นครชัยศรียังหนัก แม่น้ำท่าจีนทะลักล้นตลิ่ง เหตุกทม. เร่งผลักดันน้ำผ่านคลองมหาสวัสดิ์ ปะทะน้ำจากสุพรรณฯ กรมชลฯ ยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทำชัยนาทจมอีกรอบ กรุงเก่าก็ยังหนักแม่น้ำน้อยล้นท่วมเสนา-บางไทร มท.เตือนมรสุมถล่ม 14 จว.ใต้ รวมถึงเพชรบุรี-ประจวบฯ สั่งรับมือฝนหนัก-น้ำป่า
ปภ.รายงานเหตุท่วมล่าสุด
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว ชลบุรี สมุทรปราการ นครปฐม และกาญจนบุรี รวม 40 อำเภอ 138 ตำบล 612 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,468 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด รวม 32 อำเภอ 127 ตำบล 574 หมู่บ้าน 11,609 ครัวเรือน ดังนี้ ชัยภูมิ 9 อำเภอ ได้แก่ คอนสาร บ้านเขว้า บ้านแท่น เทพสถิต จัตุรัส บำเหน็จณรงค์ เกษตรสมบูรณ์ เนินสง่า และหนองบัวระเหว ระดับน้ำทรงตัว, นครราชสีมา 12 อำเภอ ได้แก่ โนนสูง สีคิ้ว พิมาย ด่านขุนทด สูงเนิน ขามทะเลสอ ปักธงชัย เมืองนครราชสีมา คง เมืองยาง ประทาย และโนนไทย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
บุรีรัมย์ 3 อำเภอ ได้แก่ นางรอง เมืองบุรีรัมย์ และเฉลิมพระเกียรติ ระดับน้ำลดลง, ศรีสะเกษ 3 อำเภอ ได้แก่ ภูสิงห์ ขุนหาญ และขันธ์ ระดับน้ำทรงตัว, นครปฐม 3 อำเภอ ได้แก่ บางเลน นครชัยศรี และสามพราน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น, สระแก้ว 2 อำเภอ ได้แก่ เมืองสระแก้ว และวัฒนานคร ระดับน้ำลดลง
มท.เตือน14จว.ใต้รับฝนหนัก
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าช่วงปลายต.ค. ร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกจะเลื่อนลงไปพาดผ่านบริเวณภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเข้ามาใกล้ประเทศไทย และต่อเนื่องลงมาจนถึงอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้ได้ ส่งผลให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดในขึ้นพื้นที่ภาคใต้ บกปภ.ช. แจ้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังติดตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย น้ำท่วมขัง และ ดินโคลนถล่ม หรือมีความเสี่ยงที่จะได้รับผล กระทบในกรณีที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ เช่น พื้นที่เขตเศรษฐกิจ พื้นที่ท้ายเขื่อน อ่างเก็บน้ำและฝายที่มีปริมาณน้ำมาก และพื้นที่เชิงเขา เพื่อประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อวางแผนปฏิบัติการและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
เมืองโคราชยังจม
สถานการณ์น้ำท่วมช่วงเส้นทางลำตะคองตอนล่างไหลผ่านเขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ล่าสุดน้ำลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ตอนท้ายสุดเขตเมืองช่วงก่อนถึงประตูระบายน้ำข่อยงาม ต.หัวทะเล น้ำล้นตลิ่งและผุดออกมาตามท่อระบายน้ำทิ้งไหลท่วมถนนสุรนารายณ์ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าคลังวิลล่าถึงโรงแรมดิอิมพีเรียลโคราช ระดับน้ำสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร นอกจากนี้น้ำได้ไหลท่วมพื้นที่ชุมชน 30 กันยา ชุมชนปลายนาสามัคคี ชุมชนมหาชัยอุดมพร ชุมชนทุ่งสว่าง-ศาลาลอย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซ.ม. ทำให้ชาวบ้านหลายร้อยคนติดอยู่ในบ้านพัก
สภาพความเสียหายล่าสุดมี 23 ชุมชน สถาบันการศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยรวม 8 แห่ง สถานที่ราชการ 6 แห่ง ตลาดสด 2 แห่ง ศูนย์การค้า 2 แห่ง ร.พ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์, ร.พ.เซนต์เมรี่ และร.พ.มหาราชนครราชสีมา รวมถึงพื้นที่ สำนัก งานทางหลวงที่ 10 (นครราชสีมา), แขวงทาง หลวงนครราชสีมาที่ 2 และส่วนตรวจสอบและวิเคราะห์ทางวิศวกรรม สำนักงานทางหลวงที่ 10 ความสูงเฉลี่ย 40-60 เซนติเมตร เบื้องต้นมีผู้ประสบภัยกว่าหมื่นคน ในส่วนของร.พ. มหาราชฯ ระดับน้ำลดลง 20 เซนติเมตร อบจ.นครราชสีมา ติดตั้งสะพานชั่วคราว ให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยใช้เดิน เข้าออก แต่ยานพาหนะขนาดเล็กยังไม่สามารถสัญจรได้
เจ้าพระยาทะลักชัยนาท
ส่วนที่ จ.ชัยนาท สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนเป็นวงกว้างเป็นรอบสอง โดยปภ.ชัยนาท สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนขณะที่พื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องหลังจากที่ทางกรมชลประทาน มีแผนยกระดับน้ำทางด้านเหนือเขื่อน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ ท้ายน้ำ
นายอิทธิรัชต์ อาสาสรรพกิจ กำนันตำบลหาดอาษา อ.สรรพยา เผยว่า ในพื้นที่ถูกน้ำท่วมซ้ำอีกครั้งระดับน้ำใกล้เคียงรอบแรก โดยในพื้นที่ ต.หาดอาษา ถูกน้ำท่วมครั้งแรกเมื่อช่วงวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ไม่ทราบว่าชลประทานจะปล่อยน้ำเพิ่มลงมาอีกหรือไม่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 5 หมู่บ้าน 1,600 กว่าครัวเรือน โดยชาวบ้านบางรายที่ได้รับผลกระทบหนักก็ได้ออกมาอาศัยอยู่ริมถนนสายคันคลองมหาราชชั่วคราวแล้วกว่า 100 ครอบครัว ชาวบ้านหลายครอบครัวกำลังได้รับความเดือดร้อนหนัก บางรายเก็บสิ่งของไม่ทัน บางรายได้ทำความสะอาดบ้านไปแล้ว สำหรับน้ำท่วมรอบนี้ชาวบ้านเริ่มทำใจได้แล้ว และยอมรับกับสถานการณ์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนสำรวจความเดือดร้อนของชาวบ้าน พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือ
แม่น้ำน้อยจมเสนา-บางไทร
ด้านสถานการณ์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้น รวมแม่น้ำน้อยที่รับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยพบว่าแม่น้ำน้อยช่วงไหลผ่าน อ.เสนา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นท่วมขยายวงกว้าง พื้นที่ของทุ่งรับน้ำเต็มพื้นที่แล้วระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร เริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ถนนสายเสนา-ผักไห่ ช่วงเชิงสะพานวัดโบสถ์ ต.หัวเวียง อ.เสนา น้ำไหลข้ามถนนสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 50 เมตร รถยนต์สัญจรไปมาด้วยความระมัดระวัง บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เป็นการท่วมบ้านครั้งที่สอง ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ชาวบ้านเก็บล้างทำความสะอาดบ้านเรือนมาแล้วมาถูกน้ำท่วมซ้ำอีกรอบ เช่นเดียวกับ อ.บางไทร แม่น้ำน้อยล้นตลิ่งท่วมชุมชนติดกับโรงเรียนบางไทรวิทยา สูงกว่า 2 เมตร
วันเดียวกัน เกิดเหตุสลดในพื้นที่ ม.3 ต.บางไทร นายจำรัส ทรัพย์พล อายุ 84 ปี ลื่นตะไคร่น้ำที่เกาะบันไดบ้านจากถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน ขณะกำลังจะลงเรือพายออกไปซื้ออาหาร จมน้ำเสียชีวิต ช่วงเกิดเหตุไม่มี ผู้เห็นเหตุการณ์ แต่ญาติผิดสังเกตที่ไม่เห็นคนตายในบ้านจึงพากันงมหาจนพบร่างจมน้ำอยู่หน้าบ้านที่น้ำท่วมกว่า 1.50 เมตร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อาสามัครหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจนำศพใส่เรือส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ร.พ.บางไทร
เมืองสุพรรณอ่วม
สถานการณ์แม่น้ำสุพรรณบุรี (ท่าจีน) ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี หลังมีฝนตกหนักและรับน้ำเหนือจากเขื่อนกระเสียวในเขต อ.ด่านช้าง และอ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำกระเสียวหลากลงแม่น้ำท่าจีนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย จำนวน 10 อำเภอ 2 เทศบาล 28 ชุมชน 138 ตำบล 934 หมู่บ้าน 36,457 ครัวเรือน 70,728 คน ได้แก่ อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ อ.เดิมบาง นางบวช อ.สามชุก อ.เมืองสุพรรณยุรี อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ศรีประจันต์ อ.อู่ทอง อ.ดอนเจดีย์ เทศบาลเมืองสองพี่น้อง และเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี
ในส่วนเขต อ.เมืองสุพรรณบุรี น้ำในแม่ท่าจีนในเริ่มล้นเอ่อเข้าท่วมหลายจุด เจ้าหน้าที่เร่งเสริมคันกั้นน้ำไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ ส่วนพื้นที่ชุมชนโดยรอบได้รับผลกระทบหนัก คือ ชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ต.ท่าระหัด ชุมชนวัดมเหยงค์ น้ำทะลักเข้าท่วมถนนเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องใช้เรือพายสัญจรเดินทางเข้าออกบ้าน
นครชัยศรียังวิกฤต
เช่นเดียวกับพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ระดับน้ำในแม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน) ที่รับน้ำต่อจาก จ.สุพรรณบุรี ประกอบกับการผลักดันน้ำจากกรุงเทพฯ ผ่านประตูน้ำคลองโยง ประตูพระพิมล คลองมหาสวัสดิ์ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเข้าท่วมพื้นที่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.งิ้วราย ถนนเลียบทางรถไฟงิ้วรายน้ำท่วมสูงเกือบ 20 ซ.ม. ภายในวัด งิ้วราย โรงเรียนงิ้วราย น้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร
ส่วนที่วัดกลางบางแก้ว พระและชาวบ้านช่วยกันเสริมกระสอบทรายเพิ่มสูงขึ้นและสูบน้ำออกจนน้ำเริ่มแห้ง และถนนทางเข้าอ.นครชัยศรี จากถนนเพชรเกษมถึงตัวอำเภอระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร น้ำเอ่อล้นท่วนถนนรถวิ่งได้เพียงช่องทางขวาเท่านั้น ที่ตลาดท่านา (ตลาด100ปี) เทศบาลต.นครชัยศรี เสริมคันกระสอบทรายและเร่งสูบน้ำออก ส่วนตลาดเก่าห้วยพลู ปภ.และทหารเร่งเสริมคันกระสอบทราย เพื่อรองรับน้ำจากทางเหนือที่ไหลลงมา

เมืองโคราช – สภาพน้ำท่วมหนักถนนย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองนครราชสีมา ขณะที่หน้าโรงพยาบาลมหาราชยังถูกท่วม รถยนต์ขนาดเล็กผ่านไม่ได้ และน้ำขยายวงกว้างลาม 24 ชุมชนแล้ว เมื่อวันที่ 21 ต.ค.