จับคาอ่าวไทย-เรือน้ำมันเถือนล้านลิตร

16 ต.ค. 2564 - 09:31 น.

‘บิ๊กปั๊ด-กรมศุล’ตรวจยึด
ขณะลอยลำกลางปากน้ำ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘บิ๊กปั๊ด’ นำทีมตำรวจสอบสวนกลาง-ตำรวจน้ำ ร่วมกับกรมศุลกากร จับเรือขนน้ำมันดีเซลเถื่อนได้คาอ่าวไทยหลังสายลับแจ้งเบาะแส พบเรือขนาดระวางบรรทุก 1.2 ล้านลิตร แล่นอยู่ในร่องแม่น้ำเจ้าพระยา รวบกัปตันพร้อมลูกเรือ 8 คน ตรวจพบมีสารมาร์กเกอร์เข้มข้น 31 ใช้ผสมน้ำมันส่งออกได้ยกเว้นภาษีสรรพสามิต ห้ามขนกลับเข้าประเทศอีก แจ้งข้อหาผิดพ.ร.บ.ฟอกเงิน, พ.ร.บ.สรรพสามิต และพ.ร.บ.ศุลกากร ลากเรือไปจอดที่ท่าสรรพสามิต แหลมฟ้าผ่า พระสมุทรเจดีย์ เร่งตรวจสอบปริมาตรน้ำมันทั้งหมด ขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำผิด ฉวยโอกาสค้าน้ำมันเถื่อน ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร ร่วมตรวจสอบผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้รับแจ้งจากสายลับเมื่อช่วงสาย วันที่ 14 ต.ค.ว่า จะมีการลักลอบขนน้ำมัน เชื้อเพลิงดีเซลผิดกฎหมายเข้ามาเพื่อจำหน่ายในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จึงนำเรือออกลาดตระเวนไปจนถึงบริเวณปากร่องน้ำเจ้าพระยา พบเรือบรรทุกน้ำมันสีดำ หัวเรือเขียนชื่อ MITA 1 กำลังแล่นเข้ามาในร่องน้ำเจ้าพระยา จึงสั่งให้หยุดเพื่อเข้าตรวจสอบ พบนายนิมิตร์ เพชรรัตน์ เป็นกัปตันเรือ พร้อมลูกเรืออีก 8 คน จากการตรวจสอบพบของเหลวใส สีเหลืองคล้ายน้ำมันดีเซลบรรทุกอยู่ในระวางเรือจำนวนหนึ่ง เมื่อตรวจสอบทะเบียนเรือ พบว่ามีระวางเรือความจุ 1.2 ล้านลิตร แต่ไม่มีเอกสารการได้มาของสิ่งของดังกล่าว ไม่สามารถนำเอกสารทะเบียนเรือ และใบอนุญาตใช้เรือ มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงควบคุมเรือเข้ามาให้จอดทิ้งสมอบริเวณปากคลองสรรพสามิต ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

ต่อมาได้ประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากร และ เจ้าหน้าที่สรรพาสามิต ร่วมตรวจสอบ โดยตรวจเก็บตัวอย่างของเหลว พบว่าเป็นน้ำมันดีเซล และพบค่าสารมาร์กเกอร์ มีความเข้มข้น 31 ซึ่งสารดังกล่าวจะใช้สำหรับเติมน้ำมันส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต เมื่อนำส่งออกไปแล้วจะนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไม่ได้อีก ถือเป็นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 ข้อหา มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของนั้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ และ พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 204 (1) ข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่เสียภาษี เพื่อจำหน่าย หรือ จำหน่าย โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5 เท่าถึง 15 เท่าของค่าภาษีที่ต้องเสียหรือทั้งจำทั้งปรับ และ ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อไป เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบปริมาตรน้ำมันที่แน่นอน


รายงานข่าวแจ้งว่า การลักลอบขนน้ำมันเถื่อนดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันในตลาดพุ่งสูงขึ้น กลุ่มผู้ลักลอบค้าน้ำมันจึงคิดแสวงหากำไรจากสถานการณ์นี้

น้ำมันเถื่อน – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ร่วมกับกรมศุลกากร ตรวจจับเรือบรรทุกน้ำมันลอบขนน้ำมันเถื่อนล้านกว่าลิตร บริเวณปากอ่าวไทย อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ จับคาอ่าวไทย-เรือน้ำมันเถือนล้านลิตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง