ทั้งในภาคเหนือ-อีสาน
ติดเชื้อพุ่ง18,912ดับ178
‘กทม.-มหาชัย-ชล’เกินพัน
45จังหวัดป่วยทะลุร้อย
นอนรักษารพ.ถึง2แสน

‘บิ๊กตู่’ถกศบค.ชุดใหญ่วันนี้ จ่อขยาย ล็อกดาวน์ 13 จังหวัดสีแดงเข้มอีก 14 วัน ปรับพื้นที่สีแดงเข้มในจังหวัดภาคเหนือ-อีสาน หลังคนเดินทางกลับ ภูมิลำเนาไปแพร่เชื้ออื้อ ขณะที่ป่วย-ตายโควิดนิวไฮอีก ติดเชื้อพุ่ง 18,912 เสียชีวิตเพิ่ม 178 พบสิ้นใจคาบ้าน 12 ราย เด็กอายุ 15 ปีเสียชีวิตด้วย มีภาวะสมองพิการ ติดเตียง เผยป่วยเกินร้อยต่อวันกระจาย 45 จว. ‘มหาชัย’ ติดเชื้อกระฉูด 1,178 ชลบุรีทำนิวไฮป่วยอีก 1,062 ตาย 6 สั่งปิดอีก 1 แคมป์ สงขลาเจออีก 324 ผู้ว่าฯ สั่งขยายเคอร์ฟิว 14 วัน ส่วนหาดใหญ่เล็งใช้‘อู่ฮั่นโมเดล’สู้โควิด ‘ปทุมธานี’ แห่ฉีดซิโนฟาร์ม หลังได้รับจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 5.5 หมื่นโดส

วันสุดท้าย – กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้มีน้ำหนักตัวเกิน 100 ก.ก. รอคิวฉีดวัคซีนแบบวอล์กอินเป็นวันสุดท้าย หลังจากนั้นจะฉีดให้เฉพาะผู้ลงทะเบียนผ่านค่ายโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ที่สถานีกลางบางซื่อ กทม. เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

โควิดนิวไฮป่วย18,912-ดับ178

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 18,912 ราย ป่วยสะสม 597,287 ราย รักษาหาย 10,750 ราย หายป่วยสะสม 391,920 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 178 ราย เสียชีวิตสะสม 4,857 ราย ยังรักษาอยู่ 200,510 ราย อยู่ในร.พ. 74,197 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 126,313 ราย อาการหนัก 4,691 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,032 ราย

มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 480,155 โดส รวมสะสม 17,491,632 โดส

ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อ 18,912 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,092 ราย โดยสัดส่วนมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 10,026 ราย กทม.และปริมณฑล 7,184 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 882 ราย และเรือนจำ 810 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศมี 10 ราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และออสเตรเลีย ประเทศละ 1 ราย เมียนมา 3 ราย และกัมพูชา 2 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ

ส่วนผู้เสียชีวิต 178 ราย มาจาก 37 จังหวัด ได้แก่ กทม. 64 ราย สมุทรปราการ 20 ราย นครปฐม นนทบุรี จังหวัดละ 9 ราย ปทุมธานี 8 ราย ปัตตานี 7 ราย ชลบุรี นครนายก จังหวัดละ 6 ราย สมุทรสาคร 4 ราย ยะลา สระแก้ว เพชรบุรี สุพรรณบุรี สระบุรี จังหวัดละ 3 ราย นราธิวาส นครราชสีมา มหาสารคาม ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 2 ราย และตรัง นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุโขทัย ชัยนาท กำแพงเพชร พิษณุโลก ระยอง ปราจีนบุรี ตราด สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 92 ราย หญิง 86 ราย อายุ 15-97 ปี ค่ากลางอายุ 67 ปี โดยเด็กอายุ 15 ปีมีสมองพิการและติดเตียง โรคประจำตัวยังเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต และโรคอ้วน ติดเชื้อจากคนในครอบครัว ผู้ใกล้ชิด นอนร.พ.นานสุดก่อนเสียชีวิต 60 วัน เฉลี่ย 8 วัน พบการ เสียชีวิตที่บ้าน 12 ราย จากกทม. 5 ราย สมุทร ปราการ 3 ราย ปทุมธานี 2 ราย อุบลราชธานีและปัตตานี จังหวัดละ 1 ราย

โดยยอดติดเชื้อและเสียชีวิตรายวันถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่โควิดระบาดในประเทศไทย

45จว.ติดโควิดเกินร้อย

สำหรับจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย พบสูงขึ้นรวม 45 จังหวัด โดย 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,668 ราย สะสม 152,122 ราย 2.สมุทรสาคร 1,178 ราย สะสม 30,508 ราย 3.ชลบุรี 1,062 ราย สะสม 25,480 ราย 4.สมุทรปราการ 872 ราย สะสม 38,573 ราย 5.ระยอง 670 ราย สะสม 7,470 ราย

