เขื่อนล้นแล้วเร่งระบาย
ปากน้ำโพเจออีกระลอก
อ่างทองโผงเผงจมก่อน
ริมฝั่งสั่งขนของขึ้นที่สูง
ปภ.ชี้เหลือท่วมขัง18จว.
ผวามวลน้ำก้อนมหึมา กรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี สั่งเฝ้าระวัง หลังเขื่อน ป่าสักฯ เร่งระบาย เหตุล้นความจุน้ำเหนือไหลรวมที่นครสวรรค์ เอ่อรอลงเจ้าพระยา ลำเชียงไกรน้ำเริ่มแห้ง เข้าซ่อมส่วนที่ชำรุดแล้ว ขณะมวลน้ำไหลแผ่ท่วมเป็นวงกว้าง ขอนแก่นยังหนักรับน้ำจากชัยภูมิ ปภ.สรุปภาพรวมเริ่มลด แต่ยังมี 18 จังหวัดถูกอ่วมท่วมขัง
ปภ.เผยยังมีท่วมขังใน 18 จว.
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุโซนร้อน ‘เตี้ยนหมู่’ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 31 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม 193 อำเภอ 981 ตำบล 6,827 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 229,220 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 7 ราย (ลพบุรี 6 ราย และเพชรบูรณ์ 1 ราย) สูญหาย 1 ราย (เพชรบูรณ์ 1 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี และปราจีนบุรี)
และยังคงมีสถานการณ์ 18 จังหวัด ดังนี้ สุโขทัย ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีสำโรง อ.คีรีมาศ และอ.เมืองสุโขทัย ระดับน้ำลดลง, พิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.วังทอง อ.พรหมพิราม และอ.บางระกำ ระดับน้ำลดลง, เพชรบูรณ์ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองไผ่ อ.วิเชียรบุรี อ.ศรีเทพ อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.น้ำหนาว และอ.บึงสามพัน ระดับน้ำลดลง, พิจิตร น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.บึงนาราง อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล และอ.สามง่าม ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว, กำแพงเพชร ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ขาณุวรลักษบุรี และอำเภอคลองขลุง ระดับน้ำลดลง

มิตรภาพจม – รถยนต์ต้องค่อยๆ แล่นด้วยความระมัดระวังบนถนนมิตรภาพช่วงโคราช-ขอนแก่น อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ที่ถูกมวลน้ำจากอ่างลำเชียงไกร ตอนล่าง หลากท่วมทั้งสองฝั่งถนนระยะทางยาวกว่า 4 ก.ม. เมื่อวันที่ 1 ต.ค.
โคราชตั้งศูนย์อพยพ 4 อำเภอ
ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.ภูผาม่าน อ.ชุมแพ อ.หนองเรือ อ.แวงน้อย อ.แวงใหญ่ อ.โคกโพธิ์ไชย อ.ชนบท อ.มัญจาคีรี และอ.โนนศิลา ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น, ชัยภูมิ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชัยภูมิ อ.ภูเขียว อ.บ้านเขว้า อ.จัตุรัส และอ.คอนสวรรค์ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น, นครราช สีมา ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านขุนทด อ.สูงเนิน อ.โนนสูง อ.เมืองนครราชสีมา อ.พิมาย อ.ปักธงชัย อ.โนนโทย อ.คง อ.พระทองคำ อ.จักราช อ.สีดา อ.ขามสะแกแสง และอ.บ้านเหลื่อม ระดับน้ำเพิ่มขึ้น อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 4 จุด ในอ.โนนสูง อ.โนนไทย อ.แก้งสนามนาง และอ.เมืองนครราชสีมา ผู้อพยพ 544 คน, อุบลราชธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่อ.เมืองอุบลราชธานี ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จัดตั้งจุดอพยพในอำเภอเมืองอุบลราชธานี ผู้อพยพ 467 คน
นครสวรรค์ ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดยาว และอ.ท่าตะโก ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำลดลง, อุทัยธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุทัยธานี อ.ทัพทัน และอ.สว่างอารมณ์ ระดับน้ำลดลง, ชัยนาท เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.เนินขาม อ.หันคา อ.สรรคบุรี อ.สรรพยา อ.เมืองชัยนาท และอ.หนองมะโมง และระดับน้ำเพิ่มขึ้น, ลพบุรี ยังคงน้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลพบุรี อ.ชัยบาดาล อ.บ้านหมี่ และอ.โคกสำโรง ระดับน้ำลดลง, สระบุรี เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.วังม่วง อ.แก่งคอย อ.เสาไห้ อ.บ้านหมอ อ.หนองโดน อ.วิหารแดง อ.พระพุทธบาท อ.เมืองสระบุรี อ.มวกเหล็ก อ.เฉลิมพระเกียรติ และอ.ดอนพุด ระดับน้ำเพิ่มขึ้น, สุพรรณบุรี ยังคงน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น, สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และอ.ค่ายบางระจัน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น, อ่างทอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอ่างทอง อ.วิเศษชัยชาญ อ.ไชโย และอ.ป่าโมก ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ภาพรวมเริ่มลด-เจ้าพระยาเพิ่ม
พระนครศรีอยุธยา น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา และอ.บางไทร ยังน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผง ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำแล้ว ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ขณะที่พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีระดับน้ำเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมรับมือแล้ว
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ตู่เตรียมลุยเมืองคอน 7 ต.ค.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีมีการแจ้งเตือนน้ำที่มีปริมาณสูงขึ้นในหลายพื้นที่และอาจกระทบถึงกทม.ว่า คาดว่าน้ำจะไม่ถึงกทม. เพราะขณะนี้ก็มีความพยายามระบายน้ำอยู่ ทำทุกอย่างอยู่แล้วเราเตรียมการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้กทม.ท่วม
ต่อมาพล.อ.ประวิตรลงพื้นที่เทศบาล ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชียงไกร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีกำหนดลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชในวันที่ 7 ต.ค. เพื่อไปตรวจดูการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช บริเวณถนนพุทธภูมิ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จากนั้นจะติดตามงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่โรงเรียนมะม่วงสองต้น ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช และดูการระบายน้ำที่คลองคูพาย ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช

ลำเชียงไกร – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และผอ.กอนช. ตรวจอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา พร้อมสั่งเร่งซ่อมแซมรอยรั่วช่วยบรรเทาอุทกภัยและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เมื่อวันที่ 1 ต.ค.
น้ำลำเชียงไกรแผ่ท่วม
ที่จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จากเมื่อ 3 วันก่อนสูงสุด 45 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 164% ของความจุ ล่าสุดเหลือน้ำแค่ 4.9 ล้านลบ.ม. หรือ 17% เท่านั้น ในขณะที่ชลประทานนครราชสีมา เร่งซ่อมแซมคันดินที่เปิดระบายน้ำบริเวณสถานที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำหลัก เพื่อใช้กักเก็บน้ำให้สามารถใช้ได้ในช่วงฤดูแล้ง ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ล่าสุดน้ำขยายออกเป็นวงกว้างไหลเอ่อล้นลำน้ำมูน ลำน้ำจักราช เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างตลาดสดพิมายเมืองใหม่ บ้านเอื้ออาทร มีบ้านเรือนประชาชน 800 ครัวเรือน ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ระดับน้ำสูง 20-30 เซนติเมตร (ซ.ม.) โดยเฉพาะที่บ้านวังกลาง หมู่ 10 ต.ในเมือง อ.พิมาย หมู่บ้านถูกตัดขาดจากปริมาณน้ำที่ท่วมสูงระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร เป็นระยะทางกว่า 1 ก.ม. ทำให้การเดินทางสัญจรเข้า ออกหมู่บ้านต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า มวลน้ำจากลำเชียงไกรยังได้เดินทางไปยังพื้นที่อ.คง ทำให้ปริมาณน้ำหลากเข้าท่วมถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 ตั้งแต่แยกตลาดแค อ.โนนสูง ไปจนถึงแยกบ้านวัด อ.คง ระยะทางประมาณ 4 ก.ม. ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40 ซ.ม. บางจุดสูงประมาณ 50 ซ.ม. ทำให้รถขนาดเล็กวิ่งผ่านไปมาลำบาก จากภาพมุมสูงจะเห็นว่ามวลน้ำจำนวนมาก กำลังไหลผ่านพื้นที่ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง ข้ามถนนมิตรภาพไปยังเขตพื้นที่ อ.คง และ อ.โนนแดง ทำให้รถติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร นอกจากนั้นมวลน้ำยังทะลักเข้ามาในลำธารปราสาท ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านธารปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง โดยเฉพาะบริเวณโรงเรียนบ้านธารปราสาท ระดับน้ำท่วมสูงมากกว่า 1 เมตร
ขอนแก่นยังช้ำรับน้ำต่อ
ที่จ.ขอนแก่น นายกันตภณ สุขสงค์ นายอำเภอหนองเรือ กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ 3 ตำบล ได้รับผลกระทบจากลำน้ำเชิญล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตร ในตำบลบ้านเม็ง ตำบลโนนหัน ตำบลโนนทอง และตำบลกุดกว้าง น้ำท่วม 50 หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วม 30,000 ไร่
นายกานต์ ทองเสน รักษาการนายอำเภอมัญจาคีรี กล่าวว่า ขณะนี้น้ำจากแม่น้ำชี ได้ไหลเข้าพื้นที่บ้านโจด ม.7 ต.กุดเค้า และบ้านชีวังแคน ม.13 ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรี อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำชี ที่สะพานข้ามแม่น้ำชี บ้านโจด วัดได้ 163.20 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานปลาง (ม.รทก.) หรือในระดับความสูง 13.20 ม. โดยระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณ 70 ซ.ม. ภายใน 17 ชั่วโมงและยังมีแนวโน้วสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในพื้นที่ อ.มัญจาคีรี ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลจากเขาภูเม็ง ผ่านลำห้วยคลองยาง ลำห้วยคำปากดาว ลำห้วยชีลอง ลำห้วยสาขาต่างๆ ในพื้นที่ และอ่างเก็บน้ำห้วยยาง หนองน้ำหนองเมย ลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ จึงจะส่งผลทำให้น้ำท่วมขังในบริเวณชุมชนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บ้านชีท่าวังเวิน ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่มีน้ำท่วมสูงอีกหนึ่งอำเภอรอยต่อรับน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ความสูงอยู่ที่ 1-2 เมตรในหมู่บ้านและ 3-4 เมตร ในจุดพื้นที่การเกษตร
นครสวรรค์เจ้าพระยาเอ่อ
ที่จ.นครสวรรค์ นายศุภชัย มโนการ ผอ.ชลประทาน จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีน้ำจากแม่น้ำยมจากสุโขทัยและแม่น้ำน่านจากพิษณุโลกและพิจิตร ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ต่ำริมแม่น้ำทั้งสองสายและแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งเพิ่มมากขึ้น และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ดังกล่าวเตรียมรับมือจากมวลน้ำที่กล่าวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำเจ้าพระยายังมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,683 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือร้อยละ 74 ของความจุลำน้ำ ประกอบกับแม่น้ำยมและน่านทำให้แม่น้ำเจ้าพระยายังสูงขึ้นต่อเนื่องจนเอ่อล้นตลิ่ง ส่วนที่อ.ลาดยาว ท่าตะโก และเมืองบางส่วน มีน้ำที่ไหลจากอำเภอรอบนอกไหลมารวมกันเพื่อระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ป่าสักเร่งระบายน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ลพบุรี ว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังคงเพิ่มการระบายน้ำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังปริมาณน้ำเกินความจุ โดยล่าสุดเช้านี้ ปริมาณน้ำ อยู่ที่ 1,027.27 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 107.01 % ของความจุปกติที่ 960 ล้านลบ.ม. โดยยังมีมวลน้ำเหนือไหลลงเขื่อนอยู่ที่ 117.62 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ทำให้ยังคงมีความจำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำ ทั้ง 7 บาน เพื่อคงการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอยู่ที่ 104.276 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน ในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองบัว และชุมชนบ้านแก่งเสือเต้น มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานนี้อีก 50 เซนติเมตร ปัจจุบันเป็น 1 เมตร 70 เซนติเมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก บริเวณต.เขาพระงาม ต.โคกกระเทียม อ.เมือง ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อแนวกำแพงดินกั้นน้ำที่ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ น้ำได้กัดเซาะริมตลิ่งสองข้างบานประตูปิดเปิดน้ำของสำนักงานชลประทานที่ 10 โคกกระเทียม พังทลาย ไม่สามารถปิดอุดได้ ต้องปล่อยให้มวลน้ำเอ่อท่วมสำนักงานชลประทานที่ 10 บางส่วนแล้ว ขณะที่คลองชัยนาท-ป่าสัก ได้เอ่อล้นตลิ่งตลอดแนว ท่วมถนนพหลโยธิน ตั้งแต่แยกโกกระเทียม ไปถึงสุดเขตต.เขาพระงาม ส่วนเทศบาลตำบลป่าตาล กระแสน้ำไหลแรงทำให้พนังกั้นน้ำบางช่วงพังทลายลง น้ำไหลบ่าเข้าท่วมสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมถึงศาลเยาวชนและครอบครัว ตั้งอยู่ริมคลองชัยนาท-ป่าสัก และบ้านเรือนประชาชนบริเวณดังกล่าวหลายหลังคาเรือน

แจ๊ดดูแล – พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ขับเรือด้วย ตัวเองออกแจกถุงยังชีพบรรเทาภัยให้ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.สามโคก พร้อมกับแจ้งเตือนให้ย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ก่อนมวลน้ำก้อนใหญ่จาก 2 เขื่อนจะมาถึง เมื่อวันที่ 1 ต.ค.
ปทุมฯผวามวลน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผลพวงมาจากการระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายลงท้ายเขื่อน ที่ 844 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าท่วมบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก โยเฉพาะตลาดสดในอำเภอท่าเรือถูกน้ำท่วมสูง ส่วนที่โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงจากกว่าพื้นด้านหน้าแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วม ประมาณ 70 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวัง ตรวจสอบแนวบังเกอร์ และเครื่องสูบน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ปทุมธานี ว่า กรมชล ประทานประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน และลุ่มน้ำ ป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 2,700 ลบ.ม.ต่อวินาที อีกทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลลงเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนในอัตรา 900-1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำอำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้าพื้นที่ จ.ปทุมธานี อยู่ในอัตราประมาณ 3,000-3,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้กระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่นอกคันกั้น อ.สามโคก และ อ.เมืองปทุมธานี
กทม.เฝ้าน้ำเหนือผ่านเจ้าพระยา
ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ว่า วันนี้เวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำของกรมชลประทาน ที่อ.บางไทร ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านกทม. เฉลี่ย 2,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองตลาดของ กทม. อยู่ที่ระดับ 1.55 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ อยู่ประมาณ 1.45 เมตร จึงยังไม่ได้ผลกระทบจากน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาและจากน้ำขึ้นเต็มที่แต่อย่างใด
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 1-5 ต.ค.64 ขอให้ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำ ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ https://dds.bangkok.go.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทะเลโผงเผง – บ้านเรือนประชาชนใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กลายเป็นทะเลน้ำจืดกว้าง สุดตา หลังน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าคลองโผงเผงจนล้นตลิ่ง ชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัวต้องใช้เรือสัญจรแทนรถ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.
อพยพโผงเผงหนีน้ำ
วันเดียวกัน นายวีรศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.อ่างทอง โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งว่าระดับน้ำสูงขึ้นทุกวัน หน้าศาลากลางจังหวัด เหลือไม่ถึง 50 ซ.ม. พนังกั้นก็จะจมในแม่น้ำ โดยแจ้งว่าความเร็วน้ำอยู่ที่ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สิ่งที่น่ากลัวคือมวลน้ำขนาดใหญ่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ใช่ฝน จึงวอนลดบานประตู เพื่อให้คนอ่างทองได้นอนตาหลับบ้าง
ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.อ่างทองยังวิกฤต น้ำล้นตลิ่งเพิ่มสูงขยายตัวเป็นวงกว้างในพื้นที่หลายจุด กระทบบ้านเรือน 500 กว่าหลังคาเรือน ที่ถนนป่าโมก-อยุธยา เจ้าหน้าที่ได้นำดินมาถมป้องกันน้ำแล้ว ส่วนในเขตเทศบาลเมือง ข้าราชการและประชาชนต่างร่วมกันวางกระสอบทรายสองฝั่งแม่น้ำ โดยยังอยู่สูงเหนือระดับน้ำประมาณ 20-30 ซ.ม. โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอุดรูรั่วน้ำที่ผุดซึมตามแนวกำแพง อย่างไรก็ดีสถานการณ์น้ำยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง และที่ต.โผงเผง อ.ป่าโมก น้ำในคลองโผงเผงไหลท่วมชุมชนหมู่ 5 กระทบกว่า 200 ครัวเรือน ต้องใช้เรือสัญจร อพยพของไว้ที่สูง บางส่วนก็ออกมากางเต็นท์ริมถนนกันแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาท่าแร่ หมู่ 4 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง เกิดน้ำทะลัก ผุดใต้แนวเขื่อนและตามรอยแตกรอยแยกของสันเขื่อนที่ชำรุด โดยเริ่มมีน้ำผุด ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชุมชนรวมถึงชาวบ้าน ต่างช่วยกันนำกระสอบทรายมาอุดรอยแตกและบริเวณที่น้ำผุด ซึ่งมีอยู่หลายจุด อย่างไรก็ดีสามารถอุดไว้ได้แค่ชั่วคราว โดยพบจุดที่น้ำทะลักจากใต้ดินของสันเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด ทางเจ้าหน้าที่จึงทำเรื่องแจ้งขอเครื่องจักรเข้าพื้นที่ รถแบ๊กโฮจำนวน 4 คัน ลงพื้นที่พร้อมนำดินเสริมทำเป็นแนวคันดินล้อมจุดที่มีน้ำผุด และใช้กระสอบทรายอุดบริเวณมีน้ำทะลัก

น้ำเซาะ – สะพานข้ามคลองท่าวัว-บ้านแก้ง ถนนสายสระบุรี- บ้านแก้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ถูกกระแสน้ำสาขาแม่น้ำป่าสัก ไหลทะลักกัดเซาะพังยุบ เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนและเร่งซ่อมแซม เมื่อวันที่ 1 ต.ค.