คาฟอร์จูนเนอร์
ลูกรอดหวุดหวิด
มุ่งปมล้างแค้น
ตร.ตรังล่าแก๊งมือปืนทมิฬ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มฆ่าผัวเมียคารถฟอร์จูนเนอร์ ลูกชาย 14 ปีรอด เช็กวงจรปิดจับภาพนาทีคนร้ายลงมือ ขับปิกอัพอีซูซุสีดำยกสูงตามประกบไล่ยิงเป็นชุด 4 ครั้ง คาดใช้ถุงครอบอาวุธปืนไว้ด้วยป้องกันปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ เชื่อวางแผนเตรียมการมาอย่างดี ชำนาญการใช้ปืน สอบเพื่อนบ้านระบุผู้ตายรู้ตัวมีคนปองร้าย พลิกแฟ้มประวัติเพิ่งพ้นโทษเมื่อต้นปี คดีอาวุธปืนสงคราม
จากกรณีคนร้ายขับรถกระบะประกบและใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มนายวีระยุทธิ์ หรือ สุกิจ ขุนอินทร์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 2 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง และ น.ส. วราภรณ์ หรือ เอ๋ เพียรดี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 9 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ภรรยา เสียชีวิต 2 ศพคารถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ขก 720 สุราษฎร์ธานี ส่วนลูกชายอายุ 14 ปีที่นั่งไปด้วยไม่ถูกคมกระสุน แต่ได้รับบาดเจ็บจากรถเสียหลักชนต้นไม้ เหตุเกิดที่ถนนเพชรเกษม หน้าสนามชนไก่ควนเมา หมู่ 2 บ้านต้นเลียบ ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง เมื่อเย็นวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง ชุดสืบสวน สภ.รัษฎา กองปราบปราม เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ยังไม่พบปลอกกระสุนปืนของคนร้าย พร้อมทั้งไล่ตรวจกล้องวงจรปิด โดยพบ 1 ตัวจับภาพขณะเกิดเหตุได้ โดยคนร้ายใช้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ แค็บ สีดำ ยกสูง ไม่ทราบทะเบียน ตามประกบรถผู้ตาย ก่อนที่คนร้ายลดกระจกลงเพียงแค่ครึ่งเดียว ใช้อาวุธปืนสงครามชนิดยาวยังไม่ทราบขนาดพาดกับขอบกระจกยิงกระหน่ำมาตั้งแต่หน้าวัดควนล้อน หมู่ 14 ต.ควนเมา จำนวน 4 ครั้ง ก่อนรถผู้ตายเสียหลักลงข้างทางชนต้นไม้ คนร้ายขับรถหลบหนีไปทาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
จากการสอบสวนนายอนันต์ สายสินธุ์ อายุ 68 ปี เพื่อนบ้านผู้ตายให้การว่าขณะเกิดเหตุอยู่ในบ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุ 1 ก.ม. ได้ยินเสียงปืนดังกว่า 10 นัด ได้ยินเป็นชุด หรือเป็นช่วงๆ 4 ครั้ง ครั้งละ 2-3 นาที ก่อนขับรถออกมาดูที่เกิดเหตุ และก่อนหน้านี้ไม่กี่วันนายวีระยุทธิ์เคยพูดว่ามีคนปองร้าย และมักจะระมัดระวังตัวโดยพกอาวุธปืนติดตัว แต่ในวันเกิดเหตุกลับไม่พก
รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางการสอบ สวนคาดว่าคนร้ายเป็นมือปืนที่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน วางแผนและเตรียมตัวมาอย่างดี มุ่งสังหารนายวีระยุทธิ์และภรรยา คาดว่าน่าจะใช้ถุงครอบอาวุธปืนสงครามขณะยิงเพื่อไม่ให้ปลอกกระสุนกระเด็นออกมาจะได้ไม่เป็นหลักฐานสาวมาถึงตัว และจากการพลิกแฟ้มประวัติทราบว่านายวีระยุทธิ์เคยต้องโทษจำคุกคดีอาวุธสงครามเมื่อปีพ.ศ.2562 พ้นโทษออกจากคุกเมื่อเดือนม.ค.2564 กลับมาบ้านประกอบอาชีพรับซื้อน้ำยางพารา
ข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ ผู้ตายยังเป็นที่จับตาของตำรวจ โดยสืบเนื่องจากคดีนายปารเมษฐ์ แซ่หลี หรือ เบส ทุ่งสง อายุ 25 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในท้องที่หมู่ 2 ต.ควนเมา อ.รัษฎา เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2564 ซึ่งเกี่ยวโยงกับธุรกิจบางอย่างและคดีนี้ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ รวมทั้งนายวีระยุทธิ์เองนอกจากรับซื้อน้ำยางพาราแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับวงการธุรกิจบางอย่าง คาดว่าเป็นสาเหตุทำให้ผู้บงการใหญ่สั่งเก็บตัดตอน

ถล่มผัวเมีย – ที่เกิดเหตุคนร้ายรถกระบะอีซูซุ สีดำ ขับประกบใช้อาวุธสงครามถล่มนายวีระยุทธิ์ ขุนอินทร์ และน.ส.วราภรณ์ เพียรดี ผัวเมียวัย 39 ปี เสียชีวิต ลูกชายวัย 14 ปีที่มาด้วยบาดเจ็บสาหัส ที่ถนนเพชรเกษม สายตรัง-ทุ่งสง อ.รัษฎา จ.ตรัง เมื่อวันที่ 10 ก.ย.