6.นนทบุรี 577 ราย สะสม 23,958 ราย 7.นครปฐม 538 ราย สะสม 12,586 ราย 8.ฉะเชิงเทรา 437 ราย สะสม 10,397 ราย 9.ศรีสะเกษ 369 ราย สะสม 4,134 ราย และ 10.ปทุมธานี 351 ราย สะสม 19,504 ราย

ส่วนอีก 35 จังหวัด ได้แก่กำแพงเพชร 128 ราย, นครนายก 324 ราย, นครสวรรค์ 195 ราย, พระนครศรีอยุธยา 271 ราย, เพชรบูรณ์ 119 ราย, ลพบุรี 260 ราย, สระบุรี 250 ราย, สุโขทัย 108 ราย, สุพรรณบุรี 181 ราย, ปราจีนบุรี 130 ราย, สระแก้ว 107 ราย, เชียงใหม่ 102 ราย, กาฬสินธุ์ 197 ราย, ขอนแก่น 157 ราย, ชัยภูมิ 249 ราย, นครพนม 127 ราย, นครราชสีมา 226 ราย, บุรีรัมย์ 298 ราย,

มหาสารคาม 231 ราย, ยโสธร 132 ราย, ร้อยเอ็ด 228 ราย, สกลนคร 156 ราย, สุรินทร์ 185 ราย, อุดรธานี 174 ราย, อุบลราชธานี 280 ราย, กาญจนบุรี 281 ราย, ตาก 168 ราย, เพชรบุรี 130 ราย, ราชบุรี 233 ราย, นครศรีธรรมราช 151 ราย, นราธิวาส 217 ราย, ปัตตานี 173 ราย, ยะลา 168 ราย, สงขลา 324 ราย และสุราษฎร์ธานี 135 ราย

และคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ ได้แก่ 1.กทม. 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ ศาสนสถาน เขตมีนบุรี และชุมชนนูรุ้ลยากีน เขตจอมทอง 2.สมุทรสาคร บริษัททครื่องสำอาง อ.เมือง 13 ราย 3.ระยอง แคมป์ก่อสร้าง อ.บ้านฉาง 284 ราย 3.นครปฐม บริษัทยางรถยนต์ อ.บางเลน 23 ราย 4.ปทุมธานี บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.คลองหลวง 18 ราย และ5.สระบุรี โรงงานผลิตภัณฑ์ไก่ อ.เมือง 88 ราย

ระยองป่วยนิวไฮ 670

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 670 คน และเสียชีวิต 1 คน หลังเข้ารักษาเพียง 2 วัน ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 7,470 คน เสียชีวิตรวม 22 คน

สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ เป็นหญิง อายุ 50 ปี อาศัยอยู่ที่ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นแม่ค้าหมูย่าง อยู่หน้าอ.บ้านฉาง เข้ารับการรักษา ที่ร.พ.จุฬารัตน์ เพียง 2 วันได้เสียชีวิตเพราะติดเชื้อโควิด-19 คาดติดเชื้อมาจากคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง ห้างสรรพสินค้าโรบินสันบ้านฉาง ที่มาซื้อหมูย่าง ล่าสุดทางจังหวัดมีคำสั่งปิดแคมป์ไปแล้ว พร้อมกักตัวกลุ่มเสี่ยง และประกาศให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดรีบมาตรวจหาเชื้อ

โคราชป่วยโควิดอีก 368

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่อีก 368 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยง 207 ราย รับผู้ป่วยเข้ามารักษา 36 ราย และสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 125 ราย เป็นการตรวจพบเชื้อในจังหวัด 243 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 125 ราย ผู้ป่วยสะสม 6,629 ราย รักษาหาย 3,030 ราย ยังรักษาอยู่ 3,542 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิง อายุ 80 ปี ชาวต.จระเข้หิน อ.ครบุรี มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันโควิด เริ่มป่วยและเข้ารักษาที่ ร.พ.ครบุรี เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ตรวจพบว่าติดเชื้อ วันที่ 28 ก.ค. มีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น จึงส่งรักษาต่อที่ร.พ. มหาราชนครราชสีมา จนวันที่ 30 ก.ค. อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตเมื่อเวลา 11.40 น. เสียชีวิตสะสม 57 ราย

เข็มแรก – ชาวปากช่องจำนวนมากแห่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มแรก ที่มูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน โดย อ.ปากช่อง มีผู้ติดเชื้อโควิดและแพร่ระบาดมากเป็นอันดับหนึ่งของ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

ปากช่องแห่ฉีดวัคซีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน เขตเทศบาลเมืองปากช่อง จ.นครราชสีมา มีชาวปากช่องกว่า 3,400 คน แห่เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก

ด่านขุนทดป่วยพุ่ง 127

ส่วนที่อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พบ ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 127 ราย ส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสเชื้อในโรงงานและครอบครัว เนื่องจากที่ตั้งของอ.ด่านขุนทด ใกล้กับจ.สระบุรีและ จ.ลพบุรี จึงมีชาวบ้านไปทำงานในโรงงานจำนวนมาก การเฝ้าระวังการแพร่เชื้อคลัสเตอร์ บริษัท ซันฟู้ด อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี ไทม์ไลน์รับแจ้งจากโรงงานมีลูกจ้างติดเชื้อ

โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด 54 คน เดินทางด้วยรถยนต์จ้างเหมาไปกลับ จึงนำลูกจ้างกลุ่มเสี่ยงและครอบครัวมาตรวจคัดกรอง 64 คน ติดเชื้อ 32 ราย ซึ่งมีครอบครัว สามีเป็นสมาชิกสภาอบต.ห้วยบงและเปิดร้านขายของชำ ภรรยาเป็นประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ที่ 10 ต.ห้วยบง และครอบครัวติดเชื้อด้วย โดยเฉพาะประธาน อสม.ต้องปฏิบัติภารกิจด้านสาธารณสุขจึงเดินทางไปหลายพื้นที่และพบปะชาวบ้านจำนวนมาก มีกลุ่มเสี่ยงนับร้อยคน นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยในอ.ปากช่อง 6 ราย รวมติดเชื้อสะสม 38 ราย

บุรีรัมย์ป่วยนิวไฮ 320

ส่วนที่จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์โควิดระบาดยังน่าห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 320 ราย เป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ มีการระบาดของจ.บุรีรัมย์ เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัด 7 ราย จากนอกพื้นที่ 313 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 3,660 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 427 ราย ยังรักษาอยู่ 3,226 ราย

ศบค.จ่อขยายล็อกเหนือ-อีสาน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 ให้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.จะครบเวลาประเมินสถานการณ์อย่างน้อย 14 วัน ตามประกาศในวันที่ 2 ส.ค. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.จะเป็นประธานประชุมศบค.ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องผ่านระบบซูมจากบ้านพักกรมทหารราบที่ 1 ในวันที่ 1 ส.ค. เวลา 13.30 น. โดยจะพิจารณาวาระต่างๆ และมาตรการที่ประกาศตามข้อกำหนด ฉบับที่ 28 ที่มีผลบังคับใช้มาแต่วันที่ 20 ก.ค. โดยเฉพาะการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัดที่จะยังคงมาตรการไว้ต่อเนื่องไประยะเวลาหนึ่ง ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ หากล็อกดาวน์เข้มข้นและมีประสิทธิภาพจะลดจำนวนการติดเชื้อลงได้ หากไม่ล็อกดาวน์ตัวเลขจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีหารือปรับพื้นที่จังหวัด สีแดงเข้มเพิ่มเติม หลังพบว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงจะพิจารณาผ่อนปรนบางมาตรการ เช่น ขายอาหารในห้างสรรพสินค้า ให้ขายแบบเดลิเวอรี่สั่งกลับบ้านเท่านั้น โดยจะ เข้มงวดมาตรการป้องกันส่วนบุคคลของพนักงานในครัวมากขึ้น

นอกจากนั้นติดตามการจัดสรรวัคซีน ให้ครอบคลุมประชาชนในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มแรงงาน รวมถึงจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าและกลุ่มเป้าหมาย และติดตามความคืบหน้าหลังการปรับแผนการฉีดวัคซีน

ลุ้นขยายล็อกดาวน์อีก 14 วัน

แหล่งข่าวจากศบค.แจ้งว่า ในการประชุมศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 1 ส.ค. ที่ประชุมจะปรับเพิ่มมาตรการจากที่กำหนดเล็กน้อย เนื่องจากมาตรการเดิมที่ใช้ขณะนี้โอเคอยู่แล้ว โดยจะพิจารณาขยายเวลาล็อกดาวน์พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัดออกไปอีกอย่างน้อย 14 วัน โดยต้องฟังคณะแพทย์ที่จะเป็นผู้ประเมินและเสนอขึ้นมา การขยายล็อกดาวน์เพราะเป็นห่วงเรื่องเคลื่อนย้ายข้ามเขตพื้นที่ที่เป็นการกระจายเชื้อ ออกไปยังพื้นที่อื่น

“รู้สึกเห็นใจประชาชน แต่ยอมรับว่าการซีลประชาชนทำไม่ได้ เพราะทุกอาชีพยังคงจำเป็นอยู่ และสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลเชิงสถิติหรือเชิงลึกคือมีประชาชนส่วนหนึ่งเมื่อได้รับวัคซีนไปแล้วขาดความระมัดระวัง การฉีดวัคซีนไม่ให้อาการรุนแรง ไม่ใช่ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะไม่ติด แต่เมื่อเพิ่มความเข้มของมาตรการ ประชาชนก็จะไม่ให้ความร่วมมือมากกว่านี้ จนกลายเป็นว่ามาตรการนั้นเสื่อมไป”

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ส่วนแผนการกระจายวัคซีนในเดือนส.ค.นี้จะเปลี่ยนที่หมายไปพื้นที่จังหวัดแพร่ระบาดหนักอื่นๆ หากการฉีดวัคซีนในกทม.เป็นไปตามเป้า โดยยึดเกณฑ์กลุ่ม 608 คือกลุ่ม ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ผู้ที่มี 7 กลุ่มโรคเสี่ยง และสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนข้อเสนอให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ได้รับบริจาคเพิ่มจากอเมริกา ในกลุ่มเด็ก 12-18 ปี เนื่องจากช่วงอายุ ดังกล่าวไม่สามารถฉีดยี่ห้ออื่นได้ แต่ทีมแพทย์เห็นว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าฉีดไปแล้วจะปลอดภัยจึงยังไม่กล้าฉีด

ดังนั้นการจัดสรรจะให้กลุ่มแพทย์และกลุ่ม 608 ตามลำดับ โดยตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตที่พบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ไม่กล้าลงทะเบียนฉีดวัคซีน เนื่องจากเกิดความสับสนของข้อมูลจาก 2 ฝ่าย ดังนั้นสื่อมวลชนจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยนำเสนอข้อมูลของรัฐบาล และตำหนิได้ในเรื่องที่สมควรตำหนิ ไม่ใช่ตำหนิตลอดเพราะจะทำให้คนสับสนได้

สงขลาติดโควิดอีก 324

คณะกรรมการโรคติดต่อจ.สงขลารายงานว่า จ.สงขลามีติดเชื้อรายใหม่ 324 ราย ติดเชื้อสะสม 12,026 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 63 คน

ขยายเคอร์ฟิวอีก 14 วัน

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลาเปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน จ.สงขลามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้าง ต้องยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเร่งด่วน มีการขยายการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับที่ 28 เช่น เคอร์ฟิว งดการจัดเลี้ยง ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ห้ามเข้าสถานที่เสี่ยง การเดินทางเข้า-ออกจังหวัด ร้นอาหารและเครื่องดื่มออกไปอีก 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-16 ส.ค.64

หาดใหญ่เล็งใช้‘อู่ฮั่นโมเดล’

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันโควิดและลดจำนวนผู้ป่วยในอ.หาดใหญ่ ว่า อ.หาดใหญ่ยังพบผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีโครงการชัดเจนให้ผู้ป่วยลดลงเหลือศูนย์ เป็นการเตรียมเปิดเมืองในอนาคต โดยใช้มาตรการเมืองอู่ฮั่น ฉีดวัคซีนโดยเร็ว ปราบปรามต้องปฏิบัติการตามกฎหมายเคร่งครัด มีการเยียวยาผู้ได้รับผล กระทบ ส่วนวัคซีนซิโนฟาร์มนั้นทน. หาดใหญ่ได้รับการจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์รอบแรก 16,000 โดส ต้องหาวัคซีนตัวอื่นเข้ามาเสริม

สำหรับอ.หาดใหญ่ พบผู้ป่วยแล้ว 3,131 คน เสียชีวิต 16 คน จึงจำเป็นต้องวางแผนการปฏิบัติงานควบคุมโรคและกำหนดเป้าจำนวนผู้ป่วยลดลงชัดเจนจะต้องใช้โมเดลเมืองอู่ฮั่นมาปรับใช้

ปัตตานีป่วยพุ่ง 309-ดับอีก 3

ส่วนที่จ.ปัตตานี สถานการณ์โควิดยังคงวิกฤต หลังมีการตรวจเชื้อด้วยแอนติเจน เทสต์ คิต (ATK) เชิงรุกในหลายอำเภอ พบ ผู้ติดเชื้ออีก 309 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 8,959 ราย รักษาหายแล้ว 5,959 ราย เสียชีวิตสะสม 118 ราย โดย อ.เมืองมีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 2,875 ราย รองลงมา อ.หนองจิก 1,189 ราย และอ.ยะหริ่ง 1,027 ราย

‘มหาชัย’ติดเชื้ออีก 1,178

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,178 ราย จากค้นหาเชิงรุก 240 ราย และจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล 938 ราย เป็นคนที่อยู่ในจ.สมุทรสาคร 728 ราย และคนนอกจังหวัดอีก 210 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 48,389 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 30,431 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 17,831 ราย และผู้เสียชีวิตรายใหม่ 4 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 127 ราย

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่วัดโสภณาราม (วัดบ้านขอม) ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.ร.พ.สมุทรสาครนำทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมุทรสาครร่วมกับทีมปฏิบัติการของอำเภอเมืองสมุทรสาคร จัดโครงการหน่วยต้านโควิดสัญจร “ทั่วถึง …ทุกพื้นที่ .. ดูแลดี … ดุจญาติมิตร” Test Treat Vaccine (TTV Team) นำร่องฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนตำบลโคกขามเป็นพื้นที่แรก โดยมีผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มเปราะบางใน 7 โรคเรื้อรัง เดินทางมารับบริการจำนวนมาก

นพ.อนุกูลกล่าวว่า การจัดหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร หรือปฏิบัติการเชิงรุกแบบครบวงจร Test Treat Vaccine (TTV Team) นี้ สืบเนื่องจากที่ผ่านมาโรงพยาบาลสมุทรสาครพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มเปราะบางจำนวนมาก และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง จึงร่วมกับทีมของอำเภอเมืองสมุทรสาคร จัดโครงการหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ขึ้นในทั้ง 18 ตำบล เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางราว 50,000 คนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยจะจัดหน่วยเคลื่อนที่ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ซึ่งต.โคกขามเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของอ.เมืองสมุทรสาคร เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และมีการกระจายตัวของเชื้อโรคค่อนข้างสูง

อยุธยาติดเชื้ออีก 413-ตาย 5

นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จ.พระนครศรี อยุธยาพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 413 ราย ป่วยสะสม 8,651 ราย รักษาตัวหาย 4,074 ราย ยังรักษา 4,507 ราย

และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 69 ปี ชาวอ.เสนา เป็นผู้ป่วยจิตเวช หญิงไทย อายุ 90 ปี มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือด เส้นเลือดในหัวใจตีบ ชายไทยอายุ 94 ปี ชาว อ.วังน้อย มีโรคประจำตัวหัวใจเต้นผิดจังหวะ ต่อมลูกหมากโต ไตเรื้อรัง หญิงไทยอายุ 84 ปี ไม่มีโรคประจำตัว และหญิงไทยอายุ 84 ปี มีโรคประจำตัว โรความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง

ชลบุรีทุบสถิติป่วย 1,062-ตาย 6

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,062 ราย ยอดป่วยสะสม 25,482 ราย กำลังรักษา 11,850 ราย หายป่วย 13,406 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 6 ราย เสียชีวิตสะสม 126 ราย ผู้ติดเชื้อกระจาย 10 อำเภอ มากที่สุดที่อ.บางละมุง 239 ราย อ.เมืองชลบุรี 236 ราย อ.ศรีราชา 221 ราย อ.บ้านบึง 148 ราย อ.พานทอง 63 ราย อ.สัตหีบ 11 ราย อ.พนัสนิคม 81 ราย อ.บ่อทอง 22 ราย อ.เกาะจันทร์ 6 ราย อ.หนองใหญ่ 7 ราย

ปิดแคมป์ก่อสร้างอิตาเลียนไทย

ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ ชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรีมีคำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หมู่ 1 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.-1 ส.ค. 2564

กาญจน์ป่วยเพิ่ม 163

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 163 ราย เป็นผู้ป่วยติดเชื้อภายในจังหวัด 153 ราย และนอกพื้นที่จังหวัด 10 ราย หายป่วยเพิ่ม 63 ราย ติดเชื้อสะสม 4,241 ราย

ตรวจเอง – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ตรวจความพร้อมร.พ.สนาม จ.บุรีรัมย์ ขนาด 2,000 เตียง โดยใช้อาคารของร้านวัสดุก่อสร้าง เพื่อรองรับประชาชน ติดเชื้อโควิดกลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

‘อนุทิน’ตรวจร.พ.สนามบุรีรัมย์

เมื่อเวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนามจังหวัดบุรีรัมย์ (ไอคิว เฮาส์) ที่ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ขนาด 2,000 เตียง และศูนย์พักคอยอีก 500 เตียง ที่ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนจัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับชาวบุรีรัมย์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ตามจังหวัดต่างๆ กลับมารักษายังภูมิลำเนา

จากการตรวจเยี่ยมพบว่าร.พ.สนามดังกล่าวมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร สถานที่ ความมั่นคง ปลอดภัย ระบบการดูแลรักษาตามาตรฐานกรมการแพทย์ การจัดการ ขยะติดเชื้อ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยร.พ.สนามดังกล่าวกำหนดเปิดให้บริการวันที่ 1 ส.ค.

สธ.แจงเกลี่ยไฟเซอร์ 1.5 ล.โดส

ด้านนพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนไฟเซอร์ กล่าวถึงการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสที่สหรัฐบริจาคให้นั้นว่า เราจัดสรรเป็นเข็ม 3 ให้กับบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าจำนวน 7 แสนโดส สำหรับส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากฉีดกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้าไปก่อนหน้านี้ หากได้ตัวเลขที่ชัดเจนจากกรมควบคุมโรคก็จะจัดสรรให้กับกลุ่มอื่นต่อไป

ซึ่งที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) กรณีโรคโควิด 19 ที่มีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เป็นประธาน เช้านี้เห็นว่ายังมีกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการดูแลคนไข้ที่ติดโควิดได้ เช่นบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้อยู่ด่านหน้าโดยตรง แต่ยังมีความเสี่ยงก็จะมีการพิจารณาเพิ่มเติม

“เราเสนอศบค.ไปว่าเข็ม 3 สำหรับบุคลากรการแพทย์ด่านหน้า ศบค.ก็รับทราบแบบนั้น ก็ต้องจัดตามแบบนี้ก่อน ส่วนรอบถัดไปก็ต้องมีการผ่อนคลาย เพราะคนของเราที่มีความเสี่ยงอีกเยอะ นอกจากนี้จะพิจารณาเกลี่ยไปลงกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ในล็อตนี้ แต่ยังขาดอยู่ เช่นกลุ่มนักเรียนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศรวบรวมข้อมูล ถ้าเกินกว่า 1.5 แสนโดสที่จัดสรรไว้ก็เกลี่ยมาให้เพิ่มเติม หรือถ้าในยอด 1.5 แสนโดสมีเหลือก็อาจจะนำมารวมเป็น กองกลาง แล้วกระจายไปยัง 13 จังหวัด เป้าหมายพื้นที่เสี่ยงที่ยังมีตัวเลขของผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ ที่ต้องเข้าไปฉีดเพื่อลดอัตราการป่วยเสียชีวิต”

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการออกมาระบุว่ามีบุคลากรการแพทย์บางส่วนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลยแม้แต่ตัวเดียว เพราะรอวัคซีนบางตัวอยู่จะได้รับไฟเซอร์เป็นเข็ม 1 ในรอบนี้ด้วยหรือไม่ นพ.สุระกล่าวว่า หากดูกลุ่มเป้าหมายหลักที่เราจัดไว้ เหลือจากกลุ่มใดก็เกลี่ยภายในกลุ่ม แต่ถ้าไม่พอจริงๆ ก็ต้องรอรอบถัดไป หากเป็นบุคลากรด่านหน้าจริงๆ และมีความจำเป็นต้องได้ไฟเซอร์อาจจะต้องพิจารณาเป็นรายๆ เช่น แพ้วัคซีนที่เรามีอยู่ทั้งหมด จำเป็นต้องรอวัคซีนตัวอื่นๆ เมื่อมีเข้ามาก็ต้องพิจารณาให้เป็นรายๆ ไป

เมื่อถามย้ำว่าคนที่ตั้งใจรอวัคซีนไฟเซอร์ตัวเดียวเลยจะทำอย่างไร นพ.สุระกล่าวว่า เราจะพิจารณาตามเหตุผล หากเพียงพอ เช่นอยู่ในพื้นที่ที่มีสายพันธุ์ระบาดต้องการฉีด ไฟเซอร์เพื่อกระตุ้นภูมิฯ ก็อาจจะพิจารณาให้ เช่น ในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ทางภาคใต้

เมื่อถามกรณีเกณฑ์การจัดสรรวัคซีน ไฟเซอร์ให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม จนมีบุคลากรด่านหน้าบางคนท้วงถามว่า ไม่ได้ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แต่ปฏิบัติงานด่านหน้าเช่นกันนั้น นพ.สุระ กล่าวว่า การพิจารณาเป็นไปตามข้อมูลวิชาการ ที่ก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรคได้เสนอต่อ ศบค.

เนื่องจากมีการศึกษาว่า เมื่อรับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องกระตุ้นด้วยเข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์โดส ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องระบุเกณฑ์ เพราะต้องอิงข้อมูลทางวิชาการ ส่วนกรณีอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น เช่นกลุ่มได้รับแอสตร้าฯ ครบ 2 เข็ม หรือกลุ่มฉีดซิโนแวค 1 เข็มแล้วแอสตร้าฯ เข็มที่ 2 นั้น มีการเตรียมศึกษาวิจัยเรื่องนี้แล้ว ส่วนกรณีบุคลากรที่ไม่ได้รับวัคซีนใดๆ เลยนั้นอาจเพราะไม่สามารถฉีดได้ทั้งซิโนแวค หรือแอสตร้าฯ ตรงนี้จะพิจารณาเป็นกรณี ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจตัวเลขว่ามีเท่าไร แต่โดยหลักขอเน้นฉีดให้บุคลากรด่านหน้าสำหรับบูสเตอร์โดสก่อน เพราะมีข้อมูลวิชาการรองรับ

แฉมีพิธีรับมอบไฟเซอร์1.5ล.โดส

ด้านนพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์ เฟซบุ๊ก ถึงการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 โดยได้โพสต์ไทม์ไลน์การบริหารจัดการ และข้อความว่า “เมื่อวาน 30 กรกฎาคม วัคซีนไฟเซอร์ มาถึงเมืองไทยแล้ว จากไทม์ไลน์นี้กว่าแต่ละ ร.พ.จะได้เริ่มฉีดคือวันที่ 9 ส.ค.64 ต้องรอถึง 10 วัน….

พอจะลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นบางอย่างออกไป แล้วทำขั้นตอนบางอย่างพร้อมกับขั้นตอนอื่น น่าจะทำให้เริ่มฉีดได้เร็วกว่านี้ไหมครับ

2 ส.ค.64 เมื่อได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว น่าจะให้บริษัทดำเนินการต่อได้เลย

พิธีรับมอบก็ทำเป็นพิธี ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งวัคซีน

บริษัทน่าจะเร่งการตรวจสอบและแพ็กของได้หลังจากได้รับการรับรองทันทีในวันที่ 2 ส.ค.64 ก็น่าจะส่งให้สถานที่ฉีดวัคซีนได้เร็ว

ร.พ.เตรียมความพร้อม ก็น่าจะเตรียมกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้หรือก่อนหน้านี้แล้ว เพราะฉีดวัคซีนกันไปเยอะแล้ว มีแต่กระบวนการเตรียมวัคซีน ซึ่งเภสัชกรของแต่ละแห่งน่าจะได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ไม่ต้องรอ 7-8 ส.ค.64 พอได้รับวัคซีนก็จัดการฉีดได้เลย

น่าจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงทุกคนที่รอวัคซีนไฟเซอร์ได้รับวัคซีนได้เร็วขึ้นครับ”

‘บุษราคัม’ซื้อถังออกซิเจนเพิ่ม550

นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผอ.ร.พ.บุษราคัม แถลงข่าวผ่านออนไลน์กรณีการให้บริการร.พ.บุษราคัม ว่า ร.พ.บุษราคัมเปิดบริการตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. เริ่มต้น 1,100 เตียง เปิดเฟสสองวันที่ 28 พ.ค. 1,100 เตียง และเฟสสาม วันที่ 4 ก.ค. 1,500 เตียง เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเปิดจนเต็มทั้ง 3 ฮอลล์ รวม 3,700 เตียง ผู้ป่วยสะสม 2 เดือนครึ่งประมาณ 13,000 คน ยังรักษาอยู่ 3,500 คน หายกลับบ้าน 9 พันคน ช่วง พ.ค.-มิ.ย. ผู้ป่วยสะสมประมาณ 4,200 คน ผู้ป่วยอาการรุนแรงใช้เครื่องช่วยหายใจน้อย พ.ค.เป็น 0 มิ.ย.ประมาณ 2%

แต่ก.ค.เดือนเดียวรับผู้ป่วยเกือบ 9 พันคน เพราะมีการระบาดมาก และผู้ป่วยมีความซับซ้อน อาการหนักกว่า มีการใช้เครื่องช่วยหายใจ 5% แต่นับเฉพาะช่วงครึ่งเดือนหลังก.ค. ใช้มากถึง 10% ซึ่งเรามีจุดให้ออกซิเจนในร.พ.ประมาณ 800 จุด โดย 3-4 วันก่อนเราใช้ออกซิเจนไปเกือบหมด จึงจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจนมาเสริม สั่งซื้อแล้ว 550 เครื่อง เพื่อมารองรับผู้ป่วยจำนวนมากกว่านี้ จากการพยากรณ์ยังมีการระบาดต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง

“เรามีนโยบายไม่ปฏิเสธผู้ป่วย จึงมีผู้ป่วยทุกประเภท ทั้งคนไทย ต่างด้าว มีทั้งเด็ก 1 เดือนที่มีผู้ปกครองดูแล ผู้ใหญ่ทั้งที่เดินได้ เดินไม่ได้ ติดเตียง ผู้พิการ แผลกดทับ โดยก.ค.มีผู้ป่วยอาการซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่บุคลากรเรามีจำกัด เนื่องจากเป็นบุคลากรที่เป็นอาสาสมัครมาจากภูมิภาค และตอนนี้เมื่อมีการล็อกดาวน์ คนกลับต่างจังหวัดมากขึ้น ติดเชื้อมากขึ้น ทำให้ทางภูมิภาคก็หนักหน่วงเช่นกัน การนำบุคลากรมาช่วย ร.พ.จึงเป็นปัญหาของ ร.พ.ในตอนนี้ และเดินทางมายากจากการล็อกดาวน์ การดูแลอาจไม่ได้ 100% หรือเต็มที่เหมือนร.พ.ในภาวะปกติ แต่พยายามให้บริการเต็มความสามารถ” นพ.กิติศักดิ์กล่าว

ปรับค่าตอบแทนจนท.3เท่า

นพ.กิตติศักดิ์กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะทำเพิ่มเติมคือทำฟาสต์แทร็กเส้นทางด่วนผู้ป่วยแรกรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนติดเตียง เด็กน้อย หญิงตั้งครรภ์ ให้ตรวจคัดกรองและส่งเข้านอนก่อนคนอื่นที่แข็งแรงมากกว่าจะเริ่มใน 2-3 วันนี้ ขณะที่เตียง ไอซียูดูแลสีแดงเรามี 12 เตียง กำลังจัดทำ หอผู้ป่วยวิกฤตดูแลสีแดงอีก 17 เตียง พร้อมระบบความดันลบ คาดเปิดได้ในสัปดาห์หน้า มีอุปกรณ์พร้อมแบบไอซียู และมีทีมแพทย์ พยาบาลไอซียูต่างจังหวัด ที่กำลังเดินทางมาถึงวันที่ 1 ส.ค.

“สำหรับค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ร.พ. บุษราคัม ภาระงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก ความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาการหนักมากขึ้น จึงมีการปรับค่าตอบแทน ซึ่งตามหลักเกณฑ์ สธ.ปรับได้ตามภาระงานที่เพิ่มขึ้น และสถานะเงิน ร.พ.ที่เพียงพอให้ค่าตอบแทน จึงเสนอให้ร.พ.พระนั่งเกล้าและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 4 ถ้าหนังสือมาจะอนุมัติตามขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า จะได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งปกติจะรับจากเงินเดือน”

ซิโนฟาร์ม – ชาวปทุมธานีเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งทาง อบจ.ปทุมธานี ใช้งบประมาณจัดซื้อจากสถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กำหนดฉีดวันละ 4,600 คน ที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

ปทุมฯแห่ฉีด‘ซิโนฟาร์ม’

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โซน อะไลท์พาร์คฮอลล์ ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี และทีมงาน อบจ.ปทุมธานีตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มให้ชาวปทุมธานี หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนจากสถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 55,000 โดส จากยอดจอง 500,000 โดส คาดว่าล็อตต่อไปจะได้รับจัดสรรเพิ่ม 60,000 โดส โดยมีชาวปทุมฯเดินทางมาเข้ารับการฉีดจำนวนมาก

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า วันนี้อบจ.ปทุมธานีได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 55,000 โดส จากที่เราจองไป 500,000 โดส โดยเริ่มฉีดให้พี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีวันละ 4,600 คน ไปจนถึงวันที่ 11 ส.ค. เราจะได้รับการจัดสรรวัคซีนซีโนฟาร์มมาอีก 60,000 โดส คาดว่าจะทำให้อบจ.ปทุมธานีสามารถฉีดวัคซีนได้ติดต่อกันทุกวัน

ส่วนการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย แรพิดแอนติเจนเทสต์ก็ยังมีอยู่ เมื่อพบว่าเป็นผลบวกให้กลับไปกักตัวที่บ้าน จากนั้นเรานำยาที่มีอยู่มอบให้ไปทานที่บ้าน มีหลายรายตรวจแล้วได้ผลบวก จากนั้นรับยาไปทานที่บ้าน ผ่านไป 5 วันกลับมาตรวจซ้ำ พบผลลบ ขณะนี้การระบาดภายในจ.ปทุมธานีน้อยลง เป็นสิ่งที่เราพอใจ เมื่อฉีดวัคซีนไปแล้วยังต้องป้องกันตัวเองเหมือนเดิมให้ดีที่สุด อย่าการ์ดตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน