ดัน‘สรวุฒิ-อัฏฐพล’รมต.
ไม่ผ่านความเห็นในพรรค
นายกเดินสายอีก3จว.รวด
‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’รุมเย้ย
สส.ห้อมล้อมแพ้บิ๊กป้อม
พปชร.ส่อกระเพื่อมอีก ‘เสี่ยเฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น เสนอตรงนายกฯ ดัน ‘สรวุฒิ เนื่องจำนงค์-อัฏฐพล โพธิพิพิธ’ เสียบเก้าอี้ 2 รมต. โดยไม่ผ่านที่ประชุมกก.บห.พลังประชารัฐ ขณะที่พรรควางตัว
‘ไผ่ ลิกค์’ ไว้แล้ว ‘บิ๊กตู่’ โหมลงพื้นที่จังหวัดเหนือ-อีสาน-ใต้ 26 ก.ย.ปักหมุดสุโขทัย 29 ก.ย.เยือนโคราช 1 ต.ค.ไปนครศรีฯ ‘ธรรมนัส’ ปัดล็อบบี้ส.ส.แห่รับหัวหน้าพรรคที่อยุธยา พปชร.ผวาสั่นคลอน สั่งจัดส.ส.ต้อนรับ ‘2 ป.’ เท่าๆ กัน ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม ฝ่ายค้านเย้ยน้องตู่ไร้บารมี แพ้พี่ป้อม ‘ศรีสุวรรณ-สนธิญา’ ยื่น กกต. ชงศาลรธน.ยุบพรรคเพื่อไทย ข้อหานายทุนหนุนม็อบ
‘บิ๊กตู่’ยันไม่ขัดแย้ง‘พี่ป้อม’
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหมครั้งแรก นับตั้งแต่มาตรการป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้การประชุมในห้วงที่ผ่านมาเป็นการประชุม วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากทำเนียบรัฐบาล แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม ไม่ได้ร่วมประชุม
ก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมพิธีอำลาราชการ ของพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. และนายทหารระดับห้าเสือแต่ละเหล่าทัพที่เป็นสมาชิกสภากลาโหมที่จะเกษียณราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้
พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในที่ประชุมถึงกระแสข่าวความขัดแย้งกับพล.อ.ประวิตรว่า “ผมกับพี่ป้อมไม่มีอะไรกันเลย ยังรักกันเสมอ ยืนยันไม่มีขัดแย้ง”
โฆษกกลาโหมวอนอย่าเสี้ยม 3 ป.
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ. ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังเป็นหนึ่งเดียว และเป็นพี่น้องที่เหนียวแน่น ยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศ ประชาชน เป็นหลัก และจรรโลงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
“ไม่อยากให้เอาไปเสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งกัน ทั้ง 3 ท่านมีความหนักแน่น และการลง พื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาเพื่อไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ได้แน่นย้ำว่าความขัดแย้งต้องไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ ขอให้มั่นใจว่าการทำงานของรัฐบาลยังมีความเหนียวแน่น เพื่อให้กองทัพเกิดความสบายใจกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำกับกองทัพว่า ไม่ได้ มีปัญหาอะไรกัน” พล.ท.คงชีพกล่าว
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล”ว่า ขอทำความเข้าใจว่าทั้งสองคนไม่ได้มีปัญหาและไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ได้ออกมายืนยันชัดเจน ว่า ยังรักกันดีเหมือนเดิม มองตาก็รู้ใจ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติต่อไป
จ่อลุยสุโขทัย-โคราช-เมืองคอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในเวลานี้ โดยมีกำหนดการลงพื้นที่จ.สุโขทัย ในวันที่ 26 ก.ย. ซึ่งเดิมจะลงพื้นที่นี้เมื่อวันที่ 22 ก.ย. แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นจ.เพชรบุรีแทน จากนั้นไปติดตามสถานการณ์น้ำที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 29 ก.ย. และจ.นครศรีธรรมราช วันที่ 1 ต.ค.
สำหรับการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ จ.สมุทรปราการ ชัยนาท ชลบุรี และเพชรบุรี หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ประกาศว่าจะทำงานใกล้ชิด ส.ส.เพิ่มมากขึ้น และจะลงในทุกพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากส.ส.ในการดูแลแก้ปัญหาประชาชน
ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ของพล.อ. ประวิตร ที่จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 22 ก.ย. โดยมีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาต้อนรับหัวหน้าพรรค ถึง 55 คน มากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐมารับแค่ 9 คน ทำให้เป็นประเด็นทื่วิจารณ์กันมาก แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพล.อ.ประวิตร จะลง พื้นที่จังหวัดอื่นต่อหรือไม่

พปชร.ขับเคลื่อน – พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค เป็นประธานประชุมส.ส.พรรค ที่ห้องประชุมพรรคพลังประชารัฐ ชั้น 6 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 ก.ย.
‘ธรรมนัส’ควง‘บิ๊กน้อย’ประชุมส.ส.
เวลา 14.00 น. ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ ชั้น 6 รัฐสภา มีประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โดยมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ‘บิ๊กน้อย’ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรค มี ส.ส.พรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง วาระสำคัญมีการพิจารณาถึงความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่าพรรคจะวางแนวทางการส่งผู้สมัครอย่างไร
พล.อ.วิชญ์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า พรรคพร้อมส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน เริ่มจากการเลือกตั้ง อบต.ในเวันที่ 28 พ.ย.นี้ แต่อาจจะไม่ได้ส่งในนามพรรค สำหรับตนเป็นคนใหม่ในการเมือง จึงมีความท้าทาย แต่สิ่งที่สำคัญคือจะต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด ตนไม่ได้เข้ามาเพื่อคานอำนาจของนายกฯ ยืนยันว่าเข้ามาช่วยทำงานให้หัวหน้าพรรคเท่านั้น สิ่งหนึ่งในหน้าที่ที่พล.อ.ประวิตรแต่งตั้งให้ตนดำรงเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค คือเพื่อเข้ามาสร้างความรักและความสามัคคีภายในพรรค
“จุดหลักของพรรคคือความปรองดอง ผมจึงพยายามทำให้ทั้งภายในพรรคและนอกพรรค หรือภายในประเทศให้เกิดการปรองดอง ให้มีความเข้าใจต่อการเดินหน้าของประเทศ ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก หรือไม่มีสีอะไรทั้งนั้น คิดว่าหลังจากนี้ต้องดีขึ้น บ้านเมืองต่อจากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งประเทศเป็นหลัก สำหรับการสร้างความสามัคคี ปรองดอง พล.อ. ประวิตร ท่านทำได้อยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็ปรองดอง ยืนยันว่าไม่มีคลื่นใต้น้ำอย่างแน่นอน และไม่มีสมาชิกพรรคลาออกเพื่อไปตั้งพรรคใหม่ด้วย” พล.อ.วิชญ์กล่าว
ปัดล็อบบี้สมาชิกรับ‘บิ๊กป้อม’
ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวว่าเป็นผู้ล็อบบี้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ให้ไปต้อนรับพล.อ.ประวิตร ระหว่างลงพื้นที่ที่อยุธยา ว่า ไม่มี และตนเพิ่งทราบจากในข่าวเช่นกัน ขออย่าไปมองแบบนั้น เพราะนายกฯ และรองนายกฯ ลงไปเพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ส่วนในพื้นที่เป็นหน้าที่ของส.ส.ที่จะลงไปต้อนรับนายกฯ หรือหัวหน้าพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ส.ที่ไปต้อนรับพล.อ. ประวิตร เป็นการแสดงเจตจำนงเลือกที่จะอยู่กับพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ใช่ ขอเรียนว่าส.ส.ที่เดินทางมาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน เพื่อที่จะมาประชุมพรรคในวันที่ 23 ก.ย. ตนได้นัดทานข้าวกับพี่น้องส.ส.หลายคน จึงขอใช้พื้นที่ประธานยุทธศาสตร์และหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็นเรื่องการประลองกำลังกัน อย่าไปมองอย่างนั้น
ส่วนกำหนดการจัดสัมมนาพรรคพลัง ประชารัฐช่วงปลายเดือนต.ค. ที่อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังปิดสมัยประชุมสภา ยังมีอยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นแนวทางที่เรากำหนดไว้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปและต้องดูตามความเหมาะสม เมื่อถามว่าจะมีการกระชับความสัมพันธ์ของส.ส.พรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ทุกปีเราจะมีการสัมมนา แต่มาติดช่วงโควิด-19 จึงได้งดไปก่อน
พปชร.สั่งเกลี่ยส.ส.รับนายกฯ
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า การแยกวงลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ไม่ใช่การวัดพลังอำนาจระหว่างกัน พล.อ.ประวิตร ยืนยันแล้วว่าทั้ง 2 จะรักกันจนวันตาย ส่วนที่ส.ส.ไปต้อนรับพล.อ.ประวิตรมากกว่า อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน
จากนี้ไปทางพรรคมอบหมายให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร รองเลขาธิการพรรค เป็น ผู้ประสานงานส.ส.ร่วมภารกิจของนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นคนทำได้ดี คุยได้ทุกคน คุยได้ทุกอย่าง คุยแล้วรู้เรื่อง น่าจะให้ทำหน้าที่ตรงนี้ หากพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ให้ส.ส.ร่วมติดตามภารกิจ เพื่อรับรู้ปัญหาต่างๆในพื้นที่โดยตรง
