สั่งไฟเซอร์30ล้านโดสในสิ้นปี
ผู้ว่าฯมหาชัยสุดทน-โพสต์อัด
แผนวัคซีนบุคลากรด่านหน้า
ยอดป่วยพุ่ง1.8หมื่นสองวันติด
สลดนอนตายข้างถนนกลางกรุง
‘ศบค.’ เพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จว. ขยายล็อกดาวน์ อีก 14 วัน คุมเข้มบับเบิลแอนด์ซีลรง.-แคมป์ทั้งขนาดกลาง-ใหญ่ ติดเชื้อใหม่ 18,027 ดับ 133 แฉกลโกงขายสิทธิฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ พบมีผู้หลงเชื่อกว่า 7 พันราย ‘ตู่’ สั่งหาไฟเซอร์ให้ได้ 30 ล้านโดส ภายในปี’64 ผู้ว่าฯ ปูขอเผือกประเด็นฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้บุคลากรการแพทย์ ผบ.ตร.เยี่ยมหน่วยคัดกรอง สลดเมีย-ลูกนั่งเฝ้าศพหนุ่มใหญ่ กลับจากตรวจโควิดวูบดับริมถนน
ติดเชื้อใหม่ถึงหมื่นแปดอีก
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่สถานการณ์ ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มรวม 18,027 ราย แยกเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 17,653 ราย จากระบบเฝ้าระวังและบริการ 15,137 ราย และค้นหาเชิงรุก 2,514 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ ที่ต้องขัง 374 ราย ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย รวมผู้ป่วยสะสม ตั้งแต่ 1 เม.ย. 586,451 ราย หายป่วยกลับบ้าน 13,402 ราย รวมหายป่วยสะสม 377,896 ราย กำลังรักษา 205,002 ราย อาการหนัก 4,765 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,044 ราย และเสียชีวิต 133 ราย เป็นชาย 78 ราย หญิง 55 ราย อยู่ในกทม. 61 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่เม.ย. 4,896 ราย
โดยผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในประเทศสะสมสูงสุด 10 จังหวัดคือ กทม. 2,899 ราย สมุทรสาคร 1,259 ราย ชลบุรี 1,147 ราย สมุทรปราการ 1,113 ราย นนทบุรี 723 ราย นครปฐม 426 ราย ปทุมธานี 417 ราย อุบลราชธานี 414 ราย บุรีรัมย์ 360 ราย และจ.ระยอง 354 ราย สำหรับจำนวนผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-31 ก.ค. จำนวน 17,685,974 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 198,547,026 ราย เสียชีวิตสะสม 4,232,892 ราย ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 43
ศบค.เพิ่ม 16 จว.สีแดงเข้ม
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงภายหลังประชุม ศบค.ชุดใหญ่ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับระดับพื้นที่ โดยปรับ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลาและสงขลา เป็น 29 จังหวัด เพิ่มขึ้น 16 จังหวัด ดังนี้ กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรีและอ่างทอง
พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ปรับจาก 53 เหลือ 37 จังหวัด ดังนี้ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก มหาสารคาม ยโสธร ระนอง ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุดรธานี อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ
พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 10 จังหวัด เป็น 11 จังหวัด ดังนี้ จ.กระบี่ นครพนม น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน และสุราษฎร์ธานี
ล็อกดาวน์ต่ออีก 14 วัน
สำหรับมาตรการในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด ห้ามออกนอกเคหสถาน 21.00-04.00 น. งดให้บริการขนส่งสาธารณะเพื่อลดการเคลื่อนย้าย การตั้งด่านตรวจสกัดระหว่างเขตจังหวัด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 5 คน ห้ามบริโภคภายในร้าน ขายได้แบบนำไปบริโภคที่อื่น งดการจำหน่ายและงดดื่มสุราในร้าน โดยเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. ส่วนห้างสรรพสินค้า เปิดบริการได้เฉพาะร้านอาหาร เครื่องดื่ม ผ่านเดลิเวอรี่เท่านั้น ร้านยาเวชภัณฑ์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. ปิดร้าน เสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงาม ห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ปิดสถานที่ เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา นอกจากนี้ ขอความร่วมมือเวิร์ก ฟรอม โฮม ขั้นสูงสุด ถ้าเป็นไปได้ ให้ 100% ทั้งภาครัฐและเอกชน
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มาตรการพื้นที่สีแดง ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัดเพื่อตรวจคัดกรองการเดินทาง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 20 คน บริโภคในร้านได้ เปิดได้ไม่เกิน 23.00 น. แต่งดจำหน่ายและงดการดื่มสุราในร้าน ส่วนห้างสรรพสินค้าเปิดบริการได้ตามเวลาปกติ โดยจำกัดจำนวนคน งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ร้านเสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงาม เปิดบริการได้ตามปกติ ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากโดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา เปิดบริการได้ทุกประเภท ไม่เกิน 21.00 น. จัดการแข่งขันโดยจำกัดผู้ชม
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนมาตรการพื้นที่สีส้ม ไม่จำกัดการเดินทาง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คน บริโภคในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ แต่งดจำหน่ายและงดดื่มสุราในร้าน ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการได้ตามเวลาปกติ แต่ปิดในส่วนของเครื่องเล่นเกม สวนสนุก ร้านเสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงาม เปิดบริการได้ตามปกติ ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายใต้มาตรการป้องกันโรค สถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬาเปิดบริการได้ตามปกติ ทุกประเภทจัดการแข่งขันได้
“ข้อกำหนดเหล่านี้จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ หรือหลังเที่ยงคืนวันที่ 2 ส.ค. ไป 14 วัน และจะประเมินอีกครั้งในวันที่ 18 ส.ค. จากนั้นจะพิจารณาทบทวน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น สามารถยืดไปถึง 31 ส.ค.
เข้มบับเบิลแอนด์ซีลรง.-แคมป์
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล เป็นการเน้นย้ำพื้นที่ 16 จังหวัดสีแดงเข้มที่เพิ่มเข้ามา เนื่องจากกรมควบคุมโรครายงานถึงสถานการณ์จำกัดวงอยู่ในโรงงานขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่มีบุคลากรเกิน 500 ราย เพื่อควบคุมโรค โดยเน้นย้ำ ไม่เฉพาะพื้นที่โรงงาน แคมป์ ที่มีการแพร่ระบาดเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงบริษัทโรงงาน แคมป์ ที่ยังไม่มีการติดเชื้อด้วย ต้องทำมาตรการนี้เช่นกัน หลักการของบับเบิล แอนด์ ซีล กรมควบคุมโรคได้ออกคู่มือเป็นข้อปฏิบัติให้ทุกจังหวัดศึกษารายละเอียด โดยเน้นย้ำจัดกลุ่ม คุมไว ลดแพร่กระจาย รายได้ไม่สูญเสีย
โดยที่ประชุม ศบค.ตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานและสถานประกอบการ เนื่องจากมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมาตรการนี้จะปรับให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เศรษฐกิจยังไปพร้อมกันได้ด้วย และก่อน จะประกาศมาตรการนี้ได้หารือทุกภาคส่วน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย จังหวัด และภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม และหอการค้าในพื้นที่ได้พยายามจะปรับมาตรการให้เป็นไปได้มากที่สุดเพื่อให้การปฏิบัติเกิดผล
ย้ำกระจายไฟเซอร์ให้ทั่วถึง
