คุมทำแผน-ศาลไม่ให้ประกันตัว
ย้ายไปคุกพิษณุโลกมั่นคงสูง
สอบเส้นทางเงิน-รวยผิดปกติ
ผกก.ฉาว‘อโหสิ’มือปล่อยคลิป
ส่ง‘ผกก.โจ้’เข้าเรือนจำ ฝากขังคดีฆ่า-ทรมาน ราชทัณฑ์ย้าย 7 ผู้ต้องหาไปพิษณุโลก หนีโควิดเรือนจำนครสวรรค์ ‘บิ๊กใหม่’ลุยสอบทุกประเด็น ต้องเคลียร์ขอสงสัยของสังคม ทั้งร่ำรวย-รีดไถ-ม.157 เร่งขยายผลถึงคนเกี่ยวข้องด้วย ผบ.ตร.เซ็นโอนคดีให้กองปราบฯดูแลต่อ ผู้การกองปราบฯชี้คดียังขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ต้องรวบรวมให้ได้มากที่สุด

ผกก.โจ้ – พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ถูกคุมตัวจากกองปราบปราม กรุงเทพฯ กลับไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนส่งฝากขังต่อศาลในช่วงบ่าย ต่อมาศาลไม่ให้ประกัน ถูกคุมตัวส่งเข้าเรือนจำ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.
จากกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ กับพวกรวม 7 คน ร่วมกันใช้ถุงคลุมศีรษะนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตในห้องปฏิบัติงานฝ่ายเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด ชุด 05 ที่ด้านหลังบ้านกาแฟ ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้าง สภ.เมืองนครสวรรค์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งต่อมาได้จับกุมตำรวจ 6 นายที่ร่วมก่อเหตุ และ ผกก.โจ้ได้ติดต่อขอมอบตัวในพื้นที่สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวมาแถลงที่บก.ป. โดย ผกก.โจ้ยอมรับสิ่งที่ทำลงไปไม่ถูกต้องพร้อมรับโทษ แต่ไม่ได้มีเจตนาฆ่า และขอยอมรับผิดคนเดียวเนื่องจากลูกน้องปฏิบัติตามคำสั่งของตัวเอง ส่วนเรื่องเรียกรับทรัพย์สินนั้นไม่เป็นความจริง ทั้งรีดไถเงิน 1 ล้าน รวมถึงกรณีถูกข่มขู่เรียกเงิน 20 ล้านนั้น ซึ่งหลังแถลงได้นำตัว ผกก.โจ้กลับมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ทันที
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 01.52 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดี พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปราม ได้คุมตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา รองสว.(ป.) สภ.เมืองนครสวรรค์ มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยในระหว่างที่สอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครสวรรค์ ได้แสดงปฏิกิริยาให้ความเคารพต่ออดีตผู้บังคับบัญชาด้วย
โดย พ.ต.อ.ธิติสรรค์กล่าวว่า สาเหตุที่เข้ามามอบตัวก็เพราะว่าอยากรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าสิ่งที่พูดไปก่อนหน้านี้คือความจริง ตนตั้งใจทำงานมาตลอด ส่วน กรณีที่มีคนปล่อยคลิปนั้น ตนไม่โกรธ อโหสิกรรมให้
ด้าน ร.ต.ท.ธรณินทร์ กล่าวสั้นๆ ว่า ที่ทำไปทุกอย่างนั้น เพราะนายสั่ง
ต่อมาเวลา 06.50 น. หลังสอบปากคำตลอดทั้งคืน ทีมสอบสวนได้คุมตัว ผกก.โจ้และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาชี้จุดในที่เกิดเหตุ ภายในห้องปฏิบัติการชุดปราบปรามยาเสพติด บ้านกาแฟ โดยทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งเครียดมากกว่าเมื่อคืนนี้ และไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน
จากนั้นเวลา 09.30 น. พล.ต.อ.สุชาติได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีพร้อมกล่าวว่า วันนี้จะสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมให้ได้ประเด็นครบทุกประเด็นที่สังคมสงสัย รวมถึงสอบให้ครบทุกปาก ก่อนนำตัวฝากขังในช่วงบ่าย ซึ่งทิศทางการสอบปากคำเป็นไปด้วยดี เพื่อให้เกิดความยุติธรรม อีกสักระยะจะส่งสำนวนไปให้ส่วนกลางเป็นผู้ดำเนินคดี เพื่อไม่ให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย รวมถึงจะแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 157 ไปให้ศาลประพฤติมิชอบและทุจริตกลาง หรือที่ภาค 6
พล.ต.อ.สุชาติกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่มีการเรียกรับผลประโยชน์เงิน 1 ล้านบาท ในคลิปวงจรปิดฉบับเต็มที่ตำรวจมี เมื่อตรวจสอบแล้วยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่ามีการพูดเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงการสอบพยานก็ยังไม่พบประเด็นนี้ ซึ่งสิ่งที่ตรวจสอบในคลิปก็ไม่แตกต่างจากที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้หยุดนิ่งที่จะขยายผล เพราะเป็นประเด็นที่ค้างคาใจอยู่ แต่ในข้อเท็จจริง จะไปกล่าวหาหรือยัดเยียดข้อกล่าวหาไม่ได้
พล.ต.อ.สุชาติกล่าวด้วยว่า ประเด็นที่ ผกก.โจ้อ้างว่าลูกน้องห้ามแล้ว จากการตรวจสอบในคลิป เสียงช่วงดังกล่าวก็ยังไม่ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการห้ามจะช่วยบรรเทาโทษได้ และการอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้เสียชีวิตนั้น เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาในลักษณะเดียวกันว่า ถุงห้ามนำมาครอบศีรษะ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่เล็งเห็นผล กรณีของรถทุกคันที่ใช้ในการหลบหนี หรือพาหลบหนี ตำรวจมีข้อมูลรถทุกคันแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ รายละเอียดอยู่ในสำนวน ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันไม่มีการช่วยเหลือ เพราะไม่มีใครจะเอาตัวเอง และคณะเข้าคุกเข้าตะรางไปด้วย
พล.ต.อ.สุชาติกล่าวอีกว่า บุคคลที่นำคลิปมาเผยแพร่เพียงขณะเกิดเหตุ เพราะต้องการให้เห็นถึงพฤติกรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องนำทั้งหมดมาเรียบเรียง ประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป ซึ่งขณะนี้จะสอบให้ครบทุกประเด็นโดยเฉพาะเส้นทางการเงินของผกก.โจ้ และพ่อแม่ของผู้ตาย พนักงานสอบสวนก็ดำเนินการอยู่ แต่ว่าขณะนี้ธนาคารยังมีปัญหาเรื่องโควิดอยู่ จะต้องสอบทุกประเด็นโดยเฉพาะเรื่องเรียกรับหรือไม่
เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยทั้งคู่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของสื่อมวลชน เนื่องจากทนายได้ขอให้งดพูด เพราะกลัวจะเสียรูปคดี ภายหลังไม่ปรากฏว่ามีญาติผู้ต้องหาทั้ง 2 ยื่นขอปล่อยชั่วคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำต่อไป
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ถูกฝากขังในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมสิ่งนั้น
ต่อมาเวลา 16.50 น. พล.ต.อ.สุชาติให้สัมภาษณ์หลังการประชุมสรุปสำนวนคดีประมาณ 7 ชั่วโมง ว่า พนักงานสอบสวนจะดูสำนวนให้รอบคอบ โดยเฉพาะข้อหา ม.157 ซึ่งสำนวนคดีโอนให้ที่กองปราบปราม เพื่อให้ความเชื่อมั่น ส่วนคดีนี้จะมีผู้ต้องหาเพิ่มอีกหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ โดยกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ล่อซื้อยาเสพติด จะต้องสอบว่าการล่อซื้อกระทำโดยสุจริตหรือไม่ ต้องแยกแยะ ตอนนี้รายละเอียดอยู่ในสำนวน ส่วนคณะแพทย์ที่ชันสูตร แพทย์ยืนยันว่านาย จิระพงษ์มาถึงที่ร.พ.ในภาวะชีพจรอ่อน เจ้าหน้าที่ปั๊มหัวใจแล้วชีพจรกลับมา แต่อยู่ได้ไม่นาน หมายความว่าตอนนั้นเขาอาจจะยังไม่เสียชีวิต ต้องสอบสวนให้ชัดเจนเสียก่อน สำหรับพ่อนายจิระพงษ์ตอนนี้ให้ความร่วมมือ และขณะนี้พ่อนายจิระพงษ์ยังไม่ถือว่ากระทำผิด
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ว่า ได้สั่งให้โอนคดีมาให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากที่ผ่านมากองปราบฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการกับ บช.ภ.6 และ บก.ภ.นครสวรรค์ มาโดยตลอดจึงมีความเข้าใจ และมีความคล่องตัวในการขยายผลไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนี้ พล.ต.อ.สุชาติในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ก็จะไปสอบสวนขยายผลต่อว่ามีใครอีกที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติ กองปราบฯ ก็จะไปขยายผลในส่วนนี้ด้วย ส่วนการประสานกับปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว
พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องคำให้การของผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ เป็นสิทธิของเขา ส่วนเราจะเชื่อไม่เชื่อก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในการทำคดีตำรวจมีการรับฟังพยานหลักฐานอื่นๆ รอบด้าน ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามนั้น ไม่ใช่คุยกันแค่นี้แล้วจบ ต้องมีการสอบสวนพยานบุคคล พยานเอกสาร ดูคลิปต่างๆ ประกอบ ส่วนเรื่องคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร.ในฐานะที่เป็นหัวหน้างานด้านปราบปรามยาเสพติดตรวจสอบประวัติและความประพฤติตำรวจที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับยาเสพติดเรียงบุคคล ว่าแต่ละคนมีความประพฤติเป็นอย่างไร
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. กล่าวถึงการโอนคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์มาให้ ว่า คดีนี้จะตั้งรูปแบบเป็นคณะทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน อาทิ บช.ภ.6, บช.ปส., บช.ตชด., สตม. และ บก.ป. โดยมี พล.ต.อ.สุชาติเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ส่วน บก.ป.นั้น มีตนในฐานะเลขาฯ คณะทำงาน และ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ผู้ช่วยเลขาฯ คณะ หลังจากนี้อาจเสนอพนักงานสอบสวนของกองปราบฯ เข้าไปร่วมเพิ่มด้วย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุม ทั้งนี้ตัวชี้วัดทางคดียังคงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นหลัก พนักงานสอบสวนก็จะต้องรวบรวมให้ได้มากที่สุด เพื่อพิสูจน์และยืนยันให้ได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุจริง ซึ่งตามหลักฐานภาพคลิปวิดีโอที่ปรากฏออกมาก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดพบว่า มีคลิปการสืบสวนเส้นทางหลบหนี เมื่อวันที่ 24 ส.ค. โดยคลิปวงจรปิด ทำให้เห็นภาพรถมินิคูเปอร์ จาก กทม. เดินทางไปยัง จ.ชลบุรี โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ทั้งนี้ตอนหนึ่งของการสอบปากคำ ผกก.โจ้ ได้ระบุว่า ไม่ได้ต้องการหลบหนีหรือไม่มีใครพาหลบหนี แค่ตกใจและกลับไปตั้งหลักเท่านั้น ก่อนจะติดต่อขอมอบตัวที่สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำตัวพ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวกทั้ง 7 คนไปขังไว้ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก เนื่องจากเรือนจำนครสวรรค์เป็นเรือนจำสีแดง จึงขออนุญาตศาลย้ายไปใช้เรือนจำกลางพิษณุโลกในการควบคุมตัวแทน หากทนายความจะเข้าพบก็คุยออนไลน์ได้ ทั้งนี้เรือนจำกลางพิษณุโลกมีความมั่นคงสูง มากกว่าเรือนจำนครสวรรค์ เนื่องจากมีหลายแดน นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 7 คนเคยเป็นตำรวจ ช่วงแรกจะกันไม่ให้เจอผู้ต้องขังทั่วไป เพราะเกรงจะไปเจอผู้ต้องขังที่เคยถูกจับกุม ทำให้ต้องแยกออกมา เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องขัง กรณีที่พ.ต.อ.ธิติสรรค์เครียดและเคยพยายามจะฆ่าตัวตาย เรือนจำมีนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ที่จะเข้าพูดคุยอยู่แล้ว อีกทั้งในห้องควบคุมตัวจะมีวงจรปิดดู 24 ช.ม. เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก โดยทั้ง 7 คนจะปฏิบัติเหมือนผู้ต้องขังคนอื่น ส่วนการรับตัว ผู้ต้องขังเข้าใหม่ จะทำตามมาตรการป้องกันโควิดของกรมราชทัณฑ์โดยแยกกักตัว 21 วันก่อน
วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการป.ป.ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช. เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ได้รับรายงานจากป.ป.ช.นครสวรรค์ว่ากรณีพ.ต.อ.ธิติสรรค์เป็นเรื่องการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ตามมาตรา 61 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางป.ป.ช.จึงชะลอการพิจารณาไว้ เพื่อรอคดีเสร็จสิ้นโดยประสานสตช.ส่งเรื่องมาให้ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ส่วนกรณีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านได้มอบหมายให้สำนักตรวจทรัพย์สินไปประมวลข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น เพื่อดูว่าเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดย ป.ป.ช.จะเร่งดำเนินการเนื่องจากมีกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงตามกระแสข่าวระบุถึงการฝากเงินไว้กับนอมินีหลัก 200 ล้านบาท นาย นิวัติไชยกล่าวว่า ถ้ายกเป็นเรื่องไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติแล้ว ก็จะต้องตรวจสอบทุกเรื่อง