จ่อซื้อ‘โมลนูพิราเวียร์’
นร.ขอฉีดเพิ่มแสนคน
เลี้ยงเกษียณ-ระบาดอื้อ
ห่วง4จว.ใต้ติดเชื้อพุ่ง
สธ.ชงฉีดสูตรไขว้ แอสตร้าฯ เข็มแรก ต่อด้วยไฟเซอร์ เตรียมชี้ขาด วันนี้ ‘อนุทิน’ เผยไฟเซอร์มาถึงไทยอีก 1.5 ล้านโดส ยันในเดือนต.ค. มาแน่ 8 ล้านโดส ยังพบคลัสเตอร์หลายจว.ทั่วประเทศทั้งงานเลี้ยงสังสรรค์เกษียณ งานวันเกิด งานศพ ขณะที่น.ร.ขอฉีดเพิ่มอีก 1 แสน กว่า 80% แล้ว ศบค.เผยติดเชื้อเพิ่ม 9,866 ราย ขณะที่ 4 จว.ภาคใต้ผู้ติดเชื้อยังสูงจากพฤติกรรมของชาวบ้าน รวมทั้งเรื่องวัฒนธรรม เสียชีวิตอีก 102 ขณะที่หลายจว.แดงเข้มยอดป่วยลดลง ต่ำร้อยราย เล็งคลายล็อกอีก
ติดเชื้อใหม่ 9,866-ตาย102
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,866 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,805 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,797 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,008 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 45 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย
ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,667,097 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 10,115 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม ตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,541,770 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 108,022 ราย อาการหนัก 3,017 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 720 ราย
เสียชีวิตเพิ่ม 102 ราย เป็นชาย 51 ราย หญิง 51 ราย เป็นผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป 73 ราย มีโรคเรื้อรัง 22 ราย จังหวัดที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ กทม. ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม ตั้งแต่ปี 63 จำนวน 17,305 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 236,593,653 ราย เสียชีวิตสะสม 4,831,604 ราย
ห่วง 4 จว.ใต้ยังติดเชื้อสูง
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า โดย 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่กรุงเทพฯ 1,208 ราย สงขลา 666 ราย สมุทรปราการ 602 ราย ชลบุรี 601 ราย นราธิวาส 501 ราย ยะลา 446 ราย ระยอง 379 ราย ปราจีนบุรี 313 ราย ปัตตานี 309 ราย และนครศรีธรรมราช 259 ราย ภาพรวมของทั้งประเทศถือว่าลดลง แต่ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น โดยวันนี้มีถึง 1,922 ราย ร้อยละ 20 ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ
“วันนี้สงขลาแซงหน้าสมุทรปราการมาแล้ว เดิมสมุทรปราการเกินพันอยู่อันดับสองรอง กทม.มานาน กทม.ลดลงต่อเนื่องน่า ชื่นใจ และที่ติด 10 อันดับแรกยังคงเป็นภาคใต้ จึงเป็นที่มาศปก.ศบค.ซึ่งผู้บริหาร 4 จังหวัดชายแดนใต้มานำเสนอรายงานสถานการณ์ โดยสงขลา 2 สัปดาห์ก่อนยังอยู่ที่ 200 ราย วันนี้ 666 ราย ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า มีรายงานที่อ.หาดใหญ่มากที่สุด 276 ราย
นอกจากนี้ยังมีอำเภอติดกับยะลา จะนะ เทพา สะบ้าย้อย รัตภูมิก็เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งสัมผัสผู้ติดเชื้อและเสี่ยงสูงจากพฤติกรรมที่ประชานมานั่งคุยกันจิบน้ำชายามเช้า รับประทานอาหารร่วมกัน มีกิจกรรมทางศาสนาประเพณี จากการสอบสวนไทม์ไลน์ก็พบการติดเชื้อ” พญ.อภิสมัยกล่าว
จ่อผ่อนล็อกจว.แดงเข้มติดเชื้อลด
ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวด้วยว่า สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นวันนี้ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล พบคลัสเตอร์บุคลากรทางการแพทย์ ขอเน้นย้ำประชาชนที่ไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีไข้ มีอาการทางเดินหายใจให้แจ้งข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ และมีการตรวจไข้ตรวจโควิดทุกราย ทั้งนี้จ.ตราด พบคลัสเตอร์โรงงาน, จ.จันทบุรี พบคลัสเตอร์โรงงาน คลัสเตอร์คนงานเก็บผลไม้ และคลัสเตอร์อู่ซ่อมรถ, จ.ชลบุรี พบคลัสเตอร์โรงงาน และคลัสเตอร์โรงไฟฟ้า, จ.ประจวบ คีรีขันธ์ พบคลัสเตอร์แพปลา, จ.ระยอง พบคลัสเตอร์แพปลา และคลัสเตอร์ในค่ายทหาร
นอกจากนี้ในจ.สระแก้วพบวงเลี้ยงสังสรรค์ เลี้ยงเกษียณ กินเหล้าในงานวันเกิด ขณะที่คลัสเตอร์งานศพที่เราเน้นย้ำหลายครั้งวันนี้พบในหลายจังหวัด คือที่จ.จันทบุรี สุรินทร์ ตราด อุดรธานี อุบลราชธานี และปัตตานี คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างพบที่จ.จันทบุรี กาญจนบุรี ระยอง และสมุทรปราการ
“พื้นที่สีแดงเข้มเริ่มมีหลายจังหวัดแม้จะอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด แต่ตัวเลขเริ่มลดต่ำกว่าร้อยราย เช่น อ่างทอง สิงห์บุรี จังหวัดที่มียอดผู้ติดเชื้ออาการหนักลดลง ที่ประชุมศบค.ชุดเล็กกำลังเตรียมข้อมูลนำเสนอศบค.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาการผ่อนคลายในอีก 2 สัปดาห์จากนี้ด้วย ส่วนยอดต่ำสุดวันนี้คือน่านและพะเยา 1 ราย จังหวัดนำร่องท่องเที่ยวมีรายงานการติดเชื้อถือว่าอยู่ในตัวเลขที่สาธารณสุขรองรับไหว คือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี
โดยเฉพาะสมุยที่มีรายงานคลัสเตอร์โรงเรียน ตรงนี้เมื่อมีการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ไม่ได้แปลว่าต้องไม่มีการติดเชื้อ แต่อยู่ในเกณฑ์พบเร็ว แยกคนติดออกมาไม่ให้ระบาดเป็นคลัสเตอร์ในครอบครัวชุมชน และหากเสนอมาตรการดูแลผู้ป่วยปลอดภัยเหมาะสมก็ยังให้การผ่อนคลายต่อเนื่องได้”
ศบค.วอนพ่อแม่พาลูกฉีดไฟเซอร์
ส่วนยอดการฉีดวัคซีนในวันเดียวกันนี้ ยอดฉีดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 734,804 โดส ยอดรวมของประเทศไทยมีคนได้รับวัคซีนแล้ว 56,656,247 โดส หรือ 46.5% ของประชากร เข็มสอง 21,595,916 โดส หรือ 30% ของประชากร เข็มสาม 1,554,444 คน คิดเป็น 2.2% ของประชากร
“นับตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.มีการฉีดไปแล้วเกือบ 30,000 คนทั่วประเทศ ย้ำว่ามีผู้ปกครองให้ความยินยอมลงทะเบียนมาแล้ว 3.5 ล้านคน ยังเหลืออีกเกือบ 1 ล้านคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน และเมื่อสอบถามปรึกษาหมอเจ้าของไข้แล้วตัดสินใจพร้อมเมื่อไหร่สามารถติดต่อขอรับวัคซีนได้”
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ต้องเน้นย้ำเพราะโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์โดยเฉพาะในเด็กที่ฉีดวัคซีนในทางการแพทย์จะเป็นโรคที่มีการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายโดยเฉพาะหัวใจก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่มักจะพบได้บ่อย แต่ถ้าเทียบแล้วเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 มีลักษณะการอักเสบของอวัยวะคิดเป็นอัตรา 16 ต่อ 1 แสน แต่ถ้าเด็กได้รับวัคซีนโควิด-19 โอกาสที่จะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้นน้อยกว่าจากการติดเชื้อถึง 6 เท่า ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปรับวัคซีน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่จะนำไปสู่การเปิดโรงเรียนได้ในช่วงเดือนพ.ย.
‘ตู่’สั่งคุมโควิดใต้ให้ได้ใน 2 เดือน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า สืบเนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ที่พบ ผู้ป่วยรายใหม่ 1,922 คน จ.ปัตตานี 309 คน สงขลา 666 คน นราธิวาส 501 คน และจ.ยะลา 446 คน ทำให้มีความหวั่นวิตกว่าทิศทางผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและประชาชน โดยสั่งการให้นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้งนี้ตั้งเป้าให้ควบคุมการระบาดภายใน 1-2 เดือน คาดว่าจะลดจำนวนผู้ติดเชื้อร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์
นายธนกรกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ไปในพื้นที่แล้ว ได้แก่ยาฟาวิพิราเวียร์ 1 ล้านเม็ด ชุดตรวจ ATK 20,000 ชุด Oxygen concen trator 100 เครื่อง วัคซีนแอสตร้าฯ 25,000 โดส ไฟเซอร์ 100,000 โดส

ระทึก – นักเรียนหลับตาปี๋ให้พยาบาล ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โดยมีนักเรียนแจ้งความประสงค์ขอฉีดรวม 2,505 คน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดเรียน ตามปกติ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.
ฉีดนร. 2 วันยังไม่พบผลข้างเคียง
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯ และรมว.สาธารณสุข(สธ.) พร้อมน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และผู้บริหารทั้ง 2 กระทรวงลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี ของร.ร.สุรศักดิ์มนตรี ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 2,929 คน แจ้งความประสงค์ฉีด 2,505 คน เพื่อรองรับการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า สธ.และศธ. ร่วมกันจัดวัคซีนมาฉีดนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไปเร่งระดมฉีดทั่วประเทศให้ทันเปิดภาคการศึกษาใน พ.ย. คือมีเวลา 1 เดือนที่ต้องเร่งฉีด โดยเด็กอายุ 12-18 ปี สามารถรับวัคซีนได้ 5 ล้านคน ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ 3.8 ล้านคน อีก 1 ล้านต้องทำความเข้าใจพ่อแม่ ผ่านทางการแพทย์ อาจารย์ใหญ่ของร.ร.ให้มั่นใจ ให้ผู้ปกครองอนุญาตให้มาฉีด การรับวัคซีนถ้วนหน้าจะป้องกันการติดและแพร่เชื้อใน ร.ร. โดยจัดฉีดในสถานศึกษา
“วันนี้มีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส ตามกำหนดในสัญญา สัปดาห์หน้าจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส โดยต.ค.จะเข้ามาทั้งหมด 8 ล้านโดส เพียงพอกับการฉีดในนักเรียน ส่วนที่เหลือจะฉีดในคนทั่วไปจะเป็นเข็มแรกหรือบูสเตอร์ก็อยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์ สำหรับการบูสเตอร์ในเด็ก ถ้ามีข้อมูลว่าควรรับเข็มสามเมื่อไรก็จะจัดให้ไม่รอช้า”
เมื่อถามถึงผลการฉีดวัคซีนนักเรียนช่วง 2 วันที่ผ่านมา นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มีอะไรน่าวิตกกังวลเรื่องผลข้างเคียง ซึ่งผลข้างเคียงมีได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย บางคนมีไข้ เพลีย ก็แนะนำแล้วว่า ช่วงฉีดวัคซีน วันนั้นพยายามพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ
เมื่อถามถึงการขึ้นทะเบียนฉีดอายุ 3 ขวบขึ้นไปของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม นายอนุทินกล่าวว่า เราขอให้ส่งเอกสารการวิจัยเข้ามามากที่สุด ซึ่งผู้ผลิตเองก็ยังไม่ได้ขออย. ในจีนมีแต่ไปทดลองในประเทศที่จำเป็นมากๆ ซึ่งการขึ้นทะเบียนต้องพิจารณาตามมาตรฐาน ดูเปเปอร์ต่างๆ ความปลอดภัย จะใช้ความรู้สึกมาพิจารณาการตัดสินใจสุขภาพ ความปลอดภัย การรับยาวัคซีนไม่ได้ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด
‘อนุทิน’ลั่นไม่ห้ามใช้เอทีเค
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีนายแพทย์สาธารณสุขจ.นครศรีธรรมราช ประกาศงดใช้ชุดตรวจ ATK ยี่ห้อเล่อปู๋ซึ่งมีการระบุถึงผลบวกลวงที่เกิดขึ้น เนื่องจากตรวจ 1 พันราย พบผลบวก 187 ราย แต่เมื่อตรวจด้วย RT-PCR พบผลบวกเพียง 92 ราย หรือเจอผลบวกลวงครึ่งต่อครึ่งนั้น ว่า เรื่องนี้น่าจะเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าไม่ได้ห้ามใช้ชุดตรวจนี้ และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของยี่ห้อดังกล่าว ตามปกติชุดตรวจ ATK ด้วยตนเองจะให้ประชาชนทั่วไปใช้ตรวจเอง แต่ถ้ากรณีมีความเสี่ยงมาถึง ร.พ.แล้ว แพทย์จะดูว่าต้องใช้ชุดตรวจ ATK อีกแบบ คือ Professional Use หรือสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และตรวจด้วย RT-PCR ตามลำดับขั้นตอน
“เมื่อวานได้บอกนพ.สสจ.นครศรีธรรม ราชแล้วว่า ข้อมูลที่ท่านแถลงออกมาไม่น่าจะถูกต้อง ท่านก็บอกว่าจะไปแก้ไขข้อมูลทำความเข้าใจให้ถูกต้องต่อไป” นายอนุทินกล่าว

กลัวเข็ม – เด็กนักเรียนมีอาการกลัวเข็มต้องกอดพยาบาลเพื่อสร้างกำลังใจ ขณะเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โดยมีนักเรียนฉีดวัคซีนประมาณ 1,500 คน ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 ต.ค.
นร.ฉีดไฟเซอร์เพิ่มอีกแสนคน
ด้านน.ส.ตรีนุชกล่าวว่า การฉีดวัคซีนช่วยลดเสี่ยงรับเชื้อ แต่สำคัญคือมาตรการป้องกันตัว เว้นระยะห่าง ใส่แมสก์ ซึ่งการเปิดเรียนนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.จะประเมินมาตรการของ ร.ร.อยู่ในมาตรฐานเปิดเรียนได้หรือไม่ ซึ่งการเปิดเรียนต้องอยู่ภายใต้นิวนอร์มัล ส่วนเด็กประถมที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ใช้มาตรการสาธารณสุขป้องกันโรค ส่วนผู้ปกครองมีความประสงค์ให้บุตรหลานฉีดวัคซีนมีเพิ่มขึ้นกว่าแสนราย จากที่แจ้งความประสงค์จาก 71% เพิ่มมาเป็น 80% ทั่วประเทศ จาก 5 ล้านคน สำหรับการฉีดให้ฉีดที่โรงเรียนเพราะต้องการให้ลดการเดินทาง
ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษา ธิการ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียนหลังคิกออฟ 2 วันว่า ฉีดแล้วประมาณ 4 หมื่นกว่าคน
พบเด็กเครียดเรียนออนไลน์
พญ.อัมพร เบญพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การระบาดของโควิดส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตเด็กทุก ช่วงวัย โดยผลการสำรวจ Mental Health Check-in ข้อมูลสะสม วันที่ 19-25 ก.ย. 2564 โดยผู้ตอบแบบประเมิน 2,045 ราย พบเด็กมีความเครียดสูงถึงร้อยละ 29.29 ภาวะหมดไฟในการเรียนร้อยละ 16.67 สูงกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 3 เท่า บางรายมีการเรียนรู้ถดถอย ปัญหาด้านอารมณ์จิตใจ ส่วนใหญ่เกิดจาก การที่ไม่ได้ไปเรียนหรือมีสังคมปกติตามวัย พบภาวะติดเกม ติดโทรศัพท์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การระบาดที่ผ่านมาพบเด็กติดเชื้อจากสมาชิกในครอบครัว จึงจำเป็นต้องพิจารณาเร่งฉีดวัคซีนในภาวะฉุกเฉินในกลุ่มเด็กวัยรุ่น
แจกเอทีเค 4 กิจการอาหาร
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ศบค.ผ่อนคลายกิจการกิจกรรมต่างๆ แต่ยังต้องเข้มมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้า ผู้ขาย พนักงานบริการในร้านอาหารและส่งอาหารคัดกรองความเสี่ยงด้วยชุดตรวจ ATK ทุก 7 วัน
โดยกรมอนามัยสนับสนุนชุดตรวจ ATK จำนวน 2.5 แสนชุดให้ผู้ประกอบกิจการร้านอาหารทั่วประเทศผ่านศูนย์อนามัย ได้แก่ตลาด 157,452 ชุด ร้านอาหาร 68,596 ชุด แผงลอย 18,876 ชุด และเดลิเวอรี 5,076 ชุด
สธ.โต้ส่งวัคซีนให้ภาคใต้น้อย
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงกรณีกระแสการระบาดของโควิดพื้นที่ภาคใต้ ส่วนหนึ่งเพราะจัดส่งวัคซีนลงไปน้อยนั้นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะตามแผนศบค.ให้จัดส่งไปทั้งสิ้น 1,495,400 โดส แต่เราส่งวัคซีนลงไปจริงๆ ถึง 2,085,668 โดส มากกว่าแผนที่กำหนด 5 แสนโดส เช่นสงขลา จัดส่ง 956,190 โดส ฉีดแล้ว 1,017,532 โดส ปัตตานี 366,018 โดส ฉีดแล้ว 405,259 โดส และยะลา 335,030 โดส ฉีดแล้ว 398,886 โดส
ถ้าบอกว่าส่งไปน้อยคงไม่ถูกต้อง แต่ถ้าบอกว่าต้องได้ฉีดทุกคนตามแผนก็คือสิ้นปี รวมถึงอัตราการฉีดจริงตอนนี้ถือว่าเกินเป้า โดยฉีดได้ 2,256,022 โดส ซึ่งส่วนที่เกินมานั้นเพราะเขาฉีดซิโนฟาร์มด้วย ถือว่าเยอะกว่าหลายจังหวัด ส่งให้เกินเป้า ไม่ได้ขาด
เมื่อถามว่าการระบาดในภาคใต้ไม่ได้เป็นเพราะวัคซีนไม่เพียงพอ นพ.โอภาสกล่าวว่า การระบาดต้องใช้หลายมาตรการควบคู่กัน อย่างที่ทราบว่าวัคซีนต้องฉีดครบ 2 เข็ม และใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะมีภูมิคุ้มกัน ถ้ามัวแต่รอวัคซีนอย่างเดียวคงไม่ใช่ แต่มาตรการเดิมต้องทำ คือมาตรการส่วนบุคคล มาตรการทางสังคม เว้นระยะห่าง และสอบสวนควบคุมโรค โดยเฉพาะคลัสเตอร์ใหญ่ๆ เท่าที่ดูสถานการณ์ภาคใต้เป็นการระบาดในชุมชนคล้ายกับกทม.
ดังนั้น ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงส่งทีม CCRT ลงไปสอบสวน ควบคุม ป้องกันโรค ให้มีการฉีดวัคซีน ตรวจ ATK ในชุมชนเหมือนกทม. ตอนนี้ในพื้นที่ก็ทรงๆ ไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างที่กังวล ต้องระดมคนไปช่วยกันร่วมกับทำหลายๆ มาตรการ
ชงฉีดสูตรไขว้แอสตร้า-ไฟเซอร์
เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ภาคใต้พบเชื้อหลายสายพันธุ์ ทำให้มีความกังวลกัน นพ.โอภาสกล่าวว่า สายพันธุ์ที่ระบาดหลักๆ ตอนนี้คือเดลตา เราส่งไฟเซอร์ลงไปช่วยเหลือเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าสูตรการฉีดวัคซีนไขว้แอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยไฟเซอร์ จะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงใด นพ.โอภาส กล่าวว่า เป็นสูตร ที่วางเอาไว้อยู่ในแผน โดยหลักการคือสามารถใช้ได้ ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ต.ค. จะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อให้การรับรองต่อไป
โคราชผวา 4 คลัสเตอร์ใหม่
นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 145 ราย เป็นผู้ป่วยเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 14 ราย และการสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่ 131 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 26,776 ราย รักษาหาย 23,314 ราย ยังรักษา 3,269 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 3 ราย เสียชีวิตสะสม 193 ราย
ขณะนี้พบการติดเชื้อในโรงงานอุตสาห กรรม ตลาดสดเชื่อมโยงชุมชนและครอบครัวมากขึ้น โดยพบการระบาดใหม่ 4 คลัสเตอร์ และ 5 คลัสเตอร์เดิมยังพบผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาด 9 คลัสเตอร์อย่างเคร่งครัด
คุกมหาชัยเริ่มฉีดผู้ต้องขัง
นายชำนาญ เล็กสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า เรือนจำจ.สมุทรสาคร ได้วัคซีน 1,360 โดส จัดฉีดให้แก่ผู้ต้องขังแบบครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทางเรือนจำสนธิความร่วมมือกับร.พ.สมุทรสาคร จัด เจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังภายในวันละ 200 คน เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.เป็นต้นไป โดยจะฉีดวัคซีนแบบไขว้ เข็มแรก ซิโนแวค เข็มที่สอง แอสตร้าเซนเนก้า 90 คน, ผู้ต้องขังที่เคยติดเชื้อแล้ว ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นชนิดแอสตร้าเซนเนก้า 1,260 คน และผู้ที่เคยฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 เข็ม อีกราวๆ 400 คน
สำนักงานสาธารณสุขจ.สมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 121 ราย ติดเชื้อสะสม 107,662 ราย มีผู้เสียชีวิตรายวัน 1 ราย เสียชีวิตสะสม 1,113 ราย
สงขลาป่วย 666-แชมป์ภาคใต้
สำนักงานสาธารณสุขสงขลารายงานว่า จากการตรวจเชิงรุกในชุมชน พบผู้ป่วยโควิด 666 คน เป็นยอดสูงสุดของการเกิดโควิดระบาด อยู่อันดับ 2 ของประเทศและอันดับ 1 ของ 14 จังหวัดภาคใต้ ติดเชื้อสะสม 33,883 คน เสียชีวิต 158 ราย
ผู้ป่วยรายใหม่พบในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่มากที่สุด รองลงมากลุ่มรอการสอบสวนโรค กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงในบริษัท ร้านค้าและในโรงงานและในชุมชน กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสีเขียวคือติดเชื้อ แต่อาการไม่รุนแรง
สสจ.นครศรีฯยันห้ามใช้เอทีเค
หลังจากนพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งห้ามทุกโรงพยาบาลในสังกัดใช้ชุดตรวจเอทีเค ยี่ห้อเล่อปู๋ ที่สปสช.จัดซื้อ โดยเฉพาะกับกลุ่ม ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต่อมาทางกระทรวงสาธารณสุขแจ้งให้ทบทวนนั้น
ล่าสุดนพ.จรัสพงษ์เปิดแถลงว่า กรณีนี้ยืนยันว่าสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลงดใช้ ATK ที่เป็นชนิดโฮมยูส หรือที่ประชาชนสามารถตรวจได้เอง และเป็นการเก็บตัวอย่างจากคนละจุด ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดที่ร.พ.ทุ่งใหญ่ เป็นเจตนาดีของร.พ.ที่นำเอาชุดตรวจ ATK ชนิดนี้มาตรวจ ต่อมาเกิดผลเบี่ยงเบนเป็นผลลบลวง หรือผลบวกลวงอย่างมากนั้น น่าเชื่อว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดในการเก็บตัวอย่าง
เจรจาซื้อยา‘โมลนูพิราเวียร์’
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวความคืบหน้ายาต้านไวรัสโควิด 19 ‘ยาโมลนูพิเวียร์’ ว่า วัคซีนโควิด 19 ช่วยลดผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิตได้ แต่ฉีดแล้วยังมีโอกาสติดเชื้อและบางรายอาจมีอาการได้ กรมการแพทย์ได้พูดคุยกับบริษัทต่างๆ ที่ทดลองยาต้านไวรัสในต่างประเทศ ยาโมลนูพิราเวียร์เป็นตัวหนึ่งที่หารือมาตลอด ทั้งนี้ยาโมลนูพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัส ออกฤทธิ์ยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสที่จะแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนได้เกือบทุกสายพันธุ์ของโควิดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิม เดลตา แกมมา หรือมิว ก็พิสูจน์ว่ายับยั้งการเพิ่มจำนวนได้
สำหรับการศึกษาวิจัยก่อนหน้านี้มีการศึกษาวิจัยแบบสุ่มที่เรียกว่า MOVE-IN Trial ในกลุ่มผู้ป่วยอาการหนัก พบว่าไม่ได้ผล ส่วนการศึกษาแบบ MOVe-OUT Trial ซึ่งระยะที่ 1 และ 2 ได้ผลดี จึงศึกษาวิจัยระยะที่ 3 โดยศึกษาในผู้ป่วยอาการเล็กน้อยถึงปานกลางที่ไม่ได้รับวัคซีน และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงอย่างน้อย 1 ปัจจัย ได้แก่ภาวะอ้วน อายุมากกว่า 60 ปี เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง โดยให้ยาภายใน 5 วันตั้งแต่เริ่มมีอาการ
จากการศึกษาผู้ป่วย 775 ราย ได้ยาโมลนูพิราเวียร์ 385 ราย ขนาด 800 มิลลิกรัม วันละ 2 เวลา เช้าและเย็น รวม 8 เม็ด 1,600 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน และได้ยาหลอก 377 ราย พบว่าคนไข้ที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ลดความเสี่ยงนอนร.พ.ได้ 50% และไม่มีผู้เสียชีวิตเลย ส่วนคนที่รับยาหลอกเสียชีวิต 8 ราย จึงรีบสรุปผลการวิจัย
นพ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนแผนการดำเนินงานจะเข้ามาเมื่อไร บริษัท Merck ที่เป็นผู้ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ดำเนินการยื่นขอรับรองใช้กรณีฉุกเฉินจากอย.สหรัฐ หากได้รับการรับรองก็จะเป็นยาต้านโควิดชนิดเม็ดตัวแรกที่รับรองจากอย.สหรัฐ โดย Merck ตั้งเป้าผลิตให้ได้สำหรับผู้ป่วย 10 ล้านคนในสิ้นปีนี้หรืออีก 3 เดือน และมีแผนการผลิตหลายแห่งหลายประเทศในภูมิภาคโลก โดยในเอเชียคุยกับอินเดียไว้ 5-6 บริษัท
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า บริษัท MSD ซึ่งเป็นบริษัทลูกในไทยหารือกับกรมการแพทย์ตั้งแต่ต้นก.ค. โดยเราจะลงนามข้อตกลงการไม่เปิดเผยความลับ และดูข้อมูลซึ่งพบว่าเฟส 1-2 ดีมาก ออกฤทธิ์กับเชื้อโควิดทุกสายพันธุ์ที่มีในปัจจุบันจึงพูดคุยมาโดยตลอด ถ้ามีผลเบื้องต้นออกมา เราจะสั่งจองเอาไว้ ตั้งแต่ ก.ค. – ส.ค. คุยด้วยวาจาว่าจะขอสั่งจองจำนวนหนึ่ง ตอนแรกบอกว่าประมาณกลาง-ปลาย ก.ย.ผลน่าจะออก แต่ออกช้าไปหน่อยคือต้นเดือนต.ค.
เดิมคุยว่าอาจจะขึ้นทะเบียน อย.สหรัฐ ในกลาง ต.ค. แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าทันไหม อาจเป็น พ.ย. แต่เราก็หารือร่างสัญญาซื้อขายภาษาไทยและอังกฤษ เพิ่งเสร็จเมื่อวานนี้ หนา 40 กว่าหน้า จะมีกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน อย.อเมริกา หลังจากนั้นจะมาขึ้นอย.ไทย เดิมคาดขึ้นทะเบียนที่ไทยพ.ย. และของน่าจะมาธ.ค. ซึ่งคุยล่าสุดน่าจะมาช่วงธ.ค.64-ม.ค.65 ตอนนี้ยังไม่มีผลิตภัณฑ์นี้ที่ใช้ยกเว้นการศึกษาวิจัย
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า การศึกษายังมีโครงการ MOVE-AHEAD เป็นการศึกษาแบบป้องกันการติดเชื้อในผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยโควิดแล้ว ใช้เป็นลักษณะคล้ายยา PEP ที่กินเพื่อป้องกันหลังสัมผัสผู้ติดเชื้อมา ซึ่งจะมีการมาศึกษาในประเทศไทยด้วย มี 5 ร.พ. เป็นคณะแพทย์ใน 3 แห่ง อาจมีต่างจังหวัด 1 ร.พ. และ ร.พ.ราชวิถี เพื่อดูว่าป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ กำลังขออนุมัติคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน คาดว่าจะทำการศึกษาได้ในธ.ค.นี้
“ยานี้หลักๆ แล้วใช้ในกลุ่มอาการน้อย-ปานกลาง และควรมีปัจจัยเสี่ยง คืออายุเกิน 60 ปี มะเร็ง อ้วน เป็นต้น ส่วนตอนนี้ผลการศึกษายังไม่ครอบคลุมหญิงตั้งครรภ์ จึงยังไม่ควรใช้ ส่วนใช้ในเด็กได้หรือไม่ เชื่อว่าการศึกษาวิจัยส่วนใหญ่ยังใช้ในผู้ใหญ่ และต้องดูการขึ้นทะเบียนกับอย.สหรัฐเป็นหลักก่อนว่าคำแนะนำในการใช้ยาเป็นอย่างไร”