ไฟเซอร์แทนวัคซีนจีน
สธ.โต้เลื่อนนร.กรุง
ชี้รร.-รพ.เข้าใจผิดเอง

สธ.เร่งฉีดวัคซีนนักเรียน ให้ทันเปิดเทอม นัดถกฉีดไฟเซอร์เข็ม 2 ให้ด.ช. เผย ‘ซิโนแวค’ เหลือใช้ แค่สัปดาห์เดียวหลังระดมฉีดไขว้ สธ.เดินหน้าสูตร ‘แอสตร้า- ไฟเซอร์’ ต่อทันที ปลดล็อกสายการบิน รับผู้โดยสารได้เต็มลำ นายกฯ ‘ตู่’ ชวนชาวไทย ร่วมก้าวข้ามวิกฤตโควิด พร้อมรับเปิดประเทศ ย้ำการจัดหาวัคซีนเป็นไปตามแผนของศบค. สลดอีกสาวแม่ค้าออนไลน์เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนเข็ม 2 สามียังคาใจจี้รับช่วยดูแล

ศบค.เผยสถานการณ์โควิด-19

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ต.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,648 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,873 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 650 ราย ติดเชื้อจาก ผู้เดินทางต่างประเทศ 14 ราย และติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขังเพิ่ม 111 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,743,975 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 63 1,772,838 ราย หายป่วยเพิ่มวันนี้ 10,794 ราย หายป่วยสะสม 1,619,829 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,647,255 ราย

วันนี้มีผู้เสียชีวิต 82 คน เสียชีวิตสะสม 18,111 คน เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 18,205 คน ส่วนผู้ป่วยรักษาอยู่ 107,378 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 41,251 ราย โรงพยาบาลสนาม 66,127 ราย อาการหนัก 2,845 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 668 ราย ขณะที่จำนวนผู้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-15 ต.ค. รวม 64,139,022 โดส ใน 77 จังหวัด ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 36,955,020 ราย เข็มที่ 2 สะสม 25,287,543 ราย และเข็มที่ 3 สะสม 1,896,459 ราย

10 อันดับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่สูงสุด อันดับ 1 ยังคงเป็นกรุงเทพฯ 1,077 ราย สะสม 385,764 ราย อันดับ 2 ยะลา 664 ราย สะสม 33,485 ราย อันดับ 3 สงขลา 621 ราย สะสม 38,133 ราย อันดับ 4 ปัตตานี 561 ราย สะสม 28,712 ราย อันดับ 5 ชลบุรี 470 ราย สะสม 96,243 ราย อันดับ 6 นราธิวาส 459 ราย สะสม 31,245 ราย อันดับ 7 สมุทรปราการ 380 ราย สะสม 118,092 ราย อันดับ 8 นครศรีธรรมราช 369 ราย สะสม 21,507 ราย อันดับ 9 จันทบุรี 350 ราย สะสม 15,402 ราย และอันดับ 10 ระยอง 325 ราย สะสม 37,209 ราย

‘บิ๊กตู่’ชวนทุกคนก้าวข้ามโควิด

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha” ระบุว่า วันนี้รัฐบาลขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมก้าวข้ามวิกฤตโควิด มองไปข้างหน้า และเตรียมเปิดประเทศแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมี 2 ปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ คือ ความพร้อมเรื่องการจัดหาและ การฉีดวัคซีนซึ่งมีแนวโน้มที่ดีมากๆ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ ศบค.กำหนด รวมทั้งเรื่องเวชภัณฑ์และระบบสาธารณสุขที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า จะรองรับอัตราการติดเชื้อรายใหม่และลดอัตราการสูญเสียในอนาคตได้ และอีกปัจจัยที่สำคัญ คือ ความมีวินัยและความร่วมแรงร่วมใจกันของคนไทยทั้งประเทศ ในการเอาชนะโรคระบาด เพื่อมุ่งสู่การกลับมาใช้ชีวิตและการทำมาหากินตามปกติสุข แบบนิวนอร์มัลให้ได้ในเร็ววัน

“ที่ผ่านมาได้จากความร่วมแรงร่วมใจ และสามัคคีของทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ในการฟื้นฟูประเทศและพลิกโฉมประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง เศรษฐกิจดีนั้น จึงต้องอาศัยทุกคนให้สู้ไปด้วยกันอีกครั้งพร้อมกับผม รัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐ ทุกแห่งที่พร้อมดำเนินการตามแผน และให้การ สนับสนุนพี่น้องประชาชนทุกคน” นายกฯ กล่าว

เร่งฉีด – นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลีเทคนิคลานนา จ.เชียงใหม่ ทั้งระดับ ปวช. และปวส. จำนวน 4,000 คน เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก ป้องกันโควิด-19 ที่เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

เร่งฉีดวัคซีนนร.ทันเปิดเทอม

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงการฉีดวัคซีน ไฟเซอร์ในนักเรียน ว่า ทั่วประเทศมีนักเรียนอายุ 12-18 ปี เข้าเกณฑ์รับวัคซีนไฟเซอร์ประมาณ 4-5 ล้านคน ขณะนี้มีวัคซีนเข้ามาแล้ว 3 ล็อต คือ 2 ล้านโดส 1.5 ล้านโดส และ 1.5 ล้านโดส รวม 5 ล้านโดส เพียงพอต่อการฉีดเข็มที่ 1 ให้ทันก่อนเปิดเรียนในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ส่วนเข็มที่ 2 จะฉีดห่างจากเข็มแรก 3-4 สัปดาห์ ก็จะฉีดครบถ้วน 2 เข็มใน พ.ย.

ส่วนกรณีโรงเรียนในกรุงเทพฯ เลื่อนฉีดวัคซีนไม่ได้เกิดจากวัคซีนไม่พอหรือขาดวัคซีน แต่เป็นความเข้าใจผิดของทางโรงเรียนและโรงพยาบาลที่จะนัดนักเรียนมาฉีด เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์ล็อตที่ 3 จำนวน 1.5 ล้านโดส เพิ่งมาถึงไทยวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา และพร้อม กระจายวันที่ 18 ต.ค. การจะนัดนักเรียนมาฉีด ต้องนัดหลังวันที่วัคซีนกระจายไปถึงจุดฉีดแล้ว แต่เกิดความเข้าใจผิดทำให้โรงเรียนและโรงพยาบาลนัดนักเรียนในล็อตที่ 3 มาฉีดในล็อตที่ 2 จึงให้มีการนัดนักเรียนมาฉีดใหม่

เมื่อถามถึงจำนวนวัคซีนซิโนแวคที่จะใช้สูตรไขว้ นพ.โอภาสกล่าวว่า เราใช้สูตร ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้าเป็นสูตรหลัก ฉีดประชาชนไปจำนวนมากแล้ว เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค คาดว่าในสัปดาห์นี้จนถึงสัปดาห์หน้าวัคซีนซิโนแวคก็จะหมดแล้ว จะต่อด้วยสูตรไขว้แอสตร้าเซนเนก้า-ไฟเซอร์ แต่ขอให้รอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

จ่อเคาะไฟเซอร์เข็ม 2 ให้ดช.

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความก้าวหน้าของการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ในเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ปี ล่าสุดแสดงความประสงค์ฉีดวัคซีนผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทั่วประเทศ แล้วกว่า 4.07 ล้านราย จากเดิมที่ช่วงต้นมีแจ้งไว้ 3.61 ล้านคน และกระทรวงศึกษาธิการ จะสำรวจการฉีดวัคซีนของนักเรียนรอบสองอีกครั้งว่ายังมีนักเรียนคนไหนตกหล่นอีกหรือไม่

ข้อมูลวันที่ 14 ต.ค. มีนักเรียนได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว 8.64 แสนราย ขณะที่ นักศึกษาและบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับวัคซีนกว่า 1 ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นผู้ที่ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 6.16 แสนคน และฉีดครบ 2 เข็ม 3.84 แสนคน แยกเป็นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 7.63 แสนคน และต่างจังหวัด 2.37 แสนคน จากการเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ในทั้งกลุ่มนักเรียนและนักศึกษายังไม่มีรายงาน การเกิดภาวะกล้ามเนื้อ/เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

น.ส.รัชดากล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม เด็กเพศชายที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค เด็กเพศหญิงและ เด็กชายอายุ 16-18 ปี สามารถรับวัคซีนเข็ม ที่ 2 ได้ ใน 3-4 สัปดาห์ หลังฉีดวัคซีนเข็มแรก ส่วนเด็กชายอายุ 12 ถึงต่ำกว่า 16 ปี ที่ฉีดวัคซีน ไฟเซอร์เข็มแรกไปแล้วนั้น คณะอนุกรรมการวิชาการจะประชุมหาข้อสรุปเข็มที่ 2 ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มมีการฉีดเข็ม 2 ตามกำหนดในวันที่ 25 ต.ค. ขอให้ผู้ปกครองนักเรียนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมในโซเชี่ยลมีเดียที่สร้างความวิตกกังวล ให้ติดตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและคณะแพทย์หรือนักวิชาการของกระทรวงที่มีการตรวจสอบยืนยันได้

สายบินนั่งได้เต็มลำ

นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผอ.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามออกประกาศ กพท. เรื่อง แนวปฏิบัติ สำหรับผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 7 โดยปลดล็อกช่วงเวลาในการปฏิบัติการบินของสายการบิน อนุญาตให้สายการบินทำการบินได้มากขึ้น ตามประกาศของ ศบค. ที่ปรับลดเวลาเคอร์ฟิวระหว่าง 23.00-03.00 น. ของทุกวัน

นอกจากนี้ กพท.ยังยกเลิกการจำกัดความจุผู้โดยสารบนเที่ยวบินที่ร้อยละ 75 อนุญาตให้สายการบินมีจำนวนผู้โดยสารได้ตามความจุของอากาศยานที่ใช้ในการทำการบินเที่ยวบิน มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. เป็นต้นไป

วันเดียวกันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิด ให้จองวัคซีนทางเลือก เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือบูสเตอร์โดส สำหรับองค์กรนิติบุคคลและโรงพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขั้นต่ำ 12 คนขึ้นไป ในโอกาสครบรอบ 12 ปี ร.พ.จุฬาภรณ์ ในวันที่ 29 ต.ค. เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ เป็นการจองในรูปแบบนิติบุคคลและ โรงพยาบาลเท่านั้น ไม่เปิดรอบบุคคลทั่วไป วัคซีนซิโนฟาร์ม เข็มละ 550 บาท พร้อมร่วมบริจาค 10% ของจำนวนวัคซีนที่ขอรับจัดสรรให้กับกลุ่มเปราะบาง เริ่มฉีดได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป

โมเดอร์นา (50 มค.ก.) เข็มละ 555 บาท พร้อมร่วมบริจาค 10% ของจำนวนวัคซีนที่ขอรับจัดสรรให้กับกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียนจองพร้อมโอนเงินมัดจำ 250 บาทต่อโดส จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. และโอนเงินมัดจำ 400 บาทต่อโดสตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป และชำระเงินส่วนที่เหลือเต็มตามจำนวน เมื่อได้รับการจัดสรรวัคซีน พร้อมจำนวน ที่บริจาคอีก 10% กำหนดเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2565 เป็นต้นไป ตามลำดับองค์กรที่โอนเงินจองเข้ามาก่อน และจัดสรรต่อทุก 3 เดือน หรือเมื่อได้รับวัคซีนจากต่างประเทศ จนได้รับวัคซีนครบตามจำนวน

ยธ.เร่งให้วัคซีนนักโทษ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้ ผู้ต้องขังว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ต้องขังไปแล้ว 212,932 คน จากผู้ต้องขังทั้งหมด 284,190 คน โดยผู้ต้องขังอีก 71,258 คน เป็นผู้ติดเชื้อโควิด ที่ต้องรอการฉีดวัคซีนหลังจากที่หายแล้ว 1-3 เดือน โดยทางกรมราชทัณฑ์ได้วัคซีนจากกรมควบคุมโรคมาทั้งหมด 226,040 โดส โดยในส่วน ที่เหลือได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อนำไปดำเนินการฉีดให้กับประชาชนต่อไป

ในส่วนของการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ขณะนี้ ฉีดให้กับผู้ต้องขังไปแล้ว 66,416 ราย ซึ่งวัคซีน เข็มที่สองกรมราชทัณฑ์จะได้รับจากกรมควบคุมโรค 226,040 โดส จะได้รับภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยกำชับให้กรมราชทัณฑ์ นำวัคซีนแจกจ่ายให้ทุกเรือนจำเพื่อฉีดให้กับผู้ต้องขังทุกคน ซึ่งจะทำให้การควบคุมสถานการณ์ โควิดภายในเรือนจำทำได้ง่ายมากขึ้น

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อม ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมร่วมกับทุกเหล่าทัพ ตร.และ กอ.รมน. เพื่อสนับสนุนรัฐบาล ขับเคลื่อนแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยพล.อ.ชาญชัยย้ำนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพเตรียมการสนับสนุน ศบค.ในการดูแลประชาชน เพื่อรับ การเปิดประเทศที่จะมีขึ้นตั้งแต่ 1 พ.ย. โดยให้ ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมแผนปฏิบัติและความพร้อมสนับสนุนมาตรการ ควบคุมโรคที่กำหนดควบคู่กันไป

สมุยคึกคักเปิด‘บลูโซน’

ที่ท่าเทียบเรือบ้านหน้าทอน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้โดยสาร ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าเกาะสมุย กับเรือเฟอร์รี่เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุยได้ลดมาตรการเข้าเกาะสมุยด้วยรูปแบบ “บลูโซน” เป็นการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าเกาะสมุยสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส หรือมีผลตรวจโควิด-19 สามารถเดินทางเข้าเกาะสมุยได้โดยไม่ต้องกักตัว

สำหรับมาตรการการเดินทางเข้าเกาะสมุยรูปแบบ “บลูโซน” ทั้งทางเรือและทางเครื่องบินภายในประเทศ ผู้ที่เดินทางเข้ามาต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ 1.การได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม สปุตนิก วี หรือสูตรไขว้ ครบจำนวน 2 เข็ม ไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 1 เข็ม ไม่น้อยกว่า 21 วัน หรือกรณีหายป่วยโควิด-19 ไม่เกิน 90 วัน โดยมีเอกสารใบรับรอง แพทย์ 2.การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี อาร์ที-พีซีอาร์ หรือเอทีเค ระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่เดินทางมากับ ผู้ปกครอง

โคราชเร่งป้องคลัสเตอร์โนนไทย

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา เบื้องต้นที่ประชุมรายงานยังพบการแพร่ระบาดในลักษณะเป็นกลุ่มก้อน ในหลายพื้นที่ ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รายงานว่า มีคลัสเตอร์ใหม่ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือคลัสเตอร์ครอบครัว ม.4 ต.กำปัง อ.โนนไทย

เนื่องจากมีการแพร่กระจายเชื้อออกไปถึง 3 วง โดยเริ่มมาจากสามีของครอบครัวลงสมัคร นายก อบต. ออกไปช่วยเหลือคนน้ำท่วม หาเสียงตามสถานที่ต่างๆ วันที่ 10 ต.ค.มีอาการหอบเหนื่อย จึงเข้ารักษาตัวที่ ร.พ.โนนไทย พร้อมตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ ต่อมาวันที่ 11 ต.ค. มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้นส่งต่อ ร.พ.มหาราชฯ และผลตรวจพบเชื้อโควิด-19

วันที่ 12 ต.ค. ศบก.อ.โนนไทย ส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ที่ร่วมบ้าน เครือญาติ และผู้ที่ทำงานร่วมกัน พบภรรยาและลูกของผู้สมัครนายก อบต. ดังกล่าว ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังพบผู้ที่ทำงานร่วมกันกับสามีที่อยู่สถานีตำรวจ ติดเชื้ออีก 3 ราย และภรรยาตำรวจติดเชื้อ 1 ราย ต่อมา ระบาดเป็นวงที่ 2 โดยเพื่อนสนิทของภรรยาผู้สมัคร ที่ช่วยกันออกหาเสียงติดเชื้อไปด้วย และเพื่อนสนิทรายนี้มีร้านค้าได้แพร่ต่อไปให้กับญาติที่ร่วมบ้านเดียวกัน 2 ราย และแพร่ให้คนรู้จักที่เป็นลูกค้า 1 ราย ที่มารับประทานอาหารร่วมกัน

ซึ่งลูกค้ารายนี้ แพร่กระจายเชื้อเป็นวงที่ 3 ทำให้ลูกสาว และเครือญาติอีก 2 ราย ที่อยู่บ้านติดกันและไปมาหาสู่กันเป็นประจำติดเชื้อไปด้วย รวมมีผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์นี้แล้ว 14 ราย และทำให้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงถึง 102 คน เจ้าหน้าที่ออกติดตามมาตรวจหาเชื้อ พร้อมกับสั่งกักตัวทั้งหมดแล้ว

ไม่ฉีดวัคซีนห้ามเข้ายะลา

ด้านสถานการณ์ที่ จ.ปัตตานี ล่าสุดยังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อ รายใหม่สูงขึ้นอีก 647 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 29,428 ราย และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่อีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 342 ราย

ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ตั้งเป้าให้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากรภายในเดือนนี้ จากข้อมูลประชากรชาวจังหวัดปัตตานีมีประมาณ 720,000 คน ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน คิดเป็นร้อยละ 39 โดยศูนย์ควบคุมสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดปัตตานีล่าสุดวันที่ 15 ต.ค. ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว 300,370 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 165,943 ราย และเข็มที่ 3 แล้ว 11,171 ราย ถ้ามองจากตัวเลขผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว ยังไม่ถึงครึ่งของประชากรทั้งหมด

เช่นเดียวกับที่ จ.ยะลา ยังหนักพบผู้ติดเชื้อรายวันโดยเฉลี่ยกว่า 700 ราย รวมถึงเสียชีวิตเฉลี่ยตั้งแต่ 1 ราย ขึ้นไป เมื่อ 15 ต.ค. พบรายใหม่ 767 ราย ป่วยสะสม 32,862 ราย รักษาหาย 25,012 ราย ล่าสุด ศบค.ยะลา มีมติให้คุมเข้มผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม มีผลในวันที่ 18 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

โดยนายภิรมย์ นิลทยา ผวจ.ยะลา เน้นย้ำให้ 12 ด่านรอยต่อเข้าจังหวัด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพี่น้องประชาชน เน้นเรียกตรวจผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดทุกคัน ทุกคน ต้องลงสแกนคิวอาร์โค้ด “Yala Safe Alert” เพื่อบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลการเดินทาง และทำแบบประเมินความเสี่ยง ก่อนถึงจะเข้า จ.ยะลา ได้

หนุ่มชลฯร้องเมียดับ

ที่ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายชูชาติ สิงห์วราช 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/4 ซอย 4 ถนนสุขุมวิท ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ว่า น.ส.วัลลี นาเมืองรักษ์ อายุ 32 ปี ภรรยา อาชีพขายของออนไลน์ไปรับการฉีดวัคซีน ซิโนฟาร์มเข็มสอง เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่หน่วยบริการวัดซีนของอำเภอเมืองชลบุรี

จากนั้นกลับมาบ้านเริ่มมีอาการป่วย เป็นไข้ หนาวสั่น ทานอาหารไม่ได้ อาเจียน จะเป็นเฉพาะช่วงกลางคืน เป็นผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด จนต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาล เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลถึง 3-4 ครั้ง ท้ายสุดแพทย์ระบุว่า ป่วยเป็นไทรอยด์ที่คอ รักษาแล้วให้กลับบ้าน

จากนั้นอาการยังไม่ดีขึ้น กลับไปแอดมิต โรงพยาบาลอีกครั้ง แพทย์ระบุว่า มีอาการติดเชื้อ ทางกระแสเลือดจนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ดังกล่าววันที่ 4 ต.ค. นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดน้อย ตำบลบ้านโขด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

นายชูชาติกล่าวว่า ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ว่าส่วนหนึ่งมาจากการฉีดวันซีนซิโนฟาร์มหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ภรรยาเป็นปกติดี แต่หลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วเริ่มมีอาการแทรกซ้อนจนเสียชีวิต อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยมาเยียวยาครอบครัวด้วย เมื่อเห็นสภาพภรรยาเสียชีวิตแบบนี้ ทำให้ ไม่กล้าไปฉีดวัคซีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน