ยอดทะลุล้านโดสอีกวัน
ส่วน2เข็มได้22.9ล.แล้ว
นายกฯจี้สธ.-ศธ.แจงนร.
ยืนยันไฟเซอร์ปลอดภัย
เร่งคุมแรงงานแพร่เชื้อ
ปลัดสธ.แจง ฉีดวัคซีนเข็มแรกทั่วประเทศแล้ว 60% กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ครอบคลุม 56.9% กลุ่มโรคเรื้อรัง 65% หญิงตั้งครรภ์ 56% ประชาชน 62% ส่วนเด็กนักเรียนที่เพิ่งเริ่มฉีดวันที่ 4 ต.ค. ฉีดแล้ว 10,027 ราย หรือ 42.97% ของผู้ที่สมัครใจฉีด นายกฯ สั่ง 2 กระทรวง สธ.-ศธ. แจงผู้ปกครอง-นักเรียน ยันฉีดไฟเซอร์มีมาตรฐานโลก ปลอดภัย แม้มีอาการข้างเคียงบ้างก็เป็นธรรมดา โควิดรายวันเพิ่มอีก 10,630 ราย เสียชีวิต 73 ราย ภาพรวมลดลง ยอดผู้ป่วยใหม่ยังมาจาก 67 จังหวัด กทม. และปริมณฑล น่าน-พะเยา-อำนาจเจริญ เฮยอดป่วยเป็น 0 ยอดฉีดวัคซีนทะลุ 1 ล้านโดสอีกวัน 5 จังหวัดใต้พุ่งไม่หยุด สงขลาตั้งร.พ.สนามเพิ่ม ครม.ไฟเขียว มหาดไทยขยายระยะเวลารับนักท่องเที่ยวแบบลองสเตย์ถึง 30 ก.ย.65
โควิดอีก 10,630-ตาย 73
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 10,630 ราย สะสม 1,700,067 ราย หายป่วย 10,542 ราย สะสม 1,572,332 ราย เสียชีวิต 73 ราย สะสม 17,607 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 110,128 ราย อยู่ใน ร.พ. 41,883 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 68,245 ราย มีอาการหนัก 2,967 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 677 ราย
ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัด รวมกันสูงสุด 6,333 ราย กทม.และปริมณฑล 2,184 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 2,037 ราย เรือนจำ 67 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 9 ราย ได้แก่ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ประเทศละ 1 ราย กัมพูชา 4 ราย และมาเลเซีย 2 ราย (ช่องทางธรรมชาติ)
ผู้เสียชีวิต 73 ราย มาจาก 30 จังหวัด ได้แก่ กทม. 12 ราย, สมุทรปราการ 7 ราย, สระบุรี 5 ราย, ชลบุรี สุพรรณบุรี นราธิวาส จังหวัดละ 4 ราย, นครปฐม ปทุมธานี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช จังหวัดละ 3 ราย, ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ระยอง ชัยภูมิ จังหวัดละ 2 ราย และนนทบุรี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ลพบุรี สระแก้ว อ่างทอง พังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ ศรีสะเกษ นครราชสีมา พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ จังหวัดละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 44 ราย หญิง 29 ราย อายุ 35-98 ปี ค่ากลางอายุ 69 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 54 ราย คิดเป็น 74% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 12 ราย คิดเป็น 16% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 90% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 7 ราย คิดเป็น 10%
3 จว.ไม่พบป่วยแล้ว
ภาพรวมการติดเชื้อทั่วประเทศลดลง แต่ ผู้ติดเชื้อวันนี้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 7 วัน โดยจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 รายมี 32 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,280 ราย สะสม 377,881 ราย 2.ยะลา 650 ราย สะสม 28,631 ราย 3.สมุทรปราการ 519 ราย สะสม 115,080 ราย 4.สงขลา 504 ราย สะสม 34,303 ราย 5.ชลบุรี 488 ราย สะสม 93,009 ราย 6.นราธิวาส 470 ราย สะสม 27,961 ราย 7.ปัตตานี 413 ราย สะสม 24,989 ราย 8.ระยอง 359 ราย สะสม 34,893 ราย 9.ราชบุรี 348 ราย สะสม 32,276 ราย และ 10.จันทบุรี 315 ราย สะสม 13,391 ราย
ส่วน 22 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ นครศรี ธรรมราช 277 ราย, ขอนแก่น 250 ราย, ตาก 240 ราย, ปราจีนบุรี 234 ราย, สุราษฎร์ธานี 200 ราย, กาญจนบุรี 190 ราย, เชียงใหม่ 177 ราย, นครราชสีมา 170 ราย, สระบุรี 160 ราย, อุดรธานี 145 ราย, ชุมพร 139 ราย, นครสวรรค์ 135 ราย, พัทลุง 132 ราย, นนทบุรี 131 ราย, สระแก้ว 128 ราย, เพชรบุรี 128 ราย, ตรัง 125 ราย, กระบี่ 124 ราย, ภูเก็ต 117 ราย, พระนครศรีอยุธยา 115 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 114 ราย และฉะเชิงเทรา 107 ราย
ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 ราย มี 14 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน 14 ราย, ลำปาง 13 ราย, พิจิตร 11 ราย, อุทัยธานี 10 ราย, สิงห์บุรี 9 ราย, มุกดาหาร 9 ราย, สุโขทัย 6 ราย, นครพนม 5 ราย, ชัยนาท 3 ราย, แพร่ 3 ราย, บึงกาฬ 3 ราย ขณะที่ น่าน พะเยา และอำนาจเจริญ 0 ราย
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 8 ต.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 1,010,072 โดส สะสม 59,308,772 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 34,668,552 ราย คิดเป็น 48.1% ของประชากร เข็มสอง 22,949,256 ราย คิดเป็น 31.9% ของประชากร และเข็มสาม 1,690,964 ราย คิดเป็น 2.3% ของประชากร
ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว60%
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง แต่ยังเกิน 100 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในอ.เมือง เนื่องจากมีคลัสเตอร์แรงงานต่างด้าว อยู่ระหว่างการควบคุมโรค สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด ภาพรวมฉีดเข็มที่ 1 ครอบคลุม 60% กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ครอบคลุม 56.9% กลุ่มโรคเรื้อรัง 65% หญิงตั้งครรภ์ 56% ประชาชนทั่วไป 62% และเด็กนักเรียนที่เพิ่งเริ่มฉีดวันที่ 4 ตุลาคม ฉีดแล้ว 10,027 ราย คิดเป็น 42.97% ของผู้ที่สมัครใจฉีด
ยืดรับเที่ยวลองสเตย์
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประชุมปรึกษา เมื่อวันที่ 28 ก.ย. มีมติเห็นชอบ ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย (มท.) เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ [ท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay)] Special Tourist Visa (STV) และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ [ท่องเที่ยวโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์)] จำนวน 2 ฉบับให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ต.2564-30 ก.ย.2565 และมท.ได้ จัดทำ ร่าง ประกาศเรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 2 ฉบับ เพื่อเสนอให้นายกฯ และรมว.มหาดไทยลงนาม
นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯ และรมว.มหาดไทยได้ลงนามในประกาศ กระทรวงมหาดไทยฯ ทั้ง 2 ฉบับแล้ว และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้นำประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 138 ตอนพิเศษที่ 240 ง หน้า 7-10 ลงวันที่ 1 ต.ค.เรียบร้อยแล้ว โดยสืบค้นประกาศมท.ทั้ง 2 ฉบับได้ที่เว็บไซต์ www.mratchakitcha.soc.go.th
เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ [ท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay)] >>> http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/240/T_0007.PDF และประกาศเรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ [ท่องเที่ยวโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์)] >>> http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/240/T_0009.PDF
ยัน 1 พ.ย.เปิดเที่ยว5จังหวัด
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชื่นชมผลสำเร็จจาก โครงการภูเก็ตแซนด์ บ็อกซ์ ที่ 3 เดือนที่เปิดมาสร้างมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 2,330 ล้านบาทแล้ว (ณ วันที่ 27 ก.ย.2564) โดยปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมถึงวันที่ 7 ต.ค.2564 จำนวน 43,026 คน
ในขณะที่จำนวนการจองที่พัก SHA+ Phuket Sandbox สำหรับการเข้าพัก ระหว่างเดือนก.ค.2564 ถึงเดือนก.พ.2565 อยู่ที่ 779,502 คืน โดยนักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกมาจากอเมริกา อิสราเอล อังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ส่วนโครงการสมุยพลัส และโครงการส่วนขยายของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 (Phuket Extension) มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม ทั้งสิ้น 1,069 คน
นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลได้เดินหน้าเปิดอีก 5 พื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 พ.ย.2564 ได้แก่ กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน) จ.เพชรบุรี (อ.ชะอำ) และจ.ชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ)
โดยรัฐบาลได้คาดการณ์เป้าหมายรายได้รวมการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 15 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 6 แสนล้านบาท ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทย เกิดการเดินทาง 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 8 แสนล้านบาท ซึ่งหากประเมินในแง่รายได้ของตลาดรวมจะคิดเป็น 50% ของปีปกติก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 หรือปี 2562 ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท
ฉีดให้นักเรียนแล้ว 1.5 แสนโดส
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเริ่มเดินหน้าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเดือนต.ค.2564 ให้แก่นักเรียน นักศึกษา กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ผ่านสถาบันการศึกษา ขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์เข้ารับการฉีดแล้วประมาณ 3.8 ล้านคน จากตัวเลขกลุ่ม เป้าหมายมีอยู่ 5 ล้านคน หรือร้อยละ 71
และคาดว่ามีตัวเลขผู้แจ้งความประสงค์ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยการฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. มีนักเรียน ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วประมาณ 150,190 ราย ร้อยละ 3.3 และฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 1,825 ราย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณ สุข (สธ.) จะเดินหน้าฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็ก นักเรียนอย่างต่อเนื่อง
กรณีที่มีกระแสข่าวผ่านสื่อต่างๆ และทางโซเชี่ยลสื่อออนไลน์ เช่น ในแพลตฟอร์มติ๊กต็อก เด็กบางกลุ่มได้ออกมาแสดงความกังวลต่อผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ขอให้ความเชื่อมั่นว่า ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่รัฐบาลนำมาฉีดให้กับเด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงได้มาตรฐานระดับสากลและทั่วโลกยอมรับ โดยได้ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติรับรองคุณภาพเรียบร้อยแล้วทั้งจากองค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและยาสหรัฐ หรือเอฟดีเอ (FDA) รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สธ. ของไทย
นายกฯจี้แจงฉีดปลอดภัย
น.ส.รัชดา กล่าวว่า แม้การฉีดวัคซีน ไฟเซอร์จะมีผลข้างเคียงในลักษณะต่างๆ อยู่บ้าง ทั้งผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หนาวสั่น รวมถึงผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่จากข้อมูลของคณะอนุกรรมการด้านโรคโควิด-19
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาระดับโลกด้านความปลอดภัยของวัคซีนประจำองค์การอนามัยโลก (GACVS) ระบุว่า วัคซีนชนิด mRNA มีประโยชน์ในการป้องกันโรคโควิด-19 มากกว่าความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิตจากโควิดได้
โดยหลายประเทศได้เดินหน้าฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็กไปก่อนหน้านี้แล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สเปน นอร์เวย์ เป็นต้น ทางบริษัท ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค ยังได้ยื่นคำขอต่อเอฟดีเอ อย่างเป็นทางการแล้วเพื่อให้อนุมัติให้ใช้วัคซีนโควิดกับเด็กอายุระหว่าง 5-11 ขวบ เป็นการฉุกเฉิน หากผ่านการรับรองของเอฟดีเอ คาดจะใช้ได้ในเดือนพ.ย.นี้
“การฉีดวัคซีนให้แก่เด็กนักเรียนมีความสำคัญมาก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของสังคมให้เข้มแข็งมากขึ้นและให้เด็กได้กลับไปเรียนในรูปแบบปกติโดยเร็ว เตรียมรับการเปิดภาคเรียนเดือนพ.ย.นี้ รัฐบาลโดยสธ. และกระทรวงศึกษาธิการ ยังให้มีการตรวจ แอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) แบบสุ่มตัวอย่าง 10-15% ของจำนวนนักเรียนในทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจกับนักเรียนในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ นายกรัฐมนตรี ยังกำชับให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และอัตราการเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีน เพื่อให้นักเรียนคลายความกังวลจากผลที่เกิดขึ้นด้วย” น.ส.รัชดากล่าว
เชียงใหม่กลับมาพุ่ง225
ด้านสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่ จ.เชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มสูงถึง 225 ราย จากในจังหวัด 213 ราย อีก 12 รายจากต่างจังหวัด ขณะที่เตียงรับผู้ป่วยอาการหนักเหลือเพียง 8 เตียงเท่านั้น ด้านการบริหารจัดการวัคซีนฉีดไปแล้ว 757,704 คน หรือร้อยละ 60.08 ของเป้าหมาย
ด้านนายอนุชา แสงสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลหนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.หนองแฝก อสม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปิดบ้านเช่า 4 ห้อง บ้านกู่แดง หมู่ 6 ต.หนองแฝก และร้านอาหารใกล้เคียง ประกาศเป็นพื้นที่เขตควบคุมโรคติดต่อ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าในพื้นที่ ทำการพ่นยาฆ่าเชื้อโรค
โดยให้บุคคลในครอบครัวของหญิงสาววัย 36 ปี แม่ค้าขายข้าวโพดนึ่งซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ร.พ. เนื่องจากติดโควิด มีสามี ลูก และคนพักห้องใกล้เคียงได้กักตัว 14 วันเพื่อรอดูอาการ โดยแม่ค้าสาวเร่ขายข้าวโพดนึ่งตามโรงงานและหมู่บ้าน ไปซื้อข้าวโพดสดในตลาดเมืองใหม่ ที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดของโรค
ส่วนที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ รายงานจำนวน “หมู่บ้านปลอดเชื้อโควิด-19” ว่า จากที่มี 2,056 หมู่บ้าน ปลอดเชื้อโควิด 1,766 หมู่บ้าน หรือร้อยละ 85.89 โดยมีข้อมูลสำคัญดังนี้ มี 5 อำเภอ ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ ได้แก่ อ.สะเมิง ดอยเต่า กัลยาณิวัฒนา ฮอด และ อ.แม่วาง คิดเป็นร้อยละ 100
รมต.สั่งตั้งรพ.สนามสงขลา
ที่จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 299 ราย เป็นการติดเชื้อในพื้นที่ 271 ราย เรือนจำทุ่งสง 22 ราย เดินทางกลับมารักษาตัวที่บ้าน 6 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 109 ราย โดยคลัสเตอร์ที่สำคัญที่ต้องเร่งควบคุมคือคลัสเตอร์เรือนจำทุ่งสง ตลาดเทศบาลตำบลหัวไทร ต.โพธิ์เสด็จ ต.ท่าเรือ ต.ในเมือง อ.เมือง และจันดีโภคภัณฑ์ อ.ฉวาง
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สงขลา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยใหม่ 504 คน จากการตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่สูงสุด กระจายในครอบครัวและชุมชนหลายอำเภอ ที่มีสถิติสูงติดต่อกันมี อ.เมือง หาดใหญ่ จะนะ สิงหนคร รัตภูมิ สะเดา สะบ้าย้อย และ อ.เทพา นอกจากนั้นพบในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในโรงงาน ชุมชน ร้านค้า บริษัท และกลุ่มผู้เดินทางจากต่างจังหวัด
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงสถานการณ์โควิดในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ จ.สงขลา ที่ยังพบผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูง จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานบูรณาการ เพื่อลดผู้ติดเชื้อ แนวทางการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด
“ผมได้รับรายงานสถานการณ์โควิดรายใหม่ที่พบใน 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง จ.สงขลา 504 คน ยะลา 650 คน นราธิวาส 470 คน ปัตตานี 413 คน และ จ.สตูล 64 คน ซึ่งถือว่ายังสูงอยู่ และได้รับรายงานจากหน่วยงานสาธารณสุข พบว่ามีการแพร่ระบาดลงสู่ชุมชนและครอบครัว ดังนั้นจึงเห็นควรให้ตั้งสถานกักกันโรคท้องที่ การกักกันที่บ้าน หรือระบบดูแลผู้ป่วยโควิดในชุมชน
โดยมอบภารกิจหลักให้ท้องที่และส่วนท้องถิ่นและสาธารณสุขในพื้นที่ จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับร.พ.สนาม เพื่อใช้รองรับผู้ป่วยให้เพียงพอ โดยมีมาตรการดูแลอย่างใกล้ชิดและเข้มงวด เชิงรุกตรวจชุมชนด้วยชุดตรวจเอทีเค ติดตามค้นหาผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อให้เร็วที่สุดและครบทุกคน ปรับมาตรการดูแลประชาชนในเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น” นายนิพนธ์กล่าว

เขตติดเชื้อ – เจ้าหน้าที่ร.พ.สนามที่ 7 จ.ปัตตานี ขึ้นป้ายเตือนเขตผู้ป่วยติดเชื้อ ห้ามเข้า ท่ามกลางการระบาดของโควิดใน 4 จังหวัดภาคใต้ ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนต้องจัดตั้งร.พ.สนามเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 9 ต.ค.
ปัตตานีรอดูล็อก-ไม่ล็อก
ที่จ.ปัตตานี ผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม โดยยอดผู้ติดเชื้อวันที่ 8 ต.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งอีก 514 ราย เสียชีวิตรายใหม่อีก 6 ราย จนขณะนี้มียอดติดเชื้อสะสม 25,581 ราย รักษาหาย 16,491 ราย และเสียชีวิตสะสม 320 ราย ในจำนวนนี้อำเภอเมืองมีผู้ติดเชื้อสูงสุดถึง 1,302 ราย
นายนิพันธ์ บุญหลวง ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ได้เร่งปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อย่างเข้มงวด แต่ยังไม่วางมาตรการล็อกดาวน์ ต้องรอประเมินสถานการณ์วันต่อวันอีกครั้ง ที่เร่งด่วนตอนนี้ คือการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่ได้ประกาศอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ทุกคนระมัดระวังป้องกันตนเอง เมื่อรู้ว่าตนเองมีความเสี่ยง ต้องกักตัวดูแลตนเองและครอบครัว ควบคู่กับการตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง เอทีเค
ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ยังคงมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียน นักศึกษา อายุ 12 ปีขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีนักเรียน จำนวน 68,367 คน ประสงค์รับวัคซีน 43,619 คน โดยตลอดทั้ง 2 วันที่ผ่านมา นักเรียน นักศึกษาได้รับวัคซีนไปแล้ว 4,000 กว่าคน ขณะเดียว วันที่ 9-10 ต.ค. ทางร.พ.ปัตตานี ได้เปิดให้กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เดินทางมาฉีดวัคซีนเข็มแรกได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ซึ่งจะมีการเปิดให้มารับวัคซีน วันละ 2,000 คน เป็นสูตรไขว้ เข็มแรก ซิโนแวค และเข็มที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้า
ยะลาเปิดสายด่วน
ที่จ.ยะลา ยอดผู้ติดเชื้อมีจำนวน 650 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเพศชายวัย 78 ปี ยอดสะสม 28,658 ราย เสียชีวิตรวม 107 ราย
นายภิรมย์ นิลทยา ผวจ.ยะลา ได้ออกคำสั่งห้ามเข้าออกและงดปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิดที่บ้านดูซงกูจิ หมู่ 1 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 21 ต.ค.2564 พร้อมเปิดสายด่วน คอลเซ็นเตอร์ 1567 รับแจ้งข้อมูลโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัด ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. เพื่อเร่งลดปัญหาการแพร่ระบาดของโรค
โคราชเจออีก164-ตาย 3
ด้าน นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 164 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยง 18 ราย และการสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่ 146 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 27,293 ราย รักษาหาย 23,921 ราย ยังรักษาอยู่ 3,176 ราย เสียชีวิตใหม่ 3 ราย เสียชีวิตสะสม 196 ราย
กักบ้านประมงบุรีรัมย์
นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง ไปมอบให้กับชุมชนประมง หมู่ 2 ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังจากแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดออกไปรักษาแล้วจำนวน 16 ราย
หลังจากเกิดคลัสเตอร์ หญิงสาวในหมู่บ้านไปทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อต่างจังหวัดซึ่งมีพื้นที่ติดกัน แล้วนำเชื้อมาแพร่ในครอบครัวรวม 7 คน มีเด็กอายุ 9 ขวบรวมอยู่ด้วย ก่อนเชื้อจะขยายไปติดชาวบ้านในชุมชนอีก 9 คน รวมมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 16 ราย ในชุมชนเดียว ส่วนชาวบ้านที่เหลือ จนท.ได้ตรวจเอทีเค โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้าไปกันพื้นที่ แต่ละครอบครัวต้องกักตัวเองอยู่ภายในบ้านจำนวน 14 วัน
นายรังสิกรกล่าวว่า อ.สตึก ฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบครบ 70% แต่ยังมาเกิดคลัสเตอร์ขึ้นได้ จึงขอฝากบอกไปถึงพี่น้องประชาชนทั่วไปว่า ถึงแม้จะฉีดวัคซีนกี่เข็มแล้วก็ตาม แต่ละคนมีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะชุมชนแออัด จะมีความเสี่ยงสูงมาก
นายอุเทน วิเศษบุบผา ประธาน อสม.สตึก กล่าวว่า การเกิดคลัสเตอร์ในชุมชนนี้ ถือว่าเป็นการซ้ำเติม เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหาปลาในแม่น้ำมูน มีฐานะยากจน แต่ต้องมาถูกกักบริเวณอีก 14 วัน
สระแก้วแต่งชุดนร.ฉีดเด็ก
ด้าน จ.สระแก้ว พบผู้ติดเชื้อใหม่ 132 ราย แยกเป็นในจังหวัด 132 ราย จากจังหวัดอื่น 15 ราย จากต่างประเทศ 4 ราย และหญิงป่วยติดเตียงวัย 64 ปี เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นรายที่ 71 ของจังหวัดสระแก้ว ผู้ติดเชื้อในจังหวัดจำแนกตามอำเภอ ที่ อ.เมืองสระแก้ว 49 ราย อ.อรัญประเทศ 42 ราย (ตลาดโรงเกลือ 18 ราย) อ.โคกสูง 6 ราย อ.วังสมบูรณ์ 6 ราย อ.เขาฉกรรจ์ 4 ราย อ.วัฒนานคร 3 ราย อ.ตาพระยา 2 ราย และ อ.วังน้ำเย็น 1 ราย
ด้าน อสม.ตำบลอรัญประเทศ และเจ้าหน้าที่ ร.พ.อรัญประเทศ ได้ร่วมกันสร้างสีสัน จูงใจให้เด็กมาฉีดวัคซีน ด้วยการร่วมกันแต่งชุดนักเรียน นักศึกษา เพื่อคลายความกังวลและความเครียดจากการฉีดวัคซีนด้วย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ปกครองและเด็กๆ ที่มาฉีดวัคซีน