ห่วงสถานการณ์ยังวิกฤต
ป่วยรายวันพุ่งครึ่งหมื่น
โพลค้านเปิดปท.-ชี้เสี่ยง
จี้วัคซีน-จัดมาตรการรับ
สลดดญ.8ขวบติดเชื้อดับ

ตั้ง ‘ศบค.ส่วนหน้า’ แก้ด่วนโควิด 4 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา ให้ ‘บิ๊กเล็ก-ณัฐพล นาคพาณิชย์’เป็นผอ.ศูนย์ มีอำนาจหน้าที่ บูรณาการ เร่งรัด และติดตามการแก้ปัญหาโควิด มีผล 18 ต.ค. หลังยอดป่วยกลับมาพุ่งแตะ 3 พันคน ดุสิตโพล ระบุ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเปิดประเทศ 1 พ.ย. หวั่นยอดป่วยโควิดกลับมาพุ่งอีก แนะรอให้ฉีดวัคซีนครอบคลุมทั่วประเทศ 70% รัฐจัดมาตรการดูแลให้ทั่วถึงก่อน นายกฯ มั่นใจสิ้นปียอดฉีดเป็นไปตามเป้า 100 ล้านโดส รวมทั้งหมด 179 ล้านโดส เมืองพัทยา ดีเดย์ 19 ต.ค. ฉีดไฟเซอร์เข็มแรกให้นักเรียนเกือบ 5 พันคน ‘นายกแป๊ะ’ รณรงค์-ฉีดปลอดภัย

ป่วยอีก 10,863-ตาย 68

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 10,863 ราย สะสม 1,783,701 ราย หายป่วย 10,383 ราย สะสม 1,657,638 ราย เสียชีวิต 68 ราย สะสม 18,273 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 107,790 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 41,189 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 66,601 ราย มีอาการหนัก 2,820 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 658 ราย

ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 6,508 ราย 4 จังหวัดชายแดนใต้ 2,492 ราย กทม.และปริมณฑล 1,792 ราย เรือนจำ 64 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 7 ราย ได้แก่ กัมพูชา 4 ราย ฟินแลนด์ เม็กซิโก และอินโดนีเซีย ประเทศละ 1 ราย

เศร้าโควิดคร่าเด็ก 8 ขวบ

ผู้เสียชีวิต 68 ราย มาจาก 30 จังหวัด ได้แก่ กทม. 12 ราย, สุราษฎร์ธานี 7 ราย, สมุทรปราการ ยะลา นราธิวาส จังหวัดละ 4 ราย, ชุมพร ชลบุรี ระยอง จังหวัดละ 3 ราย, อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ลพบุรี จันทบุรี ปราจีนบุรี จังหวัดละ 2 ราย และนนทบุรี สมุทรสาคร สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พังงา สงขลา ภูเก็ต สระบุรี ตราด สมุทรสงคราม สระแก้ว อ่างทอง และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 39 ราย หญิง 29 ราย อายุ 8-98 ปี ค่ากลางอายุ 74 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปี และมีโรคประจำตัวรวมกัน 97% ไม่มีโรคเรื้อรัง 2% และเด็ก 1 ราย อายุ 8 ขวบ ชาวกัมพูชา จ.สระแก้ว ไม่มีโรคประจำตัว คิดเป็น 1%

ภาพรวมจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 รายมี 33 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,065 ราย สะสม 386,829 ราย 2.ยะลา 727 ราย สะสม 34,212 ราย 3.สงขลา 650 ราย สะสม 38,783 ราย 4.ปัตตานี 647 ราย สะสม 29,359 ราย 5.นครศรีธรรมราช 519 ราย สะสม 22,026 ราย 6.นราธิวาส 468 ราย สะสม 31,713 ราย 7.ชลบุรี 389 ราย สะสม 96,632 ราย 8.เชียงใหม่ 360 ราย สะสม 11,417 ราย 9.ระยอง 346 ราย สะสม 37,555 ราย และ 10.สมุทรปราการ 343 ราย สะสม 118,435 ราย

