ป่วย2หมื่น4วันติด
ยอดสะสม-7แสน
โควิดมรณะ ประเทศไทยดับเบิลนิวไฮอีก สลดตายวันเดียว 212 ราย คนป่วยใหม่เกิน 2 หมื่นสี่วันรวดยอดติดเชื้อสะสมทะลุ 7 แสน 45 จังหวัดเกิน 100 ต่อวัน กรมควบคุมโรค ห่วงป่วยยังพุ่ง 21,838 ราย ย้ำขออยู่บ้าน-งดเดินทาง หวั่นอีก 2 สัปดาห์ ต่างจังหวัดยอดป่วยพุ่ง ขู่ฟันโรงงานปิดมีแรงงานติดเชื้อ สธ.เร่งหายาฟาวิพิราเวียร์เดือนหน้าอีก 100 ล้านเม็ด สู้พันธุ์เดลตา กทม.และปริมณฑล เจออีก 9,015 ราย ชลบุรีปิด แคมป์-โรงงานเพิ่มข้ามจังหวัดถึงระยอง อนาถสาวใช้ในกทม. นายจ้างรู้ว่าป่วยโควิด ไล่ออกต้องนอนข้างถนน นายก.อบจ.นครสวรรค์ส่งรถกลับมารักษาที่บ้านเกิดแล้ว ก.แรงงาน ขู่ฟันนายจ้างหักเงินเยียวยาที่รัฐจ่ายให้ลูกจ้าง นายกฯจี้ก.คมนาคม เร่งหามาตรการช่วยแท็กซี่-จยย.รับจ้าง

ฉีดถึงบ้าน – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและสาธารณสุขนั่งรถจักรยานยนต์พ่วงข้างรณรงค์ให้ประชาชนจองวัคซีนป้องกันโควิด พร้อมฉีดวัคซีนเชิงรุกให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ในพื้นที่บ้านบาโง หมู่ที่ 1 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.
โควิดนิวไฮ 2.18 หมื่น-ตาย 212
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงข้อมูลสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,838 ราย สะสม 736,522 ราย รักษาหาย 21,108 ราย หายสะสม 517,012 ราย เสียชีวิต 212 ราย สะสม 6,066 ราย ยังรักษาอยู่ 213,444 ราย อยู่ในร.พ. 78,773 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 134,671 ราย อาการหนัก 5,159 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,060 ราย มีการฉีดวัคซีนเพิ่ม เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 647,571 โดส รวมสะสม 20,280,108 โดส เป็นเข็มแรก 15,687,291 ราย เข็มสอง 4,406,723 ราย และเข็มสาม 186,094 ราย
ผู้ติดเชื้อ 21,838 ราย แบ่งเป็นในประเทศ 20,911 ราย โดยสัดส่วนมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 11,083 ราย กทม.และปริมณฑล 9,015 ราย และ 4 จังหวัดภาคใต้ 813 ราย, มาจากเรือนจำ 923 ราย และผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศมี 4 ราย ได้แก่ ตุรกี 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย และเมียนมา 2 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติทั้งหมด
ผู้เสียชีวิต 212 ราย มาจาก 37 จังหวัด ได้แก่ กทม. 99 ราย สมุทรปราการ 23 ราย สมุทรสาคร และชลบุรี จังหวัดละ 10 ราย ปทุมธานี 7 ราย ปัตตานี สงขลา จังหวัดละ 5 ราย อ่างทอง 4 ราย นนทบุรี นครปฐม นราธิวาส อุดรธานี อุบลราชธานี กำแพงเพชร นครสวรรค์ จังหวัดละ 3 ราย ระนอง สตูล ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี จังหวัดละ 2 ราย และนครศรีธรรมราช ชัยภูมิ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร อำนาจเจริญ ลำปาง เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ชัยนาท ตาก เพชรบุรี ตราด ระยอง สระแก้ว และสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 116 ราย หญิง 96 ราย อายุ 31-97 ปี ค่ากลางอายุ 67 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 67% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 26% ไม่มีโรคเรื้อรัง 6% พบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 2 ราย คิดเป็น 1% จากสมุทรสาคร และนราธิวาส มีการนอนใน ร.พ.นานสุดก่อนเสียชีวิต 38 วัน เฉลี่ย 10 วัน พบการเสียชีวิตที่บ้าน 4 ราย จากสมุทรปราการ 3 รายและสงขลา 1 ราย
45 จว.ติดเชื้อเกิน 100
สำหรับจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย พบสูงขึ้นรวมถึง 45 จังหวัด โดย 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 4,221 ราย สะสม 178,910 ราย 2.สมุทรปราการ 1,428 ราย สะสม 46,954 ราย 3.ชลบุรี 1,418 ราย สะสม 34,859 ราย 4.สมุทรสาคร 1,372 ราย สะสม 39,601 ราย 5.นครปฐม 781 ราย สะสม 15,369 ราย 6.นนทบุรี 699 ราย สะสม 29,066 ราย 7.สระบุรี 595 ราย สะสม 9,419 ราย 8.ปทุมธานี 514 ราย สะสม 22,638 ราย 9.ฉะเชิงเทรา 448 ราย สะสม 13,484 ราย และ 10.อุบลราชธานี 396 ราย สะสม 7,352 ราย
ส่วนอีก 35 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร 114 ราย, นครนายก 162 ราย, นครสวรรค์ 195 ราย, พระนครศรีอยุธยา 367 ราย, พิจิตร 125 ราย, ลพบุรี 199 ราย, สมุทรสงคราม 172 ราย, สุโขทัย 120 ราย, สุพรรณบุรี 229 ราย, อ่างทอง 235 ราย, ปราจีนบุรี 142 ราย, ระยอง 251 ราย, สระแก้ว 208 ราย, กาฬสินธุ์ 283 ราย, ขอนแก่น 219 ราย, ชัยภูมิ 255 ราย, นครราชสีมา 220 ราย, บุรีรัมย์ 246 ราย, มหาสารคาม 271 ราย, ยโสธร 139 ราย, ร้อยเอ็ด 224 ราย, ศรีสะเกษ 335 ราย, สกลนคร 207 ราย, สุรินทร์ 311 ราย, อุดรธานี 287 ราย, กาญจนบุรี 196 ราย, ตาก 139 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 112 ราย, เพชรบุรี 143 ราย, ราชบุรี 262 ราย, ชุมพร 107 ราย, นราธิวาส 185 ราย, ปัตตานี 298 ราย, สงขลา 251 ราย และสุราษฎร์ธานี 161 ราย
สำหรับคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ ได้แก่ 1.สมุทรปราการ 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ บริษัทของใช้ในบ้าน อ.เมือง 18 ราย และบริษัทอาหารแช่แข็ง อ.บางพลี 11 ราย 2.ชลบุรี โรงงานพ่นสี อ.บ้านบึง 19 ราย 3.นครปฐม บริษัทผลิตภัณฑ์อาหาร อ.บางเลน 14 ราย และ 4.นนทบุรี โรงงานเสื้อผ้า อ.เมือง 9 ราย
หาฟาวิพิราเวียร์เพิ่ม100ล้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาใช้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ 5-6 พันเม็ดต่อวัน วันนี้ต้องใช้วันละ 8.5 แสนเม็ด จากการกลายพันธุ์ของเชื้อเดลตา ทำให้ติดเชื้อได้รวดเร็ว ทวีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ จึงต้องมีวิธีพึ่งพาตนเอง เราต้องกดโควิดลงมาให้ได้ เราจะอยู่ในสภาพแบบนี้ตลอดเวลาไม่ได้ เพราะยาฟาวิพิราเวียร์ต้องนำเข้า ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดย สธ.จัดหาจัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ตลอดเวลา เดือนนี้ซื้อแล้ว 40 ล้านเม็ด เดือนหน้า 100 ล้านเม็ด เม็ดละ 10 บาท
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. กล่าวว่า จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น และการ ปรับการรักษาให้ยาฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้น ทำ ให้จำนวนการใช้ยารักษาโควิดเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 4 ส.ค.2564 มีความต้องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ วันละ 8.5 แสนเม็ดต่อวัน ได้จัดสรรลงพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ถึง 4 ส.ค.ไปแล้ว 20.5 ล้านเม็ด ทั้งนี้ สธ.ได้มอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดหายาเพิ่มเติม โดยใน 3 เดือนนี้ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 2564 ให้จัดหาเพิ่มขึ้นอีก 300 ล้านเม็ด เดือนละ 100 ล้านเม็ด โดยเฉพาะเดือน ส.ค. และก.ย. ให้จัดหา 120 ล้านเม็ด ส่วนยาเรมเดซิเวียร์ให้หาเพิ่มอีก 1 แสนขวด รวมเป็น 2 แสนขวดภายใน ส.ค.นี้ ให้เพียงพอตามเกณฑ์การรักษาใหม่เพื่อกระจายให้ทุกจังหวัด
ไม่คุมโรค-14วันตจว.พุ่งอีก
นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อในต่างจังหวัดอีก 2 สัปดาห์ว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 3 ส่วน โดยส่วนแรก ผู้ติดเชื้อเดินทางกลับจาก กทม. หรือพื้นที่ระบาด เช่น ปริมณฑล ชลบุรี และอยุธยา กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มนี้หากติดต่อประสานงานล่วงหน้าไปร.พ.ก่อนจะลดการแพร่เชื้อลงได้
ส่วนที่สอง กลุ่มที่เดินทางกลับไปก่อน หน้านี้ โดยไม่มีการประสานล่วงหน้า คิดว่าตัวเองอาจไม่ติดเชื้อหรือไม่มีความเสี่ยง ไปแพร่เชื้อคนที่บ้าน ยิ่งผู้สูงอายุก็จะทำให้อาการหนักได้ และส่วนที่สาม ภายในจังหวัดที่มีโรงงาน สถานประกอบการค่อนข้างมาก มีคนติดเชื้ออยู่ตอนนี้ ซึ่งส่วนที่สองที่ไปมาหาสู่ในตลาด ในชุมชน ก็ทำให้แพร่เชื้อได้หมด ดังนั้น 3 ส่วนนี้ต้องควบคุมการแพร่เชื้อให้ได้
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สถานการณ์ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า แม้ตอนคาดการณ์อาจถึงจุดเยอะสุด แต่หากเราป้องกันตัวเองดี ดูแลคนในครอบครัวไม่ให้ติดเชื้อ ก็จะไม่เห็นสถานการณ์แบบนั้น
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกมีแนวโน้มขาขึ้น พบติดเชื้อรายใหม่ถึง 668,464 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 9,923 คน คิดเป็น 2.12% โดยสหรัฐอเมริกาพบค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศอื่นๆ ก็เช่นกัน ต้องติดตามเพิ่มเติมว่าการฉีดวัคซีนมากกว่า 50% ในประชากรกลุ่มประเทศยุโรปช่วยลดตัวเลขติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงมากแค่ไหน ซึ่งแนวโน้มฝรั่งเศสก็เริ่มลดลง ทั้งนี้ ทั่วโลกฉีดวัคซีนไปแล้ว 4,320 ล้านโดส
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยสถานการณ์ค่อนข้างมีสัญญาณเชิงบวก พบ ผู้ป่วยที่รักษาหายและกลับบ้านแล้ว 21,108 ราย ใกล้เคียงผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 21,839 ราย แสดงว่าระบบบริการพยายามเต็มที่ที่ทำให้ผู้ป่วยทุกรายที่อาการหนักได้รับการรักษาเร็วขึ้น ซึ่งหากหมุนเตียงเร็วขึ้นก็จะทำให้การรักษาครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยกลุ่มหายป่วยอยู่ใน ร.พ.สนาม และร.พ.ประมาณ 18,834 ราย และหายป่วยที่อยู่ในเรือนจำ 455 ราย ส่วนหายป่วยที่อยู่ในระบบการรักษาที่บ้าน HI และในชุมชน CI มี 1,819 รายในวันนี้

ตรวจทุก 14 วัน – พ่อค้าแม่ค้าตลาด 119 ปี เจ็ดเสมียน เข้าตรวจหาเชื้อโควิดก่อนจะเปิดตลาด โดยเจ้าหน้าที่ร.พ.เจ็ดเสมียนเข้ามาตรวจให้ทุก 14 วันเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนขายและลูกค้า ที่วัดเจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.
ตรวจเอทีเค100คนเจอ10
ทั้งนี้ ข้อมูลการตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต ทราบผลใน 30 นาที พบว่า ใน กทม.สัดส่วนคนที่ได้รับการตรวจมีกี่เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าช่วงนี้สถานการณ์ติดเชื้อคงตัวเฉลี่ย 10% หมายความว่าตรวจ 100 คนจะมีผลบวกหรือติดเชื้อประมาณ 10 คน หากสถานการณ์แบบนี้และเปอร์เซ็นต์ติดเชื้อลดลงก็จะเป็นสัญญาณที่ดีว่า การฉีดวัคซีนเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการติดเชื้อจากครอบครัวหนึ่งไปสู่ครอบครัวหนึ่ง หรือลดการติดเชื้อในบ้านได้มาก สำหรับการตรวจเอทีเค ที่ผลเป็นบวกทั่วประเทศพบ 6,026 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ส.ค.64)
“ตัวเลขการเสียชีวิตวันนี้ที่ค่อนข้างมากจำนวน 212 ราย มีข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน 192 ราย โดยพบว่า มี 172 รายไม่เคยได้รับวัคซีนเลย แสดงว่ากลุ่มใหญ่อย่างผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ได้รับวัคซีนคิดเป็น 89.58% ได้รับวัคซีน 1 เข็ม 19 ราย หรือ 9.90% แต่วัคซีน 1 เข็มต้องรอ 14 วันอย่างน้อยจึงจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นบ้าง ต้องรอให้ครบ 2 เข็มจึงจะเพิ่มขึ้น แต่มีผู้รับวัคซีน 2 เข็มมี 1 รายที่เสียชีวิต โดยสรุปหากกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว คือ 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และอีก 2 กลุ่มคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและหญิงตั้งครรภ์ได้รับวัคซีนก่อนจะป้องกันการเสียชีวิตได้มาก” นพ.จักรรัฐกล่าว
สำหรับตัวเลขคาดการณ์จากโมเดลการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด หากเราเริ่มล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 20 ก.ค.-31 ส.ค. ประมาณ 1 เดือนกว่า มีประสิทธิภาพ 20% ซึ่งขณะนี้สถานการณ์จริงเราเจอติดเชื้อประมาณ 2 หมื่นราย แสดงว่าสถานการณ์ล็อกดาวน์เรามีประสิทธิภาพตรง 20% แต่มีอีกตัวเลขคือหากล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพ 25% นาน 2 เดือน ประกอบกับเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุถึงเป้าหมายใน 1-2 เดือนก็จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ 12,000 ราย ดังนั้น การเร่งฉีดวัคซีนตอนนี้ยังไม่ออกผล จนกว่าจะฉีดจนครบถ้วนได้มากกว่านี้ และต้องปรับให้ได้ประสิทธิภาพ 25% มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรคให้ได้ที่สุด
“ในส่วนการเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิต มีการคาดการณ์เช่นกันว่าต้องเพิ่มประสิทธิภาพล็อกดาวน์และมาตรการต่างๆ ซึ่งมีการตั้งธงว่า ผู้สูงอายุ 29 จังหวัดจากการล็อกดาวน์รอบนี้ต้องได้รับการฉีดวัคซีนมากกว่า 70% ภายในสิ้นเดือนส.ค. และจังหวัดอื่นๆ ต้องได้วัคซีนมากกว่า 50% ภายในสิ้นเดือนนี้เช่นกัน ดังนั้น สิ่งสำคัญต้องลดผู้เสียชีวิตให้ได้ โดยสิ่งสำคัญหากเราออกนอกบ้าน ต้องงดแพร่เชื้อผู้สูงอายุในบ้าน และต้องเร่งรีบพาผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่บ้านไปฉีดวัคซีนก่อน เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด” นพ.จักรรัฐกล่าว
‘บิ๊กตู่’จี้ช่วยแท็กซี่-จยย.
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบรายงานความคืบหน้าการโอนเงินเข้าบัญชี ผู้ประกันตน มาตรา 33 ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด สำหรับกิจการที่ได้รับผลกระทบ 9 สาขา ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.-6 ส.ค. จ่ายเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตนไปแล้ว 2,434,182 คน เบิกจ่ายเป็นเงินรวม 6,085,455,000 บาท คือวันที่ 4 ส.ค. จ่าย 1,000,000 คน จำนวน 2,500,000,000 บาท วันที่ 5 ส.ค. จ่ายเงิน 1,000,000 คน จำนวน 2,500,000,000 และวันที่ 6 ส.ค.64 จ่าย 434,182 คน จำนวน 1,085,455,000 บาท
ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 3 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะโอนเงินในวันที่ 9 ส.ค. ขณะที่นายจ้างใน 10 จังหวัดซึ่งมีจำนวนประมาณ 160,000 กว่าราย จะจ่ายตามจำนวนลูกจ้าง รายละ 3,000 บาท ซึ่งสปส.จะทยอยโอนครั้งต่อไปให้กับนายจ้างและ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุกๆ วันศุกร์ จนถึง วันที่ 29 ต.ค. 2564
สำหรับกลุ่มแรงงานอิสระในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ พระนครศรีอยุธยา ที่สมัครมาตรา 40 แล้ว ภายในวันที่ 31 ก.ค.2564 แต่ยังไม่ชำระเงิน ให้รีบจ่ายภายในวันที่ 10 ส.ค.นี้ เพื่อรับสถานะความเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย พร้อมรับสิทธิเยียวยา 5,000 บาท ในวันที่ 24 ส.ค. ร่วมกับกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 39 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด สำหรับกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และ 40 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในจังหวัดที่เหลือ สปส.โอนเงินเยียวยาให้ในวันที่ 25 ส.ค. โดยมาตรา 33 ได้รับ 2,500 บาท มาตรา 39 และมาตรา 40 ได้รับ 5,000 บาท
“พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มี อายุเกิน 65 ปี ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 จะได้เร่งให้กระทรวงคมนาคม หามาตรการเยียวยาเพื่อเสนอ ครม. พิจารณา ต่อไป” นายอนุชากล่าว
ส่วนการจัดสรรและกระจายชุดตรวจ แอนติเจน เทสต์ คิต (ATK) ที่รัฐบาลได้รับจากสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 1.1 ล้านชุดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กระจายชุดตรวจเอทีเค ตาม ความจำเป็นเร่งด่วน อย่างทั่วถึง เป็นธรรม ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรไปยังจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ตามจำนวน ผู้ป่วยและความเหมาะสมแล้ว ดังนี้ กรุงเทพมหานคร จำนวน 200,000 ชุด นนทบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 75,000 ชุด พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร นครปฐม ชลบุรี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 70,000 ชุด
4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา จังหวัดละ 45,000 ชุด และสำรองที่กระทรวงสาธารณสุขจำนวน 150,000 ชุด ส่วนของเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 102 เครื่อง ที่ได้รับมอบจากสมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเดียวกันนี้ จะได้แจกจ่ายตามความเหมาะสมต่อไป
ขู่ฟันนายจ้างหักเงินเยียวยา
นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีข่าวสถานประกอบกิจการแห่งหนึ่งแจ้งจะหักเงินเยียวยาของรัฐบาลที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 สำหรับ 9 กลุ่มกิจการเฉพาะจังหวัดที่กำหนดได้รับ 2,500 บาท โดยอ้างรัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนให้แล้วว่า การกระทำดังกล่าวของนายจ้างถือเป็นการละเมิดสิทธิลูกจ้างที่พึงได้รับ เงินเยียวยาที่รัฐบาลจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ส่วนเงินค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในแต่ละเดือนนั้นเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานให้กับลูกจ้างที่ทำงานให้ กสร.ขอเตือนนายจ้างที่คิดจะหักค่าจ้างลูกจ้างที่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ไม่ว่าลูกจ้างจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หากฝ่าฝืนมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กลาโหมเร่งช่วยตรวจเชิงรุก
ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตัน ตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC เพื่อติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 โดยเร่งเสริมขีดความสามารถ ร.พ.สนาม 29 แห่ง 6,799 เตียง ที่กองทัพดูแลเดิม และอยู่ระหว่างเร่งจัดตั้งร.พ.สนาม และพื้นที่แยกกักคุมโรคชุมชน (CI) ทั้งในหน่วยทหารทั่วประเทศและสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ให้เพียงพอรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มีมากขึ้น
สำหรับ ร.พ.สนามศูนย์คัดกรอง สโมสรทหารบก ได้เปิดบริการประชาชนแล้ว ในการตรวจคัดกรอง และนำเข้าระบบการรักษา รวมทั้งจ่ายยาและพากลับบ้าน ซึ่งมีประชาชนมารับการบริการแล้วกว่า 5,000 คน ขณะเดียวกัน กองทัพได้เสริมกำลังร่วมกับ กทม.จัดชุด CRT 200 ชุด เข้าตรวจเชิงรุกคัดแยกผู้ป่วยในชุมชนต่างๆ และสนับสนุนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากบ้านและชุมชน เข้าสู่ระบบการรักษา ผ่านสายด่วน 1138 และจุดบริการประชาชน 68 จุด ที่กระจายจัดตั้งในชุมชนต่างๆ โดยศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แล้วกว่า 16,000 คน
ทั้งนี้ พล.อ.ชัยชาญ ได้ย้ำ ขอให้กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ สนับ สนุนภารกิจ “ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด” เฝ้าระวังคุมเข้มชายแดนทุกด้านต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จว. ชายแดน ติดประเทศเมียนมา และขอให้เร่งจัดตั้ง ร.พ.สนาม และ CI เพิ่มในทุกหน่วยทหาร รองรับการดูแลชุมชนให้มากที่สุด พร้อมทั้งขอให้พิจารณาปรับ “จุดบริการประชาชน” ให้เหมาะสมเข้าถึงชุมชนมากขึ้น
เชียงใหม่ติดเชื้ออีก 72
ส่วนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 72 ราย รวมสะสมตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 เป็น 5,936 ราย รักษาหายออกจากร.พ.แล้ว 5,044 ราย เสียชีวิตสะสม 31 ราย ส่วนการฉีดวัคซีนสะสม 371,445 โดส
ด้านศูนย์ข้อมูลโควิด-19 จ.ลำปาง นพ. ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ลำปาง กล่าวว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ 21 ราย แยกเป็นจากโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน 11 ราย และตรวจพบในจังหวัด 10 ราย อยู่ระหว่างรักษา 347 ราย หายแล้วกลับบ้าน 901 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย รวมยอด ผู้ป่วยสะสมทั้งหมดจำนวน 1,253 คน
สำหรับไทม์ไลน์ผู้ป่วยติดเชื้อคลัสเตอร์ร้านขายไข่ไก่ เยื้องตลาดเทศบาล 3 รัษฎา หรือตลาดหัวขัว ถนนพระแก้ว ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง จำนวนทั้งหมด 7 ราย นพ.ประเสริฐกล่าวว่า จากการสอบสวนโรคพบกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 10 ราย ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด และได้ให้ทุกคนกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน และได้ตรวจคัดกรองในกลุ่มแม่ค้า พ่อค้า ในตลาด ผู้ประกอบการ ร้านค้า บริเวณรอบตลาดจำนวน 150 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด อย่างไรก็ตามได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดตลาด บริเวณพื้นตลาด แผงจำหน่ายอาหารด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
นายวิศิษฎ์ อภิสิทธิ์วิยา รองนพ.สสจ.พิจิตร กล่าวว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ 92 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชาย อายุ 73 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.หนองโสน อ.สามง่าม รักษาตัวที่ร.พ.สามง่าม เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ติดโควิดจากลูกเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง และมีโรคประจำตัว เป็นเบาหวาน ไขมัน สรุปสะสมรวม 1,888 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด 1,540 ราย ติดภายในจังหวัด 348 ราย เสียชีวิตสะสม 15 ราย
สาวใช้ถูกไล่ออก-นอนถนน
ที่จ.นครสวรรค์ จากโครงการ “รับคนนครสวรรค์กลับบ้าน” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับรายงานจากศูนย์สายด่วนอบจ.นครสวรรค์ ว่า มีผู้ป่วยโควิด 2 ราย แจ้งติดต่อขอความช่วยเหลือมา 2 ราย โดยรายแรกเป็นคนรับใช้ในบ้านนายจ้างที่กรุงเทพฯ พอมีผลตรวจโควิดเป็นบวกทำให้ถูกไล่ออกจากบ้านทันที จึงต้องมาอาศัยอยู่ข้างถนนอย่างอนาถา
ส่วนหญิงสาวอีกรายอยู่ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่มีที่อยู่ ไม่รถที่จะเดินทางกลับมารักษาตัวที่บ้าน โทร.เข้าสายด่วนทั้งน้ำตา ขอความช่วยเหลือ จึงมอบหมายให้ นายมานพ บุญผสม รองนายกอบจ.นครสวรรค์ จัดรถพร้อมคนขับและเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับหญิงสาวสองรายนี้ทันที นำตัวเดินทางกลับจ.นครสวรรค์ และส่งกลับไปยังภูมิลำเนา ซึ่งมีร.พ.และศูนย์พักคอยที่รับรักษาตัวได้เรียบร้อยแล้ว
โคราชพรวด645-ตาย5
ด้านนพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นพ. สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 645 ราย รวมสะสม 10,116 ราย รักษาหาย 4,116 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย และเสียชีวิตสะสม 77 ราย โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้เฝ้าระวังและเร่งดำเนินมาตรการควบคุมการขยายวงลุกลามของ 7 คลัสเตอร์คือ 1.โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ซันฟู้ด จ.สระบุรี ขยายวงครอบครัว รวมสะสม 57 ราย
2.สนามเปตอง วัดบ้านหาญ อ.ด่านขุนทด ตรวจหาเชื้อบุคคลในครอบครัวที่กักตัวซ้ำ และบุคคลที่สัมผัสเชื้อ แต่ผู้ป่วยปกปิดไทม์ไลน์ ทำให้มีผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.นคร ราชสีมา สะสม 26 ราย 3.ทหารอากาศกองบิน 1 กำลังพลติดเชื้อเพิ่มรวม 13 นายและครอบครัว 10 ราย สะสม 23 ราย 4.แคมป์คนงานก่อสร้างบ้านจัดสรร ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง หลังไม่พบเชื้อนานกว่า 20 วัน นายจ้างได้นำลูกจ้างเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงเพื่อไปฉีดวัคซีนที่ห้างบิ๊กซี ดาวคะนอง กทม. ทำให้เกิดการระบาดระลอกสองติดเชื้อใหม่ 14 ราย
5.แคมป์ก่อสร้างบริษัท บี.เอส.วาย ในเขตอุตสาห กรรมนวนคร 2 อ.สูงเนิน นำคนงานกลุ่มเสี่ยงที่กักตัวในแคมป์มาตรวจเชื้อซ้ำพบ ผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย สะสม 254 ราย 6.โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ซีพีเอฟ ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย ขยายวงลุกลามพบผู้ป่วยที่ อ.โชคชัย อ.ปักธงชัย อ.ครบุรี อ.สูงเนิน อ.หนองบุญมาก อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และจ.บุรีรัมย์ สะสม 110 ราย และ7.คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ คาร์กิล มีทส์ อ.โชคชัย พบผู้ป่วยที่ อ.ครบุรี อ.วังน้ำเขียว อ.โชคชัย และ อ.ปักธงชัย สะสม 55 ราย
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผอ.ร.พ.มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า วัคซีนที่ใช้ฉีดให้กับประชาชนแบบสูตรสลับ เข็มที่ 1 ซิโนแวค และเข็ม 2 แอสตร้าเซนเนก้า เริ่มมีจำนวนไม่เพียงพอฉีดให้กับผู้ที่ลงทะเบียนจองไว้ ทางร.พ.จึงขอเว้นวรรคออกไปก่อน โดยจะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าก่อนเท่านั้น จากนั้นวันที่ 9 ส.ค. จึงเริ่มฉีดสูตรสลับเข็มแรกให้กับประชาชนที่จองฉีดตามคิวเอาไว้อีกครั้ง ส่วนประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับวัคซีนเข็มแรก ศูนย์โควิด 19 โคราช สสจ.นครราชสีมา ได้มีประกาศแจ้งเปิดให้ลงทะเบียนรับวัคซีนรอบ 2 แล้ว ผ่านเว็บไซต์ KORAT PROMPT โคราชพร้อม หรือจองผ่านหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ร.พ. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อขึ้นทะเบียนไว้และรอการติดต่อกลับ
ชลบุรีปิดรง.-แคมป์เพิ่ม
ด้านสสจ.ชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,417 ราย ยอดสะสม 34,861 ราย รักษาตัวอยู่ 16,988 ราย หายป่วย 17,708 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิต 165 ราย ผู้ติดเชื้อกระจายครบ 10 อำเภอ มากที่สุดที่ อ.ศรีราชา 399 ราย เมือง 290 ราย บางละมุง 244 ราย บ้านบึง 138 ราย พานทอง 91 ราย สัตหีบ 14 ราย พนัสนิคม 85 ราย บ่อทอง 20 ราย เกาะจันทร์ 28 ราย และหนองใหญ่ 14 ราย ส่วนมากยังมาจากในสถานประกอบการ 21 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง ที่พบการติดเชื้อเพิ่มมาจากเชื้อภายในครอบครัว 386 ราย จากสถานที่ทำงาน 381 ราย บุคคลใกล้ชิด 22 ราย ร่วมวงสังสรรค์ 2 ราย และจากการตรวจเชิงรุกของสาธารณสุขอำเภอ และสสจ.ชลบุรี มีบุคลากรทางการแพทย์ 14 ราย
นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ได้ออกคำสั่ง ปิดสถานประกอบการบริษัท ไทย ฟู้ดส์ สไวน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งแต่วันที่ 7-12 ส.ค., ห้ามผู้ใดเข้า-ออก แคมป์คนงานก่อสร้างของบริษัท สินโสธ คอนเน็คท์ จำกัด อ.บางละมุง และไซต์งาน โครงการโรงแรม เดอ บัว และโครงการก่อสร้างบ้านคุณมิค ห้ามผู้ใดเข้า-ออก แคมป์คนงานก่อสร้างของบริษัท โหลงไท่อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (แคมป์ห้วยไข่เน่า) ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.-3ก.ย.
ทั้งนี้ให้รวมถึงไซต์งานของบริษัทดังกล่าว คือ โครงการก่อสร้างบริษัท แมเจสตี้ โฮลดิ้งส์ (เอเซีย) จำกัด โครงการก่อสร้าง โรงงานต้าชิง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โครงการก่อสร้างโรงงานจูงชิง ตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรมอมตะชิตี้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, ห้ามผู้ใดเข้า-ออก บริษัท ชุน ยี อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง จำกัด ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 7-28 ส.ค. หอพัก ต.บางพระ อ.ศรีราชา, สถานที่พักชั่วคราว (ตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลง) และสถานที่พักชั่วคราว ตั้งอยู่ใกล้กับหอพักดังกล่าว
ส่วนนพ.ประภาส ผูกดวง นพ.สสจ.สระแก้ว กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 208 ราย แยกเป็นติดเชื้อในจังหวัด 60 ราย และจากจังหวัดอื่น 148 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นรายที่ 25 ของจังหวัด เป็นชาย อายุ 42 ปี อาชีพรับจ้าง ที่อยู่ขณะป่วย คอนโดตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี ภูมิลำเนา หมู่ 4 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ปัจจัยเสี่ยง เป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมีประวัติการสูบบุหรี่วันละ 5 มวน ภรรยามีประวัติไปขายของที่ตลาดสี่มุมเมือง
ด้านจ.ปราจีนบุรี พบผู้ป่วยรายวันเพิ่ม 142 ราย ยอดสะสมรวม 4,147 ราย รักษาอยู่ร.พ. 2,776 ราย รักษานอกเขต 8 ราย พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เป็นชายจากกทม.1 ราย อายุ 57 ปี ชายชาวอ.นาดี 68 ปี และหญิงชาวอ.กบินทร์บุรี วัย 39 ปี รวมผู้เสียชีวิตระลอกเดือนเม.ย.2564 จำนวน 33 ราย หายกลับบ้าน 1,331 ราย โดยส่วนใหญ่มาจากคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ร.พ.กบินทร์บุรี, บริษัท พีบีพไพพ์ (ระลอกใหม่)-TSB เหล็กกล้า 3 ราย, บริษัท SMS 2 ราย, ตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ 5 ราย , บริษัทไทยแอโรว์ จ.ฉะเชิงเทรา 4 ราย, บริษัทไฮเออร์ 2 ราย
อยุธยาจับรง.ปิดติดเชื้อ
นพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 387 ราย สะสม 11,298 ราย รักษาหายแล้ว 5,411 ราย และเสียชีวิต 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 81 ปี ชาว อ.เสนา มีโรคประจำตัว โรคไตวาย ความดันโลหิตสูง และไขมันในเส้นเลือด และอีกราย ชายชาวเมียนมา อายุ 41 ปี
นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้รับการรายงาน และการร้องเรียนว่า มีโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อพบผู้ติดเชื้อแล้ว ไม่ยอมแจ้งข้อมูล โดยเฉพาะการตรวจด้วยวิธีการเอทีเค หรือชุดตรวจหาเชื้อโควิด ซึ่งทางโรงงานจัดหาชุดตรวจมาตรวจเอง และไม่แจ้งข้อมูลเข้ายังระบบสาธารณสุข ทำให้คนในชุมชน ทางเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีพนักงานติดเชื้อแล้ว ผู้ที่ติดเชื้อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเหมือนปกติ เป็นการขาดความรับผิดชอบต่อสังคมมาก และนำพาไปสู่การติดเชื้อในครอบครัวมากขึ้น จึงจะดำเนินคดีกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ปกปิดข้อมูล เพราะการปกปิดข้อมูลทำให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น
‘ประภัตร’เยี่ยมศูนย์พักคอย
วันเดียวกัน นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายปิยะพงษ์ บุญส่ง นายอำเภอศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายมะยม สุพรรณ สาธารณสุขอำเภอศรีประจันต์ และคณะ ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ ที่ “ศูนย์พักคอย รอรับญาติกลับบ้าน” พื้นที่อ.ศรีประจันต์ ประกอบด้วย ศูนย์พักคอยวัดรางหางม้า ต.ปลายนา ศูนย์พักคอยวัดป่าพระเจ้า ต.ปลายนา ศูนย์พักคอยโรงเรียนวัดโพธิ์นฤมิตร ต.ดอนปรู และศูนย์พักคอยศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.วังหว้า เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19
นายประภัตรเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อ และมีกลุ่มเสี่ยงสูงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางจ.สุพรรณบุรี ร่วมกับอำเภอแต่ละพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และภาคเอกชน ได้ช่วยกันเร่งเปิดจุดพักคอยของพื้นที่อ.ศรีประจันต์ 4 แห่ง เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและสถานที่ไว้รองรับผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 และกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้นายอำเภอศรีประ จันต์ กำลังเร่งเปิดศูนย์พักคอยระดับตำบล รวม 17 แห่ง รองรับผู้ติดเชื้อได้ราว 400 เตียง และขยายได้อีก 200 เตียง คาดว่าจะรองรับผู้ติดเชื้อและผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพียงพอ
สามร้อยยอดชงปิดรง.
ที่โรงอาหารบริษัทเถกิงอุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง จำกัด หมู่ 6 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นพ.สสจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นางศิริพรรณ กลีบจันทร์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เจ้าหน้าที่สสจ. ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่สร้างร.พ.สนาม ภายในโรงอาหารบริษัท หลังผลการสุ่มตรวจล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 65 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 55 ราย และคนไทย 10 ราย กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ในชุมชนตำบลศาลาลัย ซึ่งผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาที่ร.พ.สามร้อยยอดแล้ว
นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอสามร้อยยอด กล่าวว่า คลัสเตอร์โรงงานดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านทั้งในพื้นที่และที่มีญาติพี่น้องทำงานอยู่ที่นี่เกิดความกังวลว่าอาจซ้ำรอยโรงงานผลไม้กระป๋องที่ อ.หัวหิน ล่าสุดทางอำเภอจึงได้ทำหนังสือด่วน แจ้งถึงคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิจารณาปิดโรงงานที่พบการระบาดชั่วคราว เป็นเวลา 14 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดแล้ว
นพ.สุริยะกล่าวว่า จงประจวบฯ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 112 คน สะสม 5,512 ราย รักษาในร.พ. 1,258 ราย เหลือเตียงในร.พ. และร.พ.สนาม รวม 2,035 เตียง สำหรับคลัสเตอร์ที่มีปัญหามีการระบาดของเชื้อในวงกว้างยากต่อการควบคุม ประกอบด้วย คลัสเตอร์งานเลี้ยงบ้านเพื่อนที่ อ.กุยบุรี ป่วยสะสม 100 ราย โรงงานผลไม้กระป๋องบริษัทเถกิง 94 ราย ห้างหัวหินช็อปปิ้งมอลล์ 27 ราย และโรงงานกุยบุรีผลไม้กระป๋อง ป่วยสะสม 19 ราย
กาญจน์ปิดเพิ่มสนามกีฬา
ด้านนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ลงนามในคำสั่ง ให้ปิดสถานที่หรือกิจการที่ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิดเป็นการชั่วคราวเพิ่มเติม ดังนี้ สนามกีฬาทุกประเภท (ประเภทในร่ม เช่น แบดมินตัน สนามฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ประเภทกลางแจ้ง เช่น สนามกอล์ฟ สนามซ้อมกอล์ฟ สนามฟุตบอล สนามเทนนิส, ลานกีฬา (3) ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ, ศูนย์การเรียนรู้ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม หรือหอศิลป์, ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชนและบ้านหนังสือ และสวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.2564