เครื่องเสียจอดเกลื่อน
กทม.เร่งผันน้ำช่วยปทุม
ผ่านชั้นในลงเจ้าพระยา
พายุ‘คมปาซุ’ขึ้นฝั่งแล้ว
อีสานระทม-ท่วมซ้ำอีก

ฝนถล่มหนักนับชั่วโมงน้ำระบายไม่ทัน จมถนนเมืองกรุงหลายจุด แยกแคราย-ใต้ทางด่วนงามวงศ์วานสูงครึ่งเมตร รถเครื่องดับระนาว เตือนอีสานรับมือ ‘คมปาซุ’ ขึ้นฝั่งแล้ว สธ.สั่ง 1.5 พันสถานพยาบาลใน 23 จว. รับมือท่วม กทม.เร่งระบายผ่านประตูน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ช่วยบรรเทาท่วมปทุมธานี

‘คมปาซุ’ขึ้นฝั่งแล้ว

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ต.ค. นาย ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุฯ เรื่องพายุคมปาซุ ฉบับที่ 11 ว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา พายุโซนร้อนคมปาซุ บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ จ.ทัญฮว้า ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 ก.ม.ต่อช.ม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 ก.ม.ต่อช.ม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงค่ำวันนี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน หย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว

อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค.

ปภ.สรุปความเสียหาย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลพายุไลอ้อนร็อก ตั้งแต่วันที่ 8-14 ต.ค. ทำให้เกิดอุทกภัยใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เลย ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง รวม 18 อำเภอ 67 ตำบล 296 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,251 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สถาน การณ์คลี่คลายแล้ว 6 จังหวัด ยังคงมีสถาน การณ์ใน 2 จังหวัด คือจันทบุรี และตราด

ขณะที่อิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-7 ต.ค. ทำให้เกิดอุทกภัย รวม 33 จังหวัด รวม 225 อำเภอ 1,196 ตำบล 8,192 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผล กระทบ 332,738 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 23 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ใน 10 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนคร ศรีอยุธยา ปทุมธานี รวม 46 อำเภอ 312 ตำบล 1,717 หมู่บ้าน 90,507 ครัวเรือน

12 จว.ยังอ่วมท่วม

ภาพรวมยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 12 จังหวัด ดังนี้ จันทบุรี 6 อำเภอ ได้แก่ เขาคิชฌกูฏ มะขาม ขลุง ท่าใหม่ เมืองจันทบุรี และแหลมสิงห์, ตราด 2 อำเภอ ได้แก่ เขาสมิง และเมืองตราด, ขอนแก่น 9 อำเภอ ได้แก่ แวงน้อย แวงใหญ่ โคกโพธิ์ชัย ชนบท มัญจาคีรี พระยืน บ้านแฮด บ้านไผ่ และเมืองขอนแก่น, มหาสารคาม 3 อำเภอ ได้แก่ โกสุมพิสัย กันทรวิชัย และเมืองมหาสารคาม, นครราชสีมา 6 อำเภอ ได้แก่ โนนสูง พิมาย คง ประทาย ชุมพวง และเมืองยาง

นครสวรรค์ 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองนคร สวรรค์ พยุหะคีรี และโกรกพระ, ลพบุรี 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองลพบุรี บ้านหมี่ และโคกสำโรง, สุพรรณบุรี 2 อำเภอ ได้แก่ บางปลาม้า และสองพี่น้อง, สิงห์บุรี 3 อำเภอ ได้แก่ อินทร์บุรี เมืองสิงห์บุรี และพรหมบุรี, อ่างทอง 5 อำเภอ ได้แก่ เมืองอ่างทอง ไชโย ป่าโมก วิเศษชัยชาญ และสามโก้, พระนคร ศรีอยุธยา 10 อำเภอ ได้แก่ ผักไห่ เสนา บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางไทร บางปะอิน มหาราช นครหลวง บางปะหัน และบางซ้าย, ปทุมธานี 2 อำเภอ ได้แก่ เมืองปทุมธานี และสามโคก

‘ตู่’ขอเห็นใจหากพายุเยอะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า วันนี้ติดตามสถานการณ์อยู่ ความเสียหายค่อนข้างน้อยลงจากพายุทั้ง 2 ลูก โดยมีมาตรการเยียวยาจะเร่งสำรวจจากดาวเทียมและการสำรวจในพื้นที่จริง ในหลายพื้นที่จำเป็นต้องดูแลเยียวยาทุกปีโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ที่อยู่ติดกับทางระบายธรรมชาติ ทั้งแม่น้ำ คู คลอง ซึ่งถ้าฝนตกเกินปริมาณที่จะระบายได้ตามปกติก็จะมีปัญหา ทั้งนี้เท่าที่ไปตรวจเยี่ยมประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความพอใจในการเยียวยาของรัฐ ซึ่งเขาประสบปัญหาทุกปีเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเขามีภูมิลำเนาอยู่ที่นั่นจะทำอย่างไรเพื่อดูแลความเป็นอยู่เขาให้ดีขึ้นในอนาคต

ส่วนความมั่นใจในสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูจากสถิติการระบายน้ำ การพร่องน้ำ การโยงน้ำต่างๆ ที่มีการใช้เครื่องมือเพื่อระบายน้ำไปทางทิศตะวันตก ตะวันออก และระบายน้ำลงทุ่ง นี่คือความชัดเจนของรัฐบาลในปัจจุบัน ตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้าเรื่องเหล่านี้ไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนัก ขอให้มั่นใจแต่ถ้ากรณีที่มีพายุเข้าและเกินรับได้ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย เราจะพยายามดูแลอย่างเต็มที่

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใน วันที่ 15 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำและการบรรเทาสาธารณภัยและการฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่ ที่ศาลาประชาวาริน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ ผู้ประสบภัย 78 ครัวเรือน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.จันทบุรี นายกฯ กำชับให้ส่วนราชการในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ อพยพประชาชนในพื้นที่ โดยหากขาดเหลือสิ่งใดให้ทางจังหวัดประสานแจ้งส่วนกลางเข้ามาทันที

บิ๊กป้อมตรวจท่วมขอนแก่น

ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังและนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ร่วมคณะรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม พร้อมมอบนโยบายที่สำคัญโดยกำชับให้สทนช. กรมชลประทาน, กฟผ. ตลอดจนอนุกรรม การน้ำ จ.ขอนแก่น และจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ ในพื้นที่เสี่ยง ให้เฝ้าระวังและปฏิบัติตาม แผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะพายุคมปาซุที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย

จากนั้น พล.อ.ประวิตรเป็นประธานเปิดกิจกรรม เพิ่มความสุข ด้วยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเติมน้ำต้นทุนแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยทำพิธีกดปุ่ม เพิ่มความสุข พื้นที่ อ.ภูเวียง และ อ.ชุมแพ และไปวัดโพธิบัลลังก์ ต.ดอนหัน และวัดเทพปูรณาราม ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น พบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน อาสาสมัครแรงงาน มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย น้ำท่วมและสุขาลอยน้ำ พร้อมกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งยืนยันว่า รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน ทุกจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเป็นอันขาด

สธ.สั่ง 23 จว.รับมือท่วม

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยว่า ประเทศไทยยังมีร่องมรสุมพาดผ่านเข้าสู่พายุโซนร้อนคมปาซุ ในอ่าวตังเกี๋ย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ มีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำ ท่วมขัง และน้ำท่วมฉับพลันอีก 23 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น จันทบุรี ตราด นครราชสีมา นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ศรีสะเกษ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สระบุรี ปทุมธานี บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธร กาฬสินธุ์ ระนอง สุรินทร์ พังงา และนครปฐม

มีสถานบริการสาธารณสุขเสี่ยงได้รับผลกระทบ 1,576 แห่ง ขอให้ประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังต่อเนื่อง อาคารสถานที่และครุภัณฑ์ต่างๆ ให้ใช้หลักป้องกัน ยกสูง เคลื่อนย้าย สำรองยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ และเตรียมจัดบริการทางการแพทย์ สถานที่สำรอง หรือจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเมื่อจำเป็น

น้ำป่าสักพังตลิ่งสระบุรี

ที่ จ.สระบุรี หลายพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักเกิดตลิ่งทรุดตัวทำให้บ้านและวัดที่อยู่ริมแม่น้ำถูกดึงลงแม่น้ำพังเสียหายหลายจุดในช่วงบ่ายวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา พื้นที่ ม.1 ต.นาโฉง อ.เมือง จ.สระบุรี พบบ้าน 2 หลังที่ปลูกอยู่ติดกัน ใกล้กันแนวตลิ่งวัดหงส์ ดาราวาส อ.เสาไห้ ทรุดตัวลงมาทำใต้ยางนาอายุกว่า 100 ปี ล้มโค่น 2 ต้น สิ่งปลูกสร้างภายในวัด เช่น รูปปั้นพญานาค รูปเทวดา และศาลเพียงตา ที่อยู่ในแนวริมตลิ่ง ถูกสไลด์ลงได้รับความเสียหาย

ส่วนที่วัดบ้านกอก ต.บ้านแก้ง อ.เฉลิม พระเกียรติ กุฏิพระที่ปลูกอยู่แนวริมตลิ่งทรุดตัว 5 หลัง รวมถึงกุฏิเจ้าอาวาส พระต้องหนีตายจ้าละหวั่นกระโดดออกมาแทบไม่ทัน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระสงฆ์ที่อาพาธอยู่ 1 รูป บาดเจ็บศีรษะแตกมีแผลถลอกตามร่างกาย เช่นเดียวกับ อ.วังม่วง สะพานหนองกรดมีดินสไลด์เป็นแนวยาว 50 เมตร ร.ร.บ้านหนองกรด ดินสไลด์ประมาณ 250 เมตร ถนนเส้นข้างโรงเรียนขาดเสียหาย 1 เส้น บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 10 หลังคาเรือน ในจำนวนนั้นมี 2 หลังเสียหายหนัก เจ้าของบ้านต้องอพยพไปอาศัยชั่วคราวที่ ร.ร.บ้านหนองกรด โดยชาวบ้านคาดสาเหตุจากกรมชลประทานระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสักรวดเร็วและมากเกินไป

จันทบูรพ้นวิกฤต

ด้านสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำจันท บุรี เอ่อล้นตลิ่งท่วมชุมชนริมน้ำในเขต อ.เมือง จ.จันทบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเปลี่ยนธงสัญลักษณ์เป็นสีแดง หมายถึงระดับน้ำอยู่ในขั้นวิกฤตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ล่าสุดสถานการณ์เข้าส่ภาะปกติแล้ว หลังจากพื้นที่ตอนบนและเขต อ.เมือง ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มทำให้ปริมาณน้ำเริ่มลดลง เนื่อง จากน้ำทะเลไม่หนุนซ้ำ โดยชาวบ้านย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร ริมแม่น้ำจันทบุรี ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีทรัพย์สินข้าวของต่างๆ ที่เกรงว่าจะได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่เทศบาลตำบลเขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด ที่แม่น้ำเขาสมิงล้นตลิ่งท่วมสูงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำเขาสมิงลดลงกว่า 1 เมตร ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมเขาพื้นที่เทศบาลตำบลเขาสมิงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนกลับเข้าสู่บ้านเรือนได้แล้วยกเว้น ถนนเทศบาล 2 สาย หลังที่ว่าการอำเภอและสภ.เขาสมิง ยังมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 ซ.ม. ยกเว้นบ้านเรือนรอบนอกที่ยังมีน้ำท่วมอยู่

ส่วนในพื้นที่ อ.เมืองตราด 3 ตำบล คือ ต.วังกระแจะ ระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ติดเเม่น้ำตราด ส่วนในพื้นที่ ต.ห้วยแร้ง และ ต.เนินทราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น หลังมีน้ำจาก อ.เขาสมิง ไหลลงมาบรรจบกับคลองห้วยแร้ง ส่งผลให้บ้านเรือนใน ต.ห้วยแร้ง ยังน่าเป็นห่วง และหากน้ำทะเลที่ขึ้นมาในช่วงบ่ายนี้มาหนุนเพิ่มอาจจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก โดยฝนแม้จะหยุดตกแล้ว แต่ยังมีเมฆปกคลุมอยู่

กทม.ระบายน้ำช่วยปทุมฯ

ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ว่า ปริมาณน้ำของกรมชลประทานที่ อ.บางไทร จ.พระนคร ศรีอยุธยา ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านกทม. เฉลี่ย 2,742 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด กรุงเทพฯ อยู่ที่ระดับ 1.58 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกทม. 1.42 ม. ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาและจากน้ำขึ้นเต็มที่แต่อย่างใด

เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเหนือไหลหลากและเร่งระบายน้ำ กทม.จึงระบายน้ำในแนวคลองหกวาสายล่าง โดยเปิดประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ ประตูระบายน้ำคลองสามวา และประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ (ตอนหนองใหญ่) เพื่อช่วยระบายน้ำจาก จ.ปทุมธานี ผ่านเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้อาคารบังคับน้ำที่มี ได้แก่ ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำในการทำหน้าที่เร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเดินเครื่องสูบน้ำตลอดเวลา และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ รวมไปถึงการควบคุมระดับการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้มีความสัมพันธ์กับการเดินเครื่องสูบน้ำ และปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่

ฝนถล่มทั่วกรุง-นนท์

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องกันนับชั่วโมง ในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 ฝั่งขาออก มุ่งหน้าสู่สถานีขนส่งหมอชิต ช่วงหน้าสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำค่อนข้างสูง ประกอบกับมีรถกลับรถที่ช่องทางขวาสุด ทำให้รถสามารถเคลื่อนตัวได้ช้า ส่วนการจราจรที่ฝั่งขาเข้า มีน้ำท่วมขังเป็นบางจุด ตลอดเส้นทาง บางจุดน้ำสูงเสมอกับทางเท้า ส่วนถนนเทศบาลสงเคราะห์ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร มีน้ำท่วมขังสูงถึงทางเท้าทั้งบริเวณหน้าตลาดบองมาร์เช่ และตลาดประชานิเวศน์ 1 รถยนต์รวมถึงจักรยานยนต์เคลื่อนตัวได้ช้า การจราจรค่อนข้างติดขัดตลอดทั้งสาย

ส่วนที่ จ.นนทบุรี มีฝนตกหนักนานกว่า 2 ช.ม. เกิดน้ำท่วมหลายจุด เนื่องจากท่อระบายน้ำไม่ทัน โดยเฉพาะแยกแคราย ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน ถนนงามวงศ์วาน น้ำท่วมสูง 30-50 ซ.ม. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องขับฝ่าน้ำท่วม จนรถจักรยานยนต์เสียหลายคัน และการจราจรติดขัดช่วงขาเข้ามุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร

ท่วมกรุง – ฝนตกหนักตลอดช่วงบ่ายทำให้น้ำท่วมถนนเทศบาล สงเคราะห์ เขตจตุจักร ขณะที่ถนนหลายสายของกรุงเทพฯ ก็ถูกน้ำท่วมรอการระบาย เป็นอุปสรรคต่อการสัญจรของคนเมืองหลวง เมื่อค่ำวันที่ 14 ต.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน