นครสวรรค์สะพานขาดดับ2
‘วังทอง’พนังแตกแล้ว3จุด
โคราชจม18อำเภอ-สั่งอพยพ
สรุปพิษ‘เตี้ยนหมู่’ท่วม30จว.

อุตุฯ จับตา 5-6 ต.ค. หวั่นพายุเข้าอีกลูก ปภ.สรุปผล ‘เตี้ยนหมู่’ ลูกเดียวทำน้ำป่าหลาก 30 จว. ท่วมขัง 23 จังหวัด โคราชเข้าซ่อมลำเชียงไกรแล้ว ส่วนน้ำจากอ่าง กระจายท่วม18 อำเภอ อพยพวุ่น 8 ร้อยกว่าชีวิต เขื่อนพิมายเกินจุ 140% เร่งระบาย ชลประทานอยุธยายันรับมือได้ ชี้ปีนี้พายุแค่ลูกเดียว ไม่เหมือน 2554 ที่โดนหลายลูก ผู้ว่าฯ กทม.สั่งเฝ้าระวังเจ้าพระยา

หนักรอบ 10 ปี – สภาพน้ำท่วมถนนกลางเมืองสุโขทัย หลายจุดระดับน้ำสูง 1 เมตร สถานการณ์หนักสุดในรอบ 10 ปี ชาวบ้านต้องอพยพย้ายที่อยู่อาศัยและขนข้าวของขึ้นที่สูง เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

ปภ.สรุปน้ำป่าหลาก 30 จว.

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น

และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 30 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม

รวม 145 อำเภอ 584 ตำบล 2,401 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,093 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย (ลพบุรี 5 ราย และเพชรบูรณ์ 1 ราย) สูญหาย 2 ราย (ลพบุรี 1 ราย และเพชรบูรณ์ 1 ราย)

ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์) ยังคงมีสถานการณ์ 23 จังหวัด ดังนี้ จ.ตาก เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองตาก อ.แม่สอด อ.พบพระ และอ.อุ้มผาง ปัจจุบันยังคงมีน้ำในพื้นที่ อ.เมืองตาก ระดับน้ำลดลง, จ.สุโขทัย ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีสำโรง อ.คีรีมาศ และอ.เมืองสุโขทัย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

น้ำเข้าเมือง – มวลน้ำจากอ่างลำเชียงไกร ตอนล่าง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ไหลบ่าทะลักท่วมถนนสุรนารายณ์ เข้าสู่ตัวเมืองโคราช โดยจ.นครราชสีมาประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 18 อำเภอ หลายพื้นที่ต้องอพยพหนีน้ำ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

เหนือ-อีสานระดับน้ำยังทรงตัว

จ.พิษณุโลก เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่อ.วังทอง ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองไผ่ อ.วิเชียรบุรี อ.ศรีเทพ อ.เมืองเพชรบูรณ์ และอ.บึงสามพัน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.พิจิตร เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.บึงนาราง อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล อ.สามง่าม และอ.ดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน พื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรระดับน้ำทรงตัว, จ.กำแพงเพชร เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อ.ปางศิลาทอง ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

จ.เลย เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านซ้าย อ.ภูกระดึง และอ.เมืองเลย ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี และอ.แวงน้อย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว, จ.ชัยภูมิ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองบัวระเหว อ.จัตุรัส อ.เมืองชัยภูมิ อ.เนินสง่า อ.บ้านเขว้า อ.ภูเขียว อ.บำเหน็จณรงค์ และอ.เกษตรสมบูรณ์ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น,

จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักน้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านขุนทด อ.สูงเนิน อ.โนนสูง อ.เมืองนครราชสีมา และอ.พิมาย ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี และอ.วารินชำราบ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

อยุธยาเจอเจ้าพระยาเอ่อ

จ.สระแก้ว เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ตาพระยา และอ.โคกสูง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อ.โคกสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำ, จ.จันทบุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.นายายอาม อ.เขาคิชฌกูฏ อ.ขลุง อ.มะขาม อ.ท่าใหม่ อ.แหลมสิงห์ และอ.เมืองจันทบุรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

จ.นครสวรรค์ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดยาว อ.หนองบัว อ.แม่วงก์ อ.เมืองนครสวรรค์ อ.ชุมแสง อ.บรรพตพิสัย และอ.โกรกพระ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว, จ.อุทัยธานี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.สว่างอารมณ์ อ.เมืองอุทัยธานี อ.ลานสัก อ.บ้านไร่ และอ.ทัพทัน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

ชัยนาท เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.เนินขาม และอ.หันคา ปัจจุบันระดับน้ำลดลง, จ.ลพบุรี ปัจจุบันยังคงมี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.สระโบสถ์ อ.ชัยบาดาล อ.ลำสนธิ อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ อ.โคกเจริญ อ.เมืองลพบุรี และอ.พัฒนานิคม ระดับน้ำเพิ่มขึ้น,

จ.สุพรรณบุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.ศรีประจันต์ อ.หนองหญ้าไซ อ.บางปลาม้า อ.เดิมบาง นางบวช อ.สามชุก อ.สองพี่น้อง และอ.อู่ทอง ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และอ.ค่ายบางระจัน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

จ.อ่างทอง เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อ.เมืองอ่างทอง ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ผักไห่ อ.เสนา และอ.บางบาล ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผง ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำระดับน้ำเพิ่มขึ้น

ชี้เริ่มคลี่คลายแต่ยังมีท่วมขัง

จ.ศรีสะเกษ เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ขุขันธ์ อ.ภูสิงห์ อ.ขุนหาญ อ.ห้วยทับทัน อ.เมืองศรีสะเกษ และอ.ไพรบึง ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, จ.ปราจีนบุรี เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ และอ.เมืองปราจีนบุรี ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

เข้าซ่อมลำเชียงไกรแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา หลังอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย ถูกกระแสน้ำกัดเซาะคันดินพังทลายกว้างประมาณ 15 เมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำกว่า 48 ล้านลูกบากศ์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 176% ของพื้นที่กักเก็บ ซึ่งเกินพื้นที่เก็บกัก 27.7 ล้านลบ.ม. ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท้ายอ่างรวม 9 ตำบล ประกอบด้วย ต.บัลลังก์ ต.สำโรง ต.กำปัง ต.โนนไทย ต.ถนนโพธิ์ ต.สายออ ต.ด่านจาก ต.ค้างพลู และ ต.บ้านวัง

ล่าสุดสำนักชลประทาน จ.นครราชสีมา แจ้งระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณน้ำเหลือ 18 ล้านลบ.ม. หรือ 67% ของพื้นที่เก็บกัก สามารถขนย้ายเครื่องจักรกล ขนาดใหญ่ รถแบ๊กโฮขึ้นไปบนสันอ่าง เตรียมซ่อมแซมคันดินชำรุด ส่วนมวลน้ำขณะนี้กำลังไหลท่วมในพื้นที่ อาสาสมัครกู้ภัยฮุก.31 นครราชสีมา ได้ขนย้ายกำลังพล เรือท้องแบนและอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำไปอพยพชาวโนนสูง ที่ร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากระดับน้ำได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ ต.เมืองปราสาท อ.โนนสูง มวลน้ำท่วมวัดบ้านหนองอ้อ สูงกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งอพยพชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน โดยชาวบ้านบอกว่าเป็นน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี

โคราชท่วม 18 อำเภอ

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม ปภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า รับรายงานมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ได้แก่ อ.ด่านขุนทด อ.สูงเนิน อ.โนนสูง อ.ปักธงชัย อ.โนนไทย อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี อ.พิมาย อ.โชคชัย อ.เมือง อ.เสิงสาง อ.เทพารักษ์ อ.คง อ.จักราช อ.พระทองคำ อ.สีดา อ.ขามสะแกแสง อ.บ้านเหลื่อม รวม 18 อำเภอ 69 ตำบล 279 หมู่บ้าน 5 ชุมชน ประชาชนประสบภัย รวม 8,787 ครัวเรือน โรงเรียน 3 แห่ง วัด 6 แห่ง ถนน 159 สาย ท่อระบายน้ำ 4 จุด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว รวม 5 อำเภอ 8 ตำบล 9 หมู่บ้าน คงเหลือ 13 อำเภอ 68 ตำบล 251 หมู่บ้าน 5 ชุมชน ความเสียหายด้านการเกษตร 23 อำเภอ 159 ตำบล 33,923 ครัวเรือน ข้าว 131,674 ไร่ มันสำปะหลัง 124,588 ไร่ ข้าวโพด 29,988 ไร่ อ้อย 740 ไร่ พืชผักอื่นๆ 245 ไร่ พืชสวน 589 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลน้ำจากลำเชียงไกรยังไหลท่วมเส้นทางจราจรถนนสุรนารายณ์ ทางหลวงหมายเลข 205 ช่วงโคกสูง-เข้าตัว อ.โนนไทย มวลน้ำหลากท่วมผิวจราจร เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร รถยนต์ขนาดเล็กทุกชนิดสัญจรผ่านไม่ได้ ยกเว้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ เนื่องจากระดับน้ำท่วมผิวจราจรสูงกว่า 70-80 เซนติเมตร (ซ.ม.) และเป็นเหตุให้รถบัสโดยสารรับส่งพนักงานประสบอุบัติเหตุรถตกถนน เนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรงและมองไม่เห็นผิวจราจร โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเส้นทางไป อ.โนนไทย-ตัดเข้า ต.หนองสรวง อ.ขาม ทะเลสอ และเส้นทางบ้านหนองกระสัง ต.ด่านจาก ไป ต.กำปัง อ.โนนไทย พบว่ามี น้ำท่วมผิวจราจรด้วยเช่นกัน รถยนต์ขนาดเล็กทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้

เร่งอพยพ 871 ชีวิตหนีน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา ว่า มวลน้ำจากอ่างชำเชียงไกรตอนล่างยังได้ไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ชุมชนบ้านลำเชียงไกร ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา ด้วย ระดับน้ำแม้ว่าจะลดลงบ้าง แต่ยังท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ต้องตั้งศูนย์อำนวยการร่วมเพื่อประสานการอพยพผู้คนกว่า 871 คน ออกมายังที่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้อาสาสมัครหน่วย กู้ภัยฮุก.31 ได้เข้าช่วยเหลือบุญมาและน้อย พวงสันเทียะ อายุ 84 ปี และ 74 ปี ที่อดข้าวมา 2 วันแล้วเนื่องจากติดอยู่ในบ้านที่ถูก น้ำท่วม รวมถึงชาวบ้านอื่นอีกรวม 9 ราย ที่บ้านคูเมือง ม.3 ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย

ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.พิมาย ยังคงน่าเป็นห่วงมาก เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำหลายสาย โดยรับน้ำจากลำน้ำมูนจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ ที่ไหลมาจากเขื่อนลำพระเพลิง รับน้ำจากลำเชียงไกร อ.โนนไทย ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เขื่อนพิมาย ต้องเร่งผลักดันน้ำที่อยู่เหนือเขื่อนพิมายออก เฉลี่ย 206.17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังปริมาณน้ำภายในเขื่อนอยู่ที่ 5,049,000 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 140.27% ของความจุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีฝนตกหนักกระจายทั่วบริเวณ ต.หมูสี อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นต้นน้ำลำตะคอง ทำให้ดินถล่มและสไลด์จากภูเขาลงมาทับถมถนนธนะรัชต์ จากด่านประตูทางขึ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพิ่มอีกหลายจุดต่อเนื่องจากวันที่ 27 ก.ย.

ชัยภูมิประกาศภัยพิบัติ 16 อำเภอ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ชัยภูมิ ว่า ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลชัยภูมิน้ำยังคงท่วมสูงขึ้นอีก 15 ซ.ม. ขยายวงท่วมเป็นวันที่ 4 เนื่องจากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลมาจากเทือกเขาภูแลนคาไหลเข้าเขื่อนลำปะทาวเต็มเขื่อน ผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน มาตามลำน้ำลำปะทาว เข้าตัวเมืองชัยภูมิเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่อง

ขณะที่มวลน้ำจากลำแม่น้ำชี ที่รับน้ำมาจาก อ.บำเหน็จณรงค์ ไหลผ่าน อ.จัตุรัส ลงบึงละหาน ก่อนที่จะไหลลงลำแม่น้ำบึงละหาน ซึ่งนอกจากจะทำให้ถนนสาย 201 ชัยภูมิ จัตุรัส ตามพื้นที่ลุ่ม มีความสูงตั้งแต่ 50 ซ.ม.ไปจนถึง 1 เมตรครึ่ง ระยะทางกว่า 38 กิโลเมตร ถือว่าน้ำท่วมหนักที่สุดเท่าที่เคยมีน้ำท่วม จ.ชัยภูมิ

ทั้งนี้จ.ชัยภูมิ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมเพิ่มเป็นทั้งจังหวัด 16 อำเภอ มีชาวบ้านหลายหมื่นคน ถูกตัดขาด ขาดแคลนทั้งข้าวปลา อาหาร และน้ำดื่มที่สะอาด ซึ่งยังรอการช่วยเหลือจากทางการอยู่ในขณะนี้

มัญจาคีรีจมหนักในรอบ 10 ปี

ที่จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งอ.มัญจาคีรี ได้รับผลกระทบน้ำท่วมจากน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาภูเม็งที่ไหลมาตามทางระบายน้ำและไหลเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คู่ขนานกับการระบายน้ำจากเขตชุมชน ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ผันน้ำลงสู่บึงกุดเค้าและลงสู่แม่น้ำชีตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตามคาดว่า มวลน้ำจากแม่น้ำชี ตามแผนการระบายน้ำของชลประทานคาดว่าจะเข้าเขตขอนแก่น ในอีกประมาณ 3 วันต่อจากนี้ ซึ่งการเตรียมการรับมือในภาพรวมของจังหวัดนั้นพร้อมทั้งหมดแล้ว

นายมงคล สุขเจริญ ชาวอ.มัญจาคีรี กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมอ.มัญจาคีรี นั้น ครั้งนี้หนักที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ที่ผ่านมาเคยมี น้ำท่วมบ้างแต่ไม่หนักและขยายวงกว้างขนาดนี้

พนังพัง – จนท.เร่งซ่อมพนังดินกั้นน้ำในต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังถูกสายน้ำซัดขาด 3 จุด เนื่องจากเกิด ฝนตกหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

ซ่อมวุ่นพนังวังทองแตกอีก

ที่จ.พิษณุโลก นายบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง กล่าวว่า พนังดินกั้นแม่น้ำวังทองทั้ง 3 จุดแตก เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลหลากมามาก ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และทหารกองบิน 46 ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกันนำกระสอบทรายไปอุดเสร็จแล้ว 2 จุด เหลือเพียงจุดที่ 3 คือบ้านวังประดู่ ซึ่งจุดนี้ค่อนข้างลำบากที่ต้องนำเรือขนกระสอบทรายเข้าไปยังจุดรั่ว ประมาณ 300 เมตร

