สาหัส-เลือดคั่ง
นอนไอซียู 8วัน
โดนข้อหาหนัก

สลดเมืองสุพรรณ ด.ญ.วัย 3 ขวบถูกหามส่งโรงพยาบาลสาหัสเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ- แผลบุหรี่จี้ ตร.ตามรวบพ่อแม่ยังปากแข็งปฏิเสธ แต่ให้การ ขัดแย้งกันอยู่ ล่าสุดทีมสหวิชาชีพและจิตแพทย์ ซักถามเด็กที่อาการดีขึ้นหลังต้องนอนไอซียูนาน 8 วัน หนูน้อยพูดชัดถูกพ่อทำร้าย ‘หนูนา’ รุดดูแลเหยื่อถึงโรงพยาบาล

เยี่ยม3ขวบ – น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เข้าเยี่ยมเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกพ่อแม่แท้ๆ ทำร้ายต้องเข้ารักษาที่ร.พ.เจ้าพระยายมราช ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาพ่อแม่ของหนูน้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า กรณีเด็กผู้หญิงอายุ 3 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกาย โดยผู้แจ้งระบุว่าเด็กถูกพ่อตัวเองทำร้ายร่างกายและนำบุหรี่มาจี้ตามตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และนำตัวส่งโรงพยาบาล แล้วนั้น กรณีดังกล่าว ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรีดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ โดยไม่ชักช้า โดยสอบปากคำแม่ของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไว้ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. รวมทั้งสอบสวนปากคำพยานแวดล้อมไว้แล้ว

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา นางส้ม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี เข้าแจ้งความต่อร.ต.อ.ประยุทธ นุชนารถ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ บาดเจ็บสาหัสถูกส่งรักษาที่ร.พ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี ในสภาพร่างกายมีรอยถูกบุหรี่จี้ และมีรอยแผลช้ำทั้งตัว แพทย์ตรวจอาการของเด็กพบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ส่วนผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุคือ น.ส.อารีรัตน์ (ขอสงวน นามสกุล) อายุ 28 ปี ลูกสาวของนางส้ม และนายเมธี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี แม่และพ่อแท้ๆ ของด.ญ.เอ เนื่องจากหลัง ทั้งคู่พาหลานสาวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว รีบหลบหนีไป

หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายเมธี แต่อ้างว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ ตลอดเวลาไม่ได้กลับไปที่สุพรรณบุรี ปฏิเสธไม่รู้เห็น ในเรื่องของลูกที่ถูกทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่สืบสวน จนทราบว่า นายเมธีและน.ส.อารีรัตน์หลบซ่อนตัวที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ถนนนางแว่นแก้ว ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สอาด ดัดธุยะวัตร์ รองผกก.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงตามไปจับกุมตัวทั้งคู่ในวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังให้การปฏิเสธ

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุ ให้ได้รับอันตรายสาหัส ก่อนตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้งสองคนจึงดำเนินคดีข้อหา เสพสารเสพติดด้วย และต้องรอผลยืนยันอาการของเด็กจากทางแพทย์ และคำให้การของเด็กจากการสอบสวนจากอัยการร่วมกับสหวิชาชีพ หากพบมีความผิดเพิ่มเติม จะดำเนินคดีทั้งหมด ก่อนส่งฝากขังต่อศาลในวันที่ 27 ต.ค.

วันเดียวกัน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา ไปยังชั้น 3 อาคารโรคหัวใจ ร.พ.เจ้าพระยายมราช รับฟังอาการของ ด.ญ.เอ จากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนเข้าเยี่ยมอาการและมอบตุ๊กตาให้หนูน้อย พร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่งเป็นขวัญกำลังใจให้ยายของเด็ก

น.ส.กัญจนากล่าวว่า หลังทราบข่าวรีบมาเยี่ยมด.ญ.เอทันที เบื้องต้นฟังอาการทางสภาพร่างกายและจิตใจของน้องจากแพทย์และ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ทำให้สบายใจขึ้นระดับหนึ่ง ว่าน้องมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมเราบ่อยครั้ง และอาจเกิดขึ้นและมีต่อไป การทำร้ายร่างกายเป็นเรื่อง ส่วนตัวหรือเรื่องของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นในฐานะเพื่อนบ้านหรือคนรู้จักควรช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ว่าบ้านไหนมีเสียงเด็กร้องไหม