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผอ.ศบค. ได้พูดถึงเรื่องการกระจายวัคซีนและอุปกรณ์การแพทย์ ที่รัฐบาลต่างประเทศส่งให้รัฐบาลไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ส่งวัคซีนไฟเซอร์ให้เมื่อวันที่ 30 ก.ค. จำนวน 1,503,450 โดส สหราชอาณาจักรได้ทำเรื่องส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้รัฐบาลไทยในเดือนส.ค. 415,040 โดส สหพันธรัฐสวิส ส่งมอบชุดตรวจแบบเร่งด่วน 1,100,000 ชุด และเครื่องช่วยหายใจ 102 เครื่อง มาถึงแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ขณะที่ วันที่ 12 ก.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากว่า 1 ล้านโดส
โดยที่ประชุมเน้นย้ำให้กระจายให้ครอบคลุม กทม. ปริมณฑล และจังหวัดที่มีการแพร่ระบาด สูง โดยเร่งรัดให้ได้ 50% ของประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ โดยให้ กระทรวงมหาดไทย สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ดำเนินการขับเคลื่อน และเน้นย้ำไปยังจุดฉีดทุกจุดให้บริหารจัดการการป้องกันและควบคุมโรคให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงการกระจาย วัคซีนไฟเซอร์ให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อกระตุ้นเป็นเข็มที่สาม และกำหนดเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่า จากการสำรวจบุคลากรทางการแพทย์ของ กทม.และทั่วประเทศ ต้องการกระตุ้นภูมิเข็มสามกว่า 4 แสนโดส ในจำนวนนี้มีผู้ที่รับแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว 1 แสนโดส ย้ำว่าจะกระจายให้ทั่วถึงทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรต่างๆ และอสม. ไม่ได้จำกัดเฉพาะแพทย์ทางเดินหายใจ อายุรแพทย์ หู คอ จมูก เท่านั้น เพราะทุกคนเสี่ยงหมดทั้งทำงานในห้องคลอด ทันตแพทย์ แพทย์ฉุกเฉิน แพทย์ไอซียู ขอให้มั่นใจว่าจะพิจารณากระจาย ให้บุคลากรทางการแพทย์อย่างครอบคลุมและเป็นธรรมอย่างแน่นอน
หาไฟเซอร์ให้ครบ 30 ล้านโดส
จากนั้นที่ประชุมได้พูดคุยและหารือเรื่องสถานการณ์ของเชื้อเดลตา ซึ่งทุกฝ่ายยอมรับว่าน่าเป็นห่วง เพราะสหรัฐเองขณะนี้วัคซีน ไม่สามารถเอาอยู่ โดยนายกฯ กล่าวต่อที่ประชุม ว่า ต้องการให้ชุมชนปลอดเชื้อ ด้วยความ ร่วมมือกันทุกส่วนในชุมชน อยากช่วยกันสร้างชุมชนสีฟ้า ถวาย 12 สิงหาคมนี้ ในเรื่องวัคซีน เดือนนี้จะมี 10 ล้านโดส โดยจะจัดสรรให้ทั่วถึง ตามกลุ่มเป้าหมาย คือผู้สูงอายุ และกลุ่มโรคเสี่ยง ขอจัดหาไฟเซอร์ให้ครบ 30 ล้านโดสภายในปี 2564
ในช่วงท้าย ที่ประชุมถกกันเรื่อง bubble and seal ที่ยังไม่เข้าใจวิธีการ แต่จะเปิดแคมป์ ที่ควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้สอบถาม ถึงการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ว่าควรเป็นไฟเซอร์ หรือไม่ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าการ บูสเข็ม 3 แอสตร้าเซนเนก้าใช้ได้และมีผลดี
สธ.ชี้ต้องล็อกดาวน์เข้ม+ฉีดวัคซีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงต้นการประชุม นายกฯ รายงานการเตรียมรับวัคซีนสปุตนิก (sputnik)จากต่างประเทศ โดยจะเร่งเรื่องเอกสารทางฝั่งบริษัท และเร่งฉีดให้แพทย์ บุคลากรด่านหน้า ส่วนการใช้ชุดตรวจ (ATK) ต้องรัดกุม ควบคุมราคาและคุณภาพรวมถึงการใช้สมุนไพร ขณะที่การรักษาให้มีระบบที่เชื่อมต่อกับโรงพยาบาล และขอให้ดูแลแพทย์ บุคลากรด่านหน้า ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ ให้มีการเบิกจ่ายให้เร็ว และกำลังพิจารณาสิทธิพิเศษหากจำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การติดเชื้อในพื้นที่กทม.เริ่มลดลง แต่เพิ่มสูงในต่างจังหวัด และโดยรวมประเทศไทยจะมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องอีก 1-2 เดือน และยังพบการระบาดในโรงงาน สู่ชุมชนค่อนข้างสูง ขณะที่ต่างประเทศ ยังพบติดเชื้อสูงต่อเนื่อง เช่น อินโดนีเซีย ส่วนสหรัฐอเมริกา พบสายพันธุ์ เดลตา เมื่อเข้าร่างกายจะเพิ่มปริมาณไวรัสได้ใกล้เคียงกับผู้ฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งสถานการณ์ของเชื้อเดลตา ทุกฝ่ายยอมรับว่าน่าเป็นห่วง และประกาศให้ใส่หน้ากากอีกครั้ง และวัคซีนไม่สามารถเอาอยู่