จากนั้นนำเสาไม้ยูคาลิปตัสเป็นโครงสร้าง และนำกระสอบทรายใส่ไปในโครงไม้ยูคา เป็นวิธีการซ่อมพนังกั้นน้ำในกรณีฉุกเฉิน โดยช่วงเย็นมีฝนตกลงมาอย่างหนักนานเกือบ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดการทำงาน ทำจนกระทั่งค่ำจึงได้ยุติ เนื่องจากค่ำไม่มีไฟฟ้า โดยจะมาดำเนินการอุดพนังกั้นน้ำต่อในวันพรุ่งนี้ คาดว่าถ้าไม่มีน้ำฝนตกมาเติมแม่น้ำวังทองอีก คาดว่าคงจะแล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลกว่า แม้ระดับน้ำในแม่น้ำวังทองจะค่อยๆ ลดระดับลงบางส่วนแล้ว แต่ถือว่ายังทรงตัวสูง โดยเฉพาะพื้นที่ด้านล่างของตำบลวังทอง ระดับน้ำในแม่น้ำวังทองยังสูงกว่าระดับพื้นด้านนอก แต่โดยตลอดลำน้ำมีพนังกั้นแม่น้ำวังทองทั้งสองข้าง แต่ด้วยความแรงของกระแสน้ำทำให้กัดเซาะพนังกั้นแม่น้ำวังทองซึ่งเป็นลักษณะคันดินแตกหลายจุด

สังเวยชีวิต – รถกระบะชาวบ้านตกจากถนนจมน้ำ เนื่องจากคอสะพานถนนสายลาดยาว-เขาชนกัน ต.วังซ่าน อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ถูกน้ำเซาะขาด ทำให้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย และถูกน้ำซัดเสียชีวิตอีก 1 ราย เมื่อ 28 ก.ย.

คอสะพานขาดทำดับ 1

เวลา 10.30 น. วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท. ประเสริฐ จักษุรุ่งฤทธิ์ระวี พนักงานสอบสวน สภ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ รับแจ้งมีผู้ขับรถยนต์กระบะตกคอสะพานมีผู้เสียชีวิตภายในรถ ที่บริเวณคอสะพานถนนสายลาดยาว-เขาชนกัน ต.วังซ่าน ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา ทะเบียน บว 7004 อยุธยา ตกคอสะพานหัวทิ่มลงไปในน้ำ

ภายในรถพบศพนายสมเวช แสงสมลาด อายุ 63 ปี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เสียชีวิตอยู่ในรถ ส่วนน.ส.วัชราพร แสงสมลาด ลูกสาว อายุ 30 ปี ติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือออกมาจากรถและนำตัวส่งโรงพยาบาลลาดยาว ขณะที่นางไพเราะ แสงสมลาด คนขับและเป็นภรรยาของนายสมเวช หลุดออกมาจากรถและลอยน้ำหายไป

พยานเผย ขณะหาปลาอยู่บริเวณสะพาน ได้ยินเสียงรถยนต์ขับมาไม่เร็วนัก จึงตะโกนบอกไปว่า ข้างหน้าคอสะพานขาด คนขับคงจะไม่ได้ยิน ยังขับรถต่อไปจนรถตกลงไปตรงบริเวณคอสะพานที่ขาด จึงรีบลงไปช่วยโดยเปิดประตูรถด้านหน้าเพื่อจะช่วยคนขับออกมาก่อน แต่คนขับคงจะตกใจจึงรีบเร่งออกมาจากรถจนตกน้ำ และลอยไปตามกระแสน้ำ พยายามยื่นไม้ให้จับแต่ไม่ทัน จึงช่วยผู้หญิงที่อยู่ในรถอีกคนออกมาได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบร่างนางไพเราะลอยไปติดพงหญ้าริมน้ำไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากนัก โดยเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำศพขึ้นมาจากน้ำแล้ว

โดยทหารจากมณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ ได้เข้าสร้างสะพานชั่วคราวบริเวณจุดที่เกิดเหตุเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาผ่านได้แล้ว

ลพบุรีลดปริมาณน้ำเข้าป่าสัก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ลพบุรี ว่า จากสถานการณ์พายุเตี้ยนหมู่ส่งผลให้หลายอำเภอในพื้นที่จ.ลพบุรี น้ำท่วมอย่างหนัก โดย เฉพาะอ.ลำสนธิ, อ.ชัยบาดาล, อ.สระโบสถ์, อ.โคกเจริญ, อ.โคกสำโรง และอ.บ้านหมี่ เนื่องจากเกิดฝนตกติดต่อกันหลายวัน และน้ำจากที่สูงจะไหลลงที่ต่ำ เช่นที่อ.ลำสนธิรับน้ำมาจากเทือกเขาบังเหย เขตติดต่อจ.ชัยภูมิ อ.ลำสนธิจะรับน้ำก้อนใหญ่ก่อนอันดับแรก

จากนั้นน้ำก้อนนี้จะไหลลงอ.ชัยบาดาลในวันต่อมา เมื่อทุกอำเภอได้รับน้ำเต็มอยู่แล้ว เมื่อน้ำเหนือจากอำเภอลำสนธิไหลลงมาสมทบก็จะทำให้อำเภอชัยบาดาลรับน้ำเพิ่มจนเอ่อท่วม ปริมาณน้ำจึงไหลลงสู่อำเภอสระโบสถ์ และอำเภอโคกสำโรง และวันนี้ที่อำเภอบ้านหมี่ตอนบนที่ติดต่อกับอำเภอโคกสำโรงก็จะรับน้ำเต็มที่แล้ว โดยที่ต.หนองกระเบียน, ต.ดงพลับ, ต.บ้านกล้วย, ต.หนองเมือง, ต.หนองทรายขาว ระดับน้ำเริ่มสูงท่วมถนน รถเล็กผ่านไม่ได้แล้ว ผู้นำท้องถิ่นต้องเข้าไปอพยบชาวบ้านออกมาจากบ้านแล้ว

ทั้งนี้สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้วางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ คือพร่องน้ำเจ้าพระยาเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก เพื่อลดระดับน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสักจากเดิมรับ วันละ 15 ล้านลบ.ม เหลือ 4 ล้านลบ.ม เตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำไฟฟ้าริมคลองชัยนาท-ป่าสัก 18 แห่ง ใช้ระบบชลประทานส่งน้ำเข้าคลองสายต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อหน่วงน้ำ หากมีน้ำมากขึ้น จะติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 10 เครื่องปลายคลองชัยนาท-ป่าสัก บริเวณอ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้จึงขอ แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หรือสอบถามสายด่วนกรมชลประทาน 1460

อยุธยายันรับมือได้

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ที่ 2,631 ลบ.ม.ต่อวินาทีส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองต่างๆ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าที่ประตูระบายน้ำคลองบางบาลรับน้ำจากแม่น้ำพระยา มีน้ำไหลแรง เข้าท่วมในบ้านเรือนประชาชน วัด โรงเรียน ถนนทางเข้าชุมชน นอกจากนี้พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านอ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรี อยุธยา ระดับเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง เข้าท่วมชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในต.ภูเขาทอง ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง และบนถนน รวมไปถึงชุมชน ต.ประตูชัย

นายธนากร ตันติกุล ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในทุ่งนาส่วนใหญ่จะเป็นน้ำฝนจะต้องติดตามสถานการณ์ว่า ทางชลประทานยังไม่ผันน้ำเข้าไป ทางกรมชลประทานจะต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อีกครั้งว่า จะต้องพิจารณาน้ำเข้าทุ่งได้เมื่อไร ปีนี้กรมชลประทานยังสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำได้ ในปีนี้มีพายุเข้ามาในประเทศไทยเพียง 1 ลูกเท่านั้น ไม่เหมือนปี 2554 ซึ่งมีเข้ามาจำนวนหลายลูก ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าวิตกกังวล ให้ติดตามการรายงานสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา

อัศวินจับตาระดับน้ำเจ้าพระยา

ที่จ.อ่างทอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหมู่ที่ 1 ต.โพสะ อ.เมือง น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เอ่อล้นคันดินป้องกัน น้ำท่วมพังลงมีมวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ ขยายวงกว้างเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้าน ต่างต้องรีบเก็บของขึ้นที่สูงโดยมีเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เข้ามาช่วยเหลือในการย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปในพื้นที่ปลอดภัย ส่วนน้ำเจ้าพระยายังส่งผลกระทบให้พื้นที่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำนอกคันกั้นน้ำ ส่วนที่มีพนังกั้นน้ำก็เริ่มรั่วซึมเนื่องจาก น้ำอยู่ระดับตลิ่งแล้วจึงมีน้ำรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง

ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงขึ้น และการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงมีฝนตก ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ดังนั้นกทม.จึงสั่งการสำนักการระบายน้ำ เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จากสถานีวัดระดับน้ำหลัก 3 แห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำเมื่อเวลา 9.30 น. ยังอยู่ในระดับที่สูง แต่ยังต่ำกว่าแนวคันกั้นน้ำ

ดังนี้ ประตูระบายน้ำปากคลองตลาด มีระดับแนวป้องกันอยู่ที่ +3.00 วัดระดับน้ำสูงสุดได้ +1.33 ซึ่งยัง ต่ำกว่าแนวป้องกัน -1.67 สถานีสูบน้ำบางนา มีระดับแนวป้องกันอยู่ที่ +2.80 วัดระดับน้ำสูงสุดได้ +1.31 ซึ่งต่ำกว่าแนวป้องกัน -1.49 สถานีสูบน้ำบางเขนใหม่ มีระดับแนวป้องกันอยู่ที่ +3.50 วัดระดับน้ำสูงสุดได้ +1.3-0 ซึ่งต่ำกว่าแนวป้องกัน -2.20

พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำ และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำสำรองและกระสอบทรายในจุดเสี่ยงริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนให้ทราบหากระดับน้ำสูงขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วม เพื่อป้องกันได้อย่างทันท่วงที

อุตุฯ ให้จับตาพายุช่วง 5-6 ต.ค.

วันเดียวกัน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ปริมาณฝนที่เกิดยังคงเป็นไปตามคาดการณ์ในประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา โดยปีนี้จะมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้วและมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 5-10% ส่วนน้ำจะท่วมหรือไม่ กรมอุตุนิยมวิทยาไม่สามารถบอกได้ ทำได้เพียงแจ้งเตือนพยากรณ์อากาศ และประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และวางแผนในการบริหารจัดการ

“ปัญหาอุทกภัยขณะนี้เกิดจากการเร่งระบายน้ำจากบริเวณตอนบนของประเทศ จึงอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแนวแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก รวมถึงแม่น้ำท่าจีน ก่อนที่จะระบายลงสู่ทะเล ซึ่งช่วงสัปดาห์นี้ประเทศไทยมีฝนลดลง จึงเหมาะในการเร่งระบายน้ำ”

นายณัฐพลกล่าวต่อว่า คาดว่าจะมีร่องมรสุมเกิดขึ้นอีกครั้งช่วงวันที่ 1-3 ต.ค. จากนั้นต้องติดตามว่าช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. จะมีพายุเข้ามาอีกหรือไม่ ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามพัฒนาการของพายุบริเวณทะเลจีนใต้ หากเกิดการก่อตัวเป็นพายุจริงต้องติดตามว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนบนหรือตอนกลางของประเทศเวียดนาม หากเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนกลางจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แต่เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน จึงไม่สามารถประเมินได้

ส่วนช่วงกลางเดือนต.ค.เป็นต้นไปถึงเดือนธ.ค. ฝนจะเริ่มตกหนักบริเวณภาคใต้ จึงต้องเฝ้าระวังปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่บริเวณ ตอนบนของประเทศเริ่มมีฝนลดลง คาดว่าประมาณกลางเดือนต.ค. บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงตอนบน อุณหภูมิจะเริ่มลดลง และเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งวันเวลาที่ชัดเจนเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการจะพิจารณาและแจ้งให้ทราบ อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน