ล็อตที่จะได้เดือนกย.นี้
สธ.ทำนิวไฮวันละ9แสน
ยังตายใบไม้ร่วง257
นนท์วุ่น-ไล่จับคู่ผัวเมีย
หนีศูนย์กักอ้างไปดูร้าน

‘บิ๊กตู่’ ถกหลายฝ่ายจ่อฉีดไฟเซอร์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ประเทศไทยติดเชื้อโควิดเพิ่มใหม่ 15,942 ราย สะสม 1,265,082 ราย เสียชีวิต 257 ราย สะสม12,631 ราย พะเยาเชื้อลามจ่อปิดอีก 3 ร.ร. ปัตตานีกลับหนักคลายล็อก 3 วันทำยอดพรวด แห่เที่ยวบางแสนหลังคลายล็อกนั่งกินได้ ผู้ว่าฯ ปู-มหาชัย ผุด‘ตลาดสุขใจ’ ฉีดวัคซีน-ตรวจผู้ค้า 100% เกาะช้างลุยฉีดวัคซีนรับเปิดท่องเที่ยว ส่วน ‘สมุยโมเดล’ ยิ้ม-เงินสะพัด 40 ล. นนท์ตามวุ่น 2 ผัว-เมียผู้ป่วยแหกศูนย์กักเหตุเป็นห่วงร้านไม่มีคนดูแล

ไทยยังติดเชื้อ-ตายพรวด

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 15,942 ราย สะสม 1,265,082 ราย หายป่วย 20,351 ราย สูงกว่าติดเชื้อใหม่ หายสะสม 1,097,317 ราย เสียชีวิต 257 ราย สะสม 12,631 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 155,134 ราย อยู่ในร.พ. 42,248 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 112,886 ราย มีอาการหนัก 4,741 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,004 ราย

ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 7,497 ราย กรุงเทพฯ และปริมณฑล 7,270 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 895 ราย เรือนจำ 277 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 6 ราย ได้แก่ กัมพูชา 3 ราย ลักลอบเข้ามา 1 ราย และมาเลเซีย 3 ราย ลอบเข้ามาช่องทางธรรมชาติทั้งหมด

ผู้เสียชีวิต 257 ราย มาจาก 45 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ 57 ราย, ปทุมธานี 21 ราย, สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จังหวัดละ 20 ราย, สระบุรี 13 ราย, นครปฐม 10 ราย, สุพรรณบุรี 7 ราย, นครศรีธรรมราช 6 ราย, ปัตตานี อ่างทอง จังหวัดละ 5 ราย, นราธิวาส กาญจนบุรี จังหวัดละ 4 ราย, ศรีสะเกษ 3 ราย, ชัยภูมิ บึงกาฬ เชียงราย กำแพงเพชร ลำปาง

พิษณุโลก อุทัยธานี นครสวรรค์ ตาก นครนายก จันทบุรี ตราด จังหวัดละ 2 ราย และนนทบุรี อุบลราชธานี นครพนม มหาสารคาม อำนาจเจริญ สกลนคร สุรินทร์ เพชรบูรณ์ ชุมพร ระนอง สงขลา ระยอง ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี สิงห์บุรี ประจวบคีรีขันธ์ และปราจีนบุรี จังหวัดละ 1 ราย

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 135 ราย หญิง 122 ราย อายุ 2-100 ปี ค่ากลางอายุ 68 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 181 ราย คิดเป็น 70% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 50 ราย คิดเป็น 19% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 89% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 25 ราย คิดเป็น 10% และเด็กอายุ 2 ปี 1 ราย จ.ตาก ไม่มีโรคประจำตัว คิดเป็น 0.4% พบเสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย ที่ กทม.

10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กรุง เทพฯ 3,835 ราย สะสม 293,8672 ราย 2.สมุทรปราการ 1,570 ราย สะสม 85,228 ราย 3.ชลบุรี 955 ราย สะสม 65,962 ราย 4.สมุทรสาคร 895 ราย สะสม 77,537 ราย 5.ราชบุรี 502 ราย สะสม 19,110 ราย 6.นนทบุรี 468 ราย สะสม 45,274 ราย 7.ระยอง 446 ราย สะสม 19,575 ราย 8.นราธิวาส 341 ราย สะสม 14,784 ราย 9.นครปฐม 340 ราย สะสม 27,449 ราย และ 10.นครราชสีมา 296 ราย สะสม 19,597 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 3 ก.ย. ฉีดได้ 925,627 โดส สะสม 35,218,164 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 24,918,054 ราย ครบ 2 เข็ม 9,698,842 ราย และเข็มสาม 601,268 ราย

บิ๊กตู่จ่อฉีดไฟเซอร์ให้นร.

ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการบริหารจัดการและการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 ว่า ปรึกษาหารือกับหลายฝ่ายด้วยกัน ทางคณะแพทย์และสาธารณสุขมีนโยบายว่าเราจะดูแลเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีได้บ้าง จะได้วัคซีนไฟเซอร์ในเดือนก.ย. จะพิจารณาในส่วนนี้เพื่อนำไปฉีดให้กับเด็ก ไฟเซอร์เป็นวัคซีนที่เขารับรองว่าฉีดได้ กำลังหารือกันอยู่น่าจะดีกับเด็กนักเรียน

เมื่อถามว่าสถานการณ์วัคซีนในขณะนี้ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ เพราะญี่ปุ่นกำลังจะบริจาคให้เราอีก นายกฯ กล่าวว่า เขาบริจาคเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเรา วันข้างหน้าเราจะได้ช่วยประเทศรอบบ้านเราด้วย

วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า การติดเชื้อ โควิด-19 ทั่วโลกยังอยู่ในช่วงขาขึ้น วันนี้ ติดเชื้อ 633,846 ราย สะสม 220 ล้านราย ประเทศที่ระบาดมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 182,593 ราย เสียชีวิต 1,512 ราย ทั้งที่มีการฉีดวัคซีน mRNA ค่อนข้างมาก เป็นที่ทราบว่าวัคซีนเป็นเครื่องสำคัญป้องกันควบคุมโรค แต่หากไม่มีมาตรการความร่วมมืออื่น ทั้งสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง จะควบคุมการระบาดได้ไม่ดีนัก เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9,441 ราย สะสม 4.56 ล้านราย

สำหรับประเทศไทยแนวโน้มอยู่ในช่วง ผู้ติดเชื้อลดลง แต่ยังมีสิ่งที่ต้องระวังและติดตามสถานการณ์กำกับควบคุมป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนอดทนใช้มาตรการป้องกันต่างๆ ที่มีคำแนะนำออกไป รวมถึงต้องอยู่ในเกณฑ์รับวัคซีนให้ไปตามกำหนด เพื่อควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจากที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็นสีแดงก็เริ่มลดลง โดยเฉพาะแนวโน้มที่ดีในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หลักๆ ยังอยู่ใน กทม. ปริมณฑล ภาคกลาง และบางจังหวัดของภาคใต้ แม้ภาพรวมจะดีขึ้นแต่การจัดระบบเฝ้าระวัง สอบสวนโรค ค้นหาผู้ป่วยเป็นมาตรการสำคัญ รวมถึงความร่วมมือของประชาชน แม้จังหวัดจะมี ผู้ติดเชื้อน้อย ก็ต้องระวังในการทำกิจกรรมเสี่ยงที่อาจติดเชื้อได้ รวมถึงคนในพื้นที่เสี่ยงถ้าเข้าไปในพื้นที่ต้องมีการตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ฉีดแล้ว 35.2 ล้านโดส เพิ่มขึ้น 925,627 โดส สูงที่สุด ก็เฉียดล้านโดส ความร่วมมือการฉีดวัคซีน ปริมาณวัคซีนที่มี และความเข้าใจของประชาชนสำคัญมาก ตอนนี้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว 24.9 ล้านคน คิดเป็น 34% ของประชากร รับสองเข็มอยู่ที่ 9.69 ล้านคน คิดเป็น 13.5% ของประชากร กลุ่มเป้าหมายที่ให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีน คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดแล้ว 5,.1 ล้านคนหรือ 47.5%

ส่วนที่ฉีดได้มากคือ กทม. ปทุมธานี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สมุทรปราการ เกิน 50% และบางจังหวัดเกือบถึง 70% แล้ว ขอให้พาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีน เพราะบางคนอาจไม่กล้าไปฉีด จากข่าวสารที่ทำให้เกิดการกลัววัคซีน ด้อยค่าวัคซีน ตอนนี้ฉีด 35 ล้านโดส ยังไม่มีรายใดเสียชีวิตจากวัคซีนโดยตรง ระบบการติดตามประสิทธิภาพคุณภาพความปลอดภัย สธ.ยังดำเนินการต่อเนื่อง

ปิดชุมชน – เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ นำแบริเออร์คอนกรีตและแผงเหล็กปิดทุกเส้นทางเข้าออกชุมชนหลัง รพช.ที่มีประชากรกว่า 80 ครอบครัว เกือบ 300 ชีวิต เป็นระยะเวลา 14 วัน หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว 50 ราย เมื่อวันที่ 4 ก.ย.

พะเยาจ่อปิดอีก 3 ร.ร.

นายนิกร ยะกะจาย นายอำเภอปง จ.พะเยา เผยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร.พ.ปง ลงพื้นที่ ตรวจหาเชื้อโควิดนักเรียนโรงเรียนบ้านใหม่ปางค่า ม.1 ต.ผาช้างน้อย และชาวบ้าน ม.1-4 และ 6 ผลการตรวจนักเรียน 198 ราย ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1-ม.3 และผู้ปกครอง 136 ราย รวม 334 ราย พบนักเรียนและครูติดเชื้อ 34 ราย ชาวบ้านและผู้ปกครอง 10 ราย รวมเป็น 44 ราย เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดโควิด เตรียมเสนอให้จังหวัดพะเยาปิดโรงเรียนอีก 3 แห่ง รวมนักเรียนทั้งสิ้น 1,000 คน เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นโรงเรียนประจำและเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าเมี่ยน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในครั้งนี้ พร้อมประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านและฝ่ายปกครองเฝ้าระวังและควบคุมการเข้าออกอย่างเคร่งครัด แต่ไม่สามารถปิดเส้นทางสัญจรได้ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักไปยังเชียงราย และน่าน

ส่วนที่ จ.อุตรดิตถ์ นายประเดิม เดชายนต์บัญชา นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ นายสำราญ เอื้อจิรวาณิชย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ ตรวจสอบความเรียบร้อย หลัง จนท.เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เร่งนำแบริเออร์คอนกรีตและแผงเหล็ก ปิดทุกเส้นทางเข้าออกชุมชนหลัง รพช. เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ชุมชนแออัดใจกลางเมืองอุตรดิตถ์ มีประชากรกว่า 80 ครอบครัว เกือบ 300 ชีวิต เป็นระยะเวลา 14 วัน พร้อมขึ้นป้าย “ห้าม เข้า-ออก พื้นที่ ควบคุมโควิด-19” และจัดเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

สืบเนื่องจากการพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน จากแผงพระเครื่องวัดแห่งหนึ่ง เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เชื่อมโยงมายังคลัสเตอร์ใหญ่ในขณะนี้ คือ คลัสเตอร์รับเลี่ยมกรอบพระในชุมชนหลัง รพช. พบผู้ติดเชื้อแล้ว 50 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประกาศปิดชุมชนดังกล่าว 14 วัน

แห่เที่ยวบางแสน

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี ประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ผู้กำกับบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชลบุรีได้มี 98/2564 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี

มีคำสั่งดังนี้ 1.ปิดสถานประกอบการ “บริษัท Flash Express สาขา ศรีราชา (ทุ่งสุขลา) ตั้งอยู่ เลขที่ 191/42 ม.8 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 4-17 ก.ย. 2.ห้ามเข้าออกสถานประกอบการ บริษัท โค้วชั่งเอี๊ยะ อุตสาหกรรมแป้งมันและสาคู จำกัด ตั้งอยู่ เลขที่ 101/17 ซอยชัยพรวิถี 13 ม.1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.-1 ต.ค. เว้นแต่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่กระจายของโรค ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่กำหนด

ทั้งนี้ มอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีร่วมกับนายอำเภอท่องที่ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอ (ศปก.อ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดมาตรากรเฉพาะในการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ ดังกล่าว

วันเดียวกัน ที่หาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังมีคำสั่งคลายล็อกให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ก็ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างไม่ขาดสายเพื่อพักผ่อนเล่นน้ำทะเล เล่นเครื่องเล่นต่างๆ เช่น เรือบานาน่าโบ๊ต และห่วงยางทั้งมาแบบครอบครัวนั่งปิกนิกปูเสื่อรับประทานอาหารกันตามชายหาดบริเวณในร้านเตียงผ้าใบลูกค้ายังคงบางตา โดยในร้านก็ได้จัดระเบียบวางโต๊ะเว้นระยะห่าง มีจุดคัดกรองที่หน้าร้าน

ด้านนางเจี๊ยบ น่วมมะสิงห์ อายุ 42 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารเปิดเผยว่าหลังจากที่คลายล็อก มีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังบางตาการค้าขายก็พอได้เรื่อยๆ ดีกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ที่ปิดหาดทางผู้ประกอบการแย่ทำอะไรไม่ได้อยู่แต่บ้าน รายได้ก็ไม่มี

วอนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวกันเยอะๆ เพราะหาดบางแสนเปิดปกติแล้วและทางผู้ประกอบการร้านอาหารทำตามมาตรการของจังหวัดทุกอย่างอย่างเคร่งครัด เรื่องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม จัดร้านเว้นระยะห่างและมีการคัดกรองมีเจลล้างมือวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้านด้วย อยากให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นในการบริการ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

เกาะช้างเร่งฉีดวัคซีน

นายฉัตรชัย ทองหลี นายอำเภอเกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยถึงความพร้อมของภาคราชการในการร่วมดำเนินโครงการ Kohchang Together กับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด และองค์กรเอกชนด้านการท่องเที่ยวของจ.ตราด ว่า ทางอำเภอเกาะช้างได้ร่วมหารือกับทางส่วนราชการ

โดยเฉพาะสาธารณสุขอำเภอเกาะช้าง โรงพยาบาลเกาะช้าง องค์กรปกครองท้องถิ่นในอำเภอเกาะช้างเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการฉีดวัคซีน และการสร้างมาตรฐานด้านสุขอนามัยหรือSHA+ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ว่า วันนี้ วัคซีนที่ได้มีการฉีดมาก่อนหน้านี้ และทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวได้ดำเนินการจัดหามานั้นทำให้ยอดการฉีดวัคซีนของชาวเกาะช้างฉีดได้เกิน ร้อยละ 50 แล้ว

คาดว่าในเดือนกันยายนที่จะมีวัคซีนมาจำนวนมาก และได้วัคซีนจากรัฐบาลมาอีก 5,000 โดส คาดว่าจะสามารถฉีดได้เกินร้อยละ 70 และจะถึง 100% ในปลายปี ซี่งจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้

ขณะที่นายบุรินทร์ ไตรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอเกาะช้าง กล่าวว่า อำเภอเกาะช้างได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกคนที่อยู่ในอำเภอเกาะช้างทั้งประชาชนในพื้นที่ และแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันโรค ซึ่งก็เป็นดัชนีหนึ่งในโครงการเกาะช้างทูเก็ทเตอร์ที่ต้องฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่

ขณะเดียวกันชุมชนในพื้นที่มีความตื่นตัวในการร่วมมือ และตรวจสอบผู้ที่มาเยือนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเป็นเรื่องดีโดยในเดือนกันยายนนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ 100% ส่วนเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในอำเภอเกาะช้างที่ยังพบอยู่นั้น ทางสาธารณสุขออำเภอเกาะช้างสามารถควบคุมได้

มหาชัยผุด‘ตลาดสุขใจ’

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทร สาคร เผยว่า หลังจากที่ได้มีการดำเนินงานตามแผน “พลิกฟื้นสมุทรสาคร” แล้วยอด ผู้ติดเชื้อต่ำกว่าวันละ 1,000 รายนั้น สิ่งที่ยังคงต้องดำเนินการต่อไปคือ การเสริมสร้างมาตรการบังคับใช้ให้ทุกคนปฏิบัติอย่างเข้มมากยิ่งขึ้น ย้ำกับคณะกรรมการโรคติดต่อมาโดยตลอดในหลายๆ เรื่อง เช่น คนที่ต้องเข้าอยู่ในระบบ FAI นั้น จะเอาออกมาอยู่ HI ไม่ได้โดยเด็ดขาด ส่วนคนที่อยู่ HI ก็ต้องบังคับให้กักตัวตามมาตรการของสาธารณสุข 14 วัน ห้ามออกไปไหนโดยเด็ดขาด เป็นต้น

ซึ่งทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่บังคับดูแลก็จะต้องช่วยกันสอดส่องให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ส่วนผู้ที่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ในชีวิตประจำวันก็ต้องร่วมกันปฏิบัติตนตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อย่าหย่อนยานเด็ดขาด เพราะหากเราเผลอเมื่อไหร่ ผู้ติดเชื้อพร้อมเพิ่มมากขึ้นได้ทุกขณะ

ส่วนการต่อยอด “แผนพลิกฟื้นสมุทร สาคร” เดือนก.ย.นี้ มีแนวคิดจัดทำโครงการ “ตลาดสุขใจ” กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด และให้พ่อค้าแม่ค้าร่วมกันปฏิบัติตนภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 อย่างเคร่งครัด จากการดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในตลาดสดเชิงรุกของทั้ง 3 อำเภอ ช่วงปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง พบค่าเฉลี่ยของ ผู้ติดเชื้อ (พ่อค้า แม่ค้า และลูกจ้างร้านค้า) น้อยมากอยู่ที่ราว 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง สิ่งนี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคมากขึ้นจึงได้มีแนวคิดผุดโครงการ “ตลาดสุขใจ” ปลอดภัย COVID-19 ขึ้น

พร้อมตั้งกรรมการตรวจตลาด เพื่อมอบประกาศนียบัตรยืนยันผู้ผ่านเกณฑ์ ถ้าตลาดไหนดีเด่น มอบโล่รางวัลยกย่องด้วย ส่วนหลักเกณฑ์ของตลาดสุขใจคือ ต้องมีการตรวจ ATK พ่อค้าแม่ค้าในตลาด 100% , ต้องมีการตรวจซ้ำทุก 7-15 วัน, พ่อค้าแม่ค้า ได้รับวัคซีน 100%, ตลาดครบถ้วนสุขลักษณะ ได้มาตรฐานกรมอนามัย, มีป้ายบอกราคาชัดเจน ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดไว้ว่า ตลาดสดทั้งหมดประเมินและตรวจให้เสร็จ ก่อน 15 ก.ย.นี้

ขณะที่ในส่วนของร้านค้าไหนผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับป้ายการันตี “ตลาดสุขใจ” เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคพบป้ายนี้ที่ตลาดไหน เข้าได้ ปลอดเชื้อโควิดแน่นอน เรียกความเชื่อมั่นในตลาดสดของเรากลับคืนมา เราทำอย่างนี้ เพราะโควิดไม่รอเรา นอกจากนี้ภายหลังจากที่ตรวจตลาดสดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ได้สั่งกำชับให้ดำเนินการกับตลาดนัดต่อทันทีอีกด้วย

วันเดียวกัน นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ผู้ป่วยติดเชื้อเริ่มทรงตัว พบผู้ติดเชื้อที่ 414 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาตัวหาย 521 ราย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ผู้เสียชีวิต รายที่ 1 เป็นหญิงไทยอายุ 69 ปี มีโรคประจำตัว ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 หญิงไทย อายุ 70 ปี มีโรคประจำตัว ผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ชายไทย อายุ 70 ปี มีโรคประจำตัว ผู้เสียชีวิตรายที่ 4 หญิงไทย อายุ 87 ปี มีโรคประจำตัว ผู้เสียชีวิตรายที่ 5 หญิงไทยอายุ 38 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ผู้เสียชีวิตรายที่ 6 ชายไทยอายุ 70 ปี มีโรคประจำตัว รวมเสียชีวิตสะสม 210 ราย

ส่วนของการฉีดวัคซีน ฉีดไปแล้ว 468,273 โดส สัดส่วนของคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนร้อยละ 67.23 จากตั้งเป้าหมายไว้ร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรที่ 554,781 คน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา วัคซีนที่มีการฉีดให้กับประชาชน ได้รับการจัดสรรจากทางรัฐบาล และเป็นของ อบจ.พระนครศรีอยุธยา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จัดสรรงบประมาณ จัดซื้อมา ทำให้เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในการฉีดวัคซีนไว้ใกล้ที่จะครบแล้ว จะทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น ในกลุ่มของหญิงตั้งครรภ์ และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป รวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ไม่ได้มีภูมิลำเนาใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่มาทำงานและพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เพื่อเพิ่มคุ้มกันหมู่

เงินสะพัด‘สมุยโมเดล’

นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวของหมู่เกาะทะเลใต้ เกาะสมุย เกาะพะงัน และ เกาะเต่า ภายใต้โครงการ “สมุย พลัส โมเดล” (Samui Plus Model) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ 15 ก.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว 571 คน ไปเกาะพะงัน 40 คน เกาะเต่า 23 คน มีจำนวนการเข้าพักแรมมากกว่า 6,329 คืน (รูมไนต์) ทำรายได้ 37,686,000 บาท

และมีนักท่องเที่ยวจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เข้ามา 347 คน รวม 2 กลุ่ม จำนวน 918 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป และอเมริกา โดยมีเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สมุย จำนวน 92 เที่ยวบินและเที่ยวบินภูเก็ต-สมุยอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะ พะงันและเกาะเต่าดีขึ้น

สถานการณ์ท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า มีแนวโน้มดีขึ้นมาก เนื่องจากมียอดจองล่วงหน้าจากนักท่องเที่ยวจะเข้ามาอีก 860 คน มียอดจองห้องพักจำนวน 9,195 คืน (รูมไนต์) โดยเป็นยอดจองในโครงการสมุยพลัสโมเดลจนถึงวันที่ 9 ธ.ค.64 จำนวน 591 คน ห้องพัก 7,397 คืน (รูมไนต์) และยอดจองนักท่องเที่ยวในโครงการส่วนขยายของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 (Phuket Sandbox 7+7 Extension)ถึงวันที่ 25 ต.ค.64 จะเข้ามาเกาะสมุย จำนวน 269 คน จองห้องพักล่วงหน้า 1,788 คืน (รูมไนต์)

“ซึ่งหลังมีโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และสมุยพลัสโมเดล ส่งผลให้การท่องเที่ยวได้ขับเคลื่อนมีนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ปลอดภัยเข้ามาและเกิดการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจ ที่พักแรมกลับมาเปิดบริการ มีการเดินทางขนส่ง มีการจ้างงาน และมีการใช้จ่ายหมุนเวียนกระจายสู่ประชาชนในพื้นที่” ผวจ.สุราษฎร์ธานีกล่าว

ปัตตานียอดพรวด

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี หลังจากที่มีการผ่อนปรนมาตรการบางส่วน เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น แต่กลับพบว่ามี ผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวัน โดยล่าสุด (ข้อมูลวันที่ 3 ก.ย.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 176 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 16,113 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 5 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 250 ราย

ซึ่งตลอดห้วงเวลาตั้งแต่วันที่มีการผ่อนปรนมาตรการตั้งแต่วันที่ 1-3 กันยายนที่ผ่านมาเพียง 3 วัน กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 495 ราย และมีผู้เสียชีวิต 11 ราย ซึ่งจากตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดและมี ผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตรายวันติดต่อกันทุกวัน

ล่าสุดคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี โดยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี/ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เรียกประชุมพร้อมทั้งได้ประกาศของจุฬาราชมนตรี (ฉบับที่ 9/2564) เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการละหมาดญะมาอะห์ (การละหมาดรวมกันในมัสยิด 5 เวลา) และการละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ที่มัสยิด เพื่อออกประกาศจังหวัดปัตตานีในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ซึ่งมีสาระสำคัญคือประชากรในชุมชนนั้นๆ ต้องมีอัตราการรับวัคซีนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 กล่าวคือ ทางจังหวัดปัตตานีจะยินยอมให้มีการละหมาดภายในมัสยิดก็คือเมื่อประชาชนในหมู่บ้านนั้นๆ ได้ฉีดวัคซีนได้ร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรในหมู่บ้าน

ห่วงร้าน – สองสามี-ภรรยาติดเชื้อโควิดที่หลบหนีออกจากศูนย์พักคอยเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง จนต้องตามหากันให้วุ่น กลับมารักษาตัวต่อที่ศูนย์แล้ว โดยอ้างเป็นห่วงร้านขายหินสีหินตกแต่งบ้านที่ตลาดสมบัติบุรีไม่มีคนดูแล เมื่อวันที่ 4 ก.ย.

นนท์ตามวุ่น2ผู้ป่วยหนีกัก

นางจิรนันท์ จิรชัยเมธาพงษ์ เจ้าหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เผยว่า เมื่อเวลา 04.55 น. วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่มาเข้ารับการกักตัว 2 ราย เป็นชายและหญิง หลบหนีจากศูนย์พักคอยเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง ถ.เลียบคองเจ็ก ต.บางบัวทอง หลังทราบเรื่องรีบประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางบัวทองรับทราบ และส่งกำลังเจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสองรายที่หลบหนีแล้ว

คาดว่าทั้งสองคนน่าจะเป็นสามีภรรยากันเพราะพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน โดยทางศูนย์พักคอยเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทองรับตัวผู้ป่วยติดเชื้อทั้งสองคนเข้ามาดูแลเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งกักตัวได้ไม่ถึง 7 วัน ยังไม่ครบกำหนดเฝ้าดูอาการที่กำหนดไว้วันที่ 7 ก.ย. แต่ผู้ป่วยทั้งสองคนกลับหลบหนีออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ผู้ป่วยทั้งสองรายนี้จะหนีออกไปทำไม เพราะศูนย์พักคอยฯ อำนวยความสะดวกสบายให้ทุกอย่าง การหนีออกไปแบบนี้จะเป็นการไปสร้างภาระให้กับสังคมอีก หากนำเชื้อไปแพร่กระจายติดบุคคลอื่นๆ โดยไม่รู้ตัว

“นอกจากนี้ผู้ป่วยชายติดเชื้อที่หลบหนีไปยังชอบสูบบุหรี่เป็นประจำด้วย ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้คนรอบข้างอีกด้วย ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอบางบัวทองลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ ผู้ป่วยทั้งสองรายที่หลบหนีจากการกักตัวแล้ว แต่ยังไม่พบว่าผู้ป่วยทั้งสองรายเดินทางกลับมาที่บ้านพัก คาดว่าน่าจะหลบหนีไปยังที่อื่น ซึ่งยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปสู่บุคคลและชุมชนเป็นอย่างมาก” นางจิรนันท์กล่าว

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายสมพงษ์ โต๊ะเฮง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง เขต 3 เผยว่า ได้รับการติดต่อมาจากสามีภรรยาผู้ป่วยติดเชื้อทั้งคู่จะขอกลับเข้ามารับการรักษาตัวเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุที่ต้องปีนรั้วหลบหนีออกไปนั้น เป็นเพราะว่าห่วงกิจการร้านขายหินสีหินตกแต่งบ้านที่ตลาดสมบัติบุรี

เนื่องจากต้องปิดร้านและไม่มีคนดูแล เมื่อพบว่าร้านยังอยู่เป็นปกติจึงตัดสินใจโทร.แจ้งขอกลับไปรักษาตัวต่อที่ศูนย์พักคอยตามเดิม จึงแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พักคอยนำรถไปรับตัวสองสามีภรรยาคู่นี้กลับมา โดยทั้งสองคนขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ในพื้นที่หมู่ 14 โดยไม่ได้เข้าไปหลบหรือพักอาศัยอยู่กับใครหลังจากขี่ไปดูกิจการที่ร้าน

ต่อมาหลังเจ้าหน้าที่รับตัวสองสามีภรรยาคู่นี้กลับถึงศูนย์พักคอยแล้ว ได้พูดคุยและสอบถามถึงสาเหตุที่ต้องหลบหนีออกแล้วสั่งทำโทษทั้งคู่ ด้วยการให้ฝ่ายชายวิดพื้น 20 ครั้ง ส่วนฝ่ายหญิงกระโดดตบมือ 20 ครั้งเท่ากัน ก่อนพารักษาตัวเฝ้าดูอาการต่อไปโดยทั้งสองสามีภรรยาคู่นี้มีกำหนดครบการกักตัวใน วันที่ 7 กันยายนที่จะถึงนี้

ด้านนายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองใหม่บางบัวทอง กล่าวว่า เหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นแม้ทางศูนย์พักคอยจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่และนั่งดูจอมอนิเตอร์อยู่ตลอด แต่ผู้ป่วยวางแผนหลบหนีในช่วงเวลาตี 4 เป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่บางส่วนอาจจะลุกไปทำธุระหรือดูแลในจุดอื่นบ้าง อาจจะเป็นช่องทางที่เป็นโอกาสให้ผู้ป่วยฉวยโอกาสในการหลบหนี

ขอยืนยันว่าศูนย์พักคอยแห่งนี้ รับผู้ป่วยติดเชื้อเข้ามาดูแลรักษาไม่ได้เข้ามาแบบติดคุก เพราะเมื่อกักตัวเฝ้าดูเชื้อแล้วรักษาหาย ผู้ป่วยเดินทางกลับบ้านแล้ว เพราะเวลาตอนไปตรวจพบการติดเชื้อก็อยากเข้ามารักษา แต่พอได้รับการรักษาแล้วกลับอยากหนีออกไปเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจจะนำเชื้อไปแพร่ระบาดสู่บุคคลหรือชุมชนอื่นๆ กรณีนี้ถือว่ายังตัดสินใจกลับตัวได้ทัน ไม่ไปกระทำการสุ่มเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อให้กับใครอีกในช่วงที่หลบหนี และรีบกลับมาเข้ารับการรักษาตัวต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน