ปะทะดุข้ามคืน
บ้านฮูแตยือลอ
ปิดล้อมวันที่หก

ป่วนยะลา คนร้ายลวงบึ้มทหารฉก.ทพ.30 อส.ทพ.เจ็บ 2 หลังเผาวงจรปิดล่อติดกับดัก ขณะลงพื้นที่อ.บันนังสตาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ส่วนที่นราธิวาส เจ้าหน้าที่ปิดล้อมป่าบ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ เป็นวันที่หก เกิดปะทะกันหนัก ผู้ก่อเหตุยิงสวนต่อเนื่อง ทั้งกระจายตัวฝ่าวงล้อมหวังหลบหนี เป็น เหตุให้ร.ท.ถูกกระสุนดับ 1 นาย แม่ทัพภาค 4 เน้นย้ำเชิญผู้นำศาสนา-ผู้นำท้องที่ ช่วยเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว

ลวงมาบึ้ม – จนท.ลำเลียง 2 ทหารพราน ที่ได้รับบาดเจ็บจากคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนน ระหว่างไปตรวจสอบเหตุลอบเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่บ้านเงาะกาโป ม.3 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 3 ต.ค.

เวลา 11.30 น. วันที่ 3 ต.ค. พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีอยู่ในพื้นที่ป่า บริเวณ ม.6 บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

โดยเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. เข้าปิดล้อมพื้นที่ หลังเข้าพิสูจน์ทราบเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามเจรจา พร้อมดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนจากเบาไปหาหนักเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย ประกอบกับพื้นที่เป็นป่ารกทึบทำให้ยากต่อการปฏิบัติหน้าที่จึงปิดล้อมพื้นที่ไว้และใช้รถขุดตักขนาดใหญ่ถากถางเพื่อให้เข้าไปถึงพื้นที่ได้ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง

พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อคืนนี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ติดอยู่ในวงล้อมเจ้าหน้าที่และไม่มีทีท่าว่าจะยอมมอบตัวพยายามกระจายตัวหลบหนีออกมา เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดกั้น ทำให้เกิดการยิงปะทะกัน เป็นเหตุให้ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยจัดพิธีรดน้ำศพและส่งศพในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ที่วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลดังกล่าว นับเป็นการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และ น่าสลดใจที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ด้วยความเสียสละและทุ่มเท

พร้อมกันนี้แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง อดทนในการเข้าปฏิบัติต่อเป้าหมาย และเน้นการเจรจาเป็นหลัก โดยให้เชิญผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงหลบซ่อน ยอมออกมาต่อสู้ตามกระบวน การยุติธรรม เพราะทุกคนคือคนไทย

อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลานี้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีความพยายามก่อเหตุและปรับเปลี่ยนวิธีการ สร้างกลลวง เบี่ยงเบนความสนใจต่อเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา แต่เพื่อความมั่นคงปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะยังคงมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มทุกพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงตามขั้นตอนปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก อาศัยความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และครอบครัว เกลี้ยกล่อมเจรจาให้ยอมมอบตัว เพราะไม่มีฝ่ายไหนต้องการให้เกิดการสูญเสีย

สิ่งสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนคือ การให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นที่พักพิง แหล่งหลบซ่อนจัดหาเสบียงให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้นถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กับ เจ้าหน้าที่รัฐ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่แจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 06-1173-2999 และเบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เวลา 10.20 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ธีรพจน์ ยินดี ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ทพ.30 เหตุเกิดบริเวณเส้นทางบ้านเงาะกาโป ม.3 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา ห่างจากจุดเผากล้องวงจรปิดประมาณ 2 ก.ม. จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบแรงระเบิดทำให้มี เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ อส.ทพ.สมศักดิ์ กาแก้ว อส.ทพ.บาซีต พรหมปลัด อาการสาหัส 1 นาย ถูกนำตัวส่งร.พ. บันนังสตา จังหวัดยะลา

จากการสอบสวนทราบว่าเหตุเกิดขณะที่ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลังออกลาดตระเวน ตรวจสอบบริเวณจุดลอบเผากล้องวงจรปิด ระหว่างทางมีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนกดระเบิดทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนประเด็นและสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน