สมภารมรณภาพ
ป่วยจากบิณฑบาต
เซ่นเศรษฐกิจทรุด
แท็กซี่รมควันฆ่าตัว
จี้แบข้อมูลวัคซีน

สลดโควิดคร่า เจ้าอาวาส ติดเชื้อจากการบิณฑบาตที่ตลาดนนท์ กทม.เร่งช่วย พระ-สามเณร ร.ร.พระปริยัติธรรมติดเชื้อ 202 รูป 2 ด.ญ.บางพลีช็อก แม่ดับคาบ้าน ตรวจเชื้อพบติดโควิดยกครัว แห่อาลัยกู้ภัยสาว ช่วยคัดกรองด่านหน้า ติดเชื้อเพราะคนป่วยปกปิดข้อมูล ยอดโควิดไม่ลด ยังยืน 1.5 หมื่น สะสมเฉียดครึ่งล้าน ดับ 87 ราย ศปก.ศบค.รายงานยังมี ผู้ติดเชื้อเข้าช่องทางบกตามแนวชายแดน 333 นักวิชาการ-สื่อ-ประชาชน ร่วมกันลงชื่อจี้รัฐเปิดเผยข้อมูลวัคซีน เสนอผ่อนปรนร้านอาหารในห้างให้ขายออนไลน์ ส่งผู้ติดเชื้อรักษาที่บ้านเกิดแล้วพันราย ทบ.ปรับร.พ.ค่ายเป็นร.พ.สนาม ธ.ก.ส.ผุดมาตรการช่วยเกษตรกร รถไฟพร้อมแล้วเริ่มส่งผู้ป่วย 7 จังหวัด สถานีบางซื่อให้วอล์กอินได้ถึง 31 ก.ค.นี้

ติดเชื้อนิวไฮอีก

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ศูนย์โควิด-19 ได้เผยยอดผู้ติดเชื้อใหม่ ประจำวันที่ 26 กรกฎาคม พบผู้ติดเชื้อ เพิ่ม 15,376 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,335 ราย ผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,041 ราย ป่วยสะสม 483,815 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยกลับบ้าน 6,782 ราย หายป่วยสะสม 314,049 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) เสียชีวิต 87 ราย

ขณะที่ทวิตเตอร์ ศปก.ศบค. รายงานสรุปสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลกผู้ติดเชื้อคงที่ ประเทศเพื่อนบ้านยังพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง ส่วนในประเทศสถานการณ์การแพร่ระบาดเพิ่มสูงขึ้น การกระจายทั่วประเทศพบมากในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ป่วยอาการรุนแรงและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจมีมากขึ้น เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง เตียงรองรับผู้ป่วยเริ่มขาดแคลนในหลายพื้นที่ และยังคงมีผู้ติดเชื้อเดินทางเข้าประเทศทางช่องทางบก (กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย) ตลาด โรงงาน ชุมชน แคมป์ก่อสร้าง ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

นายกฯ สั่งเร่งฉีดวัคซีน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ห่วงใยและได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิต

ที่ผ่านมา กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สำนักอนามัย กทม. สำนักงานเขตในพื้นที่ ทหาร ตำรวจและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) จัดทีมลงพื้นที่เร่งบริการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคและหญิงตั้งครรภ์ในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ รวมทั้งได้ให้คำแนะนำแนวทางการป้องกันโรคโควิด-19 ตามมาตรการ D-M-H-T-T ของสาธารณสุข เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อ

“จํานวนยอดสะสมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไทยถึงวันที่ 25 ก.ค. 2564 รวมทั้งสิ้น 15,994,842 ราย จําแนกเป็น ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จํานวน 12,339,985 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จํานวน 3,654,857 ราย สำหรับการฉีดวัคซีนในพื้นที่กรุงเทพ มหานคร มียอดสะสม 5,318,434 โดส แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 3,341,846 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มจำนวน 988,294 ราย” นายอนุชากล่าว

นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลกล่าวถึงคำแนะนำเพื่อดูแลผู้สูงอายุให้ยึดหลัก 5 อ. ของ กระทรวงสาธารณสุข ที่ประกอบไปด้วย 1.อาหารสะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ เลี่ยงอาหารหวาน หรือเค็มจนเกินไป โปรตีนสูง เสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาสุขภาพช่องปาก 2.อารมณ์ อย่ารับข่าวสารมากเกินไป ทำกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชื่นชอบ 3.ออกกำลังกาย ออกกำลังกายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ หรือเท่าที่ทำได้ตามสภาพร่างกาย 4.เอนกายพักผ่อน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง 5.ออกห่างจากสังคมนอกบ้าน ทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแล

ผ่อนปรนร้านอาหารในห้าง

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกฯ กล่าวว่า จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 20 ก.ค. และที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) วันที่ 22 ก.ค. มีแนวนโยบายให้ฝ่ายแพทย์พิจารณาผ่อนคลายมาตรการสำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ให้สามารถเปิดขายออนไลน์ได้นั้น ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณามาตรการจำหน่ายอาหารออนไลน์ สำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะได้ นำเสนอให้ศบค. พิจารณาอนุญาตต่อไป

แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นมีดังนี้ 1.ผู้ประกอบการ จัดทำมาตรการ DMHT สำหรับพนักงานทุกคน (สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่รวมกลุ่ม และไม่รับประทานอาหารร่วมกัน) เดินทางมาทำงานแบบอยู่ในเส้นทางหรือพื้นที่ที่กำหนด (sealed route) ห้ามเปิดหน้าร้าน กรณีมีอาการทางเดินหายใจ เป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ ต้องหยุดทำงาน

2.ห้างสรรพสินค้า จัดจุดรอรับอาหาร โดยเน้นมาตรการเว้นระยะห่าง ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ไม่รวมกลุ่มกัน จุดรอเป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่พลุกพล่าน และมีระบบ DMHTTA คือการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก จัดเจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ ใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ/หมอชนะ

3.พนักงานรับส่งอาหารแบบออนไลน์ เน้นย้ำมาตรการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างผู้อื่น พกเจลแอลกอฮอล์, กรณีมีอาการทางเดินหายใจ เป็นผู้สัมผัส ผู้ติดเชื้อ ต้องหยุดทำงาน

ส่งผู้ติดเชื้อรักษาที่บ้านเกิด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลจัดระบบการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Isolation – HI) และการดูแลผู้ป่วยในชุมชน (Community Isolation – CI) สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ปรับวิธีการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุขกับหน่วยรับดูแลผู้ติดเชื้อแรกรับ ได้แก่ คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล โดยจะได้รับการจ่ายชดเชยงวดแรกแบบเหมาจ่ายในอัตรา 3,000 บาทต่อราย โอนเงินให้ทุกสัปดาห์และหลังเสร็จสิ้นสุดการดูแล หากค่าใช้จ่ายมีมากกว่าจำนวนเงินที่จ่ายแบบเหมาจ่ายไปแล้ว หน่วยบริการจะได้รับการจ่ายชดเชยเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายชดเชยตามที่กำหนด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อ “สายด่วน 1330” เพื่อการประสานหาเตียง และการแจ้งเข้าระบบดูแลผู้ป่วยที่บ้าน/ชุมชน ซึ่งสปสช. ได้เพิ่มคู่สาย อีก 500 คู่สายแล้ว หรือจะลงทะเบียนเข้าสู่ระบบดูแลตนเองที่บ้านผ่านเว็บไซต์ https://crmsup.nhso.go.th/ หรือไลน์ @nhso ก็ได้

สำหรับผู้ป่วยในพื้นที่กทม.และปริมณฑล หากประสงค์ต้องการเดินทางกลับไปรักษาตามภูมิลำเนา สามารถแจ้งความจำนงที่หมายเลข 1330 ได้เช่นกัน หรือจะลงทะเบียนทางเว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th/ ที่ผ่านมา สปสช.ได้ส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาแล้วประมาณกว่า 1,000 ราย โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน กล่าวคือ สปสช. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กรมการขนส่งทหารบก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้การขนส่งผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรค ลดการแพร่กระจายเชื้อระหว่างทาง พร้อมมีเจ้าหน้าที่วิดีโอคอลให้คำปรึกษาระหว่างการเดินทางด้วย

สลด2ด.ญ. – พี่น้องเด็กหญิงวัย 7 และ 9 ขวบ ไหว้ศพแม่เป็นครั้งสุดท้าย หลัง แม่ป่วยหนักเสียชีวิตคาบ้านในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพราะติดเชื้อโควิด-19 โดย ทั้งคู่นอนเฝ้าศพทั้งคืนและผลตรวจก็พบได้รับเชื้อด้วย เมื่อ 26 ก.ค.

333‘นักวิชาการ-สื่อ’แถลง

เครือข่ายนักวิชาการและสื่อมวลชน 333 คน ออกแถลงการณ์ เสนอเปิดเผย “ข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19 ตามหลัก Open data” ความว่า วิกฤตการณ์การระบาดของโควิด-19 สร้างความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชน ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ สาธารณสุข และสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการและการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรม คือ กุญแจสำคัญในการผ่านวิกฤตในครั้งนี้ “การเปิดเผยข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19 ตามหลัก Open data” จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสื่อสารว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะบริหารจัดการวัคซีนอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้สังคมได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูล เข้าใจในกระบวนการตัดสินใจของภาครัฐ และนำไปสู่บรรยากาศของความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ และภาคสังคม ซึ่งจะช่วยให้สังคมมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ ให้ความมั่นใจกับประชาชน และลดปัญหาความสับสนจากปัญหาข่าวลือและข่าวปลอม

เครือข่ายนักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชน ดังมีรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 41 (1) ประกอบมาตรา 59 และ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ซึ่งรับรองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่อยู่ในครอบครองของรัฐและกำหนดเป็นหน้าที่ให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่ประชาชน โดยเสนอให้รัฐบาล ศบค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผย “ข้อมูลบริหารจัดการและกระจายวัคซีนโควิด-19” ดังรายการต่อไปนี้

จี้เปิดข้อมูลวัคซีน

1.เปิดเผยกระบวนการเสนอ อนุมัติ และลงนามในสัญญาจัดซื้อวัคซีนที่ผ่านมาและในอนาคต รวมถึงเงื่อนไขสำคัญๆ ในสัญญาจองซื้อและจัดซื้อวัคซีนทุกยี่ห้อ อาทิ จำนวนโดส อายุสัญญา กำหนดการส่งมอบ บทลงโทษกรณีส่งมอบล่าช้า การยกเว้นความรับผิดให้กับผู้ผลิต เป็นต้น 2.เปิดเผยแผนการจัดหาวัคซีนทุกชนิดต่อสาธารณะ รวมทั้งแผนการทดแทนวัคซีนที่ขาดแคลนในปัจจุบันและการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอและทั่วถึงในอนาคต 3.เปิดเผยหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่มีรายละเอียดการจัดลำดับความสำคัญ และจำนวนกลุ่มเป้าหมายของการจัดสรร 4.เปิดเผยแผนการฉีดวัคซีนและการบริหารจัดการวัคซีนตามกลุ่มเป้าหมายที่วางหลักเกณฑ์ไว้ 5.เปิดเผยความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเป็นรายวัน โดยมีรายละเอียด ชนิดวัคซีน บุคคลกลุ่มต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ พร้อมข้อมูลลักษณะประชากร ข้อมูลเชิงพื้นที่ (รายจังหวัด) และข้อมูลเชิงหน่วยงานที่ดำเนินการ

โดยข้อมูลที่ต้องเปิดเผยให้เป็นไปตามมาตรฐาน Open Data Standard ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่ให้สื่อมวลชนและประชาชนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ง่าย มีความละเอียด ครบถ้วน สมบูรณ์ อัพเดตอย่างสม่ำเสมอ และอยู่ในรูปแบบที่เครื่องสามารถอ่านได้ (Machine-Readble Format) เช่น ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ XLS หรือ CSV ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรม ขึ้นเกิดได้จริง ให้ประชาชนมีความหวัง และสร้างบรรยากาศที่พร้อมให้ร่วมมือกับรัฐบาลในการผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้

ทบ.ปรับร.พ.ค่ายเป็นร.พ.สนาม

พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกอง ทัพบก เปิดเผยว่า นายกฯ มีบัญชาให้หน่วยงานภาครัฐจัดชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองช่วยเหลือและรับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร.พ. การจัดเตรียมพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อคัดแยก พักคอย ก่อนส่งเข้าสถานพยาบาล พร้อมให้ปรับสโมสรทหารและใช้สถานที่ของหน่วยทหารจัดทำเป็นพื้นที่พักคอย รวมทั้งการเพิ่มร.พ.สนาม โดยใช้ศักยภาพของร.พ.ค่าย ดำเนินการนั้น ล่าสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. สั่งการให้เร่งดำเนินการตามนโยบายของนายกฯ ทันที

โดยเฉพาะการปรับการบริหารจัดการร.พ.ค่ายทุกแห่งและร.พ.สนามเดิมที่เตรียมไว้ทั้งหมด ให้เป็นร.พ.สนามกองทัพบกประจำพื้นที่หรือจังหวัด เป็นร.พ.รองรับการให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัดอย่างเต็มรูปแบบ โดยทำงานร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดในการรับและรักษาผู้ติดเชื้อ เพื่อให้การบริการประชาชนในสถานการณ์โควิดในแต่ละจังหวัดได้เต็มศักยภาพและทันต่อการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น ใช้บุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพบกร่วมกับสาธารณสุขประจำพื้นที่ดูแลผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ

ทั้งนี้ ร.พ.กองทัพบก 37 แห่งมีความพร้อมสามารถรองรับผู้ป่วยโควิดได้ถึง 3,600 เตียง อีกทั้งในปัจจุบันร.พ.ค่ายของกองทัพบกยังรับหน้าที่เป็นสถานพยาบาลที่ดูแลให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่แยกกักตัวที่บ้าน” Home isolation “ในแต่ละจังหวัดอีกด้วย นอกจากนี้ กองทัพบกกำลังเร่งปรับและเตรียมสถานที่ สโมสรทหารบก เพื่อจัดตั้งศูนย์ สำหรับคัดแยกผู้ติดเชื้อและพักรอ ก่อนส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ ร.พ.สนามกองทัพบกและร.พ.สนามในพื้นที่ กทม. โดยผู้ติดเชื้อโควิดสามารถติดต่อเข้ารับการรักษาและขอความช่วยเหลือผ่าน ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบกได้ตลอด 24 ช.ม. CALL CENTER โทร. 0-2092-7766 และ 08-8984-7605-10

อบรมชุมชนตรวจสว็อบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เผยว่า ผู้ป่วยที่ตรวจหาเชื้อแบบ ATK หากผลเป็นบวกให้ติดต่อ โรงพยาบาลที่ตรวจเพื่อนำเข้าสู่ระบบ Home Isolation หรือการกักตัวที่บ้าน และ Community Isolation (CI) หรือการแยกกักที่ชุมชน ยอมรับระบบนี้อาจมีปัญหาบ้าง แต่เราพยายามปรับปรุง ขณะที่ กทม.รายงานการลงพื้นที่ของชุดเคลื่อนเร็วแบบเบ็ดเสร็จ หรือ CCRT โดยวันที่ 25 ก.ค.ได้ลงพื้นที่ 57 ชุมชน มีประชาชนเข้ารับบริการ 5,325 ราย ตรวจ ATK 896 ราย พบเชื้อ 132 ราย ให้กักตัวที่บ้าน 123 ราย ให้อยู่ศูนย์พักคอย 1 ราย ส่งโรงพยาบาล 3 ราย รวมถึงได้ดำเนินการฉีดวัคซีน 3,897 ราย

นอกจากนี้ มีการเสนอเข้ามาว่ากลุ่มที่ตรวจ ATK ในระบบก็จะเข้าสู่การรักษา แต่ผู้ที่ซื้อไปตรวจเอง หรือตรวจโดยเอ็นจีโอ หากจะเข้าระบบอาจต้องใช้เวลา เพราะต้องไปตรวจแบบ RT-PCR และรอผลอีก 1-2 วัน ดังนั้น จึงมีแนวคิดให้ CI รับผู้ที่ตรวจ ATK แล้วผลเป็นบวก เข้าไปดูแล แต่ให้แยกส่วนกับบุคคลอื่นที่ได้รับการดูแลอยู่ก่อนหน้า เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ต้องรอการยืนยันผลการตรวจ RT-PCR อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วงเรื่องการตรวจ ATK ที่มีความแม่นยำจำกัด จึงหารือกันอย่างเร่งด่วน โดย อาจจะมีการอบรมให้ชุมชนสามารถสว็อบโพรงจมูกได้ถูกต้อง แม่นยำมากขึ้น

ร.พ.ไม้ไผ่ – ชาวบ้านช่วยกันตัดไม้ไผ่ ผูกเป็นโครงสร้าง โรงพยาบาลสนาม ที่หอประชุมเก่าของโรงเรียนเสิงสาง จ.นครราชสีมา หลังเตียงของร.พ.เสิงสางไม่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้แล้ว เมื่อ วันที่ 26 ก.ค.

สั่งราชทัณฑ์ทำแม่พิมพ์แคปซูล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้สั่งการให้เรือนจำแต่ละจังหวัดที่มีพื้นที่เพาะปลูกทดลองปลูกสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เพื่อเป็นตัวเลือกในการรักษาโควิด-19 หากที่ใดมีเมล็ดพันธุ์เพียงพอก็ให้ใช้เมล็ดปลูก แต่หากมีไม่พอก็ให้ ใช้แนวทางของเรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จ.ชัยนาท คือ เมื่อต้นแก่ที่เก็บใบให้หมด แล้วน้ำต้นที่เหลือมาตัดเป็นข้อๆ แล้วนำมาแช่น้ำยาเร่งราก ให้ข้อแรกเป็นราก ส่วนข้อบนจะงอกเป็นกิ่ง แล้วเสียบไปในแกลบดำ ประมาณ 10 วันรากจะงอก นำไปลงแปลงได้ ไม่ต้องรอถึง 4 เดือนเพื่อเก็บเมล็ดมาปลูก เป็นการช่วยลดเวลา เพราะขณะนี้ความต้องการฟ้าทะลายโจรมีมากจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่วนการเก็บใบมาอบ ถ้าไม่มีเตาอบ สามารถผึ่งลมให้แห้งได้ หรือตากที่แดดอ่อนๆ เพราะกลัวว่าหากแดดแรงเกินไป สารคลอโรฟิลล์ในใบจะหายไปหมด แล้วเมื่อใบแห้งก็เอามาบดเป็นผงเพื่อบรรจุในแคปซูลได้

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่เรือนจำชั่วคราวเขาพลองตนได้เห็นกล่องบรรจุแคปซูลสมุนไพรด้วยมือที่ทำจากไม้ บรรจุได้ครั้งละ 100 เม็ด ใช้เวลาทำประมาณ 10 นาทีต่อรอบ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจ จึงได้สั่งให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์นำแบบไปศึกษาแล้วแกะออกมาส่งให้ทุกเรือนจำผลิต เพื่อใช้ในเรือนจำเองและนำมาขายให้กับชาวบ้าน ซึ่งราคาขายคิดว่าจะมีราคาไม่แพง อาจจะอันละประมาณ 1,000 บาท โดยใช้ไม้เนื้อแข็งปานกลาง

เพิ่มเตียงร.พ.สนามทั่วกรุง

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค. มีการหารือกันถึงเรื่องมาตรการการขยายเตียง ซึ่งเดิมมีอยู่ในโรงพยาบาลหลัก 32 แห่ง ทั้งรัฐและเอกชน ไอซียูสนาม 4 แห่ง โรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง โดยโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งได้แสดงความจำนงที่จะเข้ามาช่วยดูแลเพิ่มเติม โดยจะพยายามนำตัวเลขมาแสดงให้เห็นถึงภาพรวมว่ามีกระจายอยู่ในพื้นที่ใด เขตใดบ้าง ประชาชนจะเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. ได้เน้นย้ำตลอดว่าขอให้เป็นความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม และต้องขอขอบคุณอย่างมากที่ โรงพยาบาลเอกชนหลายๆ แห่งให้ความร่วมมือดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ และต้องขอขอบคุณสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขที่ช่วยกันประสานงานทำให้เห็นภาพการขยายเตียง มีความร่วมมือของโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ซึ่งคาดหวังว่าประชาชนจะสามารถได้รับบริการที่เข้าถึงได้เร็วยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการตายที่บ้านได้

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า เราเพิ่มศักยภาพ ขึ้นมาเป็นหลายพันเตียง แต่ก็ยังทำไม่ทัน ทำไม่พอ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อไปที่ 1.5 หมื่นแล้ว ซึ่งบุคลากรสาธารณสุข ทั้งของกรุงเทพ มหานคร ปริมณฑล พื้นที่ทุกภาคส่วนก็ยัง ไม่ย่อท้อ แม้เราจะต้องปรับแผนเป็นคอมมู นิตี้ไอโซเรชั่น ต้องเพิ่มศักยภาพเตียงเหลืองแดง ในที่สุดก็คือเพื่อรักษาชีวิตประชาชน

ธกส.ช่วยเกษตรกร

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความคืบหน้ามาตรการบรรเทาปัญหาหนี้สินประชาชนและการเข้าถึงสภาพคล่องของภาคเอกชน ซึ่งในเรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำชับให้ดำเนินการต้องครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคการเกษตรด้วย โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกมาตรการสินเชื่อ 2 โครงการ วงเงินรวม 9 หมื่นล้านบาท คือ 1.โครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้แก่เกษตรกรหรือหรือบุคคลทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อการประกอบอาชีพเกษตร หรือลงทุนค้าขายที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก ให้กู้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 4% ต่อปีปลอดชำระต้นเงิน 2 ปีแรก และ 2.โครงการสินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้ให้เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปที่มีทักษะและประสบการณ์ในการประกอบอาชีพนั้นๆ อาทิ กลุ่ม Smart Farmer เพื่อมีเงินไปฟื้นฟูหรือต่อยอดธุรกิจ ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระต้นเงิน 3 ปีแรก

น.ส.รัชดากล่าวว่า สำหรับการพักชำระหนี้ ธ.ก.ส.ได้ออกมาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ถึงกําหนดชําระอย่างน้อย 2 เดือน นับจากงวดชําระเดิม ผู้สนใจแจ้งความประสงค์การเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทาง LINE Official : BAAC Family เว็บไซต์ https://www.baac.or.th หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.- 15 ส.ค.นี้ และสำหรับลูกค้าเกษตรกรและบุคคล 19 ก.ค.-15 ธ.ค. ปีนี้เช่นกัน

ขณะที่กรมบังคับคดี จัดโครงการ “บังคับคดีร่วมใจไกล่เกลี่ยช่วยเหลือเกษตกรถูกยึดทรัพย์จำนอง” เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้เจรจากัน โครงการนี้มีจนถึง 15 ก.ย.นี้ ในพื้นที่ กทม. และสำนักงานบังคับคดีจังหวัด สาขาทั่วประเทศ

เชียงใหม่ผวาฟาร์มไก่

ชาวบ้านในพื้นที่ ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ต่างหอบลูกจูงหลานต่อแถว ยาวเหยียด เพื่อเข้าคิวตรวจเชื้อโควิด บริเวณอาคารอเนกประสงค์เทศบาล ต.หนองควาย อ.หางดง หลังจากพบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในฟาร์มไก่ในพื้นที่ ซึ่งมีพนักงาน 336 รายพบติดเชื้อโควิด 61 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ประมาณ 270 ราย

ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ สั่งปิดฟาร์มไก่ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา และให้พนักงานที่สัมผัสเสี่ยงสูงต้องกักตนเอง อย่างเคร่งครัด 14 วัน พร้อมให้หมู่บ้านเป็นพื้นที่ควบคุมการเข้า-ออก และห้ามทำกิจกรรมรวมกลุ่มโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง และ ลดการเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค แต่พบว่ายังเปิดดำเนินการตามปกติ

บุรีรัมย์แจงตร.ฉีดเข็ม3

พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์) กล่าวถึงกรณีโซเชี่ยลมีเดีย เผยแพร่ภาพการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ของตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ว่าเป็นภาพและเรื่องจริง เป็นการฉีดเข็ม 3 สภ.แรก จาก 9 สภ. ที่กำลังจะฉีดในโอกาสต่อไป หรือประมาณ 99 นายของตำรวจชุดนี้ สืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ตั้งโครงการขึ้นมาชื่อว่า “โครงการทำดีด้วยหัวใจ สู้ภัยโควิดด้วยศรัทธา” โดยให้ตำรวจทุกสภ.สมัครใจเข้ามาเป็นอาสา ไปรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีเขียว ที่พื้นที่สีแดง กลับมารักษาตัวที่บุรีรัมย์ ซึ่งมีโรงพยาบาลสนามรองรับไว้แล้ว มีตำรวจสมัครใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 9 สภ. แต่ละสภ. จะตั้งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 11 นาย ในนี้มีหัวหน้าชุด 1 นาย หน้าที่หลักคือต้องขับรถขนผู้ต้องหา ซึ่งจะมีห้องแยกระหว่างคนขับกับผู้โดยสารชัดเจน โดยไม่ต้องไปดัดแปลงรถ ไปรับ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่สีแดง กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ต้องเป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว อาการไม่หนัก กลับมารักษาตัวที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยที่ไม่มีเตียงรักษา

ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตำรวจชุดนี้ ถือเป็นกลุ่มด่านหน้า มีความเสี่ยงสูง ซึ่งตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะต้องมีการฉีดเข็มที่ 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ดังนั้นตำรวจชุดนี้ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ด่านหน้ามีความเสี่ยงสูงชัดเจน โดยไปรับผู้ป่วยกลับมารักษาที่บุรีรัมย์แล้ว 40 คน ทั้งนี้ วัคซีนที่นำมาฉีดเป็นวัคซีนที่เหลือเศษจากขวดวัคซีน เพราะวัคซีนแต่ละขวดจะมีปริมาณมากกว่า 10 โดสอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนให้กับตำรวจที่ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งเป็น สภ.แรกที่นำร่องการฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้า ซึ่งจะต้องฉีดตำรวจชุดนี้ที่เหลืออีกต่อไป

สูญเสีย – ลูกศิษย์ร่วมพิธีประชุมเพลิงพระครูปลัดมานิตย์ ธัมมธีโร เจ้าอาวาสวัดตึก ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่มรณภาพเพราะติดเชื้อโควิด-19 จากการบิณฑบาต ที่เมรุ วัดตึก โดยมีลูกศิษย์และคนขับรถติดเชื้อด้วยอีก 4 ราย เมื่อวันที่ 26 ก.ค.

ร.พ.มหาราชเลื่อนฉีดวัคซีน

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ประกาศงดฉีดวัคซีนที่จุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา วันที่ 26-27 ก.ค. หรือจนกว่าวัคซีนจะมานั้น ในเรื่องนี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผอ.การภารกิจด้านอำนวยการ ร.พ.มหาราชนครราช สีมา ชี้แจงผ่านทางเพจของ ร.พ.ว่า สาเหตุที่ทาง ร.พ.ต้องขอหยุดฉีดวัคซีน เนื่องมาจากมีวัคซีนไม่พอ ถ้าวันพุธที่ 28 ก.ค. วัคซีนเข้ามา จะรีบทำตารางแจ้งวันและเวลานัดประชาชนที่ลงทะเบียนจองเอาไว้ของวันที่ 24-31 พ.ค.ให้มารับบริการอีกครั้ง ทางร.พ.ต้องขออภัยมาในที่นี้ด้วย ที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามกำหนดนัดหมายที่เคยวางเอาไว้

ส่วนการเปิดให้บริการ ร.พ.สนามแห่งที่ 3 ที่อาคารหอพักพยาบาล ร.พ.มหาราชนครราชสีมา บ้านประโก ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทาง ร.พ.มหาราชนครราชสีมา ได้ให้แม่บ้านกว่า 20 คน เร่งทำความสะอาดห้องพักภายในอาคารหอพักพยาบาล 4 ชั้น ทั้ง 88 ห้อง พร้อมทั้งให้ช่างไฟฟ้าเดินสายติดตั้งระบบไฟฟ้า และช่างติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด เพื่อเตรียมปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 3 ของจ.นครราชสีมา เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดเคสสีเขียวเข้ามาพักรักษาตัว หลังจาก ร.พ.สนามจังหวัดั้ง 2 แห่งที่ อาคารชาติชายฮอลล์ และอาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองนครราชสีมา รับผู้ป่วยโควิด-19 เกือบเต็มกำลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเทรนอบรมเจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทย เวชกรรมสังคม ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่จะเข้ามาเสริม เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโควิด การป้องกันควบคุมโรค รวมไปถึงการป้องกันดูแลตนเองไม่ให้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มข้นในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลยภายใน 1-2 วันนี้

ปากช่องผวาปิด5ตลาดสด

ด้านนายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่ออำเภอปากช่อง ได้มีคำสั่งปิดพื้นที่ ตลาดเช้าเทศบาลเมืองปากช่อง, ตลาดสดเทศบาลเมืองปากช่อง, ตลาดกังวาฬ, ตลาดแขก, ตลาดไนต์พลาซ่า ตลอดจนถนน ตรอก ซอกซอยในรอบที่เชื่อมโยงตลาดทั้ง 5 แห่ง โดยสั่งปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. ถึงวันที่ 1 ส.ค. และให้หน่วยงานต่างๆ เร่งออกค้นหากลุ่มเสี่ยง สัมผัสสูง/ต่ำ เพื่อตรวจหาเชื้อทันที หากพบผู้ป่วยให้รีบนำส่ง ร.พ.ทันที รวมทั้งแยกผู้ป่วยออกจากพื้นที่ควบคุม ส่งกักตัวยัง ร.พ.สนามที่จัดเตรียมไว้ตามจุดต่างๆ และห้ามผู้ใดเข้า-ออกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งยานพาหนะทุกชนิด ปิดสถานที่ประกอบการ และห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกพื้นที่โดยเด็ดขาด ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเน้นมาตรการป้องกันออกนอกเคหสถาน หลังมีผู้ติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มมาอีก ในหมู่บ้านจัดสรร หนองกะจะเขตเทศบาลเมืองปากช่อง น่าจะเชื่อมโยงคลัสเตอร์จากตลาดสดเช้าเทศบาล จำนวน 24 ราย และมียอดผู้ติดเชื้อใหม่ในพื้นที่ปากช่องจำนวน 80 ราย ผู้ป่วยสะสม 1,030 ราย เสียชีวิตสะสม 4 ราย

ทั้งนี้ยังเร่งตั้งร.พ.สนาม 400 เตียงที่หอประชุม โรงเรียนเทศบาล 2 หนองกะจะ เขตเทศบาลเมืองปากช่อง คาดว่าจะย้ายผู้ป่วยจากบ้านมาที่ร.พ.สนาม ในเช้าวันที่ 27 ก.ค.นี้

สลด 2 ดญ.เฝ้าแม่ดับคาบ้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.พัชร์ธนพล รัชตาธารากาญจน์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่า ซอยไพโอเนีย 2 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จึงประสานมูลนิธิร่วมกตัญญูตรวจสอบ พบศพหญิงอายุ 43 ปี มีอาชีพรับนวดตามบ้าน อาศัยอยู่กับลูกสาว 2 คนตามลำพัง อายุ 7 ขวบ กับ 9 ขวบ ไม่มีญาติพี่น้อง

เบื้องต้นลูกสาวผู้เสียชีวิตแจ้งว่าแม่ตกงานช่วงโควิด ต่อมามีอาการไอเป็นเลือดมา 2-3 วัน เมื่อวานนี้เพื่อนข้างห้องจึงพาไปหาหมอ ได้ยากลับมากินที่บ้าน หลังจากที่กลับมาจากหาหมอแม่ก็นอน ซึ่งตนก็นอนอยู่ข้างๆ แม่ จนกระทั่งช่วงสายของวันนี้ตนตื่นขึ้นมาพบว่าแม่ลงมานอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นข้างที่นอนตนพยายามเขย่าตัวเรียกอยู่นานแต่แม่ก็ไม่รู้สึกตัวจึงได้เดินออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านมาช่วยดูจึงรู้ว่าแม่เสียชีวิตแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยหนูทั้ง 2 คนยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะแม่ก็จากไปแล้ว ญาติ พี่น้องของแม่ก็ไม่รู้อยู่ที่ไหนก่อนจะเสียชีวิตในเช้าวันนี้ โดยก่อนเสียชีวิตแม่ได้สั่งเสียไว้ว่า “ถ้าแม่ตายให้ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูสวมชุด PPE เข้าดำเนินการเก็บศพ ส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อหาสาเหตุ

ทางด้านนางอภิรดี แตงโสภา กำนันตำบลบางโฉลงเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจเชื้อโควิดจากชุดตรวจเชื้อ พบว่าเด็กทั้ง 2 คนพบเชื้อโควิด โดยจากการเช็กสิทธิ์รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลบางพลี โดยวันนี้จะประสานนายอำเภอบางพลีเรื่องการรักษาของเด็กให้เข้าในระบบ ส่วนผู้ที่ช่วยเหลือน้อง หรืออยู่ข้างห้อง ทางตนเองบอกให้ทั้งหมดกักตัวเองและสังเกตอาการ 14 วัน โดยตอนนี้ให้ทางอสม.ลงพื้นที่มาดูแลทั้งหมดก่อน ก่อนที่จะส่งเข้าระบบการรักษาต่อไป

เจ้าอาวาสติดโควิดมรณภาพ

พระมหาทวี โพธิเมธี เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพระครูปลัด มานิตย์ ธัมมธีโร เจ้าอาวาสวัดตึก ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้มรณภาพลงจากอาการติดเชื้อโควิด-19 หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยา บาลพระนั่งเกล้า ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้พระราชนันทมุนี เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี เพิ่งประกาศแต่งตั้งให้พระครูปลัดมานิตย์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดตึก แทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ โดยมีกำหนดประชุมเพลิงในวันนี้ เวลา 17.00 น.ที่เมรุวัดตึก ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสมหวัง กลิ่นจำปา คนขับรถประจำวัดว่า ตนเพิ่งทราบข่าวการมรณภาพของพระครูปลัดมานิตย์ เจ้าอาวาสวัดตึก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเช่นกัน เนื่องจากตนอยู่แยกออกมากักตัวอยู่แถวสุขุมวิท โดยพระครูปลัดมานิตย์มักจะออกไปบิณฑบาตโปรดญาติโยมและลูกศิษย์ที่ตลาดนนท์ในช่วงเช้าเป็นประจำทุกวัน จนกระทั่งมาในวันที่ 19 ก.ค.ช่วงเย็น เกิดมีอาการอาเจียนและแน่นหน้าอก ทางลูกศิษย์จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จากนั้นตรวจพบว่าท่านติดเชื้อโควิดมา ซึ่งน่าจะมาจากการบิณฑบาต ขณะเดียวกันลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดอีก 3 ราย ที่ช่วยดูแลพระครูปลัดมานิตย์ก็ติดเชื้อไปด้วยกันโดยทั้งหมดยังไม่ได้เข้ารับการรักษาตัวและรอความช่วยเหลือจากทาง สสจ.นนทบุรี จึงอยากให้เข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน

รฟ.พร้อมส่งผู้ป่วย7จว.

ที่กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ประชุมติดตามเตรียมการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และสุรินทร์ ประชุมทางไกลออนไลน์ โปรแกรมซูม

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยมีความพร้อมดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะใน 7 จังหวัด มีความพร้อมทั้งจุดรับเมื่อผู้ป่วยถึงจังหวัด ขั้นตอนการคัดกรอง และพื้นที่ให้การรักษาผู้ป่วยทั้งส่วนที่เป็นศูนย์พักคอย โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาล ซึ่งกระทรวงคมนาคม โดยหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ บริษัท ขนส่ง จำกัด กรมการขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดขบวนรถ รวมถึงออกแบบเส้นทางการขนส่ง การอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการ มีความรู้ความเข้าใจในข้อปฏิบัติเพื่อให้การขนส่งผู้โดยสารเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข ซึ่งหน่วยงานแรกจะเริ่มส่งผู้ป่วยได้ คือ รฟท. โดยเตรียมแผนที่ให้บริการรถไฟสายอีสานใต้ ผ่านนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เริ่มให้ส่ง ผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.เป็นต้นไป

“กระบวนการรับและส่งผู้โดยสารโดยหน่วยงานของคมนาคม ได้สั่งการย้ำว่าทุกขบวนจะต้องเป็นขบวนพิเศษทั้งกรณีรถของ บขส. หรือรถไฟ ทั้งพื้นที่และเวลาการขนส่ง ผู้ป่วยจะต้องแยกกับผู้โดยสารทั่วไป เพราะประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยหากจังหวัดอื่นๆ มีการประสานเข้ามา กระทรวงคมพร้อมจะสนับสนุนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้โมเดลเดียวกันกับ 7 จังหวัดนี้” นายศักดิ์สยามกล่าว

ทั้งนี้ในเวลา 09.00 น. จะมีขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ ที่สถานีรถไฟรังสิต มีผู้โดยสาร ที่ติดโควิดจำนวน 137 คน จะขึ้นรถไฟขบวนเที่ยวพิเศษกลับภูมิลำเนา ปลายทางจะลงที่ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ จ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลใส่ชุด PPE เต็มรูปแบบ ติดตามไปส่งผู้โดยสารถึงแต่ละสถานีที่ผู้โดยสารจะลง เมื่อลงแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ของร.พ.แต่ละจังหวัดรับไปดำเนินการต่อไป จนกระทั่งถึงปลายทาง ทั้งนี้บนขบวนรถไฟขบวนพิเศษจะไม่อนุญาตให้ใครที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ

บางซื่อให้วอล์กอินถึง31ก.ค.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการลดความแออัดของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ว่า ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-25 ก.ค. 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 988,788 โดส มีบุคลากรจำนวนกว่า 422 คน ซึ่งได้รับการตรวจหาเชื้อเป็นระยะๆ ที่ผ่านมายังไม่พบบุคลากรที่ให้บริการติดเชื้อ โดยวันนี้กระทรวงคมนาคม เข้ามาวางระบบให้มีการเว้นระยะห่างเพิ่มเติม เพื่อลดความแออัด และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสวมหน้ากาก 100% พร้อมมีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันการแพร่และรับเชื้อ

ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อยู่ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล สธ.ให้ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อปรับแผนการให้บริการเน้นฉีดกลุ่ม “602” คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม และหญิงตั้งครรภ์ ที่ผ่านมามีกลุ่มดังกล่าวเข้ารับบริการเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่อาจเกิดความหนาแน่นในบางช่วงเวลา เช่น 08.00-10.00 น. จึงขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการเข้ารับบริการช่วงเวลาดังกล่าว แนะมาช่วงบ่ายจะช่วยลดความแออัดได้ รวมถึงปรับแผนจุดให้บริการ โดยผู้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี สุขภาพแข็งแรง และมีความสมัครใจ สามารถไปจุดลงทะเบียนโดยไม่ต้องวัดความดัน ส่วนในผู้ที่ทำการจองนัดผ่าน 4 ค่ายมือถือ มีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว เมื่อถึงวันนัดให้ใช้แอพพลิเคชั่น “วัคซีนบางซื่อ” เพื่อกรอกข้อมูลลงทะเบียน รับใบคัดกรอง และผ่านเข้าจุดการฉีดวัคซีนได้เลย นอกจากนี้ผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จากศูนย์บริการอื่น ขอให้รับวัคซีนเข็ม 2 ที่จุดเดิม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ

ทั้งนี้ ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เปิดให้บริการวอล์กอินจนถึงวันที่ 31 ก.ค. ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนในประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไปและ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ที่ผ่านการ ลงทะเบียนเท่านั้น เฉลี่ยวันละ 20,000 คน

พิษโควิด – เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพนายจำเนียร ชัยสวรรค์ โชเฟอร์แท็กซี่เครียดสถานการณ์โควิดระบาด ไร้ผู้โดยสาร ไม่มีเงินผ่อนรถ ตัดสินใจรมควันฆ่าตัวคารถแท็กซี่คู่ใจ ที่ใต้สะพานคลองลำปลาเน่า ถนนฉลองกรุง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 ก.ค.

ช่วยพระ-สามเณรติดโควิด202รูป

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพระและสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม เขตบางนา ที่ติดเชื้อ โควิด-19 เป็นจำนวนมาก โดยพระครูวิริยา นุวัตร ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. สมเด็จพระสังฆราชฯ มี พระรับสั่งให้จัดการตรวจเชิงรุกภิกษุสามเณร ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยฯ และทราบผลติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. พบติดเชื้อ 202 รูป โดย น.ส.โศรยา วัธชนะ ผู้อำนวยการเขตบางนา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสงฆ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่วัด ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดมีอาการอยู่ในระดับสีเขียว ขณะนี้ทางวัดได้แยกผู้ที่ไม่ติดเชื้ออาศัยชั้น 4 กลุ่มที่ติดเชื้ออาศัยชั้น 2 และ 3 แยกกัน ไม่ให้ปะปน โดยมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสงฆ์ และคลินิกใกล้เคียงดูแล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ติดเชื้อทั้งหมดยังไม่มีอาการ หากเปลี่ยนจากผู้ป่วยสีเขียวเป็นสีเหลือง จะส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ทันที

ทั้งนี้ นายสุชัยได้เป็นตัวแทนของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบเครื่องวัดออกซิเจนจำนวน 4 เครื่องให้กับทางวัด เพื่อใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น โดยหากทางวัดต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม กรุงเทพมหานครยินดีที่จะสนับสนุน เพื่อดูแลพระและสามเณรให้หายจากโรคโควิด-19 โดยเร็ว

อาลัยกู้ภัยสาวดับ

วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก อัญวุฒิ โพธิอำไพ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรหัส นคร45 โพสต์แสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของนางภัทรภร ปัดไธสง อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดสน.บางขุนเทียน ที่ทำงานอาสาช่วยคนเจ็บจนตัวเองติดเชื้อจากคนเจ็บและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากได้รับเชื้อและเข้ารักษาตัวได้ประมาณ 20 วัน โดยมีผู้เข้ามาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า หนุ่ย พ่อน้องเนย โพสต์ข้อความ ระบุว่าอาสาสมัครก็มีความเสี่ยงในการช่วยเหลือคนเจ็บคนป่วยโปรดเห็นความสำคัญกับพวกเขาด้วย ผลของการปกปิดข้อมูลของตัวเองต้องทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียภรรยา สูญเสียแม่ไป ขอเถอะอย่าปกปิดข้อมูลของตัวเองหรือคนในครอบครัวคุณเลยหากมีความเสี่ยงสูงหรือเป็นผู้ป่วย ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วยครับ

ระทึกชายไข้สูงเป็นลมคาแยก

ด้านส.ต.ท.ภัทรภูมิ ภูมิศักดิ์ และส.ต.ต. วุฒินันท์ ปั้นทอง ผบ.หมู่ป.สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งเหตุพบผู้ป่วยหมดสติ บริเวณแยก วิสุทธิกษัตริย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ จึงประสานหน่วยกู้ชีพเอราวัณร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณกลางสี่แยก พบชายอายุประมาณ 35-40 ปี นอนหมดสติอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าไป ตรวจสอบพบว่ามีอาการคล้ายผู้ป่วยโควิด-19 เบื้องต้นทราบว่าชายคน ดังกล่าวป่วยเป็นไข้สูงมาแล้วประมาณ 2-3 วัน ก่อนจะแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกและทรุดตัวขณะเดินข้ามถนนทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ชีพเอราวัณได้นำตัวส่งร.พ. ศิริราช ทำการรักษาทันที

แท็กซี่พ่ายพิษศก.ลาโลก

ด้าน ร.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ จันทร์หง่อม รอง สว.(สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในรถแท็กซี่ บริเวณใต้สะพานคลองลำปลาเน่า ถนนฉลองกรุง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม. จึงรุดไปตรวจสอบภายในรถพบนายจำเนียร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงขายาว สีดำ นอนเสียชีวิตอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ

จากการตรวจสอบภายในรถ พบเตาอั้งโล่และถ่านที่มอดแล้ว รวมทั้งจดหมายลาตาย ระบุถึงปัญหาด้านการเงิน ต้องเช่าห้องพักทุกวัน ทำอาชีพนี้มีแต่คนรังเกียจ วิ่งรถไม่มี ผู้โดยสาร ไม่มีเงินส่งรถ ขอบใจเพื่อนๆ และครอบครัวที่คอยเป็นกำลังใจให้ อยากรอเกาะชายผ้าเหลืองลูกชายตอนบวช พ่อเป็นคนบุญน้อย คงไม่มีบุญแล้ว รักเมียและลูกเสมอ

ด้านเพื่อนสนิทผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายบ่นตัดพ้อทำนองว่าวิ่งรถไม่มีผู้โดยสารใช้บริการเลย จึงหาเงินส่งรถไม่ได้ ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งมีคนโทร.มาบอกว่าเพื่อนฆ่าตัวตายและนอนเสียชีวิตภายในรถ

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนมีบ้านใกล้ที่เกิดเหตุเห็นรถแท็กซี่มาจอดตั้งแต่เวลา 21.00 น.เมื่อคืนนี้ แต่ไม่ได้เอะใจอะไร จนเวลา 08.00 น. ก็ยังเห็นจอดอยู่ที่เดิม จึงเอะใจเดินไปดู พบคนขับนอนหลับอยู่ในรถ จึงเคาะกระจกเรียกแต่ก็ไม่ตื่น จังหวะนั้นมีรถแท็กซี่ขับผ่านมาและลงมาช่วยดู ก่อนพบว่าภายในรถมีอุปกรณ์ที่คนขับได้ทำไว้เพื่อเตรียมลาโลกครั้งนี้ ทำให้มั่นใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน