สธ.ชี้ระบาดเริ่มลดลง
ก่อนสิ้นตค.เหลือ5พัน

ป่วยโควิดต่ำกว่าหมื่นวันแรกในรอบ 73 วัน แต่ตายยังเกินร้อย ล่าสุดสิ้นใจอีก 129 ราย เผยน่าน-พะเยาควบคุมการระบาดได้เจ๋ง ติดเชื้อเป็น 0 ขณะที่กทม. ปริมณฑล ภาคตะวันออก และ 4 จังหวัดภาคใต้ยังติดเกินร้อย ด้านปลัดสธ.แจงโควิดอยู่ในช่วงขาลง คาดยอดติดเชื้อเหลือราว 5 พันรายในสิ้นต.ค. แต่ห่วงกลับมาติดเชื้อสูงได้ใหม่จากคลัสเตอร์ใหญ่ เชื้อกลายพันธุ์ ย้ำเข้มมาตรการป้องกันโรค เร่งฉีดวัคซีน

ครม.อนุมัติซื้อ‘เอแซด’สเปน

วันที่ 28 ก.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ก.ย.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,489 คน แบ่งเป็น ติดเชื้อภายในเรือนจำ ที่ต้องขัง 269 ราย ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวัง 8,823 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 387 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 10 ราย โดยผู้เสียชีวิต 129 ราย และหายป่วยกลับบ้าน 12,805 ราย ซึ่งยอด ผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ในระดับคงที่และมีแนวโน้มลดลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ขอบคุณความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนที่ปฏิบัติตามมาตรการจนเห็นผลสัมฤทธิ์ อย่างเป็นรูปธรรม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกรแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.เห็นชอบ ให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็น ผู้มีอำนาจลงนามจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จากราชอาณาจักรสเปน เพิ่มเติม 165,000 โดส รวมจากเดิมที่ครม.มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ให้กรมควบคุมโรคจัดซื้อวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าจากสเปน 449,500 โดส รวมทั้งสิ้น 614,500 โดส โดยมีกำหนดส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้ง 2 ชุด ภายในต้นต.ค.นี้

ซื้อเพิ่มอีก 60 ล้านโดสในปีหน้า

นายธนกรกล่าวว่า การจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากสเปน เพิ่มเติม เป็นความก้าวหน้าในการเจรจาจัดซื้อวัคซีนจากประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศไทยยังได้เจรจาจัดซื้อ รับบริจาควัคซีนอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนของประเทศไทยเดือนต.ค.-ธ.ค.

นายธนกรแถลงต่อว่า ครม.เห็นชอบให้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็น ผู้ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับปี 2565 จากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า และเห็นชอบการ ลงนามในสัญญาซื้อระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าและอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาดังกล่าว โดยแผนการส่งมอบวัคซีนในปี 2565 ภายในไตรมาสแรก จำนวน 15 ล้านโดส ไตรมาสที่สอง 30 ล้านโดส และไตรมาสที่สาม 15 ล้านโดส

ทั้งนี้ เพื่อให้พร้อมรองรับการระบาดในปี 2565 ที่มีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นวาระสำคัญของชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนจึงมีความจำเป็นเร่งจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม

วางแผนฉีดให้ต่างชาติ-ต่างด้าว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยจะบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนจะครอบคลุมกลุ่ม เป้าหมายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 คิดเป็นประชากร 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ ครอบคลุม เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 การฉีดเข็มกระตุ้น (booster) แก่ผู้ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายครบ 2 เข็มทุกราย นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข ยังได้วางแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับชาวต่างชาติ และแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะเริ่มในเดือน ต.ค.นี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.รับทราบมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2564 โดยรายละเอียดตามที่ศบค.ได้มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 27 ก.ย.2564 และครม.ยังให้ความเห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ถึงวันที่ 30 พ.ย.2564

ตร.พร้อมทำตามที่ศบค.ผ่อนคลาย

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า มีมติคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมาตรการผ่อนปรนมาแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีมาตรการคุมเข้มในพื้นที่กรุงเทพมหานครพื้นที่สีแดงเข้มรวมต่างจังหวัด 29 จังหวัด โดยหลักอนุญาตให้ขยายช่วงเวลาเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. แต่ยังคงห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร เปิดภายในเวลา 21.00 น.

ที่ผ่านมามีการลักลอบเปิดจัดปาร์ตี้ในทั่วทุกที่ทั่วประเทศ หากลักลอบจำหน่ายจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน รวมถึงห้ามการรวมตัวกัน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.สั่งการให้ผู้บัญชาการแต่ละภาค รวมถึงผู้กำกับการแต่ละสถานี ตรวจเข้มร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัด ส่วนนอกราชอาณาจักรให้ตำรวจตม.ตรวจสอบ

เผยป่วยต่ำกว่าหมื่น-ตาย 129

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่าประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 9,489 ราย สะสม 1,581,415 ราย หายป่วย 12,805 ราย สะสม 1,448,206 ราย เสียชีวิต 129 ราย สะสม 16,498 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 116,711 ราย อยู่ในร.พ. 33,799 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 82,912 ราย มีอาการหนัก 3,283 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 738 ราย

ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 5,183 ราย กทม.และปริมณฑล 2,696 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 1,331 ราย เรือนจำ 269 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 10 ราย ได้แก่ อิสราเอล ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และกัมพูชา ประเทศละ 1 ราย เยอรมนี 2 ราย เมียนมา 2 ราย (ช่องทางธรรมชาติ) และมาเลเซีย 1 ราย (ช่องทางธรรมชาติ)

ผู้เสียชีวิต 129 ราย มาจาก 37 จังหวัด ได้แก่ กทม. 25 ราย, ชลบุรี 11 ราย, ราชบุรี 8 ราย, อุดรธานี 7 ราย, สมุทรปราการ ยะลา จันทบุรี จังหวัดละ 5 ราย, นครศรีธรรมราช นราธิวาส ระยอง อุตรดิตถ์ จังหวัดละ 4 ราย, สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี ชุมพร เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ตาก จังหวัดละ 3 ราย, กระบี่ ฉะเชิงเทรา สระบุรี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ จังหวัดละ 2 ราย

และภูเก็ต พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี สระแก้ว สมุทรสงคราม ตราด ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี มหาสารคาม ยโสธร นครสวรรค์ และพิษณุโลก จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 65 ราย หญิง 64 ราย อายุ 25-96 ปี ค่ากลางอายุ 71 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 96 ราย คิดเป็น 74% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 19 ราย คิดเป็น 15% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 89% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 14 ราย คิดเป็น 11%

ปลื้มน่าน-พะเยายอดป่วยเป็น 0

ภาพรวมติดเชื้อเกิน 100 รายมี 24 จังหวัด โดย 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,557 ราย สะสม 363,414 ราย 2.สมุทรปราการ 722 ราย สะสม 108,010 ราย 3.ชลบุรี 712 ราย สะสม 85,734 ราย 4.ปัตตานี 413 ราย สะสม 21,042 ราย 5.นครศรีธรรมราช 389 ราย สะสม 14,750 ราย 6.นราธิวาส 346 ราย สะสม 22,737 ราย 7.ยะลา 291 ราย สะสม 21,745 ราย 8.สงขลา 281 ราย สะสม 28,820 ราย 9.นครราชสีมา 275 ราย สะสม 24,625 ราย และ 10.ระยอง 259 ราย สะสม 30,419 ราย

สำหรับ 14 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ราชบุรี 229 ราย, สุราษฎร์ธานี 201 ราย, ปราจีนบุรี 191 ราย, อุดรธานี 180 ราย, ภูเก็ต 179 ราย, จันทบุรี 170 ราย, ชุมพร 156 ราย, สมุทรสาคร 137 ราย, นนทบุรี 135 ราย, กระบี่ 132 ราย, ขอนแก่น 129 ราย, เพชรบุรี 125 ราย, ฉะเชิงเทรา 120 ราย และพระนครศรีอยุธยา 104 ราย

ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 ราย มีเหลือ 23 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 19 ราย, ชัยภูมิ 18 ราย, เชียงราย 17 ราย, กาฬสินธุ์ 17 ราย, นครนายก 15 ราย, พิจิตร 15 ราย, สุโขทัย 15 ราย, ร้อยเอ็ด 13 ราย, แพร่ 12 ราย, อำนาจเจริญ 12 ราย, มุกดาหาร 11 ราย, อ่างทอง 10 ราย, อุทัยธานี 10 ราย, กำแพงเพชร 8 ราย, สกลนคร 8 ราย, บึงกาฬ 5 ราย, นครพนม 3 ราย, ชัยนาท 2 ราย, เลย 1 ราย, หนองคาย 1 ราย, หนองบัวลำภู 1 ราย, น่าน 0 ราย และพะเยา 0 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 27 ก.ย. ฉีดได้ 734,597 โดส สะสม 51,398,473 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 31,811,342 ราย ครบ 2 เข็ม 18,414,417 ราย เข็มสาม 1,171,887 ราย และเข็มสี่ 827 ราย

ลำปางคุมคลัสเตอร์น้ำบาดาล

ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จ.ลำปาง พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 15 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,952 ราย รักษาหายแล้ว 1,854 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 83 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 15 ราย ซึ่งรายละเอียดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 คลัสเตอร์สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 1 ลำปาง มีจำนวนหลายราย

ทางด้านนายนิวัฒน์ ปะระมา นายกเทศมนตรีตำบลเวียงตาล ร่วมกับนายบุญเรือง อินตาคำ สาธารณสุขอำเภอห้างฉัตร นายปณิธาน แลวฤทธิ์ ผอ.รพ.สต.บ้านยางอ้อย ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร พร้อมเจ้าหน้าที่และอสม.ในพื้นที่ ออกตรวจสอบพื้นที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิค-19 บริเวณบ้านหัววังหมู่ที่ 5 ต.เวียงตาล ซึ่งพบการแพร่ระบาดจากคลัสเตอร์สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 1 ลำปาง ซึ่งในพื้นที่ตรวจพบติดเชื้อจำนวน 11 รายได้เข้ารักษาตัวที่ ร.พ.เกาะคา จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 25 ก.ย. อีก 10 รายเข้าทำการรักษาตัวที่ ร.พ.ห้างฉัตร

สำหรับครอบครัวผู้ป่วยติดเชื้อให้กักตัวอยู่ที่บ้าน จำนวน 11 ครัวเรือน โดยทาง ทต.เวียงตาลจะดูแลเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ในช่วงดังกล่าว และล่าสุดเจ้าหน้าที่ สสอ.ห้างฉัตร รพ.สต.ยางอ้อย ได้มีการตรวจคัดกรองผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงต่ำและเสี่ยงสูงจำนวน 180 ราย ผลยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

โคราชเร่งคุมคลัสเตอร์งานศพ

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ โควิด-19 ในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราช สีมา ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 209 ราย อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง 54 ราย อ.ขามสะแกแสง 1 ราย อ.พิมาย 5 ราย อ.ปักธงชัย 1 ราย อ.ปากช่อง 21 ราย อ.ด่านขุนทด 27 ราย อ.สูงเนิน 48 ราย อ.จักราช 1 ราย อ.ชุมพวง 2 ราย อ.โนนไทย 1 ราย อ.โนนสูง 4 ราย อ.เสิงสาง 11 ราย อ.ขามทะเลสอ 25 ราย อ.วังน้ำเขียว 4 ราย อ.สีคิ้ว 3 ราย อ.สีดา 1 ราย

สอบสวนโรคเป็นผู้ป่วยเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 7 ราย และสัมผัสผู้ป่วย 1 ราย รวมยอดสะสม 25,449 ราย รักษาอยู่ 3,19 ราย รักษาหาย 22,084 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รายที่ 173 เป็นชาย อายุ 55 ปี ชาว ต.สุรนารี อ.เมือง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย รายที่ 174 เป็นหญิง อายุ 91 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง สัมผัสผู้ป่วย และมีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รายที่ 175 เป็นชาย อายุ 45 ปี ชาว ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยโควิด และมีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เสียชีวิตสะสม 175 ราย

ความคืบหน้าเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์งานศพ ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด พบผู้ป่วยรายแรกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทำงานที่โรงงานแหลมทองอุตสาหกรรม อ.สูงเนิน ซึ่งมีการระบาดเป็นคลัสเตอร์ติดเชื้อ 340 ราย ตรวจพบเชื้อวันที่ 22 ก.ย. ที่โรงพยาบาลด่านขุนทด สอบสวนโรควันที่ 19 ก.ย. ได้เดินทางไปร่วมงานศพที่ ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด โดยนั่งอยู่บริเวณหน้าพัดลมทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ

ต่อมาผู้ป่วยรายที่ 2 มีอาการป่วย ได้ชักชวนเพื่อนซึ่งเป็นแม่ครัวในงานศพไปตรวจและพบการติดเชื้อ จากนั้นได้ค้นหาเชิงรุกพบผู้ป่วยสะสม 30 ราย ทั้งนี้งานศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลวันที่ 16-19 ก.ย. มีผู้ร่วมงาน 363 ราย และวันประชุมเพลิง มีนายวิสิทธิ์ ทิพยาภรณ์ ส.ส. เขต 13 จ.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย นายเจษฎา พิทยาภรณ์ ส.อบจ.นครราชสีมา เขต 1 ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นหลายราย จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต้องเฝ้าระวังและตรวจหาเชื้อซ้ำ

ลูกชายเปิดไทม์ไลน์ส.ส.ติดโควิด

ด้านนายเจษฎา ซึ่งเป็นลูกชายนายวิสิทธิ์ เปิดเผยไทม์ไลน์ว่า วันที่ 20 ก.ย. พ่อทราบข่าวเพื่อนสมาชิกรัฐสภาติดเชื้อและพ่อร่วมประชุมในวันที่ 16-17 ก.ย. ตลอดทั้งวัน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดของทางรัฐสภาอย่างเคร่งครัด ต่อมาได้ตรวจเอทีเควันที่ 23 ก.ย. ผลเป็นลบ

เช้าวันที่ 24 ก.ย. มีอาการเจ็บคอเล็กน้อย ไม่มีไข้ จึงได้ประสาน ร.พ.ด่านขุนทด แต่เป็นวันหยุดราชการ จึงเดินทางไปตรวจที่ ร.พ.เซนต์แมรี่ ในตัวเมืองโคราช ผลพบเชื้อ จึงได้เดินทางกลับมาเข้ารับการรักษาที่ ร.พ.ด่านขุนทด เวลา 19.00 น. ล่าสุดมีฝ้าขึ้นที่ปอดเล็กน้อย ขณะนี้พ่อในวัย 66 ปี เคยป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ เมื่อปี 2562 ได้ฟื้นฟูร่างกายจนมีสุขภาพดีขึ้นตามลำดับ และได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าครบ 2 เข็ม

“พ่อได้ไปร่วมงานศพโดยมอบเงินช่วยเหลือให้เจ้าภาพและอยู่ในงานประมาณ 10 นาที ทั้งตนและพ่อได้ใส่หน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่าง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เป็นประจำ ขณะนี้ครอบครัวรวม 10 คน ตรวจไม่พบเชื้อ แต่ได้แยกกักตัวอยู่ที่บ้านพักเป็นเวลา 14 วัน และต้องตรวจเชื้อซ้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัย” นายเจษฎากล่าว

เชียงใหม่ยังรักษาตัวอยู่ 906 คน

ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 58 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 52 ราย และอีก 6 รายเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือนก.ค.อยู่ที่ 4,297 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 906 ราย แยกเป็นโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ 379 ราย โรงพยาบาลสนามเฉพาะกิจ 42 ราย โรงพยาบาลรัฐ 209 ราย โรงพยาบาลเอกชน 271 ราย และโรงพยาบาลต่างจังหวัด 5 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 679 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 177 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 43 ราย และอาการค่อนข้างหนัก (สีแดง) 7 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 40 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนเมษายนของจังหวัดเชียงใหม่ (ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.จนถึงปัจจุบัน) มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วทั้งหมด 8,466 ราย และรักษาหายแล้ว 7,508 ราย

สนามบินนครฯป่วยพุ่ง 120 คน

ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นท่าอากาศยานที่อยู่ ในระหว่างการก่อสร้างปรับปรุง เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ทำให้มีคนงานก่อสร้างจำนวนมาก รวมตัวกันมาทำงานในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง รวมทั้งแคมป์ที่พักที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่บริหารโครงการระดับโฟร์แมนและวิศวกร ซึ่งช่วงระยะ 3 วันที่ผ่านมา มีการพบผู้ติดเชื้อใน แคมป์คนงานเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นคลัสเตอร์แคมป์คนงานขนาดใหญ่ ล่าสุดมี ผู้ป่วยยืนยันแล้วกว่า 120 ราย เป็นคนงานและช่างที่ทำงานในไซต์งานทั้งหมด และยังมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่อาจเป็นผู้ติดเชื้ออีกจำนวนมาก

ส่วนบรรยากาศภายในบริเวณที่ก่อสร้างนั้น หลายจุดต้องหยุดทำการชั่วคราวใน บางส่วน โดยเฉพาะจุดก่อสร้างขยายอาคาร ผู้โดยสาร เนื่องจากเป็นจุดที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก ทำให้การก่อสร้างในระยะนี้มีความล่าช้า อาจมีผลกระทบต่อกำหนดส่งมอบโครงการ เพราะเป็นผลจากการติดเชื้อของคนงานจำนวนมาก ส่วนผู้ที่ยังไม่พบเชื้อนั้นต้องอยู่ในระหว่างการกักตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เร่งสอบสวนโรค เพื่อควบคุมการระบาด ส่วนใหญ่นั้นพบ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นเพื่อนร่วมงานและกลุ่มญาติ ส่วนผู้ป่วยที่ยืนยันเชื้อแล้วนั้นกระจายรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาลหลักหลายแห่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันเดียวกันนี้ มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวน 205 ราย รวมยอดสะสม 15,853 ราย รักษาหายแล้ว 11,426 ราย และเสียชีวิตเพิ่มล่าสุดอีก 3 ราย เป็นผู้สูงอายุทั้งหมด ทำให้ยอดสะสมของ ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จำนวน 93 ราย

จ่ายเยียวยา 4 แสนหนุ่มแพ้วัคซีน

จากกรณีนายภานุมาศ จันทร์เมืองหงส์ อายุ 26 ปี หนุ่มลูกจ้างองค์การทหารผ่านศึกใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับวัคซีนไขว้ เข็ม 2 โดยเข็มแรกซิโนแวค รับวัคซีนเมื่อวันที่ 6 ส.ค. และเข็มที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้า รับวัคซีนเมื่อวันที่ 27 ส.ค. และภายในวันเดียวกันเวลา 04.00 น. ผู้ตายมีอาการไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะก่อนจะเสียชีวิตภายในไม่ถึง 24 ช.ม.ที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ

โดยบิดาติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย จึงส่งร่างผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโต หลังจากนั้นครอบครัวนำร่างตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน และบรรจุศพไว้ที่สุสานวัดเขาน้อย (สีชมพู) ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ร.ต.ต.สมศักดิ์ พร้อมด้วยนางปรียา จันทร์เมืองหงส์ บิดาและมารดาของนายภานุมาศ เดินทางมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เพื่อมามอบกระเช้าให้กับนพ.ประภาศ ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ที่ได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปทางสปสช.เขต 6 จ.ระยอง ได้นำเสนอเรื่อง ดังกล่าวให้ทางคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

โดยได้พิจารณาแล้วและมีมติในที่ประชุม ครั้งที่ 21/2564 เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เห็นว่าเป็นความเสียหายที่เข้าเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามข้อ 4 ของข้อบังคับเมื่อพิจารณาความรุนแรงของความเสียหาย เป็นความเสียหายประเภท 1 มีความเห็นว่าครอบครัวผู้ตายได้รับความเสียหาย เป็นอาการที่เกิดหลังจากการรับวัคซีน ผู้ตายมีอาการไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ก่อนจะเสียชีวิตภายในไม่ถึง 24 ช.ม.ที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ ตามใบมรณบัตร แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ลงความเห็นไว้ว่า กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ จึงลงมติจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาจำนวน 400,000 บาท ให้กับทางครอบครัว ของร.ต.ต.สมศักดิ์

ร.ร.กินนอนวังสะพุงเข้มกักตัว

ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดเลย รายงานว่าพบมีผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์เป็นกลุ่มใหญ่ ของนักเรียนและบุคลากรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 อ.วังสะพุง ซึ่งเป็นโรงเรียน กิน นอน แบบประจำภายในโรงเรียน พบมีนักเรียนทั้งชายและหญิง รวมทั้งครูและพ่อครัวในโรงเรียน ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 36 ราย เป็นนักเรียนชายจำนวน 29 ราย นักเรียนหญิง 7 ราย รวมมียอดสะสมกับผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 มียอดรวมทะลุรวม 129 ราย

สำหรับภาพรวมการติดเชื้อในจังหวัดเลย พบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 42 ราย ในพื้นที่ 38 ราย นอกพื้นที่ 4 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 70 ปี อยู่อำเภอเมืองเลย โดยมีผู้ป่วยยืนยันสะสมของระลอก เมษายน 64 จำนวน 3,001 ราย รักษาอยู่ 218 ราย รักษาหายแล้ว 2,760 ราย มีผู้เสียชีวิต 23 ราย

ส่วนด้านนางพัทธยา ชนะพันธ์ ผอ.ร.ร. ราชประชานุเคราะห์ 52 เปิดเผยว่าขณะนี้ภายในโรงเรียนมีมาตรการกักตัวตามหลักของมาตรการของสาธารณสุข การกักตัวนักเรียนทั้งหมด รวมทั้งครูและบุคลากรภายในโรงเรียน แม้ครูบางท่านที่มีบ้านพักอยู่ภายนอกโรงเรียน จำต้องถูกกักตัวภายในโรงเรียนด้วย คาดว่าจากนี้ไปการติดเชื้อภายในก็จะเบาบางและลดลง เนื่องจากควบคุมสถานการณ์การแพร่เชื้ออยู่ในวงจำกัดภายในโรงเรียน ทั้งครูและเจ้าหน้าที่ทั้ง แพทย์ พยาบาล ฝ่ายปกครองต่างก็ดูแลเป็นอย่างดี คงจะรับประกันได้ว่าไม่มีการแพร่เชื้อระบาดออกไปนอกพื้นที่อย่างแน่นอน และคาดการณ์ไว้ไม่เกิน 28 วันนับจากวันที่ 17 ก.ย. สถานการณ์ก็จะกลับมาเป็นปกติได้

สธ.คาดป่วยลดลงเหลือวัน 5 พัน

วันเดียวกัน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงขาลงเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจลดลงตามลำดับ จากก่อนหน้านี้ 4-5 พันรายต่อวัน ล่าสุด 3 พันรายต่อวัน ประมาณการว่าจะมี ผู้ติดเชื้อราวๆ 5 พันรายต่อวันก่อนสิ้นต.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม เป็นการประเมินตามหลักคณิตศาสตร์ แต่ยังมีหลายปัจจัยที่จะทำให้มี ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น คือ การติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) และเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ และมีการประเมินฉากทัศน์ว่าจะกระดกขึ้นหลัง ต.ค. เพราะหมดแรงเหวี่ยงของช่วงล็อกดาวน์ จึงต้องทำให้การพยากรณ์นี้ไม่เป็นจริง โดยสิ่งที่เราต้องทำไม่ว่าจะเรื่องการป้องกันตัวเอง การตรวจเอทีเค มาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง คาดว่าน่าจะกดการติดเชื้อลงได้

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ถ้าถามว่าก่อนหน้านี้ก็ทำ แต่ทำไมไม่ลดลง ต้องบอกว่าตอนนี้บริบทเปลี่ยนไป 2 เดือนก่อนการติดเชื้อไม่ลดลง เพราะความครอบคลุมของวัคซีนต่ำกำลังเลยไม่เสริมกัน แต่วันนี้อัตราการฉีดวัคซีนของไทยครอบคลุมสูงขึ้น วัคซีนไทยเริ่มที่ 11% อัตราการป่วยหนักก็เริ่มลดลง ซึ่งตอนนี้คนไทยเกือบ 50% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ส่วนเข็ม 2 ฉีดแล้วครึ่งหนึ่งของคนฉีดเข็ม 1 คาดว่าภายในสิ้น ต.ค.นี้ สัดส่วนการฉีดวัคซีนเข็ม 1 เท่ากับ 60% เข็ม 2 อยู่ที่ 50% ถ้าสิ้น ธ.ค. ตามเป้าหมายคือเข็ม 1 จำนวน 80% และเข็ม 2 จำนวน 70% เท่ากับอารยประเทศ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ยังห่วงคลัสเตอร์ใหญ่-กลายพันธุ์

“ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อเหวี่ยงขึ้นไปอีก คือ เกิดคลัสเตอร์ใหญ่ และเชื้อกลายพันธุ์ ซึ่งตอนล็อกดาวน์เหมือนเราเตะเข้าเป้าไปแล้ว ตามด้วยการฉีดวัคซีนทำให้เปลี้ยลง และเตะตัดขาด้วยเอทีเค ทำให้เชื้อไวรัสเริ่มอ่อนกำลังลง แต่เราก็มีการ์ดป้องกันตัวเอง และโควิดฟรีเซ็ตติ้งคือระยะห่างที่ทำให้ไวรัสชกเราได้ยาก

ดังนั้น เราก็จะอยู่กับมันไปอย่างนี้ แต่มันเตี้ยลงทุกวันๆ คลัสเตอร์ใหญ่ๆ ก็เกิดได้ยาก ส่วนเรื่องการกลายพันธุ์ มีผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไวรัสกลายพันธุ์ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น น่าจะอยู่ร่วมกันได้โดยโรคไม่รุนแรง คาดว่าจะสามารถทรงระบบอย่างนี้ไปได้ คาดว่าต้นปีหน้า ราวๆ มี.ค. 2565 โรคน่าจะสงบพอสมควร ใกล้ภาวะปกติ แต่ประชาชนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยต่อไปอีกระยะ” ปลัดสธ.กล่าว

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า รูปแบบการติดเชื้อของเราจะเหมือนกับยุโรป เช่น อังกฤษ ที่ประชากรใกล้เคียง เราจะฉีดวัคซีนให้ใกล้เคียงเขา ซึ่งเดือนหน้าก็จะเท่ากัน บวกกับมีมาตรการควบคุมป้องกันโรคเต็มที่ รูปแบบเราก็จะเป็นเหมือนยุโรป กะว่ามีการติดเชื้อไม่เกิน 5 พันคนต่อวัน สามารถดูแลได้ และไม่มีการป่วยหนัก เสียชีวิตจำนวนมาก อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตไม่มากไปกว่าไข้หวัดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ที่การติดเชื้ออยู่ในช่วงขาลง แต่จะเห็นอัตราการติดเชื้อยังเหวี่ยงหลักพันกับหลักหมื่นอยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน