‘บิ๊กตู่’เดินสายเยี่ยมรพ.สนาม
เซ็นแล้วซื้อไฟเซอร์30ล.โดส
แอสตร้าฯยืมภูฏานมาถึงไทย
นวด-สปานัดทั่วปท.-ฟ้องรบ.
ธนาธรโชว์เครื่องออกซิเจน
ติดเชื้อทะลุล้านคนแล้ว หลังป่วยเพิ่ม 19,851 ตายอีก 240 สลดมีทารก 7 เดือน เด็ก 2 ขวบเสียชีวิตด้วย พ่อเฒ่า 70 ติดโควิดดับคาป้ายรถเมล์กลางกรุง โดยมีน้องสาวนั่งเฝ้าศพ ‘หมอโอภาส’ เตือนระเบิดเวลาฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ผ่านไประยะหนึ่ง ภูมิเริ่มตกถ้าติดเชื้อปอดอักเสบ แนะต้องรีบฉีดเข็ม 3 เป็นแอสตร้าฯ-ไฟเซอร์ ‘ศิริราช’ เผยฉีดวัคซีนไขว้ภูมิขึ้นสูงกว่าซิโนแวค 2 เข็ม และ แอสตร้าฯ 3 เท่า เตือนไม่ควรฉีดแอสตร้าฯ เข็มแรก ตามด้วยซิโนแวคเข็มสอง สธ.เซ็นซื้อไฟเซอร์ 30 ล้านโดส ด้านภูฏานส่งวัคซีนแอสตร้าฯ 1.5 แสนโดสที่ไทยขอยืมมาให้แล้ว ‘บิ๊กตู่’ เดินสายตรวจร.พ.สนาม พูดคุยกับคนป่วยโควิดที่ร.พ.พระมงกุฎฯ ร.พ.สนามที่ปากน้ำ ‘ธนาธร’ ไลฟ์เปิดตัวเครื่องออกซิเจนแบบเข้มข้น เตรียมผลิตแจกชาวบ้าน
ป่วยอีก 19,851 -ยอดทะลุล้าน
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,851 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,125 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,391 ราย และมาจากเรือนจำ 325 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,009,710 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,478 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 795,805 ราย อยู่ระหว่างรักษา 205,079 ราย อาการหนัก 5,388 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,161 ราย
และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 240 ราย เป็นชาย 129 ราย หญิง 111 ราย อยู่ใน กทม.มากสุด 75 ราย รองลงมาคือสมุทรสาคร 27 ราย โดยมีเด็กเสียชีวิต 2 ราย คือ 2 ขวบ ที่จ.ปทุมธานี และ 7 เดือน ที่ จ.สมุทรสาคร ไม่มีโรคประจำตัว ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 8,826 ราย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-19 ส.ค. มีทั้งสิ้น 4,656 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 2,969 ราย คิดเป็น 63.8% ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสองสัปดาห์ 316 ราย คิดเป็น 7% ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสี่สัปดาห์ 118 ราย คิดเป็น 2.6% ได้รับวัคซีนครบสองเข็มก่อนวันเริ่มป่วยอย่างน้อยสองสัปดาห์ 26 ราย คิดเป็น 0.6% และมีข้อมูลไม่ครบถ้วน 874 ราย คิดเป็น 19.2% ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 210,845,425 ราย เสียชีวิตสะสม 4,417,385 ราย
ฉีดวัคซีนแล้ว 25 ล้านโดส
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ส่วนการฉีดวัคซีนวันที่ 19 ส.ค. ฉีดเพิ่ม 651,606 โดส รวมสะสม 25,818,666 โดส ยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. จำนวน 25,818,666 โดส เป็นเข็มแรก 19,586,009 ราย เข็มสอง 5,705,200 ราย และเข็มสาม 527,457 ราย
ทั้งนี้ มีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลศึกษาผู้ได้รับวัคซีน 125 ราย พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน 24.31 ผู้ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน 76.52 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่สอง 78.65 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มบูสเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีระดับภูมิคุ้มกัน 271.17
อย่างไรก็ตาม ถ้ามาดูทิศทางการติดเชื้อรายวันจะเห็นว่าผู้ติดเชื้ออยู่กทม.และปริมณฑล 41% พื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่เหลือ 59% มีแนวโน้มคงที่ กราฟผู้ติดเชื้อไม่ได้ สูงชันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ยังประมาทไม่ได้ เพราะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้ออยู่
ทั้งนี้ สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 20 ส.ค. ได้แก่ กทม. 4,181 ราย สมุทรสาคร 1,556 ราย ชลบุรี 1,348 ราย สมุทรปราการ 1,055 ราย นครราชสีมา 575 ราย สระบุรี 494 ราย ปทุมธานี 461 ราย นครปฐม 460 ราย พระนครศรีอยุธยา 453 ราย ระยอง 414 ราย
“จากการพัฒนาระบบโฮมไอโซเลชั่น (HI) และคอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น (CI) เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ทำให้เตียงสีแดงหรือเหลืองเข้มในโรงพยาบาลต่างๆ ว่างขึ้น และยังทำให้ผู้ป่วยภาวะรุนแรงเข้าถึงเตียงได้มากขึ้น อัตรารอเตียงผู้ป่วย สีแดงที่รอเตียงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้อยลง และวันรอเตียง เราพยายามทำให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว จึงต้องขอขอบคุณบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเปิด CI โดยปัจจุบัน กทม. มีสูงถึง 70 แห่ง รองรับได้ 9,426 เตียง โดยในจำนวนนี้มีถึง 14 แห่งที่สามารถตรวจคัดกรองแบบ RT-PCR ได้ และมีถึง 7 แห่งที่สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ รวม 1,036 เตียง อย่างไรก็ตาม อัตราการครองเตียงทั่ว กทม. 132 แห่งยังค่อนข้างเต็ม แต่ทิศทางหลังจากนี้จะเห็นเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงได้มากขึ้น ขณะที่ HI ในพื้นที่ กทม.ขณะนี้ มีหน่วยดูแลผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน 262 หน่วย ยอมรับว่าระบบ HI และ CI ยังไม่สมบูรณ์ อาจจะมีการดูแลที่ตกหล่นบ้างเราก็พร้อมรับเรื่องต่างๆ เพื่อดูแลให้ดียิ่งขึ้น”

ตายข้างถนน – เจ้าหน้าที่สวมชุดพีพีอีเข้าเก็บศพชายวัย 70 ปี นอนเสียชีวิตอย่างอนาถาบนเก้าอี้ป้ายรถประจำทาง ริมถนนพระราม 3 ซอย 1 เขตบางคอแหลม ผลตรวจพิสูจน์พบติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 20 ส.ค.
สลดพ่อเฒ่า 70 ดับคาป้ายรถเมล์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณป้ายรถเมล์หน้าเซเว่นฯ ถ.พระราม 3 ใกล้กันพบหญิงนอนหายใจรวยริน มีอาการไข้ขึ้นสูง เบื้องต้นทราบว่าเป็นพี่น้องกันเดินมาล้มลงบริเวณดังกล่าว โดยมีทีมปฏิบัติการพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าประเมินตามหลักความปลอดภัย ก่อนช่วยพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เจ้าหน้าที่นำผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่วัดใหม่ปากคลองมอญ จ.สมุทรปรา การ ส่วนน้องสาวที่ป่วย นำตัวส่งไปรักษาที่ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์
ต่อมาช่วงเช้า น้องสาวที่นั่งเฝ้าศพพี่ชายเดินกลับมานั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่เดิม โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านบริเวณดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากเป็นผู้สัมผัสเชื้อจากพี่ชาย อีกทั้งก็มีอาการไอ จาม และหายใจเหนื่อยหอบ
สอบถามนส.มณฑิรา หิรัณยากาศ ชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าว เล่าว่า ผู้ตาย ชื่อนายยง อายุ 70 ปี ส่วนน้องสาว ชื่อหมวย อายุ 68 ปี อาศัยอยู่ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 37 ใกล้กับจุดที่ทั้งคู่มานั่งแค่ 50 เมตร เคยประกอบอาชีพค้าขายและเป็นช่างซ่อมรถยนต์ แต่จู่ๆก็มาเก็บของเก่าขาย และจะหาของเก่ามากองสะสมไว้ในบ้าน จนในบ้านมีแต่กองขยะ ทั้งคู่ต้องออกมาอาศัยนั่งๆ นอนๆ ที่ป้ายรถเมล์
ผลการสว็อบเบื้องต้นปรากฏว่านายยงติดเชื้อโควิด ส่วนนางหมวยไม่มีเชื้อโควิด
‘บิ๊กตู่’เดินสายตรวจวันที่สอง
เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมหอผู้ป่วยโควิด-19 ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ชั้น 4 ใช้เป็นพื้นที่โรงพยาบาลสนาม ซึ่งขณะนี้กำลังต่อเติมและปรับพื้นที่เปิดวอร์ดโควิด 100 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยประชาชนทั่วไป โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ร่วมตรวจเยี่ยมครั้งนี้ด้วย
นายกฯ รับฟังการรายงานสถานการณ์การรับผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลทหารบก จากพล.ท.ชาญชัย ติกขะปัญโญ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก และพล.ท.ธารา พูนประชา ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยแพทย์พระมงกุฎเกล้า
ทั้งนี้ นายกฯ สอบถามกับทีมแพทย์ว่ามีการพยายามติดต่อกับผู้ป่วย รวมถึงมีเครื่องมือทั้งเครื่องวัดไข้และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วมือแจกให้กับผู้ป่วยหรือไม่ ก่อนที่นายกฯ เข้าตรวจเยี่ยมการเตรียมหอผู้ป่วยหนักที่มีการเชื่อมต่อเครื่องออกซิเจน พร้อมย้ำว่าหากถึงเวลาจริงก็จะต้องปรับเตียงให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีแดงได้ และขอให้ทุกคนนั้นอย่าท้อแท้ เป็นกำลังใจให้กันและกัน

คุยคนป่วย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดคุยกับผู้ปวยโควิดผ่านระบบวิดีโอคอล ระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.
เยี่ยมร.พ.สนามปากน้ำ
จากนั้นเวลา 11.00 น. นายกฯ พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ และนพ. อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ผอ.โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ผอ.โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจรายงานการดำเนินงานโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ
นายกฯ กล่าวถึงการเดินทางมาวันนี้เพื่อให้กำลังใจกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 แล้วช่วงเช้าที่ผ่านมาเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลภาครัฐเช่นกัน ถือเป็นความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม นอกจากการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลสนามแล้ว รัฐบาลและศบค.ยังให้มีระบบการดูแลที่บ้านและในชุมชน HI และ CI ด้วย พร้อมพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้สามารถรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก คาดว่าภายในปีหน้าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม ไทยจะมีวัคซีนเป็นของตนเองใช้ในประเทศไทย
จากนั้นนายกฯ ตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองและลงทะเบียนผู้ป่วยฯ พร้อมรับชมการสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ปิ่นโต และแอพพลิเคชั่นไข่ต้ม ฮอสพิทอล ซึ่งใช้สำหรับในการส่งสิ่งของ ยา อาหารและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วย พร้อมตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจผ่าน Command Center โดยสอบถามอาการและให้กำลังใจผู้ป่วยผ่านระบบ Telehealth โดยผู้ป่วยแจ้งว่าตนเองได้เข้าสู่ระบบการรักษาเมื่อวานและอาการดีขึ้นแล้ว และขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มาให้กำลังใจ
‘แม่กลอง’เร่งผุดรพ.สนามแห่ง 5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแพร่ระบาดของ โควิดในจ.สมุทรสงคราม ตั้งแต่ก.ค.ถึงส.ค. อยู่ในขั้นรุนแรงมาก มีผู้ติดเชื้อวันละ 100-200 คน ผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 1 คน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้โรงพยาบาลหลัก 3 แห่ง รวม 409 เตียง โรงพยาบาลสนาม 4 แห่ง 755 เตียง และศูนย์พักคอย อีก 13 แห่ง รวม 1,000 เตียงไม่พอรองรับผู้ป่วย ทางจังหวัดจึงร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างโรงพยาบาลสนามขึ้นเป็นแห่งที่ 5 โดยใช้อาคารโรงงานแห่งหนึ่งในต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา ที่เลิกกิจการ รองรับ ผู้ป่วยได้ 1,000 เตียง คาดเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป
‘ร้านนวด-สปา’ฮึ่มฟ้องรัฐบาล
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ร้านนวดเพื่อสุขภาพ “สปา ศิราศรม” สาขา 5 ถนนศิรินคร ต.ในเมือง อ.เมือง นครราชสีมา นางภารดี พจนาภิมล ผู้ประกอบการธุรกิจสปานวดแผนไทยนำผู้สื่อข่าวตรวจสอบบรรยากาศภายหลังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งให้ปิดบริการนานกว่า 2 เดือน มีสภาพรกร้าง ต้นไม้ วัชพืชขึ้นปกคลุม เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายให้คนงานคอยดูแล ส่วนภายในต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอเตรียมพร้อมเปิดให้บริการ
นางภารดีเปิดเผยว่า พวกเราเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ที่ผ่านมายื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือไปยังผวจ.นครราชสีมา 3 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ล่าสุดได้รับคำตอบอ้างไม่มีอำนาจการออกคำสั่งนอกเหนือจากประกาศของศบค.ส่วนกลาง พวกเรารู้สึกเสียใจ ผิดหวังอย่างมาก ทั้งนี้กรณีเดียวกันที่จ.นนทบุรีมีคำสั่งให้เยียวยาโดยลดอัตราค่าเช่าทันที แต่จ.นครราชสีมา กลับเพิกเฉยผู้ประกอบการเตรียมพร้อมมาตรการความปลอดภัยทุกขั้นตอน ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด แต่ร้านเสริมสวย คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรมล้วนมีความเสี่ยงไม่ต่างกันสามารถดำเนินกิจการได้ แสดงให้เห็นคำสั่งสองมาตรฐาน
“พวกเราจะไม่ทนอีก จำเป็นต้องยกระดับเคลื่อนไหว โดยรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการในพื้นที่จ.นครราชสีมา ซึ่งมีกว่า 500 ราย พร้อมหลักฐานความเสียหายกรณีขาดรายได้จากการประกอบการและปรึกษาทีมกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องศาลแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายจากภาครัฐ โดยจะเข้าร่วมฟ้องเช่นเดียวกันกับ ผู้ประกอบการร้านนวดเพื่อสุขภาพกทม. และกำหนดการเคลื่อนไหวพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 21 ก.ย. นี้”
ดับโควิด 63.8%ไม่ได้ฉีดวัคซีน
ด้านนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงผลการฉีดวัคซีน โควิด-19 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีน โควิด-19 สะสมกว่า 25.8 ล้านโดส เป็นเข็มที่ 1 ประมาณ 19.5 ล้านคน เป็นแอสตร้าเซนเนก้ามากที่สุด 9.1 ล้านคน ส่วนเข็มที่ 2 ฉีด 5.7 ล้านคน เป็นซิโนแวคกว่า 3 ล้านคน ขณะที่เข็ม 3 ฉีดไปแล้ว 527,457 คน เป็นไฟเซอร์ 326,818 คน และแอสตร้าฯ 200,639 คน จะเห็นได้ว่า 27.2% ของประชากรไทยได้รับวัคซีนแล้ว มีอยู่ประมาณ 7.9% ได้ 2 เข็ม สามารถฉีดวัคซีนแต่ละเดือนได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยมี.ค.-พ.ค. 2564 ฉีดราว 4 ล้านโดส มิ.ย.เดือนเดียวฉีด 6 ล้านโดส ก.ค.ฉีด 8 ล้านโดส ขณะที่ส.ค.ยังไม่ถึงเดือน ข้อมูลถึงวันที่ 19 ส.ค. ฉีดไปแล้ว 7.8 ล้านโดส เมื่อถึงสิ้นเดือนน่าจะได้ประมาณ 10 ล้านโดส ขณะเดียวกันวัคซีนที่ใช้มากที่สุด คือซิโนแวคกว่า 12 ล้านราย แอสตร้าฯ 10 ล้านกว่าราย ซิโนฟาร์ม 2.3 ล้านราย และไฟเซอร์ 485,237 ราย วันนี้น่าจะถึง 5 แสนราย
นพ.โสภณกล่าวต่อว่า กลุ่มที่ต้องได้รับวัคซีนก่อน คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า และ อสม.ได้รับวัคซีนมากกว่า 50% ขณะที่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ครอบคลุม 34.6% และ 37.8% ตามลำดับ หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับวัคซีน ฉีดเข็มแรกไป 3.9% ซึ่ง 3 กลุ่มนี้ต้องได้รับวัคซีนก่อน จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจาก โควิดลงได้ ส่วนชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยได้รับวัคซีนไปแล้ว 356,337 คน เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 27,028 คน เป็น เมียนมามากที่สุด รองลงมา คือจีน กัมพูชา ลาว ญี่ปุ่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ จำนวนนี้มี 107,106 คนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม จากข้อมูลผู้เสียชีวิตและประวัติได้รับวัคซีนแยกตามกลุ่มอายุระหว่างวันที่ 25 ก.ค. – 19 ส.ค. 2564 จะเห็นว่า อายุมากยิ่งเสี่ยงเสียชีวิตมาก ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือฉีดวัคซีนไม่ครบ ถือว่าภูมิคุ้มกันยังไม่ดีพอ
“ในกลุ่มฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ 1 เข็ม ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่า 2 สัปดาห์ มีเสียชีวิต 316 ราย คิดเป็น 7% และฉีดแอสตร้าฯ 1 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่า 4 สัปดาห์ เสียชีวิต 118 ราย หรือ 2.6% ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมี 2,969 ราย คิดเป็น 63.8% สำหรับกลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มี 26 ราย คิดเป็น 0.6% กรณีนี้น้อยมาก ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวเดิม หรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย” นพ.โสภณกล่าวและว่า หากจะลดตัวเลขเสียชีวิต ต้องขยายฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยตั้ง เป้าหมายว่าจะให้ผู้สูงอายุได้รับวัคซีน 70% หากได้รับวัคซีนจะทำให้ผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนสะสมถึง 70% ในส.ค.นี้ หากรวม 13 จังหวัดควบคุมสุงสุดและเข้มงวดจะใช้วัคซีนอีก 4.2 แสนกว่าโดส คาดว่าจะดำเนินการได้ ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ต้องฉีดให้ได้มากที่สุดอย่างน้อยร้อยละ 70 ในเดือนหน้า
ไม่แนะนำเข็มที่ 4
นพ.โสภณกล่าวถึงกรณีประชาชนทั่วไปที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็มจะได้รับบูสเตอร์โดสหรือไม่ว่า การให้วัคซีนบูสเตอร์โดสในไทย เริ่มจากบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า เนื่องจากมีความเสี่ยงมากที่สุดในการปฏิบัติงานทุกวันมีโอกาสได้รับเชื้อ ดังนั้นต้องป้องกันกลุ่มนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม จากที่เราทราบว่า กลุ่มอื่นที่รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าจะมีข้อเสนอแนะออกมาในสัปดาห์หน้า
“กลุ่มที่ฉีดเร็วและมีโอกาสฉีดก่อน ตั้งแต่มี.ค.ขณะนี้ส.ค.ผ่านไปแล้ว 5 เดือน ต้องมีโอกาสรับวัคซีนเข็มกระตุ้นด้วยเช่นกัน ต้องเป็นวัคซีนต่างชนิดจาก 2 เข็มแรก แต่ แนวโน้มคือว่าคนที่ฉีดชนิดเชื้อตาย 2 เข็มไปแล้ว จะได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นในโอกาส ต่อไป” นพ.โสภณกล่าว
นพ.โสภณกล่าวว่า ส่วนการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ยังไม่แนะนำให้ฉีด ในประเทศไทยและต่างประเทศ การฉีดเข็มกระตุ้นจะเป็นเข็มที่ 3 หลังรับมา 2 เข็มที่ต่างชนิดกัน กรณีที่เป็นข่าวออกมา กรมควบคุมโรคตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกรณีบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังจะต้องไปปฏิบัติงานที่ร.พ.ในต่างประเทศ คือแคนาดา จำเป็นต้องรับวัคซีนที่แคนาดากำหนด เพื่อไปถึงแล้วปฏิบัติงานได้เลยไม่ต้องกักตัว 14 วัน บุคลากรทางการแพทย์รายนี้เคยฉีด ซิโนแวค 2 เข็ม และบูสต์ด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อเดือนที่แล้ว แต่เนื่องจากใกล้กำลังเดินทางไป จึงฉีดไฟเซอร์ ซึ่งประเทศแคนาดาเอง หน่วยงานสาธารณสุขมีคำแนะนำการฉีดวัคซีนคนที่จะเข้าประเทศได้รับการผ่อนผันไม่ต้องกักตัว ต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตร้าเซนเนก้า จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโควิดชิลด์ จึงเป็นที่มาฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยไฟเซอร์ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประเทศปลายทางกำหนด แต่ไม่ได้เป็นคำแนะนำสำหรับคนที่อยู่ในประเทศไทย กรณีทั่วไปเราฉีดเฉพาะเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันสู้กับเชื้อเดลตาที่ระบาดอยู่ได้
ภูฏานส่งแอสตร้าฯถึงไทยแล้ว
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่ศบค.เห็นชอบหลักการแลกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลภูฏานจำนวน 1.5 แสนโดส และจะส่งคืนให้กับภูฏานในปลายปี 2564 นั้น วันนี้เวลา 12.40 น. วัคซีนล็อต ดังกล่าวมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว เมื่อผ่านขั้นตอนของกรมศุลกากรและนำวัคซีนออกมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะตรวจสอบคุณภาพวัคซีน คาดจะใช้เวลา 2-3 วัน และจะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อฉีดให้กับประชาชน ได้แก่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ภายในเดือนส.ค. เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต
แจงหมอรามาฉีดวัคซีนเข็ม 4
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการแชร์ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิดที่มีการฉีดวัคซีน 4 เข็ม โดยเป็นซิโนแวค 2 เข็ม แอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 3 และไฟเซอร์เข็ม 4 นั้นว่า หนังสือรับรองดังกล่าวเป็นของแพทย์ร.พ.รามาธิบดี ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็ม 1 เมื่อวันที่ 25 มี.ค. และเข็ม 2 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. จากนั้นได้รับการบูสต์ด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็ม 3 เมื่อวันที่ 17 ก.ค. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีภารกิจไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทางร.พ. รามาธิบดีทำหนังสือส่งตัวมาขอรับคำปรึกษาและรับวัคซีนเพิ่ม เนื่องจากประเทศที่ไปศึกษาไม่รับรองซิโนแวค อีกทั้งประเทศปลายทางที่เดินทางไปรับรองไฟเซอร์ จึงต้องฉีด ไฟเซอร์ ส่วนรายละเอียดให้สอบถามร.พ. รามาธิบดี
รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.ร.พ. รามาธิบดี กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทางรามาธิบดีส่งรายชื่อแพทย์ที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศที่มีกำหนดเดินทางในเดือนก.ย.นี้ให้กรมควบคุมโรคพิจารณาเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้ ในสถานะผู้ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ จำนวน 2 คน ส่วนรายละเอียดไม่ทราบว่ามีการนัดหมายรับวัคซีน แต่ในการเดินทางไปต่างประเทศ บางประเทศไม่รับรองวัคซีนซิโนแวค และหากฉีดแค่แอสตร้าฯ เพียง 1 เข็ม บางประเทศก็ไม่นับว่ารับวัคซีนไปแล้ว
สธ.เซ็นซื้อไฟเซอร์ 30 ล.โดส
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการลงนามสัญญาวัคซีนไฟเซอร์ระหว่าง นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ น.ส.เด็บบราห์ ไซเฟิร์ท ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดไชนา
นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เป็นการลงนามในการแก้ไขสัญญาระหว่างอธิบดีกรมควบคุมโรค กับบริษัทไฟเซอร์เพื่อสั่งซื้อวัคซีน ไฟเซอร์ จากเดิม 20 ล้านโดส เป็น 30 ล้านโดส โดยทยอยส่งให้ไทยในไตรมาส 4 ส่วนรายละเอียดเรื่องกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนนั้นให้เป็นเรื่องของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณาต่อไป
ห่วงระเบิดเวลาฉีดซิโนแวค2เข็ม
ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Opass Putcharoen ให้ความรู้เรื่องการฉีดวัคซีนโควิดว่า เวลาดูวัคซีนว่าฉีดได้พอหรือยัง ให้ดูที่จำนวนคนที่ได้เข็มสอง อย่าเพิ่งดีใจกับเข็มแรกว่าฉีดไปได้มาก
การตามเก็บเข็มที่สองในผู้สูงอายุกับคนที่มีโรคประจำตัวที่อยู่ในบ้านที่ไม่สามารถออกไปฉีดนอกบ้านไม่ได้สำคัญที่สุด ในที่ที่มี การระบาดสูงเช่น กทม. ต้องเน้นจำนวนครอบคลุมเข็มที่สอง
อีกกลุ่มที่น่าจะมีปัญหาแบบระเบิดเวลาในอีกไม่นาน คือกลุ่มคนที่ได้ซิโนแวคสองเข็มไประยะหนึ่ง ตอนนี้ภูมิเริ่มตก จะติดเชื้อและนอนโรงพยาบาลเนื่องจากมีปอดอักเสบ กลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นกลุ่มที่รีบได้เข็มที่สาม จะเป็น แอสตร้าฯ หรือ ไฟเซอร์ก็ได้
‘ศิริราช’ชี้ฉีดไขว้ได้ภูมิสูงกว่า
ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผอ.ศูนย์ วิจัยคลินิก (SICRES) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เชื้อโควิดเดลตาดื้อต่อภูมิคุ้มกันวัคซีนมากขึ้น และอาจมีความดื้อมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม จึงต้องหามาตรการฉีดวัคซีนที่มีในมือจำกัดทั้งชนิดและจำนวนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น วิธีหนึ่งคือฉีดสลับชนิดและฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 แต่จะต้องจัดลำดับการฉีดให้ถูกต้อง จึงดำเนินการวิจัยใน 2 โครงการ คือ 1.ฉีดสลับในคนแข็งแรงดีทั่วไป วัดภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโดยวิธีที่ใช้ทั่วไป anti-RBD IgG (BAU/mL) พบว่า การฉีดซิโนแวค ตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า (SA) ภูมิคุ้มกันขึ้นจาก 24 หน่วย เป็น 1,354 หน่วย หากฉีดแอสตร้าฯ ตามด้วยซิโนแวค (AS) ภูมิขึ้นเล็กน้อยจาก 147 หน่วย เป็น 222.47 หน่วย เมื่อเทียบกับการฉีดแบบไม่สลับคือ ซิโนแวค 2 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม พบภูมิสูงไม่เท่าการฉีดสลับ ส่วนไฟเซอร์ 2 เข็ม ภูมิคุ้มกันอยู่ที่ 1,900 หน่วย
2.การฉีดกระตุ้นในคนที่รับซิโนแวคครบ 2 เข็ม เนื่องจากป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้ลดลง แต่ยังลดความรุนแรงได้ จึงศึกษาการฉีดกระตุ้นด้วยซิโนฟาร์มและ แอสตร้าเซนเนก้า พบว่าเมื่อกระตุ้นด้วย แอสตร้าเซนเนก้า ภูมิคุ้มกันเพิ่มจาก 52 หน่วย เป็น 1,558 หน่วย ส่วนกระตุ้นด้วยซิโนฟาร์ม ภูมิคุ้มกันเพิ่มจาก 44 หน่วย เป็น 218 หน่วย การฉีดแอสตร้าเซนเนก้าสลับเป็นเข็ม 2 หรือกระตุ้นเป็นเข็ม 3 ได้ภูมิคุ้มกันดีทั้งคู่
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์วัดภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อสายพันธุ์เดลตาโดยเฉพาะ ใช้วิธีวัดแบบ Plaque Reduction Neutralization Test (PRNT) นำเลือดของผู้ที่ฉีดวัคซีนมาดูว่ายับยั้งไวรัสที่มีชีวิตในหลอดทดลองได้ดีแค่ไหน พบว่า ซิโนแวค 2 เข็ม ภูมิขึ้น 24 หน่วย ต่ำกว่าแอสตร้าฯ 2 เข็มที่ภูมิขึ้น 76 หน่วย หากฉีดสลับด้วย SA ภูมิคุ้มกันอยู่ที่ 78 หน่วย แต่หากฉีดสลับเป็น AS ได้ภูมิคุ้มกัน 25 หน่วย ส่วน ซิโนแวค 2 เข็ม กระตุ้นเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าฯ ได้ภูมิคุ้มกัน 271 หน่วย ใกล้เคียงกับคนที่เพิ่งหายป่วยจากเชื้อเดลตาหรืออัลฟา และสูงกว่าการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ที่ได้ภูมิคุ้มกัน 155 หน่วย แต่หากฉีดซิโนแวค 2 เข็มแล้วกระตุ้นด้วยซิโนฟาร์มที่เป็นวัคซีนเชื้อตายเหมือนกัน ภูมิคุ้มกันขึ้น 61 หน่วย ถือว่าภูมิคุ้มกันขึ้นได้ แต่ไม่สูง
“สรุปฉีดวัคซีนไขว้ SA ภูมิคุ้มกันขึ้นดีกว่าซิโนแวค 2 เข็ม และ AS ประมาณ 3 เท่า จึงไม่ควรฉีดแอสตร้าฯ ตามด้วยซิโนแวค นอกจากนี้ SA ภูมิสูงกว่าแอสตร้าฯ 2 เข็มเล็กน้อย ต่ำกว่าไฟเซอร์ 2 เข็มราว 1 เท่า แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงแล้ว ส่วนการฉีดซิโนแวค 2 เข็มกระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ เป็นเข็มที่ 3 ได้ภูมิคุ้มกันสูงกว่ากระตุ้นด้วยซิโนฟาร์ม 4 เท่า สูงกว่าไฟเซอร์ 2 เข็ม 1.7 เท่า ใกล้เคียงกับ ผู้ที่หายป่วยจากเชื้อเดลตาหรืออัลฟา ส่วนการฉีดสลับซิโนแวคตามด้วยไฟเซอร์ หรือการฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยไฟเซอร์ ผลการศึกษากำลังจะออกมาเร็วๆ นี้ ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์” ศ.พญ.กุลกัญญากล่าว
ศ.พญ.กุลกัญญากล่าวว่า ผู้ที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็มไม่เพียงพอที่จะป้องกันสายพันธุ์เดลตา ยังสามารถติดเชื้อได้ค่อนข้างมาก แต่อาการอาจจะไม่รุนแรง ส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรงได้หากมีปัจจัยร่วม ระหว่างที่ยังรอเข็ม 3 บูสเตอร์โดสจึงยังต้องเคร่งครัดในมาตรการส่วนบุคคลทั้งสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง เพราะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะยังติดเชื้อได้ และเข้ารับเข็ม 3 ไม่ว่าชนิดใดให้เร็วสุดเมื่อมีโอกาส แม้ว่าจะเป็นการบูสต์ด้วยซิโนฟาร์มก็ยังสามารถกระตุ้นได้แม้จะไม่ดีเท่าแอสตร้าฯ และไฟเซอร์
‘ธนาธร’เปิดเครื่องเพิ่มออกซิเจน
วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จัดเฟซบุ๊กไลฟ์รายการ “คิดไปข้างหน้ากับธนาธร” เปิดตัวเครื่อง O2P (Oxygen to People) หรือเครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศ ซึ่งขณะนี้ทดสอบการใช้งานได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว
นายธนาธรกล่าวว่า โครงการ O2P เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว จากที่ตนได้ไปเห็นโพสต์เฟซบุ๊กของ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหะอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตเครื่องออกซิเจนที่สามารถช่วยชีวิตคนได้ เนื่องจากปัจจุบันออกซิเจนถังที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ไม่สามารถผลิตออกซิเจนเองได้ เมื่อใช้หมดก็ต้องนำกลับไปเติมใหม่ ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งออกซิเจนให้ถึงตัวผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเรามีเครื่องมือที่สามารถเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศได้ทันที จะทำให้สามารถลดภาระการขนส่งนี้ลงไปได้ ตนจึงได้ปรึกษากับพ.ต.ต. ชวลิตว่า ตนและคณะก้าวหน้าน่าจะมีศักยภาพพอที่จะทำได้ จากนั้นจึงนำองค์ความรู้ที่มีการเปิดไว้ในลักษณะ open source โดยสมาคมเมกเกอร์แห่งประเทศไทย มาต่อยอดกับสิ่งที่พ.ต.ต.ชวลิตคิดไว้แล้วเริ่มทำการทดลอง
นายธนาธรกล่าวต่อว่า เมื่อทดสอบอุปกรณ์สำเร็จแล้ว จึงเริ่มติดต่อหาซื้อซีโอไลต์ เพื่อเตรียมทำการผลิตปริมาณมาก พบว่าซีโอไลต์ชนิดที่ต้องใช้นี้ มีบริษัทต้นทางผลิตอยู่ที่จีน ดังนั้นภายในปลายสัปดาห์หน้า น่าจะสามารถนำเข้าซีโอไลต์ชนิดนี้จากประเทศจีนได้ ขณะนี้เครื่อง O2P ผ่านการรับประกันคุณภาพว่าสามารถผลิตอากาศที่มีออกซิเจนเข้มข้นไปถึงระดับที่ 90% ขึ้นไป มีความเสถียรแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีคุณภาพและมีราคาที่สมเหตุผล เพื่อเอามาประกอบเป็นจำนวนมาก เตรียมแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป น่าจะใช้เวลาอีก 1 สัปดาห์