หากพบว่าเกิดปัญหาควรช่วยกันยื่นมือเข้าไปช่วย เพราะเด็กไม่ใช่ทรัพย์สินของครอบครัว เด็กเป็นอนาคตของชาติ เป็นอนาคต ของสังคม เมื่อโตขึ้นจะได้ไม่มีภาพความทรงจำที่รุนแรงเป็นห่วงโซ่ ควรช่วยกันตัดวงจรห่วงโซ่เหล่านี้ ปู่ ย่า ตา ยาย ครู อาจารย์ ญาติ พี่น้อง ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล

“หลังจากนี้ บ้านพักเด็กและครอบครัว พม. จะเข้าไปดูแลในเรื่องของครอบครัว การเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กควบคู่ไปกับ ตายายของเด็ก ส่วนเรื่องของการเรียน ในตอนนี้ น้องใกล้อายุ 4 ขวบแล้ว จึงร่วมวางแผน พูดคุยกับยายให้น้องเข้าเรียนได้ตามเกณฑ์ปกติ ส่วนเรื่องสภาพร่างกายและจิตใจ ด้านทีมแพทย์ และนักจิตวิทยาจากทีมแพทย์ร.พ.เจ้าพระยายมราช จะดูแลน้องอย่างเต็มที่เป็นระยะ เพื่อให้ น้องกลับมาใช้ชีวิตสดใสได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด” น.ส.กัญจนากล่าว

ด้าน นพ.อิทธิพล จรัสโอฬาร ผอ.ร.พ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช กล่าวว่า เด็กรักษาอยู่ในไอซียูมา 8 วัน ล่าสุดอาการดีขึ้นมากย้ายไปพักห้องปกติได้แล้ว แต่ต้องตรวจร่างกายเป็นระยะๆ ด้านอาการเลือดออกในสมองจะละลายและหายไปเอง ส่วนสภาพร่างกายที่เป็นแผลจุดๆ ตามตัว แพทย์รักษาตามอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการเดินขาที่อ่อนแรง เดี๋ยวจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเช่นกัน ส่วนเรื่องสภาพจิตใจมีทีมจิตแพทย์พูดคุยกับน้อง ซึ่งสภาพจิตใจน้องดีขึ้นมาก

“ตอนแรกๆ น้องมีภาวะกลัวคนแปลกหน้า มีภาวะซึมๆ หวาดกลัว เราจะค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องไป โดยพื้นฐานน้องเป็นเด็กอารมณ์ดีเราจะดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายนั้น หลังอาการดีขึ้นเด็กพูดเองว่า ไม่ใช่ตายายทำ แต่เป็นพ่อแม่ซึ่งเราเพิ่งมารู้เรื่อง เพราะครั้งแรกพ่อแม่อ้างว่าตายายเป็นคนทำ เลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมา ต่อจากนี้เรื่องคดีความเป็นเรื่องของการสืบสวนดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทางทีมแพทย์มีหน้าที่ในการดูแลน้องในเรื่องของสภาพร่างกายและสภาพจิตใจให้ดีที่สุด” นพ.อิทธิพลกล่าว

พ.ต.อ.กฤษ จันทร์สว่าง รรท.ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พ่อเด็กยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายลูก ส่วนตัวแม่คล้ายกับว่ารักสามีมากเลยแบ่งรับแบ่งสู้ บางครั้งขณะที่สอบสวนทั้งคู่โยนความผิดให้กันบ้าง โดยเฉพาะฝ่ายสามีจะโทษภรรยา ขณะที่อีกฝ่าย บอกว่าพ่อลงโทษลูกซึ่งยังแย้งกันอยู่ แม้พ่อเด็ก ยังไม่ยอมรับผิด แต่จากการซักถามของทีม สหวิชาชีพและจิตแพทย์เด็กยืนยันชัดเจนว่า พ่อเป็นคนทำร้าย สามารถใช้เป็นหลักฐานองค์ประกอบของคดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน