ในรีสอร์ตหรูกลางกรุง
เย้ยพรก.ฉุกเฉิน-โควิด
ตำรวจคอมมานโดสนธิกำลังสน.โคกคราม ปิดประตูตีแมวชาร์จจับ 59 โจ๋เปิดโรงแรมในซอยมัยลาภ บางเขน มั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติดไม่กลัวโควิด หลังได้รับแจ้งเบาะแสผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ- commando” ลุยดำเนินคดีทั้งกลุ่มปาร์ตี้และโรงแรมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อ รอผลตรวจสารเสพติดในแก๊งโจ๋จากห้องแล็บแจ้งจับเพิ่มเติม

จับปาร์ตี้ – คอมมานโดและสน.โคกครามบุกจับกุมมั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติดเย้ยโควิดรวม 59 คน เป็นหญิง 30 ราย ภายในโรงแรมแกเล็คซี่ รีสอร์ท ซ.รามอินทรา 14 เขตบางเขน กทม. พบยาอีและเคตามีนจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 25 ก.ย. พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ. หรือคอมมานโด) พร้อม พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก. กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.ปพ. พ.ต.อ. ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ ผกก.สน.โคกคราม สนธิกำลังตำรวจบก.ปพ. 40 นาย และสน.โคกคราม 20 นาย ปิดล้อมตรวจค้นโรงแรมแกเล็คซี่ รีสอร์ท ซ.รามอินทรา 14 (ซ.มัยลาภ) แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ
หลังสืบทราบว่ามีการรวมกลุ่มมั่วสุมเสพยาเสพติด เมื่อไปถึงมียินเสียงเพลงดังลั่นออกมาจากห้อง ก่อนจะบุกเข้าไปภายในห้องพบกับกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิงรวม 59 ราย เป็นชาย 29 คน หญิง 30 คน กำลังนั่งดื่มสุราและเปิดเพลง ส่งเสียงดังอยู่ จึงได้แจ้งให้ปิดเครื่องเสียง และขออนุญาตตรวจค้น เบื้องต้นพบยาอี 61 เม็ด เคตามีน 8.53 กรัม
พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ เผยว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งผ่านเฟซบุ๊ก “กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ-commando” ว่ามีการมั่วสุมกันเสพยาเสพติดจึงบูรณาการกำลังร่วมกับ สน.โคกคราม ตรวจค้นจับกุมกลุ่มวัยรุ่น ทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่านัดหมายรวมตัวกันมาเปิดห้องพักแบบค้างคืน รวมตัวดื่มสังสรรค์ในงานวันเกิดของนายเบิร์ด และซื้อยาเสพติดมาจากนายต่อ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เพื่อมาจัดปาร์ตี้เสพยา
ทั้งนี้หลังจับกุมได้นำตัว ทั้งหมดไปที่บก.ปพ. ตรวจหาโควิดและสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวนั้นมีการติดโควิดแต่อย่างใด ส่วนผลตรวจยาเสพติดอยู่ระหว่างการดำเนินการ
ด้านพ.ต.อ.ศรีสันต์ เผยว่า การดำเนินคดีจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะดำเนินคดีกับเจ้าของโรงแรมในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ปล่อยให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดในสถานที่ที่อยู่ในความดูแล พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา อีกส่วนดำเนินคดีกับกลุ่มนักเที่ยวที่มาร่วมปาร์ตี้ดังกล่าว
เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.โรคติดต่อ ส่วนการดำเนินคดีในข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดเก็บตัวอย่างปัสสาวะกับนักเที่ยวทั้งหมดส่งไปตรวจ ต้องรอผลจากห้องปฏิบัติก่อนคาดใช้เวลาประมาณ 6 วัน หากพบมีสารเสพติดก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป โดยนักเที่ยวทั้งหมดพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวคนละ 20,000 บาท และนัดส่งฟ้องศาลใน วันที่ 27 ก.ย.