ส่วนเรื่องเตียงของร.พ.รัฐและเอกชน มากกว่า 30,000 เตียง และปัจจุบันเต็มหมด จึงต้องใช้รูปแบบรักษาตัวที่บ้านและศูนย์ พักคอยชุมชนนอกจากนี้กระทรวงสารธารณสุข นำเสนอกราฟิกการประเมินสถานการณ์ ถ้าหาก มาตรการล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพเพียง 20% ตัวเลขผู้ป่วยอาจจะยังมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น แต่หาก การล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพประมาณ 25% ประกอบกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุภายใน 1-2 เดือนนี้ จะส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯสั่งการให้หาข้อมูลเรื่องสายพันธุ์เดลตา เพื่อมาสื่อสารกับประชาชน อย่าให้ประชาชนตื่นตระหนก นอกจากนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มข้นในโรงงานเพราะส่วนใหญ่ไม่เข้า bubble and seal ทั้งนี้นายกฯ ยืนยันเรื่องการจัดหาวัคซีนตามที่ปรึกษาเสนอแนะ ยังคงเจรจาซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องเตียงได้พยายามจัดหาเพิ่มเติม และให้ขยายรองรับ เช่น หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel )อย่าให้ประชาชนตื่นตระหนกว่าจะไม่มีเตียงรักษา
ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความเป็นห่วง เรื่องการชุมนุมอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาด ในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยขอให้ใช้กฎหมายที่มี เข้ามาดูแลเนื่องจากห่วงการระบาด พร้อมกับขอทุกจังหวัดร่วมมือกันทำให้มีชุมชน หมู่บ้าน ปลอดเชื้อ เป็นพื้นที่สีฟ้า ร่วมมือกันทุกส่วนในชุมชน สร้างชุมชนสีฟ้า เนื่องในวันที่ 12 ส.ค.นี้
แฉกลโกงขายสิทธิฉีดวัคซีน
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง และผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ แถลงข่าวผ่านระบบซูมกรณีการทุจริตลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า พบความผิดปกติตั้งแต่ช่วงวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากที่ผ่านมาการฉีดวัคซีนให้คนที่จองคิวล่วงหน้า ซึ่งมีการลงทะเบียนผ่านค่ายมือถือและองค์กรขนาดใหญ่ จะส่งข้อมูลมาเป็นไฟล์ ทั้งชื่อ เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ทางศูนย์จะอัพโหลดข้อมูลเข้าระบบวันต่อวัน เพราะต้องคลีนข้อมูลว่าไม่มีการลงทะเบียนซ้ำซ้อนหรือลงทะเบียนเพื่อมาฉีดเข็มสาม
ซึ่งส่วนใหญ่ เราจะอัพโหลดข้อมูลเสร็จประมาณ 22.00 น. เพราะข้อมูลมีจำนวนมากประมาณ 2 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งผู้ที่อัพโหลดแก้ไขข้อมูลได้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของสถาบันโรคผิวหนังและฝ่ายไอทีของกรมการแพทย์ที่มีประมาณ 10 คน ส่วนเจ้าหน้าที่จิตอาสาจากกระทรวงต่างๆ และ 4 ค่ายมือถือไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการแก้ไขข้อมูลเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดวอล์กอิน ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่มีรายชื่อในระบบเลย จึงต้องใส่รายชื่อเข้าไปใหม่ ดังนั้น จึงมีการให้สิทธิเจ้าหน้าที่ จิตอาสาที่โต๊ะลงทะเบียนในการใส่ข้อมูล ผู้วอล์กอินเข้าไปได้ประมาณ 300 คน ทำให้เป็น ช่องโหว่สำคัญ ทำให้จิตอาสาบางคนใช้สิทธินี้โดยมิชอบในการใส่ข้อมูลเข้าไปเพิ่ม ไม่ใช่การแฮ็กระบบแต่อย่างใด
ซึ่งพบความผิดปกติเนื่องจากช่วงเปิดวอล์กอิน จึงไม่รับนัดกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ เหลือเพียงนัดเป็นกลุ่มของกระทรวงการต่างประเทศที่ส่งรายชื่อชาวต่างชาติ มาฉีดวันละประมาณ 200-300 คน ไม่เกิน 400 คน ทำให้การอัพโหลดข้อมูลเสร็จตั้งแต่ช่วง 16.00-17.00 น. แต่พบการใส่ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อัพโหลดในช่วง 22.00 น.
กันเป็นพยาน 300 กว่าราย
พญ.มิ่งขวัญกล่าวอีกว่า ช่วงวันที่ 18-27 ก.ค. พบจำนวนไม่มาก ประมาณวันละ 10-20 คน มากสุด 50 คน จึงยังไม่ทำอะไร เพราะไม่อยาก แหวกหญ้าให้งูตื่น และไม่อยากให้การสืบไปถึงต้นตอเสียหาย ส่วนช่วงวันที่ 28 – 31 ก.ค. พบการใส่ข้อมูลมากถึงวันละ 2 พันราย รวมประมาณ 7 พันกว่าราย และยังพบการลงทะเบียนล่วงหน้าไปถึงวันที่ 8 ส.ค. รวมแล้วประมาณเกือบหมื่นราย
จากข้อมูลที่อัพโหลดเพิ่มเติมนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่พบว่ามี 19 ยูสเซอร์เป็นจิตอาสาที่ทางค่ายทรูจ้างมา โดยจำนวนนี้ 8 ยูสเซอร์มีการใส่ข้อมูลเพิ่มเพียงไม่กี่คน แต่อีก 11 ยูสเซอร์ใส่ข้อมูลเพิ่มเข้ามาจำนวนมาก โดยมี 4 ยูสเซอร์ที่อัพโหลดถึง 400-500 ราย ขอย้ำว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของค่ายมือถือ ซึ่งทุกค่าย มือถือมีการจ้างจิตอาสามาทั้งหมด และ 98% จิตอาสาก็มาทำงานด้วยใจบริสุทธิ์
วันที่ 28 ก.ค.จึงมีการล่อซื้อ ซึ่งจากจำนวนประมาณ 2 พันคน และทราบรายชื่อทั้งหมด จึงปล่อยให้เข้ามาตามปกติก่อน โดยช่วงเวลา 09.00 น. เช็กข้อมูลทราบว่ามีเข้ามาในฮอลล์แล้วประมาณ 600 คน จึงยกเลิกนัด 2 พันกว่าคนนั้น ทำให้ 600 คนที่เข้ามาแล้วถูกเด้งออกจากการนัด เมื่อไปจุดลงทะเบียนหรือฉีดยา ไม่พบข้อมูล ซึ่งเราเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ ถ้าพบกรณีเช่นนี้ให้พาไปพูดคุยทำความเข้าใจและสอบถามข้อมูลและกันไว้เป็นพยาน โดยมีแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูล ซึ่งเรากันไว้ได้ประมาณ 300 กว่าคน ส่วนที่เหลือพอรู้ตัว ก็มีการหลบออกไป รวมถึงมีการส่งสัญญาณให้คนที่ยังมาไม่ถึงไม่ต้องมา
ตร.ไซเบอร์สอบหาต้นตอ
ข้อมูลที่เราให้กรอกคือชื่อ นามสกุล เลขที่ บัตรประชาชน ที่มาของการได้สิทธิ โอนเงินให้ใครเท่าไรอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า เพื่อนซื้อ เจ้านายซื้อให้ ได้ข้อมูลมาจากกลุ่มไลน์ที่บอกต่อๆ กันไป ส่วนมูลค่าเงินประมาณ 400-1,200 บาท เฉลี่ยที่พบบ่อยคือ 800 บาท ดังนั้น หากคิดประมาณ 7 พันราย รายละ 1,000 บาท ก็รวมกว่า 7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความเสียหายยังเกิดกับเรื่องความน่าเชื่อถือทางศูนย์ กระทบสิทธิคนอื่นที่ต้องจองคิว และกระทบชื่อเสียงคนเกี่ยวข้อง เราจึงแจ้งความกับทางตำรวจรถไฟ โดยตำรวจสอบสวน กลางได้ตั้งทีมขึ้นมาเพื่อช่วยดูเรื่องนี้ให้ และประสานตำรวจไซเบอร์เข้ามาตรวจสอบหลักฐานด้วย ซึ่งคิดว่าเคสนี้ไม่น่าจะยาก
“จริงๆ ต้องให้ความเป็นธรรมกับ 19 ยูสเซอร์ด้วย เพราะอาจไม่ได้ทำเอง อาจจะมีใครทราบพาสเวิร์ดแล้วไปทำ ซึ่งตรงนี้เราต้องตามจับตรงไอพีแอดเดรสที่ใส่ข้อมูลว่ามาจากไหน แล้วตามจับตรงเส้นทางการเงินที่เกิดจากการโอนเงินด้วย ว่าผู้ที่จ่ายนั้นโอนเงินให้ใคร และบัญชีนั้นมีการโอนไปให้ใครต่อหรือไม่
นอกจากนี้ กำลังตรวจสอบย้อนหลังไปก่อนวันที่ 18 ก.ค.ด้วย เมื่อถามว่ามีเจ้าหน้าที่หลักมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ตอนนี้เราสงสัยไว้ก่อนทั้งหมด ตำรวจที่สอบสวนก็ไม่ได้สอบแค่ 19 ยูสเซอร์ ตอนนี้เขาก็มาทำปกติ โดยตำรวจเองก็สอบเจ้าหน้าที่สถาบันโรคผิวหนังและฝ่ายไอที กรมการแพทย์ที่มาช่วยงาน 10 คนด้วย
แต่ถามว่าเราเชื่อมั่นในตัวเจ้าหน้าที่ของเราไหม เราเชื่อในระดับที่มาก และเจ้าหน้าที่เราเองก็เป็นคนตรวจพบความผิดปกติและแจ้งให้ทราบ ทุกคนตอนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมด แต่ก็ต้องถือว่าบริสุทธิ์ทั้งหมดก่อน เพราะคนที่ทำอาจจะไม่ใช่ 29 คนนี้ก็ได้ รอให้ตำรวจสอบสวน ซึ่งไม่น่ายาก” พญ.มิ่งขวัญกล่าว
เตรียมเปิดเพิ่มกระบี่-พังงา