สำหรับ 23 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ จันทบุรี 255 ราย, ขอนแก่น 231 ราย, สุราษฎร์ธานี 210 ราย, ตาก 202 ราย, กาญจนบุรี 195 ราย, พัทลุง 194 ราย, สระบุรี 186 ราย, ตรัง 183 ราย, ราชบุรี 182 ราย, ปราจีนบุรี 172 ราย, นครสวรรค์ 167 ราย, เพชรบูรณ์ 167 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 158 ราย, นครราชสีมา 153 ราย, อุดรธานี 153 ราย, ภูเก็ต 149 ราย, เพชรบุรี 136 ราย, ชุมพร 123 ราย, อุบลราชธานี 122 ราย, ฉะเชิงเทรา 118 ราย, นนทบุรี 114 ราย, นครปฐม 110 ราย และพระนครศรีอยุธยา 106 ราย

ฉีดวัคซีนพุ่งล้านโดสอีกวัน

ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 รายมี 18 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง 19 ราย, ลำปาง 17 ราย, ร้อยเอ็ด 17 ราย, แม่ฮ่องสอน 13 ราย, มุกดาหาร 13 ราย, ลำพูน 12 ราย, พิจิตร 12 ราย, สกลนคร 10 ราย, ยโสธร 9 ราย, แพร่ 8 ราย, อุตรดิตถ์ 8 ราย, เลย 8 ราย, สิงห์บุรี 7 ราย, ชัยนาท 3 ราย, น่าน 3 ราย, นครพนม 2 ราย, อุทัยธานี 1 ราย และอำนาจเจริญ 1 ราย

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 16 ต.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 1,063,719 โดส สะสม 65,202,741 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 37,446,713 ราย คิดเป็น 52% ของประชากร เข็มสอง 25,825,201 ราย คิดเป็น 35.9% ของประชากร และเข็มสาม 1,930,827 ราย คิดเป็น 2.7% ของประชากร

เตือนคลายเข้มการ์ดอย่าตก

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า แม้จะประกาศผ่อนคลายมาตรการพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 23 จังหวัด ในเรื่องของการห้ามออกนอกเคหสถาน จากเดิมเวลา 22.00-04.00 น. มาเป็นเวลา 23.00-03.00 น. และห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร เปิดได้ถึงเวลา 22.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันที่ 16 ต.ค. ทำให้ประชาชนกลับเข้าสู่ชีวิตตามปกติมากขึ้น แต่ย้ำว่าต้องเป็นการใช้ชีวิตปกติแบบนิวนอร์มัล คือเข้มมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา

โดยคิดว่าผู้คนรอบข้างรวมถึงตัวเราเองอาจเป็นผู้ติดเชื้อ ต้องใช้การป้องกันทุกวิถีทางเพื่อลดความเสี่ยงในการรับหรือแพร่เชื้อ ขณะที่สถานประกอบการต่างๆ ขอให้ใช้มาตรการ COVID Free Setting โดยมีการทำความสะอาด จัดระบบระบายอากาศ เว้นระยะห่าง พนักงานเข้ารับวัคซีนครบโดส และตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) ทุก 7 วัน ส่วนผู้รับบริการมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนหรือผลตรวจเอทีเค ซึ่งจะเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกับโรค โควิด-19 อย่างปลอดภัย

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,863 ราย ภาพรวมการติดเชื้อยังทรงตัว ต่างจังหวัดมีแนวโน้มการติดเชื้อสูงขึ้น ส่วน กทม.และปริมณฑล แนวโน้มการติดเชื้อลดลง

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการป่วยและเสียชีวิตลงได้คือการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม ขณะนี้ได้เร่งจัดสรรวัคซีนไปจังหวัดต่างๆ เพื่อเร่งรัดการฉีดให้ได้ตามเป้าหมาย 50% ของประชากร ภายในสิ้น ต.ค.นี้ เพื่อเตรียมรองรับการเปิดเมือง โดยเฉพาะจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวใน วันที่ 1 พ.ย. นายกฯ ประกาศ ผนึกกำลัง รัฐ-เอกชน-ประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวไทย-เทศ รองรับ เปิดประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายกฯพอใจ-วัคซีนตามเป้า

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชนทุกกลุ่มตามนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. -16 ตุลาคม 2564 ยอดสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ 65 ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นเข็มที่ 1 ฉีดสะสมจำนวน 37,609,600 ราย หรือร้อยละ 51 ของประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 26,007,497ราย หรือร้อยละ 35 และเข็มที่ 3 จำนวน 1.8 ล้านราย

รัฐบาลมั่นใจว่า จะฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ตามเป้าหมายที่กำหนดคือ 100 ล้านโดส ครอบคลุมคนไทย จำนวน 50 ล้านคน หรือ 70% ของจำนวนประชากร ภายในปี 2564 ได้สำเร็จและสอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ไทยได้รับมาในปี 2564 ทั้งวัคซีนที่รัฐจัดหาและวัคซีนทางเลือกรวมกว่า 179 ล้านโดส

ส่วนความคืบหน้าเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิดให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีคิกออฟ ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รายงานข้อมูลล่าสุดวันที่ 15 ต.ค. มีจำนวนนักเรียน นักศึกษารวมทั้งหมด 5 ล้านคน แสดงความประสงค์รับวัคซีน 3.7 ล้านคน หรือร้อยละ 74.15 นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับวัคซีนแล้ว 902,186 คน หรือร้อยละ 24.25

ขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ก็ให้บริการฉีดวัคซีนนักศึกษาและบุคลากรกว่า 1 ล้านคน โดยหวังว่า ระบบการเรียนการสอนของไทย ทั้งระดับพื้นฐาน และอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จะกลับมาเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติภายในเดือนพ.ย.นี้

มั่นใจเปิดประเทศปลอดภัย

ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า มีผู้ต้องขังที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 212,932 คน จากจำนวนทั้งหมด 284,190 คน และเข็ม 2 จำนวน 66,416 ราย ส่วนผู้ต้องขังจำนวน 71,258 คน เป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่ต้องรอการฉีดวัคซีนหลังจากที่หายแล้ว 1-3 เดือน

“นายกรัฐมนตรียังฝากชื่นชม การฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไทยที่มีการพัฒนาการอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนความสามารถในการจัดหาวัคซีนและการผนึกกำลังของภาครัฐ เอกชน ประชาชน และทีมแพทย์ ที่ได้จัดจุดบริการฉีดวัคซีนทั้งในและนอกร.พ. เช่น สนามกีฬา มหาวิทยาลัย ศูนย์การประชุม ศูนย์การค้า สำหรับบริการประชาชนทั่วประเทศ และที่สำคัญคือ ความร่วมมือกันของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใจกันฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้น

พร้อมต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นและกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งระบบมั่นใจไทยมีความพร้อมสู่การเปิดประเทศอย่างปลอดภัยในปลายปีนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้” นายธนกรกล่าว

ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 นายธนกรกล่าวว่า ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 6 แสนราย ผู้ประกอบการ 2,249 ราย

ทำให้ยอดสะสมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 1-3 กว่า 8.8 ล้านคน มูลค่าสะสมรวมกว่า 1,162.4 ล้านบาท และยอดจองห้องพักสะสมรวม จำนวนทั้งสิ้น 120,328 ห้อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทรงตัว และมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิดเพิ่มขึ้น ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ตั้งศบค.ใต้-แก้ด่วนโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 21/2564 ลงวันที่ 17 ต.ค.2564 เรื่อง จัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19

มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปต่อเนื่อง เป็นลำดับ โดยมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 กำหนดให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เป็นหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นั้น

นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ในคำสั่งนี้ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” หมายความว่า จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลาและสงขลา และอาจรวมพื้นที่บางส่วนหรือทั้งหมดของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

‘ณัฐพล’นั่งผอ.ศูนย์

ข้อ 2 ให้มี “ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (เรียกโดยย่อว่า “ศบค.ส่วนหน้า”) มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์

มีหน้าที่และอำนาจ กำหนดแนวทางการบูรณาการ ประสานงาน ขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตาม การปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้คลี่คลายโดยเร็วตามนโยบาย แนวทาง หลักเกณฑ์ และมาตรการที่รัฐบาลหรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กำหนด เป็นต้น

ข้อ 3 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจของ ศบค.ส่วนหน้า ตามคำสั่งนี้ ให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ ศบค.ส่วนหน้า ตามที่ร้องขอ

ข้อ 4 ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้การสนับสนุน การดำเนินงานของ ศบค.ส่วนหน้า และให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านงบประมาณและงานด้านธุรการ ตามความจำเป็นและเหมาะสมให้แก่ ศบค. ส่วนหน้า

ข้อ 5 ให้ข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามคำสั่งนี้ เป็นผู้ปฏิบัติงานใน ศบค.ส่วนหน้า ตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.2564 เป็นต้นไป

18 พ.ย.โอนช่วยแท็กซี่-วินจยย.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากโครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุเกิน 65 ปี ซึ่งไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัด ของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะเปิดให้ลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือด้วยตนเองระหว่างวันที่ 25 ต.ค.-5 พ.ย.2564 ที่กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานขนส่งกรุงเทพ มหานครพื้นที่ 1-4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

โดยผู้รับสิทธิต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ บัตรประจำตัวผู้ขับรถสาธารณะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด จึงขอให้จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อมาดำเนินการผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/ ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.-5 พ.ย.

กลุ่มแรกใน 13 จังหวัด ช่วยเหลือ 10,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรี อยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และกลุ่มที่ 2 ใน 16 จังหวัด ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง

โดยจะจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ 2 รอบ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย. สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล และรอบที่ 2 วันที่ 22-26 พ.ย. 2564 สำหรับรถแท็กซี่ที่เช่าขับ

ส่วนข้อสงสัยว่าเหตุใดโครงการดังกล่าวช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ชี้แจงว่าเนื่องจากกลุ่มคนอายุเกิน 65 ปีเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 40 ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปี โดยก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานได้เชิญชวนผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อรับเงินเยียวยาตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้ว

ชี้ฟ้าทะลายโจรช่วยยาโควิดถูก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ยารักษาโควิด-19 มีราคาถูกลงว่า ช่วงแรกยาฟาวิพิราเวียร์มีราคาเม็ดละ 100 บาท ต้องกินถึงคนละ 50 เม็ด จะอยู่ที่ 5,000 บาทต่อคน โดยช่วงที่กรมราชทัณฑ์สั่งซื้อมาราคาลดลงมาเหลือเม็ดละ 50 บาท และยังมียาอาวีแกนซึ่งเป็นยาตัวเดียวกันกับยาฟาวิพิราเวียร์ แค่คนละยี่ห้อ ที่ขณะนี้ขายเพียงเม็ดละ 16 บาท ทำให้การรักษาตกแค่คนละ 800 บาทเท่านั้น

ตนได้ถามผู้รู้หลายท่านว่าทำไมยาถึงถูกลง ก็ได้รับการชี้แจงว่า เป็นเพราะเราได้นำยาฟ้าทะลายโจรออกมาใช้หรือไม่ ซึ่งแม้แต่สื่อของประเทศอังกฤษยังออกข่าวครึกโครม ตรงนี้อาจทำให้โรงยาผลิตยาของฝรั่งและญี่ปุ่นตกใจ เพราะหากยังขายในราคาแพงผู้คนอาจหันมาใช้ยาฟ้าทะลายโจรมากขึ้นเพราะราคาถูกมาก ราคาแค่เม็ดละ 1 บาท

“ผมรู้สึกดีใจที่ได้นำข้อมูลจริงจากเรือนจำกลางเชียงใหม่และเรือนจำอื่นๆ ที่ได้ใช้ยาฟ้าทะลายโจรรักษาผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด มาเผยแพร่สู่สาธารณชน จนข่าวแพร่กระจายไปยังเมืองนอก ทำให้ยารักษาโควิดมีราคาที่ถูกลง ผมเชื่อมั่นว่า การศึกษาฟ้าทะลายโจรจะกว้างไกลมากขึ้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์หันมาศึกษามากขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต” นายสมศักดิ์กล่าว

โพลค้านเปิดประเทศ 1 พ.ย.

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี “เปิดประเทศ 1 พ.ย.64” กลุ่มตัวอย่าง 1,392 คน ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.2564 พบว่าประชาชนมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว ร้อยละ 60.10 ปัจจัยที่จะทำให้เปิดประเทศได้ คือต้องฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชนได้เกิน 70% ร้อยละ 74.78 และมองว่าข้อจำกัดคือ ประชาชนยังไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน ร้อยละ 71.60 ผลดีของการเปิดประเทศคือ กระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 77.29 ผลเสียคือ อาจเกิดการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 83.43 และภาพรวมประชาชนไม่เห็นด้วยกับการเปิดประเทศ 1 พ.ย. 2564 ร้อยละ 59.86

จากผลการสำรวจเมื่อพิจารณากลุ่มตัวอย่างจำแนกรายอาชีพพบว่า กลุ่มอาชีพประกอบธุรกิจเห็นด้วยกับการเปิดประเทศมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มรับจ้าง/ลูกจ้าง ถึงแม้ว่าจะกังวลเรื่องการติดเชื้อใหม่ แต่ก็คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดการจ้างงานมากขึ้น สร้างความหวังที่จะลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งด้านสุขภาพและการฟื้นฟูเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน

จี้ฉีดวัคซีนคลุมทั่วปท.

จากการที่รัฐบาลมีนโยบาย “เปิดรับ นักท่องเที่ยวให้เข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเดินทางมาจากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว” ถือเป็นความเสี่ยงที่ท้าทายมาก เนื่องจากจำนวนประชากรคนไทยที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั่วประเทศแล้วนั้นยังมีจำนวนตัวเลขเพียงแค่ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ผลสำรวจจากสวนดุสิตโพล พบว่าประชาชนร้อยละ 60.10 คิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะให้ประเทศชาติเดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีค่า จีดีพีที่สูงขึ้น แน่นอนว่าเมื่อการเปิดประเทศเกิดขึ้นจริง ธุรกิจทุกภาคส่วนย่อมต้องมีการขับเคลื่อนไปข้างหน้าซึ่งต้องใช้แรงงานคนมากขึ้น อาจมีการลักลอบเข้าเมืองของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายได้ รัฐบาลควรทำให้คนเหล่านี้ถูกกฎหมายเพื่อที่จะได้รับการฉีดวัคซีนจากภาครัฐ เพื่อความปลอดภัยของแรงงานต่างด้าวและประชาชนภายในชาติของเราด้วยเช่นเดียวกัน

นายวัลลภ ห่างไธสง รองคณบดี โรงเรียนกฎหมายเเละการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิตกล่าวว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบาย “เปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเดินทางมาจากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว” ถือเป็นความเสี่ยงที่ท้าทายมาก เนื่องจากจำนวนประชากรคนไทยที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั่วประเทศแล้วนั้นยังมีจำนวนตัวเลขเพียงแค่ร้อยละ 50 กว่าเท่านั้น

เชียงใหม่ป่วยอีก 314 ราย

ด้านสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 314 ราย จากในจังหวัด 308 ราย ส่วนอีก 6 รายมาจากต่างจังหวัด ส่วนการบริหารจัดการวัคซีน มีผู้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 842,533 คน หรือร้อยละ 66.80 ของเป้าหมาย

วอนช่วยชายแพร่ดับหลังฉีด

ที่บ้านโป่งศรี เลขที่ 39 ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ บรรดาญาติมิตรได้จัดสถานที่เตรียมตั้งศพ นายสมบูรณ์ โป่งเป้า อายุ 57 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป หลังจากร.พ.แพร่ ผ่าพิสูจน์เสร็จสิ้น โดยนางอัมพร ขยันการ อายุ 64 ปี พี่สาว และน.ส.จิตรา โป่งเป้า อายุ 43 ปี หลานสาวผู้ตาย เผยว่า นายสมบูรณ์ ได้ไปฉีดวัคซีน ซิโนแวค เข็มที่ 1 ที่หอประชุมโรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยา ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ในการจัดกิจกรรมจังหวัดแพร่เคลื่อนที่

ก่อนฉีดนายสมบูรณ์มีโรคถุงลมโป่งพอง แต่มีร่างกายแข็งแรง ทำงานรับจ้าง หาเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงภรรยาที่ป่วยเป็นอัมพาต หลังจากฉีดวัคซีนแล้วมีอาการเซื่องซึม จนถึงคืนวันที่ 16 ต.ค. เวลา 21.30 น. ขณะที่นายสมบูรณ์ อยู่บ้านคนเดียว เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน ได้ยินเสียงดังเคาะประตูบ้าน เมื่อเปิดดู พบนายสมบูรณ์ หมดสติอยู่ที่หน้าประตู จึงให้รถกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านถิ่นนำส่งร.พ.แพร่

ทางญาติขอยืนยันว่า นายสมบูรณ์เป็นคนแข็งแรง ก่อนหน้าฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นอะไรเลย การเสียชีวิตต้องเกิดจากการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาเยียวยาด้วย

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 118 หมู่ 4 บ้านโป่งศรี ต.บ้านถิ่น พบนางรุ่งฟ้า จักรสาน อายุ 47 ปี อดีตนักร้องชื่อดังของจ.แพร่ ภรรยานายสมบูรณ์ ป่วยเป็นอัมพาตนั่งอยู่บนเตียง มีนางเขียว ทิพย์คำ อายุ 81 ปี แม่ดูแล นางรุ่งฟ้าเผยว่า เพิ่งทราบว่าสามีเสียชีวิตเมื่อเช้านี้ วันที่สามีไปฉีดวัคซีนก็มาบอกว่ารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่คาดคิดว่าสามีจะเสียชีวิต ต่อไปตนคงลำบาก สงสารสามีจับใจที่มาด่วนจากไป

ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 149-ดับ 1

ด้านสสจ.ภูเก็ต รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 149 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย โดยไม่มีผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

ส่วนสสจ.นครศรีธรรมราช รายงานว่า พบผู้ป่วยเพิ่มสูงถึง 618 ราย เป็นสถิติสูงสุดนับแต่พบการติดเชื้อในจังหวัด อยู่ในอำเภอเมืองถึง 210 ราย ที่เหลือกระจายไปทั้ง 23 อำเภอ และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย ทั้งหมดเป็น ผู้สูงอายุ

ทีมแพทย์รพ.นครฯป่วยพุ่ง 50

ด้านสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช ที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าในส่วนของงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินและงานผู้ป่วยนอก อย่างน้อย 50 ราย ซึ่งมีทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมดเข้ารักษาตัวแล้ว และยังมีแนวโน้มติดเชื้อเพิ่มอีก ทำให้สถานการณ์ภายในร.พ.อยู่ในภาวะวิกฤต โดยทุกแผนกต้องยกระดับการป้องกันขั้นสูงสุด ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่โดยเด็ดขาด และห้ามเยี่ยมผู้ป่วย รวมทั้งญาติที่เผ้าผู้ป่วยเฝ้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

สงขลายังวิกฤต-เพิ่มอีก 650

ที่สสจ.สงขลา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 650 คน ไม่รวมผู้ติดเชื้อเรือนจำและจากต่างประเทศ มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน ผู้ติดเชื้อมากในกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่คือครอบครัวสูงสุด พบใน อ.เมือง หาดใหญ่ จะนะ สะบ้าย้อย เทพา รัตภูมิ สะเดา และอ.สิงหนคร โดยยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 6,200 กว่าคน ส่วนกลุ่มผู้ป่วยรองมาคือกลุ่มรอการสอบสวนโรค กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน ตลาด ร้านค้า บริษัท กลุ่มสาธารณสุข กลุ่มผู้เดินทางจากต่างจังหวัด กลุ่มผู้ป่วยยืนยันจากต่างจังหวัด

ปัตตานีเจออีก 502 ราย

ด้านจ.ปัตตานี ได้เปิดศูนย์ตรวจเอทีเค เชิงรุกให้กับประชาชน ที่สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี โดยมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามารับบริการตั้งแต่เช้า โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ สสจ.ปัตตานี เป็น ผู้ตรวจ ขณะที่สถานการณ์โควิด พบผู้ติดเชื้อใหม่ 502 ราย

โคราชป่วยเพิ่ม 159-ตาย 4

ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 159 ราย เสียชีวิต 4 ราย ส่วนการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 1,252,411 คน หรือร้อยละ 59.29 ซึ่งคาดว่าจะฉีดให้ได้ถึง 70% ก่อนสิ้นเดือนต.ค.นี้ ส่วนกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 12-17 ปี จำนวน 144,928 คน ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ไปแล้ว 78,712 คน หรือร้อยละ 57.31

เลยวุ่น-คนขายหวยหนีกักตัว

ที่สภ.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย นายกฤตบุญ อินทสิทธิ์ ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ พร้อมด้วย นายญาณพัทธ์ รามศิริ ปลัดอำเภอ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ณัฐกมล ท้าวกลาง สว.สอบสวน สภ.วังสะพุง

โดยนายกฤตบุญกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอวังสะพุง ให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับนายฉัตรพงษ์ ศรอินทร์ และน.ส.มณีรัตน์ ปุลาชะโต ซึ่งทั้ง 2 อยู่หมู่ 7 ต.ปากปวน อ.วังสะพุง ฝ่าฝืนมาตรการตามประกาศจังหวัด ได้เดินทางไปจำหน่ายลอตเตอรี่ ที่จ.นครปฐม ซึ่งเป็นจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และได้เดินทางกลับภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้กักตัวเพื่อรอตรวจหาเชื้อ และสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน แต่บุคคลทั้ง 2 ไม่ยินยอมลงนามรับคำสั่งและไม่ยอมรับการกักตัว และยังได้เดินทางไปจำหน่ายลอตเตอรี่ที่จ.นครปฐม

ส่วนอีก 2 ราย นางกาญจนา รักขันแสง และนายธีระพงษ์ สมใจ อยู่ต.ปากปวน หนีการกักตัว หลังจากไปจำหน่ายลอตเตอรี่ที่กรุงเทพฯ ที่มีการระบาดกว่า 6 คลัสเตอร์ โดยจะดำเนินคดีทุกรายที่ทำผิดฝ่าฝืนมาตรการตามประกาศจังหวัดเลยเรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคโควิด

อยุธยาป่วยเพิ่ม 72-ตาย 2

นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นพ.สสจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ 72 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายอายุ 83 ปี ชาว อ.เสนา ป่วยโรคปอด และชายอายุ 42 ปี ชาว อ.นครหลวง เป็นโรคเบาหวาน

สระแก้วเจออีก 2 คลัสเตอร์

ที่สสจ.สระแก้ว รายงานว่า มีผู้ป่วยใหม่ 86 ราย พบคลัสเตอร์ใหม่จากสังสรรค์วันเกิดที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. จากที่มีคนในพื้นที่หมู่ 1 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จำนวน 15 คน ไปจัดงานสังสรรค์วันเกิดกันที่พูลวิลล่าพัทยา กลับมาแล้วมีผู้ไปร่วมงานคนหนึ่งป่วยเป็นไข้ ตรวจพบเชื้อแล้ว 8 ราย และที่อ.วัฒนานคร พบแม่ค้าขายหมูกระทะติดเชื้อ 1 ราย มีประวัติเดินทางไปขายเนื้อหมูตามตลาดนัดทั้งในจังหวัดสระแก้วและต่างจังหวัดหลายแห่ง เร่งสอบสวนโรคแล้ว

พัทยาพร้อมฉีดไฟเซอร์น.ร.

ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กล่าวถึงการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา 11 แห่งว่า เมืองพัทยามีศักยภาพและความพร้อมในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนอายุตั้งแต่ 12-18 ปี เพื่อสร้างความปลอดภัยจากโรคโควิด-19

“สำนักการศึกษาเมืองพัทยาแจ้งตัวเลขนักเรียนในเขตพื้นที่มีทั้งสิ้น 5,326 ราย และผู้ปกครองแสดงความจำนงให้บุตรหลานฉีดวัคซีนแล้ว 4,662 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87.5 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด เมืองพัทยาได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรกจำนวน 5,000 โดส

เราพร้อมจะเริ่มฉีดให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษาทันทีในวันที่ 19 ต.ค.และวันที่ 20 ต.ค.นี้ ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 2 โดยไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดของการฉีดวัคซีน เนื่องจากอาจมีผู้แสดงความจำนงขอฉีดเพิ่มเติมก็จะดำเนินการฉีดให้โดยไม่เสียสิทธิ์แต่อย่างใด” นายสนธยากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน