ดินแดงเดือดอีก-ทะลุฟ้าไล่ตู่
คฝ.ซุ่มรัวกระสุนยางจากที่สูง
ตร.ซัดผู้ชุมนุมก่อรุนแรงก่อน
ปล่อยตัวป้าเป้า-แนะฟ้องกลับ
ผ่าตัดด่วน ‘ไฮโซ ลูกนัท’ โดนเต็มๆ คาดถูกกระป๋องแก๊สน้ำตาถล่ม หน้าแตกยับเลือดอาบ หมอกังวลกระทบ ดวงตาด้านเจ้าตัวบอกให้มวลชนสู้ต่อไป ไม่ต้องเป็นห่วง หลังร่วมม็อบทะลุฟ้าชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะตั้งแถว-เคลื่อนขบวนไปสามเหลี่ยมดินแดงมุ่งหน้าบ้านหลวงในร.1 รอ. ที่พักของบิ๊กตู่ จี้ให้ลาออกจากตำแหน่ง แต่ถูกตำรวจขวางด้วยตู้คอนเทนเนอร์ แถมระดมยิงด้วยแก๊สน้ำตา-กระสุนยางไม่ยั้ง ด้านณัฐวุฒิแถลงข่าวคาร์ปาร์กวันอาทิตย์นี้ เริ่มตั้งขบวนที่ราชประสงค์-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขับไปสมทบกับคาร์ม็อบของบก.ลายจุด ที่มาจากอยุธยาที่ห้าแยกลาดพร้าว จากนั้น จะร่วมกันทำกิจกรรมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์

คาร์ปาร์ก – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงกิจกรรมม็อบคาร์ปาร์กไล่ประยุทธ์ ในวันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค.นี้ แยกทำกิจกรรม 3 เส้นทาง หลีกเลี่ยงผ่านจุดเปราะบางและไม่ปะทะเจ้าหน้าที่ ที่สำนักงานข่าวยูดีดี นิวส์ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 13 ส.ค.
‘ณัฐวุฒิ’แถลงเคลื่อนคาร์ปาร์ก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่สำนักงานข่าวยูดีดี นิวส์ นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงข่าวการทำ กิจกรรมคาร์ปาร์ก ในวันที่ 15 ส.ค. ว่า เรากำหนดจุดนัดหมายไว้ 3 จุด ในกทม. และทั่วประเทศ ซึ่งก็มีจุดนัดหมายของตนเอง ซึ่งเวลาจะพร้อมกันทั่วประเทศในเวลา 14.00 น. แล้วจะเคลื่อนขบวนพร้อมกันในเวลา 15.00 น. การเคลื่อนขบวนคราวนี้จะยกระดับจากครั้งแรก โดยจะปราศรัย มีการแสดงดนตรี ถ่ายทอดสด ในทุกช่องทางการทำกิจกรรม ขบวนจะเคลื่อน ตามเส้นทางที่กำหนดไว้แล้ว ในส่วนกรุงเทพฯ เริ่มจากเส้นทางที่ 1 แยกราชประสงค์ มุ่งหน้าถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายสวนลุมพินี มุ่งหน้า ผ่านบ่อนไก่ตรงไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณ แยกพระโขนงมุ่งหน้าแยกคลองตันแล้วเลี้ยวซ้ายแยกคลองตันมุ่งหน้ากลับเข้าราชประสงค์
เส้นทางที่ 2 จุดนัดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าสะพานสมเด็จพระปิ่น เกล้าข้ามสะพานไปตามถนนบรมราชชนนีผ่านเซ็นทรัลปิ่นเกล้าแล้วยูเทิร์นบริเวณหน้าสถานีขนส่งสายใต้ใหม่แห่งเก่า มุ่งหน้าถนนจรัญ สนิทวงศ์ผ่านตั้งฮั่วเส็งผ่านบริเวณแยกจรัญ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์แล้วตรงไปเรื่อยๆ กลับรถใต้สะพานพระรามเจ็ดแล้ว ขับตรงมาถนนจรัญสนิทวงศ์เลี้ยวซ้ายแยก ปิ่นเกล้าข้ามสะพานปิ่นเกล้ากลับอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย
สมทบคาร์ม็อบลายจุดลาดพร้าว
นายณัฐวุฒิแถลงต่อว่าเส้นทางที่ 3 เป็นจุดนัดหมายของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด เริ่มจากจ.อยุธยา เข้าถนนสายเอเชีย เข้าถนนวิภาวดีฯ มากลับรถบริเวณ ห้าแยกลาดพร้าวก่อนที่จะกลับไปที่อยุธยา
ทั้งหมดมี 3 เส้นทางเท่านั้นในการทำกิจกรรม จนถึงเวลา 18.00 น. น่าจะครบรอบวนมายังจุดเริ่มต้น แต่ถ้ามีบางเส้นทางที่วน ไม่ครบถึงตรงไหนก็ตรงนั้น ถือเอาเวลา 18.00 น. เป็นเกณฑ์แล้วขบวนจะจอดรถแล้วกดแตรความยาวเท่าเพลงชาติไทย พร้อมกันทั่วประเทศ ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณเปล่งเสียงไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถือว่าเป็น การสิ้นสุดกิจกรรมแยกย้ายกันเดินทางกลับ
ย้ำชักธงสันติมิใช่ธงรบสงคราม
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หลายวันมานี้มีการปะทะ ระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุม จนเป็นภาพชินตา ดังนั้นการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ จำเป็นต้อง พูดคุยกันให้ชัดถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ดังนั้นตนจะขอชักธงสันติไม่ใช่ธงสงคราม และไม่ว่าจะเกิดอะไรมาก่อนหน้านี้ ตนหวังว่า วันที่ 15 ส.ค. นี้ ทุกคนจะยุติความรุนแรง ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจากฝ่ายใด ทั้งนี้ในวันที่ 15 สิงหาคม นี้ ตนขอย้ำว่า จะหลีกเลี่ยงเส้นทางเฝ้าระวัง หรือพื้นที่เปราะบางที่จะถูกมาใช้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าได้ ทั้งทำเนียบ รัฐบาล และ บ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในพื้นที่ ร.1 รอ.
ทั้งนี้ โดยจะไม่มีลุย ไม่มีบวก ไม่มีปะทะ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นและจบลงตามกำหนดเวลา และทุกคนต้องกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ตนยินดี ที่จะติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพร้อมที่จะเจรจาทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายทั้งก่อนหรือหลังกิจกรรม
เมื่อถามถึงการนำขบวนของแกนนำได้แบ่งขบวนกันอย่างไร นายณัฐวุฒิระบุว่า ตนจะไปนำขบวนจุดแยกราชประสงค์ นายสมบัติ ผู้ออกแบบกิจกรรมคาร์ปาร์ก จะนำขบวนจากอยุธยา ส่วนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะเป็นพื้นที่ของคนหนุ่มสาวคนอื่นๆ สามขบวนจะไม่ทับซ้อนกันแต่จะรับรู้ความเคลื่อนไหวไปด้วยกัน ทำกิจกรรมพร้อมกัน ทุกขบวนจะไม่ผ่านจุดเฝ้าระวังและพื้นที่เปราะบาง ไม่มีการปักหลักชุมนุม
‘หนูหริ่ง’ชูแนวทอมแอนด์เจอร์รี่
ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ริเริ่มกิจกรรมคาร์ม็อบ “สมบัติทัวร์” ได้โพสต์ภาพตัวการ์ตูน “ทอม แอนด์ เจอร์รี่” พร้อมข้อความ แนะแนวทางขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในเชิงเปรียบเทียบ ความว่าทอมแอนด์เจอร์รี่ คนเจน-เอ็กซ์อย่างผม เติบโตมากับการ์ตูน ทอมแอนด์เจอร์รี่ โดยธรรมชาติ ทอมซึ่งเป็นแมวตัวใหญ่กว่า ย่อมเป็นผู้ไล่ล่าหนูเจอร์รี่ แต่ด้วยเจอร์รี่รู้ดีว่าตนเป็นผู้ที่อ่อนแอกว่า การต่อสู้ของเจอร์รี่จึงเป็นการแหย่และวิ่งหนี
แต่แม้ไม่ต้องแหย่ เพียงแค่หนูเจอร์รี่เดินไป เดินมาในบ้านได้ ก็ทำให้แมวทอมหัวเสียได้ เช่นกัน ดังนั้น เกมนี้จึงเล่นกันในแบบที่ว่า หนูเจอร์รี่จัดกิจกรรมม็อบ ไม่ไปยืนปะทะกับแนวกั้น หรือที่นอนของทอม เจอร์รี่เพียงแค่วิ่งเล่นอยู่ในบ้าน วิ่งไปวิ่งมา พอทอมเห็นและวิ่งตามเจอร์รี่ก็แค่หนีและมุดเข้ารู แล้วไปโผล่ที่โน่นที่นี่ โยกให้ทอมหัวหมุน และเสียศูนย์
การดำรงอยู่และรักษาพื้นที่วิ่งเล่นของหนูเจอร์รี่ จึงเป็นการแสดงอำนาจต่อรอง แม้ทอมจะวิ่งไล่ ก็วิ่งตามไม่ทัน เพียงแค่เจอร์รี่ อย่าประมาท แค่นี้ก็สนุกแล้ว ในทางการเมือง คนดูเชียร์หนูเจอร์รี่ เพราะเป็นคนที่อ่อนแอกว่า ชนะใจมวลชนให้ได้ ถ้าคนดูเชียร์แมวเมื่อไหร่เราแพ้ ต่อมา นายสมบัติยังได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติม ระบุ “อยากขับรถทัวร์มา Car Mob 15 ส.ค.นี้”
ทะลุฟ้าชุมนุมอีกอนุสาวรีย์ชัยฯ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะ พญาไท ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าเริ่มทยอยเข้าพื้นที่ฝั่งเกาะพญาไท ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายการชุมนุมก่อนจะเดินเท้าไปยังบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เพื่อไปแสดงออกว่าต้องการขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งบรรยากาศช่วงบ่ายอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ทำให้มวลชนที่เดินทางมาถึงต่างหาที่นั่งพักหลบแดดตามมุมต่างๆ ขณะที่บางส่วนได้ทำกิจกรรมแสดงดนตรี และเต้นกันอย่างคึกคัก
จากนั้น เวลา 15.30 น. ผู้ชุมนุมได้นำรถกะบะบรรทุกมังคุด ลำไย และกล้วย ซึ่งเป็น การช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอย่างมาก มาเทกองลงบนถนนในช่องจราจรด้านขวาสุดติดกับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมประกาศว่านอกจากช่วยอุดหนุนเกษตรกรแล้ว วันนี้กลุ่ม ผู้ชุมนุมจะใช้ผลไม้ที่ซื้อมาเป็นอุปกรณ์ในการต่อสู้กับความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐ และยังเป็นการสะท้อนถึงความล้มเหลวจากการ ที่ราคาผลไม้ตกต่ำ เศรษฐกิจดิ่งลงเหว เพราะความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ และวันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 เราจึงได้ชวนกันมาไล่ล่าทรราช เนื่องมาจากความล้มเหลวของประยุทธ์ ในการบริหารประเทศทุกด้าน นอกจากนี้ ยังมีการนำป้ายไวนิล ระบุข้อความ “ปาสี ไม่ปาขวด ไม่อยากมีเรื่องกับตำรวจ แต่อยากดวลกับประยุทธ์” มาแขวนไว้ที่รั้วกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เคลื่อนไปไล่บิ๊กตู่หน้าบ้านพัก
เวลา 16.30 น. แกนนำได้ประกาศให้ ผู้ชุมนุมตั้งขบวนบนถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยตั้งเป็นแถวหน้ากระดานเดินมุ่งหน้าไปทางสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งแถวหน้าสุดผู้ชุมนุมได้ถือป้ายผ้าข้อความ “ประยุทธ์ต้องออกไปโดยทันที” ตามด้วยแถวของการ์ดสันติวิธีที่เดินลักษณะคล้องแขนกัน และขบวนรถจักรยานยนต์ที่บีบแตรดังสนั่นอยู่ตลอดเวลา เป็นสัญลักษณ์ในการเริ่มการต่อสู้ในวันนี้
จากนั้น ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนเดินไปทาง สามเหลี่ยมดินแดง โดยมีจุดหมายที่ ร.1 รอ. ซึ่งเป็นบ้านพักหลวงที่พล.อ.ประยุทธ์อาศัยอยู่
ก่อนหน้านี้ เวลา 14.20 น. นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมามีการใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ แต่ส่วนตัวไม่กังวลอะไร เพราะมีโอกาสคุยกับน้องๆ กลุ่มทะลุฟ้า เขายืนยันว่าวันนี้ จะสู้แบบสันติวิธีจริงๆ ต้องบอกว่าเราเห็นความผิดพลาด จากการปะทะหลายๆ ครั้งผ่านมา ทางกลุ่ม ทะลุฟ้าเขาก็เรียนรู้วิธีที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะ วันนี้จะยิ่งสำคัญมากที่จะต้องออกมายืนอยู่ แถวหน้ากับน้องๆ ส่วนเจ้าหน้าที่ถ้าไม่เมตตาประชาชน เมตตาเยาวชน จะใช้วิธีอะไรก็ทำมา แต่เราจะยืนอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะได้ชนะ
นายธนัตถ์กล่าวต่อว่าวันนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าทั้งเจ้าหน้าที่และรัฐบาลกดขี่เยาวชน จนไม่เห็นทางออก ไม่เห็นอนาคต ไม่น่าแปลกใจ ว่าเขาจะเห็นทางเลือกสุดท้ายเป็นการใช้กำลังและใช้ความรุนแรง ประชาธิปไตยคือการ รับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน วันนี้เรามีเหตุผลชัดเจนว่าต่อสู้แบบใช้กำลังมันไม่เป็นผลดี เราจะกลับมาใช้สันติวิธีด้วยการ ชู 3 นิ้ว
ศาลอนุญาตให้ประกัน‘ป้าเป้า’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ยื่นฝากขังนางวรวรรณ หรือป้าเป้า แซ่อั้ง กับพวกรวม 7 คน และกลุ่ม น.ส.เมษา เถื่อนมา กับพวกรวม 4 คน ในคดีร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงแพร่การระบาดฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งส.ส.พรรคก้าวไกล ใช้ตำแหน่งยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญา พิจารณาแล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวนตลอดจนถึงชั้นพิจารณาคดี โดยตีราคาประกันคนละ 35,000 บาท
ส่วนกลุ่มนายอาทิตย์ สากลวารี กับพวกรวม 2 คน ในคดีร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ (เผารถตำรวจ)-ร่วมกันจัดกิจกรรมชุมนุม ทนายได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญา พิจารณาแล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวนตลอดจนถึงชั้นพิจารณาคดี โดยตีราคาประกันคนละ 47,000 บาท
ด้านรศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นความว่า ป้าเป้าได้รับการประกันตัว ทั้งที่ไม่ควรถูกจับกุมดำเนินคดีตั้งแต่ต้น ในทาง กฎหมาย ป้าเป้าและประชาชนจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมโดยใช้กำลังเกินกว่าเหตุของรัฐ ควรฟ้องกลับตำรวจเพื่อเป็นบรรทัดฐาน

เต็มถนน – ผู้ชุมนุมจำนวนมากคล้องแขนเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปบ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ภายในกรมทหาร ร.1 รอ. ถนนวิภาวดีฯ เพื่อกดดันให้ลาออก ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สกัดที่สามเหลี่ยมดินแดง เมื่อวันที่ 13 ส.ค.
ขบวนไปบ้านหลวง‘บิ๊กตู่’
เวลา 16.23 น. ทีมทะลุฟ้าจัดขบวนมวลชนไปบ้านพักประยุทธ์ โดยแนวหน้า จะเป็นประชาชนที่ยืนคล้องแขน พร้อมถือป้ายผ้ามีข้อความ “ประยุทธ์ ต้องออกไปโดยทันที” ถัดมา เป็นรถจักรยานยนต์ รถกระบะเครื่องเสียง และรถพยาบาล
เวลา 16.20 น. กลุ่มทะลุฟ้าทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ราดน้ำมันบนกองฟาง ก่อนจุดเผามังคุด ลำไย โดยชี้ว่าเป็นผลไม้ที่ขายไม่ออก ทำให้ควันสีดำลอยฟุ้งทั่วอนุสาวรีย์ชัยฯ
เวลา 16.28 น. ขบวนของกลุ่มทะลุฟ้าเริ่มเดินโดยหัวขบวนอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่ง ร.พ.ราชวิถี โดยขบวนใช้เส้นทางถนนราชวิถี ผ่านหน้าสวนสันติภาพ เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อมุ่งหน้าไปที่ถนนอโศก-ดินแดง เวลา 16.55 น. ขบวนทะลุฟ้าถึงแยกดินแดง เตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดีฯ ระหว่างเดินขบวน ทีมทะลุฟ้ามีการเน้นย้ำถึงหลักการใช้สันติวิธี ปาสีไม่ปาขวด ไม่อยากปะทะกับตำรวจ แต่อยากดวลเดี่ยว กับประยุทธ์เท่านั้น
จากนั้นแกนนำได้ให้รถจักรยานยนต์ นำขบวน ปรับหัวมุ่งหน้าแยกสามเหลี่ยมดินแดง มีการ์ดและมวลชนตั้งแถวคล้องแขนเดินตาม รถเครื่องขยายเสียงปิดท้าย
เมื่อเวลา 16.50 น. บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ทางที่จะไปบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ มีตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ 6-7 ตู้ ปิดทางเข้าออก สกัดไม่ให้มวลชนเดินทางไปถึงบ้านพักหลวงของพล.อ.ประยุทธ์ได้

อาบเลือด – นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท อดีตแนวร่วมสนับสนุนรัฐประหาร ถูกเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาถูกบริเวณใบหน้าจนเลือดอาบ แต่ยังชู 3 นิ้ว ยืนยันสู้ต่อจนกว่าพล.อ.ประยุทธ์จะออกไป เมื่อวันที่ 13 ส.ค.
‘ไฮโซลูกนัท’ถูกยิงเลือดอาบหน้า
ต่อมาเวลา 17.00 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าได้เคลื่อนกำลังมาถึงบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ก่อนมีผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไปประชิดบริเวณตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งขวางถนนวิภาวดีฯ ไม่ให้เคลื่อนผ่านไปยังบ้านพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนมีกลุ่มคนยิงพลุข้ามตู้คอนเทนเนอร์ และปาถุงสี ทำให้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนได้เคลื่อนกำลังขึ้นทางด่วนจุดทางลงแยกดินแดง ก่อนยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเกิดการเผชิญหน้ากัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะที่เจ้าหน้าที่ควบคุม ฝูงชนยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมนั้น ทำให้ “ไฮโซ ลูกนัท” นายธนัตถ์ที่ร่วมกิจกรรมด้วย ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าจนเลือดอาบ ทีมกู้ภัย จึงรีบเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเป็นการด่วน
ต่อมาเมื่อเวลา 17.20 น. หลังเจ้าหน้าที่ ซุ่มยิงแก๊สน้ำตาโดยไม่ทราบพิกัดที่แน่ชัด และซุ่มยิงมาจากที่สูงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลัก อยู่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ฝั่งขาออก เพื่อให้สลายการชุมนุมโดยไม่ได้ประกาศเตือน แม้แต่อย่างใด จนเป็นเหตุให้ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศยุติชุมนุมโดยทันที
ประทัดก้อง-ตร.ยิงแก๊สน้ำตาสนั่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเคลื่อนขบวนยังมีการเปิดเพลง “เราคือเพื่อนกัน” และขอให้ มวลชนชูสามนิ้วพร้อมตะโกนว่า “ประยุทธ์ออกไป ทรราชออกไป” ทั้งนี้ ผู้ปราศรัย ย้ำกับมวลชนอยู่ตลอดว่า เราจะไม่ใช้ความรุนแรง เรามีสีของทะลุฟ้า สีคือเลือดของประชาชน เรามาแค่แสดงจุดยืนของประชาชนที่ไม่เอาระบอบประยุทธ์และพล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไปโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมกับได้ประกาศให้แถวหน้าเดินต่อไป
เมื่อขบวนของกลุ่มทะลุฟ้าได้เคลื่อนมาถึงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ตัดออก ถ.วิภาวดี รังสิต ทางที่จะมุ่งหน้าไป ร.1 รอ. ขบวนก็ต้อง หยุดชะงักลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนนำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดกั้นไว้เพื่อไม่ให้มวลชน เคลื่อนขบวนต่อไปได้
จากนั้น เวลา 17.10 น. ปรากฏว่าเริ่มมีเสียง คล้ายประทัดดังขึ้นทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น จากนั้น ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เริ่มยิงแก๊ส น้ำตาใส่ผู้ชุมนุม ขณะเดียวกัน บนทางด่วน ก็มีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งยิงกระสุนยางลงมาจากด้านบนเข้าใส่ขบวนของผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุม บางส่วนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเวลา 17.25 น. ผู้ปราศรัยจึงได้ประกาศยุติการชุมนุม เนื่องจาก ผู้ชุมนุมมาอย่างสันติ มีแค่สีที่ใช้ต่อสู้ แต่เจ้าหน้าที่ กลับใช้ความรุนแรงโดยเริ่มยิงแก๊สน้ำตา และกระสุนยางใส่
รองโฆษกตร.อ้างถูกโจมตีก่อน
เมื่อเวลา 18.40 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่ตั้งใจก่อความวุ่นวายถือว่าทำผิดกฎหมาย ขอให้แยกกันกับผู้ชุมนุมที่ประท้วงไล่รัฐบาล เพราะเราต้องดำเนินการกับกลุ่มป่วนเมืองอย่างเฉียบขาด เจ้าหน้าที่เริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก มีการประกาศแจ้งเตือนให้เลิกการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มใช้อาวุธที่เตรียมมาเข้าโจมตีตำรวจ ทำให้จำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อย โดยใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนที่หลายประเทศก็ใช้กันทั่วโลก
เมื่อถามถึงกรณีไฮโซลูกนัท ถูกกระสุนแก๊สน้ำตาได้รับบาดเจ็บ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขอตรวจสอบก่อน ได้เห็นภาพจากโซเชี่ยลมีเดียแล้ว วันนี้มีการโจมตีเจ้าหน้าที่จากหลายแนว ทั้งอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สามเหลี่ยมดินแดง และถ.วิภาวดีรังสิต ขาเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังตัวเอง พร้อมต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งโดยหลักการเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้มีความรุนแรง เสียหาย
เมื่อถามว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ต้องขึ้นไป บนทางด่วนแล้วยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เราต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ส่วนจะยิงจากจุดไหนก็เป็นไปตามสถานการณ์ ว่าจุดไหนที่เราดำเนินการแล้วระงับยับยั้งไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนที่อาศัยแถวแยกดินแดงจะรู้สึกอย่างไร เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน กลับเข้าบ้านไม่ได้ตรงเวลา ไม่ทันเคอร์ฟิว ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการใช้กฎหมายอยู่แล้ว
ผ่าตัดด่วน-หวั่นกระทบถึงตา
ล่าสุด เวลา 19.10 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊กของ นายธนัตถ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเผยอาการบาดเจ็บ หลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลว่า “ขออนุญาตอัพเดตความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของพี่ลูกนัทนะคะ ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นห่วงพี่ลูกนัทค่ะ อาการเบื้องต้นตอนนี้ ลูกโลหะแก๊สน้ำตาถูกยิงเข้ามาที่เบ้าคิ้วพี่นัท ทำให้เกิดบาดแผลรูปครึ่งวงกลมที่เบ้าคิ้ว ซึ่งทีมแพทย์ค่อนข้างกังวลว่าการบาดเจ็บนั้นอาจก่อความเสียหายให้แก่ดวงตา เนื่องจากทีมแพทย์ได้เปิดบาดแผล เพื่อพยายามตรวจดวงตาเบื้องต้นแล้ว แต่พบก้อนเลือดกีดขวางอยู่เยอะมาก ทำให้ต้องรมยาสลบ และนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตรวจเช็กความเสียหาย อาจที่เกิดขึ้นกับดวงตาค่ะ
เพจดังกล่าวยังระบุด้วยว่าพี่นัทฝากแจ้งทุกๆ คนว่า “ขอให้มวลชนของเรายึดมั่นในการ ต่อสู้แบบสันติของเราดังเดิม” นะคะ และ “ไม่ต้องห่วงทางนี้ ผมโอเคมากๆ และยังจะสู้ ต่อไป เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ!”