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผล กระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มั่นใจว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และสมุยพลัสโมเดลยังเดินหน้าต่อแม้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้นจากคนในพื้นที่ แคมป์ก่อสร้าง หรือผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัด ไม่ได้เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมที่เดินทาง เข้ามาประมาณ 13,281 คน พบติดเชื้อใหม่เพียง 1 คน และผู้ติดเชื้อชาวต่างชาติสะสม 30 คน ตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้ามา และถูกส่งเข้ารับการรักษาแล้ว
ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต ยกระดับมาตรการตรวจ คัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัด เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3-16 ส.ค. ยกเว้นรถฉุกเฉินทางการแพทย์ ขนส่งยา เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง ขนส่งเงินของธนาคาร หรือผู้ที่มีความจำเป็น เป็นต้น
นายธนกรกล่าวว่า ส่วนสมุยพลัสโมเดล จ.สุราษฎร์ธานี ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 บนเกาะสมุย 54 ราย เป็นคลัสเตอร์ร้านอาหาร ซึ่งควบคุมได้แล้ว และกลุ่มที่ติดเชื้อไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโครงการสมุยพลัสโมเดล และภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่เดินทางเข้าเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า อยู่ที่ประมาณ 200 คน โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้พอใจ ผ่อนคลายกับทัศนียภาพรอบเกาะ และไม่ได้มีความกังวล
นายธนกรกล่าวว่า นายกฯ เตรียมขยายพื้นที่เปิดเกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล จ.กระบี่ และเขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา ภายในเดือนส.ค.นี้ ซึ่งพื้นที่ของเกาะมีความพร้อม ประชาชนฉีดวัคซีนแล้ว 70-100% และไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ โดยระยะแรกจะให้คนไทยที่ฉีดวัคซีนครบโดสและมีผลการตรวจ โควิดภายในระยะเวลาที่กำหนดและนักท่องเที่ยว จากกลุ่มภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และสมุยพลัสโมเดลเดินทางก่อน
เลื่อนเปิดกระบี่แซนด์บ็อกซ์
น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ค่อนข้างจะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ทำให้ต้องเลื่อนเปิดกระบี่แซนด์บ็อกซ์ ออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ส.ค.64 นี้ ขอเลื่อนไปเป็น 8 ส.ค.64 โดยในช่วงระหว่างนี้จะพัฒนาระบบเริ่มตั้งแต่การจองการเดินทางเข้า จ.กระบี่ การติดตาม นักท่องเที่ยว ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์เพิ่มความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น ในส่วนของโครงการเที่ยวกระบี่ดีกว่าเดิม นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่อยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มข้นคือ มีใบรับรองการฉีดวัคซีน ครบ 2 โดส หรือมีการตรวจเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ขณะที่ น.ส.วิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรม จ.กระบี่ กล่าวว่า โรงแรม ที่พักมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก มีโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน Sha plus รวมกว่า 200 แห่ง กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ และ เชื่อว่าการเลื่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวจะทำให้ ผู้ประกอบการได้มีการเตรียมความพร้อม ในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

คลัสเตอร์ใหม่ – จนท.ปิดทางเข้าหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ห้ามชาวบ้านออกนอกพื้นที่ เหตุจากมีผู้กลับมาจาก อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แล้วไม่ยอม กักตัว ทำให้มีผู้ติดโควิดแล้ว 32 คน เมื่อวันที่ 1 ส.ค.
3 เกาะสุราษฎร์ติดเชื้อ 261
ด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.สุราษฎร์ธานี รายงานข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 3 เกาะ ระหว่างวันที่ 2 เม.ย.ถึงปัจจุบัน เกาะสมุย มีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม 228 ราย เกาะพะงัน 24 ราย และเกาะเต่า 9 ราย รักษาหายกลับบ้าน 117 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 129 ราย รวม 261 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงหาดเฉวงเพิ่มอีก 14 ราย
ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุย เปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 อีก 50 ห้อง ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 100 คน จากเดิมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ที่มีผู้ป่วยอาการ สีเขียวไปอยู่รักษาแล้ว 37 คน และยังสามารถรองรับได้อีก 62 คน ทั้งนี้เพื่อความพร้อม ที่จะดูแลผู้ที่ติดเชื้อในเกาะสมุย
ขณะที่โครงการ “สมุย พลัส โมเดล” มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมากับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าเกาะสมุย จำนวน 3 เที่ยวบิน จำนวน 21 คน ยอดสะสม 134 คน ส่วนนักท่องเที่ยวจากโครงการ “ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” ไม่มีเดินทางเข้ามา ยอดสะสม 211 คน
ร.พ.สนามมธ.จี้นายกตั้งวอร์รูม
ด้านเพจโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความ ระบุว่า โควิดทำสถิติใหม่ ที่ 18,912 รายและ 178 คนตามลำดับ เราไม่เคยมาที่ตัวเลขระดับนี้มาก่อนเลย แต่ก็คงต้อง เตรียมตกใจมากขึ้นกับตัวเลขใหม่วันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปอีกด้วยนะ คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ริมถนน ในบ้าน หรือทุกๆ ที่โดยไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ ทุกคนหวั่นเกรงการระบาดและกลัวติดเชื้อ ระบบสายด่วนขอความช่วยเหลือทุกเลขหมายทำอะไรให้ผู้ป่วยไม่ได้ เพราะเตียงในโรงพยาบาลก็ล้นเต็ม ER ทุกแห่งมีเตียงผู้ป่วยและถังออกซิเจนระเกะระกะล้นมาอยู่บนทางเท้าหรือที่จอดรถ อย่างนี้ไม่ใช่สถานการณ์สงครามหรอกหรือ?? เราประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาเกือบสองปีแล้ว สถานการณ์วันนี้คือฉุกเฉินที่สุดแล้วนะ
พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งวอร์รูม เรียกประชุมทุกเช้ากับรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และสั่งการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน ในแต่ละเรื่อง แต่ละปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สั่งลอยๆ ให้ทุกฝ่ายไปคิดหาวิธีแก้ปัญหามาให้ อย่างที่เคยทำ
ผู้ว่าฯปูขอเผือกวัคซีนไฟเซอร์
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งสูงสุดในรอบ 10 วัน มีจำนวนถึง 1,265 ราย จำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 238 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 1,021 ราย ในจำนวนนี้เป็นคน ที่อยู่ใน จ.สมุทรสาคร 802 ราย และที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 219 ราย ส่วนติดเชื้อในกลุ่ม Bubble&Sealed พบในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครเพิ่ม 6 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 49,654 ราย รักษาหาย กลับบ้านแล้ว 30,684 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 18,838 ราย และผู้เสียชีวิตรายใหม่ 5 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 132 ราย
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอเผือกหน่อยเถอะ พยายามจะโพสต์ลง FB ให้น้อยลง เพราะเกรงว่าจะใช้ถ้อยคำรุนแรงไป ด่าว่า คนนั้นคนนี้มากไป หรือบ่นมากไป จนคนคิดว่า เราท้อ ถอดใจ แต่ครั้งนี้ขอเผือกสักเรื่องเถอะ เราคิดทำกล่องห่วงใย (ภาคพิเศษ) เพราะทราบจาก ผอ.ร.พ.ทั้ง 3 อำเภอว่าหมอ พยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดไปแล้วกว่า 300 คน ไม่นับรวมของ ร.พ.เอกชน และเจ้าหน้าที่ของสาธารณสุข เลยทำกล่องห่วงใย (ภาคพิเศษ) ไปมอบให้ และคงต้องมอบเพิ่มอีก
เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน นึกดีใจที่เห็นส่วนกลางให้สำรวจบุคลากรทางสาธารณสุข ว่ามีจำนวนเท่าไร จะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับจากอเมริกาให้ จะเรียกว่าเป็นเข็มสาม หรือบูสเตอร์โดส ก็แล้วแต่ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เป็นกำลังใจ แสดงออกถึงความห่วงใยได้ชัดเจน แต่ข่าวที่ออกมาตอนบ่ายวันนี้ กำหนด หลักเกณฑ์การฉีดวัคซีนล็อตนี้มากมาย จนนึกไม่ออกว่าจะเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ฉีดวัคซีนชุดกำลังใจนี้กี่คน

อีกศพ – ชายวัย 56 ปี ล้มลงเสียชีวิตบนทางเท้าปากซอยเจริญกรุง 103 เขตบางคอแหลม กทม. ชันสูตรพบติดเชื้อโควิด-19 ก่อนให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป เมื่อวันที่ 1 ส.ค.
กลับจากตรวจโควิดดับคาถนน
เมื่อเวลา 12.30 น. ร.ต.อ.พิตติพล พุฒินาทวรพงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตริมถนนเจริญกรุง ใกล้ปากซอยเจริญกรุง 103 แขวงและเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์นิติเวช ร.พ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูชุดปฏิบัติการพิเศษโควิด-19 เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบร่างชายอายุ 57 ปี นอนเสียชีวิต โดยมีภรรยาและลูกชายคอยดูอยู่ไม่ห่าง และจากการตรวจเชื้อในเบื้องต้นพบผลบวก ทางเจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่และฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัย
นางเอ (นามสมมติ) เปิดเผยว่า สามีเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง และมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดัน โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทให้พนักงานไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อความปลอดภัย ซึ่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ ส่วนวันนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาสามียังมีอาการปกติ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่ามีอาการของโรคโควิด-19 มีเพียงแค่อาการปวดหลังเท่านั้น จากนั้นได้พาตัวสามีไปตรวจหาเชื้อที่ ร.พ. เจริญกรุงประชารักษ์ อีกครั้ง และเดินทางกลับบ้าน ขณะลงจากรถตนและลูกชายได้ช่วยพยุงสามีไว้ ก่อนที่จะทรุดลงและเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำตัวบุคคลที่ใกล้ชิด ผู้ตายไปตรวจหาเชื้อและเข้าสู่กระบวนการรักษา ส่วนผู้เสียชีวิต จะนำร่างไปฌาปนกิจ ที่วัดบวรสถล (วัดดอน) ต่อไป

ห่วงใย – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สวมชุดพีพีอีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ การตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงชาวบ้านในชุมชนกว่า 800 ชีวิต ที่แฟลตตำรวจลือชา ย่านพญาไท เมื่อวันที่ 1 ส.ค.
ผบ.ตร.เยี่ยมหน่วยคัดกรอง
พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุรพล อยู่นุช ที่ปรึกษาพิเศษ (สบ10) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ แพทย์ใหญ่ รพ.ตร. ได้ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด -19 ที่แฟลตตำรวจลือชา เป็นสถานที่ตรวจคัดกรอง มีประชาชนชุมชนซอยลือชา และข้าราชการตำรวจพร้อมครอบครัว เข้ารับการตรวจ 800 กว่าราย
โฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ผบ.ตร. ได้ขอบคุณทีมงานทุกคน และประชาชนที่เข้าร่วม การตรวจคัดกรองในวันนี้ และได้มอบอุปกรณ์ การตรวจให้กับทีมร.พ.ตำรวจ พร้อมทั้งอาหาร และเครื่องดื่มให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนและครอบครัวตำรวจ ต่อมา ผบ.ตร. และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการตรวจคัดกรองหาเชื้อให้แก่ประชาชนในชุมชนสินทวี ย่านจอมทอง ท่าข้าม และข้าราชการตำรวจพร้อม ครอบครัว พื้นที่ บก.น.9 เข้ารับการตรวจ 700 กว่าราย