ท้อใจ-ขอรักษาสุขภาพ
ศบค.ประชุม-สรุปวันนี้
แบงก์-ไอที-เครื่องไฟฟ้า
‘ปากน้ำ’แห่ฉีดไฟเซอร์

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ศบค.ถกวันนี้ ผ่อนเปิด 4 ธุรกิจในห้าง 29 จังหวัดแดงเข้ม ธนาคาร-ร้านสื่อสารและไอที-ร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยอดติดเชื้อรายวันยังพุ่ง 21,882 ราย ตาย 209 ราย เร่งคุม 11 จังหวัดป่วยเกิน 400 ราย 5 จังหวัดเจอ 10 คลัสเตอร์ใหม่ สมุทรสาคร นนทบุรี อยุธยา ราชบุรี และปราจีนบุรี ยอดฉีดวัคซีนทั่วประเทศ 23 ล้านโดส สธ.เห็นชอบฉีดในรพ.สต. เล็งวัด โรงเรียน อาคารอเนกประสงค์ ตั้งจุดฉีด เจ้ากรมแพทย์ ทอ.เรียกถกทีมหมอวืดไฟเซอร์ เปลี่ยนโผชื่อได้ฉีด อภ.แจงเปิดแข่งซื้อชุดตรวจแอนติเจนเทสต์ 8.5 ล้านชุด ตาม ทีโออาร์สปสช.ที่ไม่ล็อกยี่ห้อ ‘บิ๊กตู่’ จี้เร่งเยียวยาคนทุกกลุ่ม-เชื่อมคนละครึ่งกับฟู้ดเดลิเวอรี่ คาดต.ค.ได้ใช้ คลัสเตอร์ตลาดโรงเกลือลามแล้ว 114 ชลบุรียังพุ่ง 1,457 ราย โรงงาน ตลาด แคมป์ก่อสร้าง ลามครอบครัว ผู้ว่าฯสมุทรสาครถอดใจ ขอลาออกจากราชการ

ป่วย 21,882-ตาย 209

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โรค โควิด-19 ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,882 ราย สะสม 907,157 ราย รักษาหาย 21,106 ราย หายสะสม 688,662 ราย เสียชีวิต 209 ราย สะสม 7,552 ราย คิดเป็น 0.83% อยู่ระหว่างรักษา 210,943 ราย อยู่ในร.พ. 57,920 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 153,023 ราย อาการหนัก 5,615 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,172 ราย ภาพรวมผู้ติดเชื้อมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 11,572 ราย

กทม.และปริมณฑล 9,120 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 939 ราย เรือนจำ 245 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 6 ราย ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย ไต้หวัน 2 ราย มาเลเซีย 2 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 1 ราย และเมียนมา 1 ราย เป็นหญิงเมียนมา อายุ 15 ปี ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ

ผู้เสียชีวิต 209 ราย มาจาก 33 จังหวัด ได้แก่ กทม. 83 ราย, สมุทรสาคร 16 ราย, นนทบุรี 15 ราย, สมุทรปราการ ชลบุรี จังหวัดละ 13 ราย, นครปฐม 9 ราย, ร้อยเอ็ด 6 ราย, ปทุมธานี ศรีสะเกษ สุพรรณบุรี จังหวัดละ 5 ราย, ระยอง 4 ราย, นราธิวาส ปัตตานี อุบลราชธานี จังหวัดละ 3 ราย, สงขลา ชุมพร อุดรธานี ตาก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สุโขทัย จังหวัดละ 2 ราย และระนอง สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น กำแพงเพชร ชัยนาท จันทบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี และราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 117 ราย หญิง 92 ราย อายุ 19-95 ปี ค่ากลางอายุ 68 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 137 ราย คิดเป็น 66% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 48 ราย คิดเป็น 23% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 89% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 22 ราย คิดเป็น 11% และหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย คิดเป็น 1% จากร้อยเอ็ดและศรีสะเกษ พบเสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย จาก กทม. 2 ราย และอุทัยธานี 1 ราย

สำหรับ 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ยอดสูงกว่า 400 รายทั้งหมด ได้แก่ 1.กทม. 4,215 ราย สะสม 213,152 ราย 2.สมุทรสาคร 1,851 ราย สะสม 52,988 ราย 3.สมุทรปราการ 1,523 ราย สะสม 58,666 ราย 4.ชลบุรี 1,457 ราย สะสม 45,811 ราย 5.นนทบุรี 642 ราย สะสม 35,245 ราย 6.สระบุรี 555 ราย สะสม 13,195 ราย 7.พระนครศรีอยุธยา 535 ราย สะสม 13,764 ราย 8.นครปฐม 479 ราย สะสม 19,758 ราย 9.นครราชสีมา 443 ราย สะสม 10,310 ราย และ 10.ฉะเชิงเทรา 433 ราย สะสม 16,681 ราย

จังหวัดที่ติดเชื้อมากกว่า 400 รายขึ้นไปมีอีก 1 จังหวัด คือ ปทุมธานี 410 ราย ขณะที่ติดเชื้อ 200-400 ราย มี 19 จังหวัด ได้แก่ ระยอง 390 ราย, ศรีสะเกษ 385 ราย, ราชบุรี 358 ราย, สุรินทร์ 318 ราย, บุรีรัมย์ 317 ราย, อุบลราชธานี 303 ราย, สงขลา 276 ราย, ปัตตานี 275 ราย, ร้อยเอ็ด 269 ราย, กาญจนบุรี 259 ราย, นครนายก 251 ราย, นราธิวาส 234 ราย, สระแก้ว 231 ราย, ตาก 227 ราย, อ่างทอง 220 ราย, มหาสารคาม 220 ราย, ขอนแก่น 216 ราย, ลพบุรี 213 ราย และกาฬสินธุ์ 203 ราย

ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย ไม่เกิน 200 ราย มี 15 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี 198 ราย, สมุทรสงคราม 197 ราย, เพชรบูรณ์ 196 ราย, สุพรรณบุรี 181 ราย, ปราจีนบุรี 178 ราย, กำแพงเพชร 170 ราย, ยะลา 157 ราย, นครสวรรค์ 148 ราย, สกลนคร 135 ราย, สุราษฎร์ธานี 133 ราย, เพชรบุรี 132 ราย, ระนอง 127 ราย, จันทบุรี 127 ราย, ชัยภูมิ 117 ราย และภูเก็ต 109 ราย

10 คลัสเตอร์-5 จังหวัด

สำหรับคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ ได้แก่ 1.สมุทรสาคร 5 คลัสเตอร์ ได้แก่ โรงงานเหล็ก อ.เมือง 20 ราย บริษัทอาหารสัตว์ อ.เมือง 15 ราย บริษัทอาหารทะเล อ.เมือง 17 ราย บริษัทระบบไฟฟ้า อ.เมือง 19 ราย และโรงงานผลิตภัณฑ์อาหาร อ.กระทุ่มแบน 32 ราย 2.นนทบุรี แคมป์ก่อสร้าง อ.เมือง 26 ราย 3.พระนครศรีอยุธยา 2 คลัสเตอร์ ได้แก่ บริษัทแม่พิมพ์โลหะ อ.อุทัย 19 ราย และบริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.อุทัย 22 ราย 4.ราชบุรี โรงงานไก่ อ.บ้านโป่ง 17 ราย และ 5.ปราจีนบุรี โรงงานเหล็ก อ.กบินทร์บุรี 16 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีน วันที่ 14 ส.ค. ฉีดเพิ่ม 284,378 โดส รวมสะสม 23,476,869 โดส เป็นเข็มแรก 17,879,206 ราย เข็มสอง 5,073,672 ราย และเข็มสาม 523,991 ราย

ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลก ติดเชื้อสะสม 207.5 ล้านราย เพิ่มขึ้น 566,022 ราย เสียชีวิตสะสม 4.36 ล้านราย เพิ่มขึ้น 8,650 ราย สหรัฐอเมริกาติดเชื้อใหม่สูงสุด 71,135 ราย สะสมสูงสุด 37.4 ล้านราย อินเดียอันดับสอง 36,127 ราย สะสม 32.1 ล้านราย และบราซิล 31,142 ราย สะสม 20.3 ล้านราย ส่วนเสียชีวิตใหม่สูงสุดวันนี้คือ อินโดนีเซีย 1,270 ราย

ฉีดวัคซีนแล้ว 23 ล้านโดส

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค (คร.) แถลงสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดผ่านระบบออนไลน์ว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยเมื่อ วันที่ 14 ส.ค. เพิ่มขึ้น 284,378 โดส สะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-14 ส.ค. ฉีดวัคซีนแล้ว 23,476,869 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 17,879,206 ราย คิดเป็น 24.8% ฉีด 2 เข็ม 5,073,672 ราย คิดเป็น 7% หากแยกตามยี่ห้อแบ่งเป็นซิโนแวค 11,139,873 โดส แอสตร้าเซนเนก้า 10,080,141 โดส ซิโนฟาร์ม 1,895,209 โดส และไฟเซอร์ 361,646 โดส

ขณะที่ตัวเลขกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีน เป็น 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเข็มที่ 1 ครอบคลุม 852,518 ราย เข็มสอง 7.3 แสนโดส และเข็มสาม 4.7 แสนโดส 2.เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มแรก 975,590 โดส เข็มสอง 5.8 แสนโดส และเข็มสาม 1.3 หมื่นโดส 3.อสม.เข็มแรก 562,023 โดส เข็มสอง 2.5 แสนโดส และเข็มสาม 5,669 โดส 4.ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคเข็มแรก 1,975,315 โดส เข็มสอง 3.4 แสนโดส และเข็มสาม 4.148 โดส

5.ประชาชนทั่วไป เข็มแรก 9,752,518 โดส เข็มสอง 2.8 ล้านโดส และเข็มสาม 2.2 หมื่นโดส 6.ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข็มแรก 3,751,446 ราย เข็มสอง 2.9 แสนโดส และเข็มสาม 1,403 โดส และ 7.หญิงตั้งครรภ์ เข็มแรก 9,796 ราย เข็มสอง 683 โดส และเข็มสาม 17 โดส

สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนในอาเซียนรวมแล้ว 203,421,969 โดส อินโดนีเซีย มีประชากรมากที่สุดมีการฉีดมากสุดถึง 82 ล้านโดส คิดเป็นเข็มที่ 1 ครอบคลุม 19.6% รองลงมามาเลเซียฉีดกว่า 26 ล้านโดส มีประชากรน้อยกว่าไทย คิดเป็นการครอบคลุมเข็มที่ 1 อยู่ที่ 51.1% ฟิลิปปินส์ฉีดกว่า 26 ล้านโดส ครอบคลุมเข็มที่ 1 อยู่ 12.7% ส่วนไทยฉีดไปกว่า 23 ล้านโดส คิดเป็นเข็มที่ 1 ครอบคลุม 26.7%

ส่วน 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนโควิดมากที่สุด ได้แก่ 1.จีน ฉีดแล้ว 1,832.45 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 65.4% 2.อินเดียฉีด 529.58 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 19.4% 3.สหรัฐอเมริกา ฉีดแล้ว 354.78 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 55.5% 4.บราซิล ฉีด 160.06 ล้านโดส ครอบคลุม 39.1% 5.ญี่ปุ่น ฉีดแล้ว 108.18 ล้านโดส ครอบคลุม 42.9% 6.เยอรมนี ฉีด 96.85 ล้านโดส ครอบคลุม 58.3% 7. สหราชอาณาจักร 87.42 ล้านโดส ครอบคลุม 65.4% 8.ตุรกี ฉีด 82.77 ล้านโดส ครอบคลุม 49.8% 9.อินโดนีเซีย ฉีด 82.22 ล้านโดส ครอบคลุม 19.6% และ 10.ฝรั่งเศส ฉีด 80.56 ล้านโดส ครอบคลุม 62.1%

หนุนจุดฉีดรพ.สต.-วัด-ร.ร.

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สืบเนื่องจากมติที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เมื่อวันที่ 14 ส.ค. โดยระบุว่า การฉีดลักษณะนี้ทำให้การฉีดวัคซีนรวดเร็วและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และจากการฉีดวัคซีนที่ผ่านมาก็พบว่าช่วยลดการป่วยหนัก เสียชีวิตได้

ซึ่งการฉีดที่ รพ.สต. จะอยู่ใกล้บ้าน และประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะมีรายละเอียดข้อแนะนำตามมาอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการฉีดนอกสถานพยาบาล ในการจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ไปฉีด ณ จุดบริการที่คนเข้าถึงได้ง่าย เช่น วัด โรงเรียน หรืออาคารอเนกประสงค์ หรือตามบ้าน ร.พ. โมบาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อม เครื่องมือ อุปกรณ์กู้ชีพ

ส่วนการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ นพ.เฉวตสรรขอเน้นย้ำว่า มีการกำหนดตามกลุ่ม เป้าหมาย และไม่มีการสูญหาย ไม่มีการฉีดให้แก่กลุ่มวีไอพี ซึ่งหากประชาชนหากเห็นจุดใดสงสัย สามารถรายงานมาที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ย้ำว่า กลุ่มที่จะได้รับไฟเซอร์ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรัง และคนท้อง เป็นต้น

ยันซื้อ‘เอทีเค’ตามสปสช.

ด้านนางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า การจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจนต์ เทสต์ คิต จำนวน 8.5 ล้านชุด ตามโครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อย่างเร่งด่วน อภ.ดำเนินการจัดซื้อตามเนื้อหาหลักของทีโออาร์ ที่สปสช.กำหนดมา ซึ่งล่าสุด ไม่ได้มีการระบุว่าต้องเป็นมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (ฮู) ทั้งนี้ เป็นไปตามหนังสือของ ร.พ.ราชวิถี ส่งมาให้ อภ. ลงวันที่ 2 ส.ค.2564 พร้อมแนบหนังสือของ สปสช. ลงวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งแนบทีโออาร์ที่ลงนามโดยประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาด้วย

หลังจากนั้น อภ.ได้มีการประสานงานกับ สปสช.และ ร.พ.ราชวิถี เพื่อปรับในรายละเอียดบางส่วนของทีโออาร์ บางประการ เช่น การกำหนดเวลาส่งมอบที่กระชั้นชิด จากเดิมวันส่งมอบระบุเป็นวันที่ 10 ส.ค.ได้ปรับเป็นส่งมอบภายใน 14 วันหลังจากวันลงนามในสัญญา

รวมถึงประเด็นที่ได้รับการทักท้วงจากผู้ขายและได้ดำเนินการตามความเห็นของ สปสช. อาทิ จากเดิมให้ใช้ตัวอย่างตรวจเป็น “Nasal /Nasopharyngeal swab” ได้ปรับเป็น Nasal swab หรือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV2 (เชื้อก่อโควิด-19) พ.ศ.2564 ข้อ 10 ปรับค่าจากเดิมความจำเพาะ (Specificity) ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 97 ปรับเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 98 เพื่อให้ได้เอทีเค ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของ อย. ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เปิดกว้างในการแข่งขันมากขึ้น และเป็นไปตามความต้องการตาม TOR ของ สปสช. และร.พ.ราชวิถี

พร้อมทั้งดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก เนื่องจากมีผู้ขายมากกว่า 1 ราย ซึ่งดำเนินการเร่งด่วนได้เช่นกัน พร้อมกันนั้นได้เร่งส่งทีโออาร์ ให้บริษัททั้ง 24 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทตามประกาศของ อย.ในขณะนั้น กำหนดยื่นเสนอเอกสารและเปิดซองราคาในวันที่ 10 ส.ค.ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด

นางศิรินุชกล่าวต่อว่า ในวันเสนอราคามีบริษัทเข้าร่วมเสนอราคา 19 บริษัท ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 16 บริษัท และได้ผลิตภัณฑ์เอทีเค ยี่ห้อ “SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test Kit” ของ บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด โดยผู้แทนจำหน่ายคือบริษัทเวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) เป็นผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด ราคาประมาณชุดละ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเสนอราคาต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ สปสช.ตั้งไว้ ทำให้ประหยัดงบประมาณภาครัฐได้กว่า 400 ล้านบาท

สปสช.-ราชวิถีไม่ได้ล็อกยี่ห้อ

“การจัดซื้อเอทีเค ถ้าหาก สปสช.และร.พ.ราชวิถี พิจารณาเห็นว่ามีผู้ขายเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่ต้องการ ทั้ง 2 หน่วยงานสามารถระบุยี่ห้อและ/หรือบริษัท พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจนในการต้องระบุยี่ห้อ มาให้แก่ อภ.เพื่อจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ แต่เมื่อไม่ได้ระบุมาให้ อภ.จึงดำเนินการจัดซื้อตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ.2561 โดยวิธีคัดเลือก เนื่องจากมีผู้ขายหลายราย ซึ่งดำเนินการภายในระยะเวลาเร่งด่วนได้เช่นกัน” นางศิรินุชกล่าว

ถกผ่อน 4 ธุรกิจห้างจว.แดงเข้ม

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ส.ค. มีวาระสำคัญคือ การพิจารณาขยายมาตรการยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและ เข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด เดิมระบุว่าจะดูถึงช่วงถึงวันที่ 18 ส.ค. อาจต้องขยายไปให้ถึงวันที่ 31 ส.ค.

เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับที่สูงมาก รวมถึงยังมีการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการในห้างสรรพสินค้าตามที่สมาคมศูนย์การค้าไทยเสนอ ขอผ่อนปรน 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารและสถาบันการเงิน ธุรกิจสื่อสารและไอที ร้านเบ็ดเตล็ด และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น

นอกจากนี้ ทางกระทรวงแรงงานจะเสนอขอให้พิจารณาผ่อนปรนการล็อกดาวน์ธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ 4 ประเภท ได้แก่ อาหาร ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ส่งออกได้ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจดังกล่าวมากไปกว่านี้ รวมถึงการดำเนินการโครงการนำร่องการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน หรือ แฟ็กตอรี่ แซนด์บ็อกซ์

ขณะที่อีโอซี ของสธ. จะเสนอให้ ศบค.พิจารณาขยายเวลาการใช้มาตรการควบคุมโรคใน จ.ภูเก็ต ออกไปอีก เนื่องจากคำสั่งเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 16 ส.ค. และจะมีการรายงานให้ที่ประชุมทราบถึงเรื่องการรับความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากต่างประเทศ ทั้งเรื่องการแลกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ระหว่างรัฐบาลภูฏานกับรัฐบาลไทย รวมถึงการรับบริจาค Monoclonal Antibody (Casirivimab/ Imdevimab) จากสธ. เยอรมนี

นอกจากนี้มีรายงานว่า ศบค.อาจจะพิจารณากรณีสมาคมฟุตบอลฯ เสนอแนวทางการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่มีกำหนดการเปิดสนามนัดแรกในช่วงวันที่ 3-5 ก.ย. ว่าจะแข่งขันได้ตามกำหนดหรือไม่

เชื่อมคนละครึ่งเดลิเวอรี่

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้โอนเงินเยียวยานายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตน มาตรา 33 ในพื้นที่ 13 จังหวัดไปแล้ว แบ่งเป็นลูกจ้าง 2,399,459 ราย เป็นเงิน 5,998.65 ล้านบาท และโอนให้นายจ้างไปแล้ว 12,711 กิจการ เป็นเงิน 594.12 ล้านบาท รวมยอดเงินที่โอนไปแล้วจำนวน 6,592.77 ล้านบาท

โดยจะดำเนินการทยอยโอนให้ลูกจ้างและนายจ้าง มาตรา 33 พื้นที่ 16 จังหวัดที่ลงทะเบียนและจ่ายเงินสมทบภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ต่อไป พร้อมกับโอนเงินให้ผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัด กลุ่มแรกวันที่ 24 ส.ค. เช่นกัน ซึ่งจะทยอยโอนวันละ 1 ล้านราย โดยผู้ประกันตนตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม

ส่วนความคืบหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนและประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประจำปีการศึกษา 1/2564 ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 อยู่ระหว่างการยืนยันตรวจสอบสิทธิ์การได้รับความช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นกระทรวงศึกษาธิการจะโอนเงินช่วยเหลือให้นักเรียนและผู้ปกครองในอัตรา 2,000 บาทต่อคน ในวันที่ 31 ส.ค. สำหรับผู้ได้รับเงินเยียวยาในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการมีประมาณ 11 ล้านคน วงเงินรวมประมาณ 21,600 ล้านบาท

สำหรับมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น ยอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 38 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 62,967.7 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 23.49 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 56,339.7 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 28,588.2 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 27,751.5 ล้านบาท

2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 66,101 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 1,161 ล้านบาท และ ยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 31 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.48 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 5,110.8 ล้านบาท และ 4.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 979,821 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 325.2 ล้านบาท

“รัฐบาลยังเร่งพิจารณาเชื่อมต่อแพลต ฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ เพื่อให้เชื่อมกับโครงการคนละครึ่ง ด้วย คาดว่าจะดำเนินการเชื่อมระบบเสร็จสิ้นและพร้อมใช้งานได้ในเดือนต.ค.นี้ เพื่อให้ทันกับการรองรับการโอนเงินคนละครึ่ง รอบ 2 อีก 1,500 บาท ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะเร่งเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม” นายธนกรกล่าว

แจงเยียวยา-ช่วยสินเชื่อ

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือทางการเงินผู้ประกอบการและประชาชน โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานมาตรการทางการเงิน ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ในโครงการสินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 250,000 ล้านบาทได้รับอนุมัติแล้วจำนวน 89,444 ล้านบาท มีผู้ได้รับความช่วยเหลือ 29,365 ราย โดยมีวงเงินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาทต่อราย

ขณะที่ โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” วงเงินรวมของ 100,000 ล้านบาท มีมูลค่าสินทรัพย์ที่รับโอน 8,991 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 50 ราย ซึ่งทั้งสองโครงการเป็นมาตรการที่รัฐบาลตอบสนองต่อภาคเอกชน ให้สามารถเข้าถึงเงินสินเชื่อได้มากขึ้น เสริมสภาพคล่องและการลงทุน สนับสนุนวงเงินในการดูแลสินทรัพย์ให้ภาคธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรงยังสามารถกลับมาทำธุรกิจตามปกติ หลังจำเป็นต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว ตามมติคณะรัฐมนตรี 23 มี.ค.2564 ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบ

ส่วน “สินเชื่อ สู้ภัย COVID-19” ของ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เปิดผู้มี รายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระเกษตรกร รายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร ที่ได้ผล กระทบจาก COVID-19 ยื่นขอกู้วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท/ราย โดยไม่ต้องมีหลักประกันนั้น ธนาคารออมสิน รายงาน ณ 31 ก.ค. มียอดปล่อยสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 กว่า 700,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 7,000 ล้านบาท ขณะที่ ธ.ก.ส. รายงานยอดจ่ายสินเชื่อ ณ วันที่ 9 ส.ค. จำนวนเงิน 111.87 ล้านบาท โดยจำนวนผู้กู้ 11,248 ราย ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปและเกษตกรยังสามารถยื่นขอสินเชื่อได้จนถึงธ.ค.นี้

สมุยพลัสฟื้นแล้ว 10 ล้าน

ด้านสถานการณ์โควิดในพื้นที่ต่างๆ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 41 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมของการระบาดระลอกใหม่ เป็น 6,350 ราย รักษาหาย 5,597 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในจังหวัด 27 ราย และอีก 14 รายจากต่างจังหวัด มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในร.พ. 695 ราย พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดสะสมเสียชีวิตเป็น 34 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิดให้ชาวเชียงใหม่ ฉีดแล้ว 439,912 โดส หรือคิดเป็นจำนวน 322,707 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเปิดโครงการ “สมุย พลัส โมเดล” ครบ 1 เดือนในวันนี้ กับเป้าหมายสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของหมู่เกาะทะเลใต้ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ตลอดจนพื้นที่อื่นๆ โดยเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่เปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่ารายได้เฉพาะห้องพักจากนักท่องเที่ยวโครงการสมุย พลัส โมเดล และภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้อยู่ที่ 10 กว่าล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการเดินทาง เข้ามาของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ในช่วงแรก เนื่องจากเรามีผู้ติดเชื้อสูงในภาพรวมของประเทศ แต่สิ่งที่หวังคือ นักท่องเที่ยวจากโครงการอยู่ภูเก็ต 7+7 ที่จะเดินทางเข้ามา เพิ่มขึ้น เราต้องรักษาพื้นที่ของเราให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดเชื้อ รักษาสุขภาพ และมาตรฐานต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ

ส่วนความคืบหน้าของโครงการอยู่ภูเก็ต 7+7 ขณะนี้โครงการได้ผ่าน ศบค.ชุดเล็ก และทาง ททท. ก็ได้รับการยืนยันว่าพร้อมดำเนินการเริ่มต้นในวันที่ 17 ส.ค. หลังจาก 7 วันนักท่องเที่ยวก็จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เกาะพีพี เกาะไหง อ่าวไร่เลย์ จ.กระบี่ และ เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เขาหลัก จ.พังงา

หอการค้าโคราชขอผ่อน 5 ธุรกิจ

ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นาย กอบชัย บุญอรณะ ผวจ.นครราชสีมา ได้เปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นการป้องกันควบคุมการระบาดโรคโควิด-19 จากผู้ประกอบการสาขาต่างๆ ทั้ง ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว ภาคสังคมและประชาคม ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการชี้แจงการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับผู้ร่วมประชุมทั้งในห้องและผ่านระบบซูม

หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้า จ.นครราชสีมา, ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ รองประธานฝ่ายเศรษฐกิจ 2, นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.นครราชสีมา และนายโกศล สมจินดา ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.นครราชสีมา ได้ยื่นหนังสือถึง นายกอบชัย ผวจ.นครราชสีมา เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาผ่อนปรน ในการเปิดกิจการ 5 ประเภท ได้แก่ ร้านอาหาร/ภัตตาคาร สนามกอล์ฟ ธุรกิจสอนศิลปะ สถานที่สอนเต้น การแสดงและโยคะ และธุรกิจนวด/สปา

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผอ.ร.พ. มหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า ทางร.พ.จะได้รับวัคซีนซิโนฟาร์มจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ที่ได้รับมอบมากจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เพิ่มอีกจำนวน 3,000 โดส โดยพร้อมที่จะนำมาฉีดให้กับประชาชนที่จองคิวไว้เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ต่อไป

ร้อยเอ็ดพุ่งอีก 256-ตาย 4

นพ.ปิติ ทั้งไพศาล นพ.สสจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 256 ราย ยอดสะสมรวม 7,436 ราย เสียชีวิต 4 ราย เสียชีวิตสะสม 73 ราย ซึ่งผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างจังหวัด 232 ราย และในจังหวัด 24 ราย สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน 18 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 6 ราย และในเรือนจำ 90 ราย

ที่จ.เลย ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอย่าง ต่อเนื่องเพิ่มขึ้นอีก 66 ราย มาจากนอกพื้นที่ 31 ราย ในพื้นที่ 35 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย รักษาตัวอยู่ 1,151 ราย รักษาหายแล้ว 917 ราย ยอดติดเชื้อสะสมรวม 2,074 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องติดตามอีก 244 ราย

นายอภิชาติ สะบู่แก้ว ผู้ช่วยนพ.สสจ.เลย กล่าวว่า จากตัวเลขผู้ติดเชื้อในพื้นที่จำนวนมากขึ้น จาก 2 คลัสเตอร์ ที่เชียงคาน จากแรงงานชาวลาวกลับจากกทม.แล้วลอบทำงานไปทั่วพื้นที่ ตั้งวงดื่มเหล้าหลังเลิกงาน แพร่เชื้อลามไปกว่า 40 ราย และติดเพิ่มอีก 15 ราย และคลัสเตอร์ที่อ.ภูหลวง บ้านเลยวังไสย์ เริ่มมาจากคนในหมู่บ้านกลับจากการขายลอตเตอรี่ในพื้นที่เสี่ยงหรือสีแดงเข้มกลับมา แพร่ระบาดภายในครอบครัวจำนวน 4 ครอบครัว และร้านชำในหมู่บ้าน พบติดเชื้อแล้ว 35 ราย รอผลตรวจผู้มีความเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำอีกจำนวนมาก

ตลาดโรงเกลือลาม 114

นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผวจ.สระแก้ว กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสสจ.สระแก้ว ว่ามีผู้ป่วยใหม่ 231 ราย โดยกว่าครึ่งยังเป็นผู้ติดเชื้อที่ตลาดโรงเกลือ ส่วนสหกรณ์ไม้ซอย 8 วังน้ำเย็นพบลูกจ้างไทย-กัมพูชา ครอบครัวติดอีก 19 ราย ล็อกพื้นที่ทำบับเบิลแอนด์ซีล ไม่ให้แพร่เชื้อภายนอก ในขณะที่เจ้าของร้านขายของชำโคกสูงแพร่เชื้อในบ้านและคน ใกล้ชิดไป 8 ราย ส่วนร้านค้าหน้าโรงงาน น้ำตาลฯ ติดเชื้อจากเจ้าของรถกับข้าวแล้วไปแพร่สู่ลูกและครอบครัวของพนักงานที่มาซื้อของรวม 4 ราย

นพ.ประภาส ผูกดวง นพ.สสจ.สระแก้ว กล่าวว่า ภาพรวมของการติดเชื้อในวันนี้จำนวนกว่าครึ่งยังคงเป็นผู้ติดเชื้อจากการออกตรวจเชิงรุกที่ตลาดโรงเกลือ แยกเป็นกัมพูชา 98 ราย คนไทย 14 ราย และเวียดนาม 2 ราย ในส่วนของคนไทยเป็นการติดเชื้อจากพื้นที่เสี่ยง 9 รายและร่วมบ้าน 5 ราย ส่วนกรณีอื่นๆ ในอรัญประเทศพบว่าส่วนใหญ่ติดเชื้อจากพื้นที่เสี่ยงสูงสุด 11 ราย ส่วนใหญ่พอทราบว่าเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ชิดติดเชื้อแล้วไปตรวจเชิงรุกจึงพบเชื้อ รองลงมาเป็นสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย และร่วมบ้าน 3 ราย

ชลบุรีเจออีก 1,457-ตาย 6

ด้านสสจ.ชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1,457 ราย ยอดสะสม 45,813 ราย รักษาตัวอยู่ 20,746 ราย หายป่วย 24,826 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิตเป็น 241 ราย ยังพบผู้ติดเชื้อกระจายครบ อำเภอ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อที่มากที่สุดที่อำเภอ ศรีราชา 425 ราย เมืองชลบุรี 352 ราย บางละมุง 191 ราย บ้านบึง 140 ราย พานทอง 106 ราย สัตหีบ 34 ราย พนัสนิคม 84 ราย บ่อทอง 22 ราย เกาะจันทร์ 24 ราย หนองใหญ่ 21 ราย เกาะสีชัง 2 ราย ด้วยกัน

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังมาจากในสถานประกอบการ 21 แห่ง ตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง ที่พบการติดเชื้อ วันนี้ก็มาจากเชื้อภายในครอบครัว 293 ราย จากสถานที่ทำงาน 244 ราย บุคคลใกล้ชิด 38 ราย ร่วมวงสังสรรค์ 4 ราย

มาเป็นหมื่น – ประชาชนนับหมื่นคนเดินทางมาเข้าคิวรอฉีดวัคซีนไฟเซอร์ตามที่ร.พ.สมุทรปราการ ประกาศฉีดให้ 4 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 2,500 ราย จนเกิดการแออัดเต็มพื้นที่ร.พ. จนตำรวจต้องจัดกำลังมาอำนวยความสะดวก เมื่อวันที่ 15 ส.ค.

ปากน้ำแห่รอฉีดแน่นห้าง

ที่หน้าห้างโลตัส สาขาสายลวด อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีประชาชนกว่าหมื่นคน มารอจองคิวและเข้าคิวตั้งแต่ก่อนรุ่งเช้า เพื่อ ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มแรก ตามที่ทางร.พ.สมุทรปราการได้ประกาศฉีดให้กับ 7 กลุ่มเป้าหมาย ทำให้การจราจรติดขัด โดยมี พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์. ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 นาย มาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

‘มหาชัย-อยุธยา’ยังป่วยพุ่ง

ส่วนสสจ.สมุทรสาคร รายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่นิวไฮพุ่งสูงสุด 1,851 ราย จากค้นหาเชิงรุก 95 ราย และจากการเข้ารับการตรวจในร.พ.อีก 1,756 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 1,478 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 278 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 70,876 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 48,666 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 21,921 ราย และผู้เสียชีวิตรายวันจำนวน 13 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 289 ราย

ด้านนพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 370 ราย รวมสะสม 14,755 ราย รักษาตัวหายแล้ว 7,126 ราย ยังรักษาตัวอยู่ 7,506 ราย มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นชาวอยุธยาทั้งหมด หญิง 4 ราย อายุ 73 ปี ไม่มีโรคประจำตัว, อายุ 80 ปี, อายุ 83 ปี และอายุ 70 ปี มีโรคประจำตัว และชาย 1 ราย อายุ 88 ปี มีโรคประจำตัว

สุพรรณฯป่วย 165 ดับ 5

ที่ จ.สุพรรณบุรี พบผู้ป่วยใหม่อีก 165 ราย รักษาอยู่ 2,633 ราย หายแล้ว 4,746 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย เป็นหญิง อายุ 66 ปี อยู่ ต.ย่านยาว อ.สามชุก, หญิง อายุ 67 ปี อยู่ ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง, หญิง อายุ 68 ปี อยู่ ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า, ชาย อายุ 63 ปี ต.บ้านดอน อ.อู่ทอง และชาย อายุ 67 ปี อยู่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รวมผู้เสียชีวิต 101 ราย ส่วนผู้ป่วยใหม่ มาจากต่างจังหวัด จำนวน 71 ราย, จ.สุพรรณบุรี 94 ราย เรือนจำ สะสมรวม 1,096 ราย

เรียกถกหมอปูดสื่อวืดไฟเซอร์

วันเดียวกัน กลุ่มบุคลากรการแพทย์ ร.พ.ภูมิพล เข้าพบ พล.อ.ท.ธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ หลังร้องเรียนการจัดการวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับบุคลากร แพทย์ พยาบาลในร.พ.

ตัวแทนกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์กล่าวว่า หลังจากมีข่าวกลุ่มบุคลากรได้ออกมาร้องเรียนการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ โดย ร.พ.ภูมิพลฯ ได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวน 1,680 โดส จากที่เคยขอ สธ.ไป 3,000 โดส จากการตรวจสอบบัญชีมีทั้งหมด 1,611 รายชื่อ ฉีดให้ วันที่ 13-14 ส.ค. เมื่อตรวจสอบกลับพบว่ามีความผิดปกติรายชื่อซ้ำ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และใช้สัญลักษณ์ตัวเลขเป็นชื่อบุคคล 172 รายชื่อ แทนที่จะเรียงลำดับความสำคัญไปเรียงลำดับตามตัวอักษร ทำให้บุคลากรด่านหน้าไม่ได้รับการพิจารณา กลุ่มบุคลากรที่ออกสื่อจึงถูกเรียกเข้าพบเพื่อหาทางออกร่วมกันในแนวทางที่ดี ไม่ได้เรียกเพื่อภาคทัณฑ์ หรือข่มขู่แต่อย่างใด

ด้านผู้บริหาร ทอ.ได้ชี้แจงว่า ได้ขอพูดคุยกับทางบุคลากรของเราแบบครอบครัวก่อน และจะให้โฆษกเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดในวันที่ 16 ส.ค.ต่อไป

ผู้ว่าฯ ปูแจงโพสต์-ไขก๊อก

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เปิดเผยถึงการโพสต์เฟซบุ๊กทำนองว่าจะตัดสินใจลาออกจากราชการก่อนการเกษียณอายุราชการในปี 2565 ว่า ตนตัดสินใจแล้วว่าจะยื่นหนังสือ ลาออกจากราชการ โดยตัดสินใจและร่างหนังสือลาออกไว้มาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว “สู้ไม่ไหวแล้วจริงๆ พอแล้ว จบแล้ว” และ จะยื่นต่อผู้บังคับบัญชาในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค.นี้ โดยให้มีผลช่วงสิ้นปีงบประมาณ หรือสิ้นเดือนก.ย. เพื่อกลับไปอยู่บ้านที่จ.อ่างทอง แล้วจะได้ดูแลสุขภาพให้ดีมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน