อนมาจบที่สนามหญ้าศาลากลางหลังเก่า ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองในเย็นวันเดียวกัน
เชียงใหม่ออกมานับพันคน
ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มประชาชนชาวเชียงใหม่ใช้ชื่อว่า กลุ่มชาวนครพิงค์รวมตัวกันบริเวณสนามหญ้าหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นก็พากันเคลื่อนขบวน โดยเป็นรถยนต์จำนวน 500 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 150 คน ผู้รวมขบวนประมาณ 1,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทางผู้ชุมนุมขับเคลื่อนขบวนไปตามถนนและได้บีบแตร ชูสามนิ้ว บ้างก็เปิดประทุนออกมาชูสามนิ้ว โดยไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็ได้บีบแตรรถ และทำกิจกรรมบริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
สกลนครเผาหุ่นนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจัดกิจกรรม ทัวร์สกลนคร ขับไล่เผด็จการว่า เป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มสมาชิกพรรคก้าวไกลจังหวัดสกลนคร กลุ่มคณะก้าวหน้า และประชาชนจำนวนหนึ่งนำรถยนต์ ทั้งรถจักรยานยนต์ มาร่วมในกิจกรรมกว่า 30 คัน มีหลายคัน ได้ติดสติ๊กเกอร์ มีคำว่ารัฐบาลฆาตกร เมื่อถึงเวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นเวลานัดหมาย พากันเคลื่อนขบวนทัวร์จากตลาดบายพาสสกลนครเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร โดยกำหนดจุดสิ้นสุดที่สนามมิ่งเมือง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
การเคลื่อนขบวนครั้งนี้ ได้นำโลงศพ นายกฯประยุทธ์ ขึ้นรถแห่ไปพร้อมขบวน รถแต่ละคันที่ร่วมขบวนเปิดไฟหน้ารถและบีบแตรดังลั่นตลอดเส้นทาง มีประชาชนที่ได้ยินให้ความสนใจกันมาก ประชาชนบางคนที่อยู่ตามรายทาง แสดงสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ขับไล่เผด็จการ ไม่ทน กับการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถือว่าบริหารงานผิดพลาด ล้มเหลวในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และทั้งเรื่องการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักในประเทศไทยในขณะนี้ เมื่อไปถึงจุดสนามมิ่งเมือง กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมนำโลงศพของนายกฯ มาเผา ก่อนยุติกิจกรรม เวลาประมาณ 18.00 น.