“คงต้องบอกกับ ส.ส.ไผ่ว่า ต่อไปนี้ต้องมาช่วยกัน ถ้าไปพร้อมกันอีก ก็ต้องจัดให้ดูเสมอๆ ต้องคุยกัน ไม่ใช่ไม่คุย มีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เดี๋ยวสื่อมวลชนก็แหย่กันไป แหย่กันมา มันไม่มีอะไร แต่ก็สั่นคลอนเหมือนกัน” นายวิรัชกล่าว
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร เห็นชอบมอบหมายภารกิจให้นายไผ่ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานส.ส.ของพรรค แต่ละพื้นที่เพื่อร่วมคณะต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ ในการลงพื้นที่ตรวจราชการตามจังหวัดต่างๆ ที่ถือเป็นโอกาสให้ส.ส.ได้ใกล้ชิดนายกฯ และสะท้อนปัญหาประชาชนเพื่อนำสู่การแก้ไขโดยเร็ว และเพื่อไม่ให้พรรคถูกมองว่ามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย วัดกำลังเหมือนการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่จำนวนส.ส.ของพรรค ไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ น้อยกว่าพล.อ.ประวิตร อย่างมีนัยยะสำคัญ
ด้านนายไผ่ ได้เริ่มงานทันที โดยประสานส.ส.ให้ร่วมต้อนรับคณะพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ในวันที่ 26 ก.ย.นี้แล้ว และคิวถัดไปจ.นครราชสีมา วันที่ 29 ก.ย. นครศรีธรรมราชวันที่ 1 ต.ค.
‘เสี่ยเฮ้ง’ดันสรวุฒิ-อัฏฐพลนั่งรมต.
ส่วนความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ มีการเตรียมเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากร.อ.ธรรมนัส ถูกปลดพ้นรมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ที่ถูกปลดพ้นรมช.แรงงาน ล่าสุดมีรายงานว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ได้เสนอชื่อนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี คนใกล้ชิดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กก.บห.พรรค และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งถือเป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอนที่ปกติต้องผ่านความเห็นชอบของกก.บห. และพล.อ.ประวิตร ก่อน
ขณะที่แคนดิเดตที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อในการปรับครม. อันดับ 1 คือนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร รองเลขาธิการพรรค โดยบรรดาแกนนำทุกกลุ่มของพรรคเห็นตรงกันว่า หากนายกฯ ไม่เห็นชอบ ขอให้ส่ง กลับมาเพื่อที่พรรคจะได้พิจารณาบุคคลที่ เหมาะสมก่อนเสนอใหม่ และแกนนำพรรคต่างไม่เห็นด้วย หากนายกฯจะปฏิเสธคนที่พรรคเสนอ แล้วพิจารณาแต่งตั้งคนนอกพรรคมาเป็นรัฐมนตรี
พท.เย้ยน้องตู่แพ้พี่ป้อม
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่ประลองกำลัง เพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองภายในพรรครัฐบาล อยู่มาเกือบ 8 ปีเพิ่งคิดจะมาพลิกโฉมประเทศ ขณะที่ประชาชนเกือบร้อยละ 70 สะท้อนผ่านนิด้าโพล ถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ ควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว เพราะบริหารงานล้มเหลว ขาดภาวะผู้นำ ไม่มีศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้ ส่งผล กระทบให้ประชาชนเดือดร้อน
การลงพื้นที่วัดกำลังกับพล.อ.ประวิตร ผล ออกมาชัด 9 ต่อ 55 แสดงว่านอกจากประชาชนจะไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์แล้ว ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐก็ไม่เอาด้วย พล.อ.ประยุทธ์อย่าไปหลงเสียงเชียร์จากการจัดฉาก แต่ต้องรับฟังความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเร็วหรือช้า พรรคเพื่อไทยไม่กังวล ได้เตรียมพร้อมทั้งนโยบายแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 แก้ไขผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่วิกฤตอย่างหนัก และเตรียมพร้อมผู้สมัครไว้แล้ว
“ที่กังวลคือ เกรงว่าพรรคพลังประชารัฐจะไม่ส่งพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพราะถามกี่ครั้ง แกนนำพรรคพลังประชารัฐก็อ้อมแอ้ม ไม่ยืนยันว่าจะส่ง ถึงเวลาที่พล.อ. ประยุทธ์ต้องยอมรับความจริง ก่อนพลิกโฉมประเทศ ควรพลิกการตัดสินใจ ยุติบทบาททางการเมือง เพราะเดินต่อไปลำบากแล้ว” นายอนุสรณ์กล่าว
ก้าวไกลซ้ำไร้บารมี-บี้ยุบสภา
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีบารมีในพรรคพลังประชารัฐ หรือมีน้อยมาก หากมีบารมีก็อาจจะไม่ใช่ของพล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นรัฐมนตรีบางคนที่ยังภักดีกับพล.อ.ประยุทธ์ คงต้องไปถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ระยะหลังดูมีบทบาทสำคัญเรื่องนี้ และเท่าที่ทราบส.ส.บ่นพล.อ.ประยุทธ์ ตลอดเวลา บ่นมากกว่าบ่นฝ่ายค้านเสียอีก ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุดแทบไม่มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่ช่วยพล.อ.ประยุทธ์เลย ขณะที่มีการวิ่งเต้น ไม่ให้พล.อ.ประวิตรถูกอภิปรายด้วยซ้ำ
ส่วนที่ช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามกระชับความสัมพันธ์กับส.ส.นั้น เป็นไปได้ว่าอาจ มีส.ส.บางส่วนจะไปอยู่ข้างพล.อ.ประยุทธ์ แต่คิดว่าทุกคนดูออกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ทำเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ไม่ได้จริงใจ แค่พยายามสร้างหนังเรื่องใหม่
“ความจริงทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตร กลับบ้านเถอะ เพื่อให้ประเทศ เดินหน้า รู้สึกว่าเหลือเชื่อจริงๆ เหมือนเป็น ไดนาสตี้แล้ว แบ่งสรรประโยชน์ วันหนึ่งคุณอยู่ได้คุณก็ปรองดองกัน โดยไม่สนใจว่าประชาชนรู้สึกอย่างไร พอวันนี้คุณแตกกันเพราะบริหารจัดการไม่ลงตัว คุณมีน้องบางคนที่รักมากกว่าคนอื่น แล้วก็แตกแยกกัน สุดท้ายประชาชนเดือดร้อนอีก ทางที่ดีที่สุดคือควรให้มีการเปลี่ยนผ่านตามระบบได้แล้ว หากวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก หรือยุบสภา คิดว่าจะเป็นการเปิดทางสู่การเลือกตั้งใหม่ที่หลุดพ้นจากวงโคจรแบบนี้” นายรังสิมันต์กล่าว
ปชป.ถกร่างกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษารวบรวมข้อมูลในการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูก ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ก.ย. พรรคจะประชุมคณะทำงานนัดแรก เพื่อพูดคุยว่าจะแก้ไขกฎหมายลูกดังกล่าวอย่างไรบ้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 14 วันในการยกร่าง หลังจากที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำในการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นด้วยหรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่ได้แก้ไขครั้งล่าสุด ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ มีเพียงกำหนดว่า การคํานวณส.ส.บัญชีรายชื่อต้องสัมพันธ์กันกับจำนวนส.ส.เท่านั้น เช่น คะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อของทุกพรรครวมกันทั้งประเทศ มี 40 ล้านคะแนน จะต้องนำส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คนไปหาร ผลลัพธ์คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องใช้ 4 แสนคะแนน จากนั้นจึงนำไปเทียบบัญญัติไตรยางศ์กับคะแนนของแต่ละพรรคได้ต่อไป เป็นต้น
นอกจากนี้ คณะทำงานจะหารือเกี่ยวกับการแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย ในประเด็นการทำไพรมารีโหวต มีแนวโน้มว่า อาจกลับไปเป็นเหมือนตอนการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อปี 2562 ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องทำไพรมารีโหวต แต่เปลี่ยนเป็นการรับฟังความคิดเห็นสมาชิกพรรคในการส่งตัวแทนผู้สมัครส.ส.เท่านั้น
แห่ยื่นกกต.ยุบเพื่อไทย
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ก.ย. เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีนาย ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ แกนนำการเคลื่อนไหวชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และ ผู้ต้องหาคดี มาตรา 112 โพสต์ เฟซบุ๊ก กล่าวพาดพิงพรรคเพื่อไทยว่า “เพื่อไทยที่สู้ไปกราบไป ที่คอยสนับสนุนเงินทุนบ้าง”
ต่อมานายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้เปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อสนับสนุนกลุ่มราษฎร โพสต์ข้อความว่า “เพื่อไทยไม่ควรทำการเมือง กล้าๆ กลัวๆ ไม่ต้องกลัวว่ามาแตะม็อบแล้วจะโดนยุบอะไร ถ้าโดนยุบเพราะต่อสู้ ยังไงพวกเราก็เลือกแน่ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เคยสนับสนุนอะไรในการต่อสู้มาเยอะแยะ แต่ไม่เคยประกาศออกสื่ออะไรใดๆ ทุกๆ ครั้งเลือกที่จะวางเอาไว้เงียบๆ แล้วเดินออกไป”
ข้อมูลการโพสต์ดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่ามีพรรคการเมือง อาจอยู่เบื้องหลังสนับสนุน และอยู่เบื้องหลังการให้เงินทุนกลุ่มม็อบที่เคลื่อนไหวต่อต้านเพื่อล้มล้างรัฐบาล และพวกก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ก่อความรุนแรงสร้างความวุ่นวายฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมาย จนมีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดีมากมาย การกระทำของพรรคเช่นนี้อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ถ้า กกต.วินิจฉัยว่าฝ่าฝืน ก็อาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้นได้
ขณะที่ นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อ กกต. เมื่อ วันที่ 23 ก.ย.แล้ว เพื่อพิจารณายุบพรรค เพื่อไทยในข้อกล่าวหาเดียวกัน
พท.ยันไม่เคยเป็นนายทุนม็อบ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราช สีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวชี้แจงว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยให้การสนับสนุนทางการเงินกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆ ซึ่งเท่าที่ทราบหลังจากนายไชยอมรโพสต์ข้อความดังกล่าวแล้วก็ลบไป จากนั้นโพสต์ข้อความใหม่ว่าข้อมูลที่โพสต์ไปก่อนหน้านั้นไม่มีหลักฐานใดๆ และคิดว่ากรณีนี้จะไม่ส่งผล กระทบต่อพรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีข้อเท็จจริง เป็นเพียงประเด็นทางการเมือง ที่ ผู้ร้องต่อกกต.มีอคติต่อพรรคเพื่อไทย จึงไม่รู้สึกกังวลใดๆ
ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐย้อนถามว่า “กระแสข่าวมาจากไหน ใครเป็นคนพูด เพราะผมอยู่ในพรรคยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย ยืนยันว่าตอนนี้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคยังเป็นชุดเดิม”
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้นักร้องทั้งหลายเลิกเล่นเกมการเมืองแบบนี้ อย่าคิดทำลายคู่ต่อสู้แบบไม่มีความผิด สิ่งที่นายสนธิญาทำยิ่งสะท้อนว่าหวาดกลัวการเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชน เพราะพรรคที่นายสนธิญาณเป็นสมาชิกไร้ผลงาน นำพาประเทศตกต่ำ ทำลายโอกาส ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากยังดึงดันเดินหน้ากล่าวหา พรรคเพื่อไทยอาจแลนด์สไลด์ถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่าหาว่าไม่เตือน
กมธ.เข้มตรวจสอบใช้พ.ร.ก.เงินกู้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ในวันที่ 20 ต.ค. หลังมีผู้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป จนกว่าจะชำระบัญชีของพรรคให้เสร็จ แต่กลับสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า ตนได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้ทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าดำเนินการโดยยึดกฎหมายและภายใต้รัฐธรรมนูญ
ส่วนคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร พร้อมน้อมรับ ในวันดังกล่าวตนมอบให้ทนายความเข้าร่วมฟังคำวินิจฉัย
ตั้ง‘บิ๊กกวาง’นั่งผอ.ทหารผ่านศึก
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 9/2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่าที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.สัณทัศน์ นันทิภาคย์หิรัญ เป็นผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก และพล.ต.ชิติพัทธ์ บุญช่วย เป็นรองผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงความต่อเนื่องในการสนับสนุนดำเนินการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยเฉพาะการกระจายการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบในการแพร่ระบาดและการเสียชีวิตเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

วันสถาปนา – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นประธานพิธีกราบสักการะ และถวายพวงมาลัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงแรงงาน ครบรอบ 28 ปี พร้อมกับมอบของที่ระลึกให้กับข้าราชการที่เกษียณอายุ ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 23 ก.ย.